5 เทคนิคพัฒนาสมอง จำแม่นได้ในไม่กี่วัน !! เทคนิคช่วยจำ

5 เทคนิคพัฒนาสมอง จำแม่นได้ในไม่กี่วัน !!

5 เทคนิคพัฒนาสมอง จำแม่นได้ในไม่กี่วัน !!

 

เดินสวนกับคนรู้จัก เห็นหน้าเขาแล้วรู้สึกคุ้นๆ แต่นึกชื่อไม่ออก ต้องทำเป็นเนียนๆ ส่งยิ้มให้ พลางคิดในใจว่า “คนคนนี้ชื่ออะไรนะ?” หรือ นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นชั่วโมงๆ คิดแล้วคิดอีก แต่ก็คิดงานไม่ออกสักที เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าใครก็อยากมีความจำที่ดี เพราะการมีความจำที่ดี และ มีสมองที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจะช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาดูเทคนิคการพัฒนาสมอง เพิ่มความจำ ให้กับตัวเรากันเถอะ

 

1. ทบทวนความทรงจำ

การพัฒนาสมองของเรา เริ่มต้นจากการฝึกฝน เราสามารถฝึกฝนสมองของเราได้ด้วยการฝึกทบทวนความทรงจำในชีวิตประจำวันของเราในทุกๆ วัน เช่น ลองนึกย้อนกลับไปว่าวันนี้ตลอดทั้งวัน เราทำอะไรบ้าง มีอะไรที่เราทำแล้วดี หรือไม่ดีอย่างไร ลองนึกถึงรายละเอียดปลีกย่อย เช่น มื้อก่อนหน้านี้ เรารับประทานอะไร แล้วนึกย้อนไปไกลกว่านั้นอีกว่า มื้อก่อนๆ หน้านี้ เรารับประทานอะไร นึกย้อนไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการทดสอบความจำของเรา

 

2.เล่นเกมเสริมความจำ

นอกจากการฝึกทบทวนความทรงจำแล้ว เรายังสามารถทดสอบความจำ และเพิ่มความสนุกด้วยการเล่นเกมเสริมความจำต่างๆ เช่น เกมเปิดไพ่ เลือกไพ่ที่มีลายตรงกันภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งได้ฝึกความจำ ฝึกกรใช้สายตา ได้ขยับกล้ามเนื้อมือแล้ว ยังสนุกเพลิดเพลิน ผ่อนคลายความเครียดได้อีกด้วย

 

3. ลำดับเหตุการณ์ด้วยการมองภาพรวม

เคยไหมอ่าน อ่านหนังสือมากมาย แต่สุดท้ายจำอะไรแทบไม่ได้เลย?

หากเราอยากจดจำรายละเอียดจากการอ่านให้ได้มากที่สุด ต้องเริ่มจากการ “อ่านให้ถูกวิธี” ด้วยการมองภาพรวมให้เห็นเสียก่อน เมื่อเรามองเห็นภาพรวมของหนังสือทั้งเล่ม หรือมองเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมด เราจึงค่อยอ่านแบบเจาะลึก ลงรายละเอียดเรียงลำดับที่ละขั้นตอน หรือเรียงตามลำดับเหตุการณ์ (Timeline) เพื่อให้เราสามารถติดตามทำความเข้าใจกับเนื้อหาในแต่ละประเด็นได้อย่างเข้าใจ ไม่หลุดหรือหลงประเด็น ไม่สับสน จำสับสน สลับไปมา

 

การอ่านหนังสือให้เห้นภาพรวม เริ่มจากการอ่านท่องจำสารบัญ การอ่านสารบัญจะช่วยให้เราสามารถจับเนื้อหาทั้งหมดของหนังสือเล่มนั้นได้ ลดการอ่านอย่างสะเปะสะปะ และช่วยให้มองเห็นภาพรวมของเนื้อหา สามารถติดตามเนื้อหาและอย่างเข้าใจและเกิดความเชื่อมโยง ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสารบัญหัวข้อใหญ่ และบทย่อย เพื่อให้ไม่สับสน และ ถือว่าเป็นการทบทวนตัวเองไปด้วย

 

5 เทคนิคพัฒนาสมอง จำแม่นได้ในไม่กี่วัน !!

 

4. ทำต่อเนื่อง

การฝึกฝนในเรื่องใดๆ ก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “การทำอย่างต่อเนื่อง” และ “มีวินัยต่อตนเอง”

 

5. ทบทวนสิ่งสำคัญผ่านการเขียน

วิธีการทบทวนบทเรียนความรู้ ด้วยการจดลงในกระดาษเปล่า เป็นกลยุทธ์ที่อัจฉริยะหลายๆ คนนิยมใช้กัน แม้จะฟังดูง่ายดายและแสนธรรมดา แต่ผลลัพธ์ของมันช่างยอดเยี่ยม เพราะการจดนั้น เท่ากับเป็นการทบทวนบทเรียน และพิมพ์ข้อมูลที่เรียนนั้นซ้ำในสมองของเรา เป็นวิธีเดียวกับการดึงข้อมูลในสมองมาใช้ตอนสอบ จึงเท่ากับว่าเหมือนเราได้ทบทวนบทเรียน และซ้อมการนำไปใช้จริงไปพร้อมๆ กัน

หากเราลองจดสิ่งที่ตนเองเรียนรู้ได้ในแต่ละวันออกมาจริงๆ เราจะพบว่า หลายครั้งที่เราคิดว่าเรารู้ หลายครั้งที่เราคิดว่าเราจำได้นั้น ที่จริงแล้วแทบไม่มีใครสามารถจดสิ่งที่ตนเองเรียนรู้ทั้งหมดออกมาได้จริงๆ หรอก แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะถึงจะไม่สามารถจดออกมาได้ทั้งหมด แต่แค่ได้นึกทบทวน ตกผลึกในสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ไป ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

สิ่งสำคัญคือ การจดเช่นนี้ จะทำให้เรารู้ว่า มีเนื้อหาส่วนไหนที่เรายังไม่เข้าใจหรือยังจำไม่ได้บ้าง มีส่วนไหนที่เรายังไม่รู้อย่างแตกฉาน เพื่อให้เราสามารถแยกระหว่างสิ่งที่ตัวเราเข้าใจแล้ว กับสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจออกจากกัน

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

ภาพจาก : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อโบราณ วิธีป้องกันผีกระสือ

ความเชื่อโบราณ วิธีป้องกันผีกระสือ

ความเชื่อโบราณ วิธีป้องกันผีกระสือ   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน เวลามีการตายแบบแปลก ๆ ในหมู่บ้าน ผีกระสือคือหนึ่งในบรรดาผีไทยทั้งหลายที่โดนกล่าวหาว่าคือสาเหตุหนึ่ง แต่คนรุ่นใหม่บางคนยังไม่ทราบว่าผีกระสือตามความเชื่อคนไทยโบราณมีลักษณะอย่างไร แล้วสมัยก่อนจะป้องกันผีกระสือแบบไหน   คติความเชื่อคนไทยโบราณเชื่อว่า ผีกระสือมีลักษณะผีเพศหญิง มีแต่หัวกับตับไตไส้พุง ออกหากินตอนกลางคืนเคลื่อนที่ไปพร้อมกับดวงไฟกลมสีแดง เขียวแวววับ จะกลับเข้าร่างตอนฟ้าสาง ยามกลางวันมีลักษณะคล้ายคนทั่วไป แต่จะไม่สบตาคน ไม่พูดจากับใครอยู่คนเดียว คนไทยโบราณเรียกว่าผีลากไส้ คนสมัยก่อนเชื่อว่าใครที่เรียนวิชาไสยศาสตร์แล้วผิดการห้ามจะมีสภาพผีกระสือ คติความเชื่อคนโบราณเชื่อว่าใครที่มีวิญญาณเข้าร่างจนกลายสภาพกระสือแล้ว จะยากที่จะกลับมาสู่ร่างคนปกติ แล้วก่อนตายจะส่งร่างโดยน้ำลายสู่ทายาท คนไทยสมัยก่อนจะปลูกต้นสับปะรดไว้ที่รั้วบ้าน เพราะเชื่อว่าต้นสับปะรดมีลักษณะพิเศษคือพืชที่มีผลคล้ายหนามชี้สูงประมาณหนึ่งเมตร ใบหยาบหนา บ้านใดที่เพิ่งคลอดลูกจะมีคาวเลือด ก่อนคลอดชาวบ้านจะหาหน่อส่วนจุกยอดฝังกลบไว้ที่รั้วบ้าน เพราะจะกันกระสือจะเข้ามากินตับไตไส้พุงเด็กทารกและหญิงเพิ่งคลอด บางบ้านจะนำเคียวเกี่ยวข้าวผูกไว้ที่อู่เด็กทารกเพราะ กระสือกลัวว่าจะโดนเกี่ยวไส้ตนเองเวลาลอยเข้ามาใกล้ เรื่องผีกับความเชื่อมีอยู่ทั้งทางฝั่งเอเชียและยุโรป เพราะมนุษย์จะฝังแน่นเรื่องตายแล้ววิญญาณยังคงอยู่วิญญาณร้ายคือผี อย่างเรื่องผีกระสือวิทยาศาสตร์อธิบายว่าอาจคือกาซมีเทนที่พื้นดินตามธรรมชาติปล่อยออกมาลอยขึ้นไปในอากาศเมื่อพื้นที่ใดมีมากเกินไป จะปล่อยออกมาคล้ายดวงไฟที่ชาวบ้านเรียกว่าผีกระสือ       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน […]

วิธีสร้างเสน่ห์จากน้ำหอม ตามความเชื่อคนโบราณ

วิธีสร้างเสน่ห์จากน้ำหอม ตามความเชื่อคนโบราณ

วิธีสร้างเสน่ห์จากน้ำหอม ตามความเชื่อคนโบราณ   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาให้อ่านกัน สมัยโบราณน้ำอบน้ำปรุง คือ หนึ่งสิ่งที่คุณตาคุณยายใช้ในการสร้างเสน่ห์ตนเอง ให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่สมัยก่อนหลงใหล ความเชื่อคนโบราณเชื่อว่าการใช้เครื่องหอมหลากหลายชนิดปรุงรวมกัน เรียกว่าน้ำปรุง การใช้น้ำหอมบริเวณใดบริเวณหนึ่งบนร่างกาย จะทำให้ชายหนุ่มที่ตนหลงรักอยู่ในภวังค์ดั่งต้องมนต์เสน่หา ไปดูความเชื่อเรื่องวิธีสร้างเสน่ห์จากน้ำปรุงหรือน้ำหอมกัน   คนโบราณสมัยก่อนมีการทดสอบน้ำอบน้ำปรุง และเครื่องหอมโดยวิธีการแต้ม น้ำปรุงบนผิวหนังที่อ่อนนุ่มตนเอง เพราะเชื่อว่าการไหลเวียนโลหิตจะส่งผลให้กลิ่นน้ำปรุงหอมฟุ้งกระจายออกไป โดยกลิ่นหอมจะคงทนนานประมาณธูปหนึ่งดอกจัดว่าคือน้ำหอมที่มีกลิ่นจาง กลิ่นหอมที่คงทนนานประมาณสี่ชั่วยาม เทียบได้กับประมาณสองชั่วโมงจัดว่าคือกลิ่นน้ำหอมปานกลาง กลิ่นหอมที่คงทนนานทั้งวันจัดว่าคือกลิ่นน้ำหอมเข้มข้น สมัยโบราณพืชที่คนสมัยก่อนนำมาปรุงเป็นน้ำปรุง คือ ใบเนียมนำมาดองเหล้าส่งผลให้มีกลิ่นคล้ายกับใบเตยจัดว่าคือกลิ่นน้ำหอมเข้มข้นเพราะกลิ่นหอมจะติดหอมนาน นอกจากใบเนียมแล้วยังมีดอกลำเจียก เมื่อนำมาปรุงเป็นน้ำปรุงแล้วกลิ่นจะหอมฉุนนาน ดอกจำปา ดอกเขี้ยวกระแต ดอกชมนาด ดอกโมกดอกจันทร์กระพ้อ คือดอกไม้ที่คนโบราณสมัยก่อนนำมาปรุงเช่นกัน   เรื่องวิธีสร้างเสน่ห์จากน้ำปรุงหรือน้ำหอมคนโบราณเองสอนลูกหลานสาวไว้ว่า การหยดลงจดหมายก่อนพับใส่ซอง และหยดลงเทียนไขก่อนจุดจะทำให้ผู้ที่รับกลิ่นหลงใหลเสน่ห์ตนเอง และการหยดน้ำปรุงควรหยดบนผิวหนังที่อ่อนนุ่ม เพราะการไหลเวียนโลหิตเร่งความหอมส่งกลิ่นโดยชีพจรเพราะจังหวะที่ชีพจรเต้นจะเร่งให้น้ำหอมฟุ้งกระจายออกไป คนโบราณยังแนะนำลูกหลานที่เริ่มแตกเนื้อสาวว่าการหยดน้ำปรุงในข้อมือ ซอกคอ ใต้ติ่งหู ร่องอก ขมับทั้งสองข้างจะสร้างเสน่ห์ให้คนรอบข้างหลงใหลโดยเฉพาะชายหนุ่มที่มาชอบตนเอง   ธรรมชาติบ้านเมืองไทยคือเมืองร้อนระหว่างวันย่อมมีเหงื่อไหลไคลย้อย หญิงสาวบางคนส่งกลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์ ฉะนั้นจึงเริ่มมีการปรุงเครื่องหอมมาใช้ สาว ๆ รุ่นใหม่เปลี่ยนจากวิธีการหยดมาเป็นการฉีดบาง แล้วคุณล่ะชอบฉีดน้ำหอมกลิ่นอะไรอย่าลืมฉีดบริเวณที่แนะนำจะสร้างเสน่ห์จากน้ำหอมที่คนโบราณสอนไว้   […]

ที่มาเรื่องวันโกน ตามความเชื่อคนโบราณ

ที่มาเรื่องวันโกน ตามความเชื่อคนโบราณ

ที่มาเรื่องวันโกน ตามความเชื่อคนโบราณ   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน ก่อนวันพระหนึ่งวัน คือวันโกน เพราะวันพระคือวันขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ ตามหลักการนับวันทางจันทรคติ แล้วคติความเชื่อคนโบราณว่าอย่างไร   สำหรับความเป็นมานั้น คัมภีร์โบราณว่าเดิมพระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงกำหนดวันโกน – วันพระเอาไว้ว่าต้องเป็นวันนั้นวันนี้ แต่ต่อมาชาวพุทธในสมัยพุทธกาลว่า อยากฟังธรรม ฉะนั้นพระองค์จึงทรงกำหนดให้มีวันฟังธรรมพิเศษขึ้นมาสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เรียกวันดังกล่าวว่าเป็น วันธัมมัสสวนะ และก่อนหน้าวันนั้นหนึ่งวันเรียกว่าวันโกน   ต่อมาพระไทยสมัยก่อนจะนับวันโกนไว้สำหรับปลงผม ก่อนทำกิจวัตรในวันพระและนับว่าวันโกน – วันพระคือวันหยุดราชการด้วย ต่อมาเมื่อรัฐบาลไทยใช้นโยบายตามแบบอย่างสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามอย่างสหรัฐอเมริกา ก็จึงยกเลิกวันหยุดจากวันโกน – วันพระมาเป็นวันเสาร์วันอาทิตย์ตามแบบอย่างนานาอารยประเทศแทน   ในเดือนหนึ่ง จะมีวันพระอยู่สี่วันคือขึ้น 8 ค่ำ แรม 8ค่ำ และ ขึ้น 15 ค่ำ แรม 15 ค่ำ ฉะนั้นคืนก่อนวันพระ เรียกว่าวันโกน คือขึ้น […]

วันสารทจีน คือวันอะไร วันสารทจีนตรงกับวันไหน

วันสารทจีน คือวันอะไร วันสารทจีนตรงกับวันไหน

วันสารทจีน คือวันอะไร วันสารทจีนตรงกับวันไหน   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ที่สืบทอดกันตั้งแต่โบราณ มาฝากกัน วันสารทจีน เทศกาลของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน วันสารทจีนคือวันอะไร และ วันสารทจีนตรงกับวันไหน     วันสารทจีน หรือ เทศกาลสารทจีน เป็นเทศกาลสำคัญที่ลูกหลานชาวจีนจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีพิธีเซ่นไหว้ และชาวจีนยังมีความเชื่อกันว่ายังเป็นเดือนที่ประตูนรกเปิดให้วิญญาณทั้งหลายมารับกุศลผลบุญด้วย เทศกาลสารทจีน 2565 ตามปฏิทินไทยคือ วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565   ตำนานวันสารทจีน : วันสารทจีนตำนานที่ 1 วันสารทจีน ตำนานนี้กล่าวไว้ว่า วันสารทจีนเป็นวันที่ “เงี่ยมหล่อเทียนจื้อ” หรือ “ยมบาล” จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้ายจึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ดังนั้นเพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญนี้จึงต้องมีการเปิดประตูนรกนั่นเอง ตำนานวันสารทจีน : วันสารทจีนตำนานที่ 2 วันสารทจีน ตำนานนี้กล่าวไว้ว่า มีชายหนุ่มผู้หนึ่งมีนามว่า “มู่เหลียน” (พระมหาโมคคัลลานะ) เป็นคนเคร่งครัดในพุทธศาสนามาก ผิดกับมารดาที่เป็นคนใจบาปหยาบช้าไม่เคยเชื่อเรื่องนรก สวรรค์มีจริง ปีหนึ่งในช่วงเทศกาลกินเจนางเกิดความหมั่นไส้คนที่นุ่งขาวห่มขาวถือศีลกินเจ นางจึงให้มู่เหลียนไปเชิญผู้ถือศีลกินเจเหล่านั้นมากินอาหารที่บ้านโดยนางจะทำอาหารเลี้ยงหนึ่งมื้อ ผู้ถือศีลกินเจต่างพลอยยินดีที่ทราบข่าวว่ามารดาของมู่เหลียนเกิดศรัทธาในบุญกุศลครั้งนี้ จึงพากันมากินอาหารที่บ้านของมู่เหลียน แต่หาทราบไม่ว่าในน้ำแกงเจนั้นมีน้ำมันหมูเจือปนอยู่ด้วย การกระทำของมารดามู่เหลียนนั้นถือว่าเป็นกรรมหนัก เมื่อตายไปจึงตกนรกอเวจีมหานรกขุมที่ 8 เป็นนรกขุมลึกที่สุดได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส เมื่อมู่เหลียนคิดถึงมารดาก็ได้ถอดกายทิพย์ลงไปในนรกภูมิ จึงได้รู้ว่ามารดาของตนกำลังอดอยากจึงป้อนอาหารแก่มารดา แต่ได้ถูกบรรดาภูตผีที่อดอยากรุมแย่งไปกินหมดและเม็ดข้าวสุกที่ป้อนนั้นกลับเป็นไฟเผาไหม้ริมฝีปากของมารดาจนพอง […]