ตำนานศาลเจ้าพ่อเสือ เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน - เรื่องลี้ลับ ที่เลขเด็ดออนไลน์


ตำนานศาลเจ้าพ่อเสือ เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน

ตำนานศาลเจ้าพ่อเสือ  เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน

ตำนานศาลเจ้าพ่อเสือ เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน

ศาลเจ้าพ่อเสือเดิม มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ปีที่ก่อสร้างตรงกับ พ.ศ. 2377 มีความเกี่ยวเนื่องกับวัดมหรรณพาราม ตามตำนานที่ได้เล่าขานเรื่องของ เจ้าพ่อเสือเล่ากันว่า ยายผ่องและนายสอน สองแม่ลูกที่มีชีวิตลำบาก ด้วยความยากจนทุกๆวันนายสอนจะต้องเข้าป่า ไปเก็บของป่ากลับมาให้มารดาเสมอ วันหนึ่งนายสอนได้ออกหาของป่าเหมือนทุกวันๆ แต่วันนี้ของกลับหายากจึงต้องเดินลึกเข้าไปในป่า เขาได้พบกับซากกวางพึ่งตายใหม่ๆ เขารู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีเสือผู้เป็นเจ้าของซากกวางอยู่บริเวณนี้เป็นแน่ แต่ด้วยความกตัญญู นายสอนได้รำลึกถึงมารดา เขาอยากให้มารดาได้รับประทานเนื้อกวางนี้ จึงได้เข้าไปตัดเนื้อกวาง ตัดมาได้ก้อนหนึ่ง ซึ่งใน ขณะนั้น เสือที่ซุ่มอยู่ ได้กระโจนเข้ามากัดนายสอน จนสาหัส ขย้ำจนได้แขนของนายสอนไปข้างหนึ่ง นายสอนด้วยการป้องกันตัวจึึงได้ใช้มีด แทงไปที่หน้าผากของเสือตัวนั้นจนสาหัสเช่นกันและกระโจนจากไป

หลังจากนายสอนหนีลงไปซ่อนตัวในหนองน้ำแล้ว นายสอนจึงค่อยตะเกียกตะกายกลับไปหามารดา แม้จะบาดเจ็บสาหัสแต่ด้วยใจที่รำลึกถึงมารดา เขาได้พาตัวเองกลับมาถึงบ้านได้ เมื่อยายผ่องผู้เป็นมารดาเห็นสภาพบุตรชาย จึงรีบถลาเข้ามา นายสอนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังจากนั้นไม่นานจึงสิ้นใจ ยายผ่องโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากได้นำเรื่องไปแจ้งแก้นายอำเภอเพื่อให้ช่วยตามเสือร้ายนั้นมาลงโทษ นายอำเภอเห็นใจและรวมตัวกับปลัดไปออกตามหาเสือร้ายตัวนั้น หาเท่าใดๆก็ไม่พบ ปลัดจึงไปยังวัดมหรรณพาราม ไปอธิษฐานหลวงพ่อบุญฤทธิ์ และหลวงพ่อพระร่วง (พระประธานใหญ่ในวัดมหรรณพาราม )หลังจากนั้นไม่นานนัก ด้วยแรงอธิษฐานแล้วเห็นอาการของเสือไม่มีร่องรอยแห่งความดุร้ายเหลืออยู่เลย มันทำตาริบหรี่คล้ายกลับยอมให้จับโดยดี

เมื่อจับเสือได้ จึงนำตัวมันมาตัดสินประหารชีวิตมัน เสือตัวนี้มิได้ขัดขืนแต่อย่างใดแถมยังแสดงอาการ รับรู้รับฟังคำตัดสินแต่โดยดี และน้ำตาได้ไหลริน ออกมาจากนัยย์ตาเสือตัวนั้นตลอดเวลาที่ได้ฟังคำพิพากษา ฝ่ายยายผ่องเมื่อฟังคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิตเสือ ได้เห็นอาการของมันทุกอย่าง และเห็นมันหมอบลงรับคำตัดสิน พร้อมกับเห็นน้ำตาไหลซึม อาการที่เคยโกรธเสือมาก่อน ก็พลันหายไปจนหมดสิ้น ยายผ่องร้องไห้แล้วพูดกับนายอำเภอว่า ขอชีวิตเสือไว้เถิดอย่าได้ฆ่ามันเลย ฉันไม่ขอเอาเรื่องโกรธแค้นกับมันอีกต่อไปแล้ว และขอให้นายอำเภอยกเสือตัวนี้ให้เป็นลูกของฉัน แทนลูกที่ตายไปแล้ว นายอำเภอแสงกับปลัดโต ซึ่งมีความสงสารมันเหมือนกับคนอื่น ๆ จากนั้นนั้น ยายผ่องได้นำเสือตัวนี้มาเลี้ยง แทนบุตรชายที่เสียไป ซึ่งเสือตัวนี้ได้กลายเป็นเสือที่เชื่อง เชื่อฟังยายผ่องด้วยความรัก คอยเฝ้าบ้านเฝ้าเรือน หาอาหารมาให้ยายผ่อง เสือกับยายผ่องอยู่ด้วยกันมานานถึง 7 ปี  เมื่อยายผ่องก็เสียชีวิตไป เสือซึ่งมีอาการหงอยเหงา เศร้าซึมมาหลายวันแล้ว น้ำตาไหลเป็นทางมันจะนึกอย่างไรไม่ทราบ ก็ออกวิ่งวนไปรอบ ๆ กองไฟ ไม่รู้ว่ากี่รอบ ส่งเสียงร้องอยู่เรื่อย วิ่งไปร้องไป และขณะร้องคร่ำครวญอยู่นั้น ได้กระโจนเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชติช่วง ถูกไฟเผาดิ้นทุรนทุรายอยู่ครู่หนึ่งก็ตายตามที่แม่รักไป ยอมพลีชีพบูชาแม่ด้วยชีวิต ซึ่งอาจมีมนุษย์จำนวนน้อยนิดเท่านั้น จะกล้าเสียสละอย่างนี้ได้ ทำให้คนตกใจส่งเสียงร้องด้วยความหวาดเสียวและสงสาร สร้างความสลดใจแก่ชาวบ้าน ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างศาล ข้างวัดมหรรณพาราม โดยปั้นรูปเสือไว้พร้อมนำเถ้ากระดูกของมันมาไว้ใต้แท่นและทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณเสือมาสถิตย์ไว้ เพื่อปกป้องคุ้มครอง และสร้างความเจริญแก่ผู้นับถือ

โดยเอากระดูกเสือบรรจุในแท่นปั้นรูปประดิษฐานบนแท่นอย่างสง่าน่าเกรงขาม อัญเชิญดวงวิญญาณเสือ ขอให้เป็นเทพเจ้าสิงสถิต ณ ศาลวิมานทองแห่งนี้ตลอดกัลป์เป็นนิรันดร ขอให้ปกปักรักษาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ทำมาหากินซื้อง่ายขายคล่อง เจริญสุขทุกทิวาราตรี เมื่อฉลองเสร็จแล้วติดแผ่นป้ายไว้จารึกชื่อว่า “ศาลเจ้าพ่อเสือ”

ขอบคุณที่มา และ รูปภาพจาก : alternativecomplete.com  , mgronline.com

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่พราย ได้นำมาเล่าให้ทุกคนฟังในวันนี้

ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่านด้วยนะคะ

สามารถติดตามบทความเรื่องลี้ลับ ข่าวสารเลขเด็ดออนไลน์ได้เพิ่มเต็มทางเว็บไซต์  เลขเด็ดออนไลน์  *

อัพเดทข่าวหวย ดวงรายวัน เลขเด็ดวันนี้ เลขมงคล ทำนายฝัน คลิกติดตามได้ที่นี่

เรื่องน่าสนใจ

วิญญาณพยาบาท นางรำในโรงเรียน

วิญญาณพยาบาท นางรำในโรงเรียน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณแบมครับ คุณแบมเล่าว่า.. ตอนนี้แบมเรียนอยู่ชั้น ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดยโสธร เรื่องที่จะเล่านี้เกิดขึ้นสมัยที่ยังเรียนอยู่ ม.3 นะคะ.. แบมอยู่ชมรมนาฏศิลป์ ช่วงนั้นกำลังจะมีงานคือสู่เหย้า ก็จะมีการแสดง การรำ แบมเองก็เป็นหนึ่งในนางรำค่ะ ก่อนจะถึงวันงาน 2 วัน ต้องซ้อมจนดึกทุกวัน เลยต้องนอนที่โรงเรียนค่ะ นอนกัน 8 คน มีรุ่นพี่ ม.ปลาย 5 คน.. คืนแรกพอซ้อมรำเสร็จก็เข้านอนกันปกติไม่มีอะไร แต่พอคืนที่ 2 ซ้อมรำเสร็จประมาณเที่ยงคืนพอดี ทุกคนทำธุระส่วนตัวกัน กว่าจะได้เข้านอนก็ประมาณตี 1 ขณะที่ทุกคนนอนกันหมดแล้ว รวมถึงแบมเองด้วย อยู่ๆ แบมก็ได้ยินเสียง เป็นเสียงเหมือนคนพยายามจะเปิดประตู ทีแรกก็คิดว่าคงจะเป็นครู เลยไม่ได้ลุกมาดูค่ะ  พอหลับไปได้ไม่นานมาก ประมาณตี 3 แบมก็ตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงเพื่อนที่นอนข้างๆ ร้องไห้ ร้องแบบว่า ‘ฮือๆๆ’ เลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้หันไปถามว่าเป็นอะไร เพราะคิดว่าคงทะเลาะกับแฟน เลยไม่อยากยุ่งดีกว่า ตอนนั้นแบมนอนหันหลังให้เพื่อนอยู่ […]

อาถรรพ์วันโกน ความเชื่อคืนก่อน “วันพระ” ทำบุญเสริมดวง โชคร้าย กลายเป็นดี

อาถรรพ์วันโกน ความเชื่อคืนก่อน “วันพระ” ทำบุญเสริมดวง โชคร้าย กลายเป็นดี ตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยว่าวันพระนั้น ถือเป็นพิเศษในทางพระพุทธศาสนา  เรียกวันพระ อีกชื่อหนึ่งว่า  “วันธรรมสวนะ”  หรือ วันอุโบสถ  เป็นวันแห่งการถือศีล ฟังธรรม ประกอบคุณงามความดีในคติพุทธ โดยในเดือนหนึ่งจะมีวันพระอยู่ทั้งหมด ๔ วันได้แก่ วันขึ้น ๘ ค่ำ ขึ้น ๑๕ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ แรม ๑๕ ค่ำ หรือแรม ๑๔ ค่ำในเดือนขาด สมัยก่อนหากถึงวันพระ พุทธศาสนิกชนก็มักจะเดินทางไปที่วัด เพื่อฟังพระธรรมเทศนา สืบเนืองมาจนในปัจจุบัน ก็ยังคงให้ความสำคัญกับวันพระ หลายคนถือเอาวันพระเป็นวันของการถือศีล เป็นวันทำบุญใส่บาตร และอื่นๆอีกมาก วันพระจึงเป็นวันสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ และมีความเชื่อเกี่ยวกับอาถรรพ์ของวันพระที่มักจะเกิดเหตุ 2 ประการ คือ วันปล่อยผี บางท้องถิ่นจะมีความเชื่อว่า วันพระเป็นวันปล่อยผี หรือปลดปล่อยดวงวิญญาณ อีกทั้งเชื่อว่า ในวันพระ ในวันพระใหญ่ขึ้น 15 […]

สัมผัสพิศวง

สัมผัสพิศวง  ตอน“อยากรวย ต้องใช้หนี้ กรรมนี้ก่อเวร” สังเกตหลายครั้ง จากคนรอบตัวและผลของตัวเอง หลายครั้งที่เห็นคนที่พยายามชดใช้หนี้เล็กหนี้น้อย พยายามหาเพื่อใช้หนี้ เห็นก็มีแต่เจริญขึ้น ทำอะไรก็งอกงามจนหมดหนี้พ้นความขัดสนและทรัพย์งอกได้ในที่สุด ซึ่งต่างจากคนที่ไม่ชดใช้หนี้หรือเหนียวหนี้ ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่มีเหตุแห่งความขัดสนทำให้ชดใช้หนี้ไม่ได้ แต่ไม่พยายามจะชดใช้ ในผลแห่งการกระทำนี้ จะส่งผลให้ทำอะไรก็จะลงทางเสื่อม ทรัพย์หามาได้ก็มลายสูญ หาเงินได้ เงินก็สูญ เพราะว่า การทำให้ผู้อื่น ซึ่งอาจหมายถึงผู้มีบุญคุณที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลไว้ต้องได้รับความเดือดร้อน จึงเป็นผลกรรมและพลังลบที่ส่งมาถึง และ ยังหมายถึงพลังลบจากคำสาปแช่ง คำด่าทอเหยียดหยาม ที่ถูกส่งมาโดยตรงด้วยความเกลียดชัง จึงมีผลทำให้อะไรก็ติดขัดไปหมด ไม่ต่างอะไรจากเจ้ากรรมนายเวร หรือแม้แต่เจ้าหนี้ให้อภัย ตัดกรรมให้แล้ว แต่เทวดาจะไม่ส่งเสริมสนับสนุนคนเจตนาไม่ดี ไม่ถือศีล ทำให้โอกาสดีๆในชีวิตหลุดลอยไป … โดยส่วนตัวสังเกตเห็นจากคนรอบข้างหลายครั้งหลายหนและหลายคน คนที่เจริญงอกงาม และ คนที่ไหลลงทางเสื่อม การกระทำจากการชดใช้หนี้ เป็นแรงผลักผลกรรมอย่างมาก ตัวเราเองก็สังเกตเห็นว่า เวลาทำธุรกิจหรือธุรกรรมในลักษณะเครดิตกันไว้ เมื่อได้รับเงินค่างานแล้ว ไม่รีบไปชำระค่างานที่เครดิตไว้ จะไม่มีงานใหม่ๆเข้ามา แต่เมื่อใดที่รีบไปชำระเงิน จะมีโอกาส มีงานใหม่ๆเข้ามาเสมอๆ …. แรงพลังบวกและลบ จากคนอื่นๆ ที่คิดถึงและส่งมาถึงตัวเรานั้น มีความสำคัญ ถ้าผู้อื่นคิดถึงเราด้วยพลังบวก […]

อาถรรพ์หลวงพ่อด่วน เกจิเมืองใต้

อาถรรพ์หลวงพ่อด่วน เกจิเมืองใต้ เผาไม่ไหม้! ปาฎิหาริย์ หลวงพ่อด่วน เกจิอาจารย์ดังวัดวารีบรรพตหรือวัดบางนอน แสดงปาฏิหารย์ ในงานพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางสายตาของประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ไฟติดนานกว่า 30 นาทีแต่ทั้งศพและจีวรไม่ไหม้ คณะกรรมการวัดและศิษยานุศิษย์จึงได้ยุติการประชุมเพลิง และนำร่างของท่านลงจากเมรุพิธี ศิษยานุศิษย์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ประชุมเพลิง คือนายนิพนธ์ ลิ้มรักษา รองผอ.สถานศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระนอง ผู้หนึ่งได้กล่าวว่า “ความประสงค์จริง ๆ ของหลวงพ่อด่วนนั้น ท่านไม่อยากให้เผา แต่ท่านอยากให้เก็บไว้ในโลงแก้ว” และนายจำเนียร ภูมิลักษณ์ ประธานสภาอบต.ประชาขันธ์ จ.พัทลุง หลานชายของหลวงพ่อด่วน ได้กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพและประชุมเพลิง ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ได้เคยพบกับหลวงลุงและพูดคุยกันที่โรงพยาบาล ช่วงที่ท่านยังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลวงลุงได้บอกกับผมไว้ว่า ถ้ากูเป็นอะไรไปอย่าเผาท่านกู กูร้อน ถ้าใครไม่เชื่อแล้วจะได้เห็นเอง แต่ผมมาอยู่ตรงนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคณะกรรมการในการตัดสินใจและจัดงานศพให้กับหลวงลุง ได้แต่บอกกับทางคณะกรรมการว่า ถ้าในพิธีประชุมเพลิงจุดไฟไม่ติด หรือร่างท่านไม่ไหม้ ก็ให้หยุดทันที ซึ่งเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ วันที่ 17 ตุลาคม 2550 โดยมี นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเป็นประธานฝ่ายฆราวาส […]