10 เรื่องราวลี้ลับ รวมความเชื่อต้องห้ามที่คนโบราณถือ!!  น่าพิศวง ความเชื่อต้องห้าม!! ของคนโบราณ - เลขเด็ดออนไลน์


10 เรื่องราวลี้ลับ รวมความเชื่อต้องห้ามที่คนโบราณถือ!! 

ถ้าจะกล่าวถึงความเชื่อ หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินคำบอกเล่า คำติเตือนหรือคำสอน จากคนเฒ่าคนแก่ในบ้านว่า ห้ามทำอย่างนั้น ห้ามทำอย่างนี้!! บางท่านอาจจะรู้สึกไม่เชื่อ รู้สึกรำคาญ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า ภายใต้คำเตือนเหล่านั้น มันแฝงไปด้วยความหวังดี เพราะไม่อยากให้ลูกๆหลานๆได้รับอันตรายจาก เรื่องลี้ลับ ไทย พวกนี้ก็เป็นได้ ซึ่งบางเรื่องก็อาจจะเชื่อได้ บางเรื่องก็ควรรู้เอาไว้บ้างก็ไม่เสียหายนะคะ ซึ่งวันนี้ทางเว็บของเราได้รวมรวมเรื่องลี้ลับต่างๆ ที่น่าสนใจมาเล่าไว้ให้ทุกท่านได้ลองทำความเข้าใจไปพร้อมกันคะ

10 เรื่องราวลี้ลับ

10 เรื่องราวลี้ลับ อันน่าพิศวงไม่เชื่อ…อย่าหลบหลู่

  1. หากเมื่อใดก็ตามที่ระจกในบ้านเเตกหรือร้าว โบราณว่าไม่ให้เก็บกระจกหรือเศษกระจกไว้ในบ้าน ให้นำไปทิ้ง เพราะเชื่อว่า กระจกที่เเตกหรือร้าว เป็นลางร้ายเกี่ยวกับคนในครอบครัวอาจทำให้คนในครอบครัวมีการทะเลาะเบาะเเว้ง กัน อยู่กันอย่างไม่เป็นสุข เเละอาจเกิดอันตรายจนถึงเลือดตกยางออกได้

2. ไม่ควรตั้งกระจกให้ตรงกับปลายเตียงนอน เพราะคนในสมัยโบราณ เชื่อเรื่องพิธีกรรมเกี่ยวกับกระจกว่า มันสามารถสะท้อนภาพคนที่ตายไปเเล้ว ออกมาจากกระจก ดังนั้นผู้ที่นอนอยู่บนเตียงจึงมักจะนอนฝันร้าย เเละมักจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะมีความรู้สึกเหมือนกับว่ามีเงาของใครบางคนคอยจ้อง มองอยู่ตลอดเวลา

3. กลางคืนได้ยินเสียงร้องเรียกห้ามขานรับ ในสมัยก่อนโบราณจึงกล่าวว่า หากปิดบ้านแล้วมีเสียงคนมาร้องเรียก ให้เงียบเสีย เพราะนั่นเป็นเสียงของดวงวิญญาณ ที่อาจจะมาหลอกมาหลอนก็เป็นได้ หากขานรับจะทำให้วิญญาณนั้นเข้ามาในบ้านได้

4. ตาเขม่น  จะแบ่งออก เป็น 3 ช่วงคือ หากเขม่นตาใน ช่วงเช้า – บ่าย คนโบราณว่า ถ้าเป็นข้างขวาจะมีโชคลาภ ได้รับข่าวดี เรียกว่าจะสมหวังในเรื่องที่รอคอย และหากเขม่นที่ตาซ้าย ท่านว่าจะมีเคราะห์ โชคร้ายผิดหวังอย่างแน่นอน เช่น มีการทะเลาะกัน เกิดขึ้น หรือจะต้องสูญเสียของรักบางอย่างไป แต่ถ้าเขม่นตาไม่ว่าจะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวา ในช่วงเวลาเย็นถือว่ามีโชคมีลาภ จะได้พบญาติสนิทมิตรรักเดินทางมาหา แต่ถ้าเป็นในช่วงกลางคืน การเขม่นตาขวาจะไม่ดี จะมีเคราะห์มีเหตุร้ายเกิด ขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าหากเขม่นตาซ้ายจะมีโชคลาภ สมหวังในสิ่งที่รอคอย หรือที่เรียกติดปากว่า ขวาร้าย-ซ้ายดี ซึ่งเชื่อว่าการเขม่นตา เป็นลางบอกเหตุที่แม่นยำมากๆ โดยจะถือเวลาที่จะเกิดเหตุดีและร้ายภายใน 3 วัน

5. ห้ามขึ้นบ้านวันเสาร์ เนื่องจากว่า วันเสาร์ตามหลักโหราศาสตร์ถือกันว่า เป็นวันแห่งโทษทุกข์ และดาวเสาร์ยังจัดเป็นดาวแห่งบาปเคราะห์อีกด้วย แต่การขึ้นบ้านใหม่ต้องการความร่มเย็น ความสุขและความมั่นคงถาวร ความเจริญ ดังนั้นคนโบราณจึงห้ามมิให้ประกอบพิธีเกี่ยวกับการปลูกสร้าง บ้านเรือน เช่น การยกเสาเอก วางศิลาฤกษ์ เปิดป้ายอาคาร เรื่องลี้ลับในสถาบัน หรือแม้กระทั่งการย้ายเข้าสู่บ้านใหม่ในวันนี้

6. ห้ามเผาผีวันศุกร์ ตามคติโบราณห้ามทำการฌาปนกิจศพกันในวันศุกร์ เพราะชื่อของวันศุกร์นั้น ไปคล้องจองกับคำว่า “สุข” ดังนั้นเมื่อเอาความสุขไปให้คนตาย เป็นการกระทำอันไม่เป็นมงคล ความทุกข์ทั้งหลายก็จะต้องตกมาถึงคนเป็นหรือผู้ที่ทำการดังกล่าว ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ดาวศุกร์เป็นดาวรื่นเริง บันเทิงใจ ดาวสังคม และความรัก ซึ่งตรงกันข้ามกับความทุกข์ ความหม่นหมอง ดังนั้นคนโบราณจึงได้ห้ามการกระทำดังกล่าวเอาไว้และมีคำพูดที่ให้ท่องกันติด ปากว่า “เผาผีวันศุกร์ ให้ทุกข์คนเป็น”

7. ห้ามโกนจุกวันอังคาร วันอังคารนั้นถือกันว่าเป็นวันแรงวันหนึ่ง เพราะดาวอังคารคือดาวแห่งเทพเจ้าของสงคราม คนโบราณเชื่อว่าวันเจ้าแห่งสงครามนี้เหมาะแก่การออกรบหรืองานที่ต้องการความ แข็งแกร่ง ความเด็ดขาดมากกว่า ไม่ควรใช้วันดังกล่าวเพื่อกระทำการที่เป็นมงคล หรือต้องการความร่มเย็น ความผาสุก และลาภผลต่างๆ เช่นการโกนจุก การขึ้นบ้านใหม่ พิธีมงคลสมรส เป็นต้น เพราะถ้าหากนำวันนี้ไปใช้แล้วก็อาจจะมีการทะเลาะวิวาทกัน หรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ได้ เพราะดาวอังคารยังจัดเป็นดาวแห่งอุบัติเหตุอีกด้วย

8. ห้ามแต่งงานวันพุธ ในทางโหราศาสตร์กล่าวว่า ดาวพุธเป็นดาวแห่งความแปรปรวน มักมีการโคจรที่ผิดปรกติอยู่เสมอ เดี๋ยวดีเดี๋ยวช้า เดี๋ยวเดินเร็ว แต่สักพักกลับเดินถอยหลัง ด้วยสาเหตุดังกล่าวคนโบราณจึงถือว่าดาวพุธเป็นดาวที่หาความแน่นอนและความ มั่งคงไม่ได้ จึงไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้วันนี้เป็นวันประกอบพิธีมงคลสมรส เพราะอาจจะทำให้คู่บ่าวสาวมีจิตใจที่โลเล ไม่มั่นคงกับคู่ครองของตนเอง ซึ่งจะนำพาไปสู่การนอกใจและหย่าร้างกันในที่สุด

9. พุธห้ามตัด,พฤหัสห้ามถอน วันพุธห้ามตัดผมและตัดไม้ เพราะวันพุธเป็นวันแห่งการเจริญเติบโตและวิวัฒนาการ ถือว่าถ้าตัดผมวันพุธจะทำให้ปัญญาทราม ส่วนวันพฤหัสนั้นเป็นวันครูเป็นวันที่นิยมเรียนวิชา ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรือง ดังนั้นไม่ควรถอน หรือโค่นทำลายสิ่งใดๆ ก็ตาม และในวันพฤหัสนี้ทางโบราณยังห้ามเรื่องการแต่งงานอีกด้วย เพราะวันนี้คือวันครู ดังนั้นไม่ควรกระทำการดังกล่าวในวันนี้เพราะถือว่าเป็นการไม่เคารพนับถือครู บาอาจารย์

10. สงฆ์ 14,นารี 11 ความหมายคือ ท่านห้ามมิให้ทำการใดๆ ให้แก่พระสงฆ์ ในวันขึ้น 14 ค่ำ และแรม 14 ค่ำ ทั้งสิ้น เช่น การบวชนาค การอุปสมบท และการฉลองพระเป็นต้น เพราะถือกันว่าวันนั้นเป็นวันโกน พระสงฆ์ทุกรูปจะต้องปลงผมในวันนั้น ถือเป็นการตัดราศีของพระท่าน จึงไม่ควรให้ท่านทำการมงคลใดๆ ส่วนนารี 11 โบราณท่านห้ามมิให้ทำการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสตรีเพศในวันขึ้น 11 ค่ำและวันแรม 11 ค่ำ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสมาคมสตรี เปิดโรงเรียนสตรี หรือเปิดหอพักสตรีก็ตาม

นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่ออื่นๆ อีกมากมายที่ไม่อาจนำมาอธิบายได้หมด เช่น เรื่อง แปลก และ เรื่องราว ลึกลับ ถ้ามีนกแสกบินมาเกาะที่บ้านใคร เชื่อว่า บ้านนั้นจะมีคนตาย ถ้าหากหวีผมอยู่แล้วหวีหักแสดงว่าจะมีลางร้าย ตุ๊กแกร้องกลางวันจะมีเรื่องไม่ดี หรือจะเป็นข้อห้ามต่างๆ อีก เช่น ห้ามตับเล็บตอนกลางคืน ห้ามตัดผมวันพุธ ห้ามเล่าความฝันขณะกินข้าว เรื่องลี้ลับในป่า ห้ามปลูกไม้ใหญ่ในบ้าน ฯลฯ ไม่เสมอไปที่ความเชื่อจะไม่มีเหตุผล คนโบราณอาจจะมีกลวิธีในการสอนลูกหลาน ด้วยการขู่ให้กลัวก็เป็นได้ แต่สำหรับความเชื่ออื่นๆ เช่น เรื่อง ลึกลับ ทั่ว โลก พลังจิต
เรื่องฤกษ์ยาม เรื่องลี้ลับพญานาค เรื่องเล่าสมัยโบราณ เรื่องความเป็นสิริมงคล ในกิจต่างๆ ที่ยึดถือกันมา มันเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจก่อนที่จะทำอะไร จนถึงทุกวันนี้ความเชื่อเหล่านี้ ก็ยังคงฝังลึกในจิตใจของคนไทย ถึงจะไม่มากมายสำหรับบางคน แต่ก็พอที่จะสะกิดใจกันอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้น ก็คงไม่รู้สึกอะไรเวลาใส่ชุดดำไปเยี่ยมไข้ หรือนอนหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก จริงไหมเอ่ย…

*สามารถติดตามบทความเรื่องลี้ลับออนไลน์ได้เพิ่มเต็มทางเว็บไซต์  เลขเด็ดออนไลน์  *

อัพเดทข่าวหวย ดวงรายวัน เลขเด็ดวันนี้ เลขมงคล ทำนายฝัน คลิกติดตามได้ที่นี่

เรื่องน่าสนใจ

อาถรรพ์หลวงพ่อด่วน เกจิเมืองใต้

อาถรรพ์หลวงพ่อด่วน เกจิเมืองใต้ เผาไม่ไหม้! ปาฎิหาริย์ หลวงพ่อด่วน เกจิอาจารย์ดังวัดวารีบรรพตหรือวัดบางนอน แสดงปาฏิหารย์ ในงานพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางสายตาของประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ไฟติดนานกว่า 30 นาทีแต่ทั้งศพและจีวรไม่ไหม้ คณะกรรมการวัดและศิษยานุศิษย์จึงได้ยุติการประชุมเพลิง และนำร่างของท่านลงจากเมรุพิธี ศิษยานุศิษย์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ประชุมเพลิง คือนายนิพนธ์ ลิ้มรักษา รองผอ.สถานศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระนอง ผู้หนึ่งได้กล่าวว่า “ความประสงค์จริง ๆ ของหลวงพ่อด่วนนั้น ท่านไม่อยากให้เผา แต่ท่านอยากให้เก็บไว้ในโลงแก้ว” และนายจำเนียร ภูมิลักษณ์ ประธานสภาอบต.ประชาขันธ์ จ.พัทลุง หลานชายของหลวงพ่อด่วน ได้กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพและประชุมเพลิง ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ได้เคยพบกับหลวงลุงและพูดคุยกันที่โรงพยาบาล ช่วงที่ท่านยังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลวงลุงได้บอกกับผมไว้ว่า ถ้ากูเป็นอะไรไปอย่าเผาท่านกู กูร้อน ถ้าใครไม่เชื่อแล้วจะได้เห็นเอง แต่ผมมาอยู่ตรงนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคณะกรรมการในการตัดสินใจและจัดงานศพให้กับหลวงลุง ได้แต่บอกกับทางคณะกรรมการว่า ถ้าในพิธีประชุมเพลิงจุดไฟไม่ติด หรือร่างท่านไม่ไหม้ ก็ให้หยุดทันที ซึ่งเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ วันที่ 17 ตุลาคม 2550 โดยมี นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเป็นประธานฝ่ายฆราวาส […]

นรกสวรรค์ มีจริงหรือแค่นิทาน ?

นรกสวรรค์ มีจริงหรือแค่นิทาน ? นิยามของคำว่า นรก-สวรรค์  เมื่อกล่าวถึง นรก และ สวรรค์แล้ว เกือบจะไม่มีใครที่ไม่ได้รับรู้หรือ ไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือไม่ได้รับคำสอนมาก่อน เกือบทุกคน จะได้รับคำสอนหรือคำบอกเล่าจากสังคม จากครอบครัว หรือจากศาสนาลัทธิที่ตนนับถือ เกี่ยวกับเรื่องของ นรกและสวรรค์ ซึ่งโดยทั่วไปจะกล่าวคล้ายคลึงกัน นั่นคือ นรก คือสถานที่ลงโทษ ทำการทรมานผู้ที่กระทำความผิดบาป ในเรื่องของศีลธรรม หรือในเรื่องของกรรม ที่เป็นกรรมชั่ว นรกในคำสอนของแต่ละศาสนา มักจะบรรยายถึงสภาพแห่งความทุกทรมาน เช่น จะถูกทุกตี ทิ่มแทง ด้วยของแหลมคม ถูกเผา ด้วยไฟที่ร้อนแรงกว่าที่เห็นในโลก ถูกต้มในน้ำเดือด ไม่มีอาหารนอกจากน้ำหนอง ผลไม้ที่เป็นหนามแหลมคม เมื่อกลืนเข้าไปจะทิ่มแทงกระเพาะลำไส้ ต่างๆนานา คำสอนเรื่องของนรก เป็นเรื่องที่บรรยายในสภาพที่น่ากลัว น่าสยดสยอง น่าหดหู่ ไม่ว่าในลัทธิหรือศาสนาใดๆส่วนใหญ่จะบรรยายและพรรณนาในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันทั้งสิ้น สวรรค์ คือ สถานที่ตอบแทนสำหรับผู้ที่ประกอบกรรมดี มีศีลธรรม มีคุณธรรม เรื่องของสวรรค์ก็เป็นเรื่องที่ศาสนาหรือลัทธิคำสอนทั้งหลายได้บรรยายในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันคือ สวรรค์จะเต็มไปด้วยสิ่งสวยงาม มีอาหารที่มีรสอร่อยที่หลากหลาย มีสวนผลไม้ และต้นไม้ที่สวยสดงดงาม มีธารน้ำ […]

สัมผัสที่ 6 คนเห็นวิญญาณ

สัมผัสที่ 6 คนเห็นวิญญาณ เรื่องจริงหรือลวงตา ? เคยสงสัยไหม? ว่าทำไมบางคนถึงเห็นผีกันบ่อย ๆ  แต่บางคนก็ไม่เคยแม้แต่จะเจอเลยสักครั้ง ซึ่งคนที่เห็นวิญญาณ หรือเรื่องลี้ลับเป็นประจำแบบนี้ โดยทั่วไปมักจะถูกเรียกคนกลุ่มนี้ว่าเป็นผู้ที่มี “สัมผัสที่ 6” แท้จริงแล้วมนุษย์ทุกคนนั้นมี “สัมผัสทั้ง 6” อยู่แล้ว นั่นคือ สัมผัสทางหู ตา จมูก ลิ้น กาย และจิตใจ โดยปกติระบบประสาทสัมผัสของมนุษย์เราก็มีประสิทธิภาพในการรับรู้ที่แตกต่างกัน เช่น การแยกประเภทของสีทางตา การแยกรสชาติอาหารทางลิ้น ส่วนสัมผัสด้านจิตใจนี่เองที่เรียกกันว่า สัมผัสที่ 6 ซึ่งความสามารถของสัมผัสที่ 6 นั้นก็ยังสามารถแบ่งแยกได้หลายระดับขั้น เช่น การสื่อสารกับวิญญาณ การมองเห็นอนาคตเป็นภาพ หรือที่เรียกว่า “เดจาวู” รวมถึงการโทรจิตสื่อสาร โดยมากแล้วผู้ที่มีสัมผัสที่ 6 มักจะมีมาตั้งแต่วัยเด็ก หรือคนที่เคยผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมา ถ้าจะมองตามหลักของความเป็นจริงของสมัตภาพมนุษย์แล้ว สิ่งที่สามารถมองเห็นได้ไม่ใช่เป็นการมองเห็นโดยตรง แต่สิ่งที่มองเห็นได้นั้นเป็นสิ่งสะท้องแสงทั้งสิ้น ในเมื่อภูตผีปีศาจ หรือที่เรียกว่า วิญญาน ฯลฯ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถสะท้อนแสงได้ เป็นเหตุที่ทำให้ มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้คะ […]

พ่อแก่พระฤาษี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรบูชา ศาสตร์แห่งการแสดง 

พ่อแก่พระฤาษี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรบูชา ศาสตร์แห่งการแสดง ถ้าจะกล่าวถึง ตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่มี อิทธิฤทธิ์ มหิทธานุภาพ เน้นไปทางเสริมดวง ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นไม้แกะสลัก งาช้างแกะสลัก ดินดิบปั้นลอยองค์ หรือสร้างขึ้นเฉพาะเศียร ล้วนมีความศักดิ์สิทธ์ทั้งนั้น หากใจเราเชื่อและ ศรัทธาในสิ่งๆนั้น ซึ่งคนสมัยโบราณยกย่องให้พ่อพระฤๅษีทุกพระองค์เป็นบรมครูในทุกสาขาอาชีพและศิลปวิทยา  ไม่ว่าจะเป็นความรู้เชิงช่าง นาฏศิลป์ การแสดง หมอยา  หมอนวดจับเส้น ลิเก โขน หนัง เครื่องดนตรีโบราณ ก็ต้องมีพ่อแม่พระฤๅษีเป็นบรมครูทั้งสิ้น ในพิธีกรรมการไหว้ครูประจำปี  หรือก่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ก็ต้องไหว้อัญเชิญพ่อแก่พระฤๅษีมาเป็นประธานและการประสิทธิ์วิชาให้บรรดาลูกศิษย์ในพิธีกรรมไหว้ครูทุกคนในพิธีเพื่อเป็นสิริมงคล คำว่า ฤาษี มาจากคำว่า ฤาษิ แปลว่า ผู้เห็นด้วยความรู้พิเศษอันเกิดจากฌาน ซึ่งสามารถแลเห็นอดีตปัจจุบัน และอนาคตได้ บางครั้งก็เรียกพ่อแก่หรือฤาษีว่า “ตฺริกาลชฺญ” แปลว่า ผู้รู้กาลทั้งสาม นอกจากนี้พระฤาษียังถือว่าเป็นผู้ประทานสรรพวิชาความรู้ ทั้งมวลแก่มนุษยชาติ เนื่องด้วยตำราทางโหราศาสตร์ และตำราทางเทววิทยา กล่าวไว้สอดคล้องกันว่า พระพฤหัสบดีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นอาจารย์แห่งสรรพวิชาความรู้ทั้งมวล วิธีบูชาพ่อแก่ หมากพลู ๙ คำพวงมาลัยของมะลิใส่พานน๊ะตั้งบนหิ่งที่สูง เตรียมนํ้าเปล่าสะอาด […]