ทายนิสัยจากเลขทะเบียนรถ คำนวณเลขทะเบียนรถ

ทายนิสัยจากเลขทะเบียนรถ

ทายนิสัยจากเลขทะเบียนรถ

 

 

“ทายนิสัยจากเลขทะเบียนรถ” คงไม่มีใครคิดว่าจะสามารถทายได้แม่นยำมีเรื่องราวของการทายนิสัยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จากป้ายทะเบียนรถที่คุณใช้อยู่มาฝากกันค่ะ พร้อมแล้วไปดูวิธีการคำนวณกันเลย

 

ทายนิสัยจากเลยทะเบียนรถ

วิธีการคำนวณ

ให้นำตัวเลขของทะเบียนรถ ทุกตัว รวมทั้งรถรุ่นเก่าที่มีตัวเลขหน้าตัวอักษร มารวมเข้าด้วยกันได้ผลลัพธ์เท่าใด ให้ หาร ด้วย 9 เหลือเศษเท่าใดให้นำไปทำนาย (ตามคำทำนาย ถ้าหารแล้วลงตัว หมายความว่าเป็น เศษ 9 นั่นเอง)

เศษ 1 คุณจะเป็นคนที่นิสัยใจร้อน วู่วาม โมโหง่าย หงุดหงิดง่าย

เศษ 2 คุณจะเป็นคนที่พูดมาก จุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น ตลอดทาง

เศษ 3 รถที่มักจะไม่ใช่รถของตัวเอง มีแต่เหน็ดเหนื่อย ส่วนมากเป็นรถเช่า หรือ ยืมมา

เศษ 4 คุณจะเป็นคนที่มีอุปนิสัย ฉลาดแกมโกง ไม่เสียรู้เสียเปรียบใคร

เศษ 5 เป็นหมายเลขเศษที่ดี ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี มั่งคั่งร่ำรวย สุขสดชื่น

เศษ 6 เป็นรถที่มักมีการเดินทางตลอดเวลา หรือ ผู้ใช้จะใช้ชีวิตอยู่กับรถในการทำธุรกิจการค้า เรียกว่า ดีในด้านการค้าขายติดต่องาน

เศษ 7 เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง ชอบความบันเทิง มักไม่ค่อยกลับบ้านง่ายๆ ชอบงานเลี้ยงสังสรรค์ตลอด

เศษ 8 เป็นเศษที่อันตรายมาก มักมีอุบัติเหตุ มีคนเสียชีวิต บาดเจ็บ เกิดการขัดแย้งกันภายในรถเสมอ

เศษ 9 เป็นเศษที่ดีที่สุด จะประสบความสำเร็จทุกประการ มีแต่โชคลาภ โชคดี เสมอ

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : http://9hora.com

ขอบคุณ ภาพสวยๆ จาก : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

คาถาเสกอาหารให้สัตว์หลงทางกิน ขอลาภจากสัตว์ !!

คาถาเสกอาหารให้สัตว์หลงทางกิน ขอลาภจากสัตว์ !!

คาถาเสกอาหารให้สัตว์หลงทางกิน (ขอลาภจากสัตว์) “โอม ทานะบารมี เมตตาบารมี อธิษฐานบารมี นะ เมตตา นะ กรุณา นะ มุทิตา นะ อุเบกขา เมื่อกินของข้า โชคลาภจงมา นะ นะ นะ นะ” เมื่อพบสัตว์ในที่ใดๆ ที่ไม่มีเจ้าของโดยบังเอิญ เห็นอดอยากหิวโซน่าสงสาร หากเรามีอาหารติดไม้ติดมือมาบ้าง ให้บริกรรมว่าคาถา แล้วโยนอาหารให้สัตว์นั้นกิน สัตว์ตัวนั้นแหละคือผู้นำโชคลาภมาให้เราดีนักแล หากทำเป็นประจำ จะเป็นลาภอันประเสริฐติดตน ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน *** ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<   ขอบคุณข้อมูล : โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ บทความแนะนำ ความเชื่อเรื่องการรินเหล้าของคนเกาหลี […]

ฝันเห็นมงกุฏ หมายความว่าอย่างไร ทำนายฝันพร้อมเลขเด็ด แม่นๆ แจกฟรี !! ห้ามพลาด เช็กเลย!

ฝันเห็นมงกุฏ หมายความว่าอย่างไร ทำนายฝันพร้อมเลขเด็ด แม่นๆ แจกฟรี !! ห้ามพลาด เช็กเลย!

ฝันเห็นมงกุฏ หมายความว่าอย่างไรบ้าง จะเป็นฝันโชคดีหรือร้าย และมีเลขโชคลาภเลขเด็ดอะไรบ้างเช็กเลย heng99 เรามีคำตอบมาฝากกัน ในบทความนี้ เว็บเลขเด็ดออนไลน์ เราจะพามาดูความหมายของการฝัน ด้านการเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ พร้อมส่องเลขเด็ด เลขนำโชคกัน ฝันเห็นมงกุฏ จะมีโชคอยู่ทางทิศตะวันตก มาจากคน ผิวสองสี สิ่งที่คุณหวังไว้จะได้สมหวังดัง คิด เหมือนเนรมิตได้ดังตาเห็น คุณจะมี ลาภจากความเสน่หา ความรัก คนโสดจะได้พบรักกับคนที่อยู่ทางไกล หรือพบรักในต่างแดน คุณมีแววได้คนอายุน้อยกว่ามาเป็นเพื่อนสนิทและอาจพัฒนาไปเป็นแฟนได้ในอนาคต ช่วงนี้ความมีเสน่ห์ของคุณจะโดดเด่นมาก จนทำให้คนรักของคุณเริ่มหึงหวงนะ ดวงการเงิน การงาน จะมีโชคทางการเงินหรือมีลาภลอยในช่วงสั้น ๆ แต่ก็ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดอย่าประมาท จะมีคนมาทาบทามให้คุณไปทำงานด้วย แต่ช่วงนี้ดวงขึ้นยังไม่เหมาะกับการโยกย้ายงานรอประมาณช่วงสิ้นปีก่อนจะดีกว่า การงานได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในสายงานเป็นอย่างดี สุขภาพ แข็งแรงดี ดูแลเอาใจใส่ตนเองเป็นพิเศษคนเจ็บคนป่วยจะมีอาการดีขึ้น เลขนำโชค ฝันเห็น “เห็นมงกุฎ” เลขมงคล เด่นนำโชค 4 เลขมงคล เด่นรอง 20 377 – 69 – 48 – 637 – […]

บทกรวดน้ำลงดิน ฝากพระแม่ธรณีเป็นสักขีพยาน บท กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล สมบูรณ์ที่สุด

บทกรวดน้ำลงดิน ฝากพระแม่ธรณีเป็นสักขีพยาน บท กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล สมบูรณ์ที่สุด

บทกรวดน้ำลงดิน ฝากพระแม่ธรณีเป็นสักขีพยาน   การกรวดน้ำหลังจากที่เราทำดีแล้วทำบุญแล้วสวดมนต์แล้วทำสมาธิแล้ว ให้กระทำดังต่อไปนี้ เตรียมน้ำสะอาดมา ใส่แก้วหรือภาชนะที่สะดวก ตบพื้น 3 ครั้ง บอกแม่พระธรณีว่า จะแผ่เมตตากล่าวคำว่า พระแม่ธรณีเจ้าข้าเอ้ย อยู่หรือยัง สังฆะตัง โลกะวิทู อยู่ในวันนี้ ข้าพเจ้า …เอ่ยชื่อตัวเอง …ได้กระทำความดีคิดดีจิตดี ขอพระแม่ธรณีเป็นสักขีพยานในการรับบุญกุศลนี้ แล้วแผ่บุญกุศลไปถึงทุกๆคน ที่ข้าพเจ้าจะเอ่ย ณ บัดนี้ด้วยเถิด กายกรรม 3 วจีกรรม 4 มโนกรรม 3  กรรมดีอันใดเป็นกุศลที่ข้าพเจ้า …เอ่ยชื่อตัวเรา …ได้กระทำบำเพ็ญเพียรมาแล้วในอดีตชาติก็ดีในปัจจุบันในชาติก็ดีในวันนี้ก็ดีขอให้ถึง แก่ท่านทั้งหลาย …เอ่ยชื่อ ..คนที่เรานึกถึง พ่อแม่ พี่น้อง คู่ชีวิต คู่อริ ใครก็ได้คนรักเก่า คนคิดร้าย คนที่มีพระคุณ ยิ่งเอ่ยเยอะยิ่งดีกล่าวให้หมดเท่าที่จำได้ นึกหน้าได้…ตลอดถึง ชโรชินี สังฆะมานา และเฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้  ผู้ที่ให้คำกรวดน้ำแผ่บุญกุศลนี้แก่ข้าพเจ้า ที่มีภพภูมิ มีภูมิมีชาติเป็นแดนเกิด มีชรามรณะ มีจิตมีชีวิตมีวิญญาณ […]

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้     “บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?” การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ” คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า “แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้” การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่ วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์” การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ) 2. การเจริญปัญญา การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” […]