รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า

เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ”

คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์

พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า

“แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้”

การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา

การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่

วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ)

2. การเจริญปัญญา

การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง

นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น

การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” เพื่อหาเหตุผลในสภาวะที่เป็นธรรมและความจริงในแต่ละสรรพสิ่งว่า สิ่งทั้ง

หลายในโลกนี้เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป (อนิจจัง) ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์ (ทุกขัง) คือทุกอย่างเป็น

สภาพที่ไม่อาจทนอยู่ในสภาพเดิมได้ เกิดขึ้นแล้วไม่อาจทรงตัวต้องเปลี่ยนแปลงไป ทำให้อารมณ์เกิดความเปลี่ยนแปลง

ไปตามวัตถุซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ตามมา และ สุดท้ายคือ ทุกสิ่งไม่มีตัวตนและไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนหรือเป็นของๆ ใครใดๆ ทั้งสิ้น (อนัตตา)

ผลของการเจริญสมาธิและปัญญาจะทำให้พบความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร

ความสุขที่ได้จากการเจริญภาวนานั้นเป็นความสุขที่เรียกได้ว่า “ละเอียด” กว่าความสุขทางกายมากมายนัก และมีถึง 3 ขั้นคือมีความสุขใน

ปัจจุบัน สุขในโลกหน้า และมีความสุขเป็นที่สุดคือนิพพาน

1. ความสุขในปัจจุบัน

เมื่อฝึกทำสมาธิได้ในระดับเบื้องต้นเพียงแค่ปล่อยวางใจให้ผ่อนคลายกับเรื่องราวต่างๆ ได้ก็เกิดผลบุญขึ้นคือ ใจเป็นสุขที่ได้ปล่อยวางได้พบกับ

ความสุขใจขั้นพื้นฐานได้แก่ เมื่อหลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข จะนั่ง นอน ยืน หรือเดิน ไม่ว่า

อิริยาบถไหนๆ ก็มีความสุขทั้งสิ้น สุขไม่ต้องเลือกเวลาและสถานที่เพราะว่าจิตใจของเรานิ่งเป็นสุขแล้ว (พระท่านว่า “นัตถิ สันติปะรัง สุขัง”

สุขอื่นนอกจากหยุดนิ่งนั้นไม่มี

2. ความสุขในโลกหน้า

ความสุขในระดับขั้นต่อไปคือ เมื่อได้ละจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไปเสวยสุขในภพภูมิที่เป็นสุขขึ้นไปในโลกหน้า เพราะการที่เราจะไปสู่ “สุคติ”

หรือภพที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับความหมองหรือความใสของจิตเป็นหลักหากก่อนจากไปมีจิตใจที่ผ่องใส

เป็นสุข ก็มีสุคติเป็นที่ไป หากก่อนจากไปจิตมีความขุ่นข้องเป็นทุกข์ก็มี ทุคติเป็นที่ไปตามหลักกรรมแห่งอาสันนกรรม

3. ความสุขอันเป็นนิพพาน

การเจริญภาวนานั้นเป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลส หากหมั่นเพียรฝึกฝนจนกระทำสำเร็จจนสิ้นกิเลสในภพชาติปัจจุบันก็จะทำให้จิตหลุดพ้นไม่ต้อง

กลับไปเวียนว่าย ในสังสารวัฏอีก อันหมายถึงพระนิพพาน ซึ่งความสุขแบบนี้มีแต่พระพุทธเจ้ากับเหล่าพระอรหันต์เท่านั้นที่สามารถไปถึงได้

หากเราต้องการที่จะไปถึงความสุขพ้นทุกข์ไปตลอดกาล ในภพชาติปัจจุบันก็ต้องพยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ หากไม่ถึงนิพพานในชาตินี้ชาติหน้าก็

จะถึงได้แน่นอนต้องหมั่นสะสมบุญบารมีไปและต้องมีเคล็ดวิธีการฝึกสมาธิและการเจริญปัญญาที่ถูกต้องจากผู้ที่รู้จริงเท่านั้น

การสร้างและสั่งสมบุญนั้นจึงเป็น “งานสำคัญของชีวิต” ควรที่เราจะต้องกระทำให้เป็นนิสัยจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งไปเลยดังที่บรรพบุรุษของ

เราเคยกระทำมาโดยคนโบราณนั้นถึงกับมีคติในการสร้างบุญบารมีเอาไว้ว่า

“เช้าใดยังไม่ได้ให้ทานหรือทำทาน เช้านั้นก็อย่าเพิ่งกินข้าว”

“วันใดที่ยังไม่ได้สมาทานศีลเพื่อที่จะตั้งใจรักษาศีล วันนั้นก็อย่าเพิ่งออกจากบ้าน”

“คืนใดที่ยังไม่ได้สวดมนต์ นั่งเจริญสมาธิภาวนาคืนนั้นก็อย่าเพิ่งเข้านอน”

ลองถ้าเราตั้งเงื่อนไขการสร้างบุญซึ่งไม่ใช่เรื่องทำยากเลยไว้เช่นนี้เมื่อทำจนเป็นนิสัยมันก็จะติดตัวเราไปและยังประโยชน์ให้เกิดกับคนรอบข้าง

ไปด้วยเพราะเขาจะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้วก็จะเริ่มเกิดศรัทธาหันมาทำตามเป็นการพากันสร้างบุญกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไป

เมื่อสร้างบุญมาดีแล้ว บุญนี้จะเก็บไว้กับตัวเสียก่อน เมื่อสร้างให้มากๆ ยิ่งดีเพราะเมื่อถึงเวลานำไปใช้แล้วจะได้มีใช้ไม่ขาดแคลน

ดังคำสอนของสมเด็จของพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีที่ท่านกล่าวเป็นอมตะวาจาว่า

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะ

หนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้วเจ้าจะมี

อะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะเมื่อยังไม่ถึงเวลา

เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลยจะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”

หมั่นสร้างบุญอย่างสม่ำเสมอให้มากพอและยาวนานพอส่วนจะนำบุญไปใช้ให้เกิดผลเร็วๆ อย่างไรนั้นจะกล่าวในบทของ

เคล็ดของการนำบุญมาใช้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

และภาพจาก Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

คาถาสาริกาลิ้นทอง ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ค้าขายร่ำรวย

คาถาสาริกาลิ้นทอง ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ค้าขายร่ำรวย

คาถาสาริกาลิ้นทอง คาถา สาริกาลิ้นทอง ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์คาถา สาลิกาลิ้นทอง ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง คาถา สาริกาลิ้นทอง มีพุทธคุณทางด้านเมตตา มหาเสน่ห์ ลงได้ทั้งวัตถุมงคลและเครื่องราง พูดจาเป็นมหาเสน่ห์ เจรจาค้าขายดีเยี่ยม คาถาบูชาสาริกาคู่ ซึ่งถ้าเราปรับตัวเองทางด้านการแต่งตัวการพูดจา ให้สุภาพเหมาะสมตามโอกาสต่างๆ เมื่อใช้พระคาถาต่างๆก็จะช่วยเสริมให้เราดีและเด่นขึ้นได้ คาถาสาริกาลิ้นทอง คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง สาริกาคู่สาริกาเสน่ห์ค้าขาย สาริกาลิ้นทอง ความเชื่อ สาริกาหรือสาริกาลิ้นทอง เป็นของขลังที่ใช้เสริมเสน่ห์ เมตตา โชคลาภ พูดอะไรใครก็ชอบ พูดอะไรใครก็หลง พูดอะไรใครก็เชื่อ จึงเป็นสาริกามหาเสน่ห์เมตตายิ่งนัก สาริกาลิ้นทองคู่มีพลังมากจะทำให้ผู้บูชามีพลังในการพูดจาผู้ฟังเชื่อคล้อยตามง่าย และยังมีพลังในการเรียกโชคลาภมากมายให้แก่ผู้บูชาด้วย  ด้านหนังมียันต์อีกสองยันต์คือ  ยันต์หน้าพระลักษณ์ตัวผู้ และตัวเมีย มีความเชื่อว่า จะเกิดพลังเสน่ห์แก่ผู้พบเห็นทั้งชายและหญิง ช่วยในการพูดจา ให้มีเมตตา มีเสน่ห์ เป็นที่ยอมรับแก่ผู้พบเห็น สร้างความสำเร็จเงินทองไหลมาเทมาทำอะไรก็จะราบรื่นได้อย่างง่ายดาย มีแต่คนรักใครเอ็นดู  ด้านหลังยันต์ โภคทรัพย์ มีความเชื่อว่า มีติดตัวไว้เงินจะมีแต่เพิ่มพูนไม่มีหมดไม่มีจนมีเงินใช้ตลอดไม่ขาด เรียกได้ว่าสาริกาเสน่ห์ลิ้นทองคู่ มีคุณทั้งด้านเสน่ห์ ด้านโชคลาภเงินทองครบสูตรเลยทีเดียว     สาริกาคู่เสน่ห์ลิ้นทอง […]

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ? กินเหล้า หน้าหนาว !!

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ? กินเหล้า หน้าหนาว !!

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ?   เชื่อว่าหลายคนในที่นี้เคยได้ยินคำบอกเล่าต่อๆ กันว่าการดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นได้ แก้หนาวได้อย่างชะงัดนักและก็เชื่ออีกว่าบางคนเคยลองทำตามแล้วรู้สึกว่าร่างกายนั้นอบอุ่นขึ้นได้จริงเพียงไม่นานหลังจากที่แอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย แต่ความจริงแล้วร่างกายนั้นอุ่นขึ้นจริงหรือเป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้น วันนี้เรามาไขข้อสงสัยที่ว่า ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาวได้จริงหรือ? มาฝากทุกท่านกัน   ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ความเชื่อสุดอันตราย ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าร่างกายของคนเรามีกลไกในการต่อสู่กับความหนาวเย็นอยู่ ซึ่งก็คือการที่เลือดจะไหลกลับจากผิวหนังเข้าไปสู่อวัยวะภายในเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอและป้องกันอวัยวะภายในถูกทำลาย นั่นเป็นเหตุที่เมื่อหนาวจัดริมฝีปากจึงเขียวซีดและสั่นกันงึกงัก เมื่อดื่มแอลกอฮอล์แล้ว กลไกนี้จะถูกขัดขวางลงอย่างสิ้นเชิง เพราะว่าหลังจากดื่มแม้เพียงเล็กน้อย ร่างกายจะสูบฉีดเลือดไปที่ผิวหนังมากขึ้น เส้นเลือดฝอยจะขยายตัว เหงื่อจะถูกขับออกมามากขึ้น ความร้อนจะถูกระบายออกไปทำให้ร่างกายอุณหภูมิเย็นลงโดยไม่รู้ตัว ที่จริงการดื่มแอลกอฮอล์นั้นช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นแค่ที่ “ผิวหนัง” เท่านั้น ไม่ได้ส่งความร้อนไปจนถึงภายในร่างกาย ถึงแม้ผู้ดื่มจะรู้สึกร้อนวูบวาบก็ตาม ความเชื่อนี้นอกจากจะหลอกลวงแล้วยังอันตรายต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง ดื่มแอลกอฮอล์หน้าหนาว อันตรายอย่างไร ภาวะตัวเย็นเกินไป (Hypothermia) โดยปกติภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่ในภูมิประเทศที่หนาวเย็นมากๆ แต่ในประเทศไทยช่วงอากาศหนาวจัด ตามภูเขาหรือยอดดอยก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนมากขึ้นจนอาจนำสู่ภาวะตัวเย็นเกินไป บางคนดื่มจนมึนเมา หลับไม่รู้สึกตัว ถ้ามีเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มไม่เพียงพอ นอนหลับตากอากาศเย็นจัดเป็นเวลานาน ก็อาจจะเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน วิธีแก้หนาวโดยไม่พึ่งแอลกอฮอล์ 1. สวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อรักษาสมดุลความร้อนในร่างกาย หากอากาศหนาวมากพยายามอย่าออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ถ้าต้องออกไปอย่าลืมใส่เสื้อกันหนาว ในเวลากลางคืนควรสวมถุงมือถุงเท้าด้วย จะช่วยให้รู้สึกอุ่นมากขึ้น 2. ดื่มน้ำอุ่น จะช่วยให้รู้สึกหนาวน้อยลง อาจจะเปลี่ยนเป็นชาสมุนไพรแก้หนาวหรือชาดอกไม้หอมๆ นอกจากเพิ่มความอบอุ่นแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยนะ   3. ผิงไฟ เป็นวิธีบ้านๆ ที่นิยมทำกันมากตามชนบท ลองก่อกองไฟเล็กแล้วนั่งอมรอบกองไฟกัน อาจจะมีการสนทนาพาทีกัน […]

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราว เกี่ยวกับ “ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่” มาฝากกัน.. แม่ คนโบราณให้ความสำคัญกับคนเป็นแม่มาก เพราะเรียกสายน้ำว่าแม่น้ำ เรียกตำแหน่งจอมทัพว่าแม่ทัพ ความจริง คำว่า “แม่”คนโบราณบัญญัติขึ้น ใช้เรียกหญิงที่คลอดบุตรแล้วลูกอยู่รอดเป็นทารก แต่หญิงบางรายเจ็บปวดแสนสาหัสปางตายก่อนที่จะได้รับเกียรติเป็นแม่คน   เนื่องจากสมัยโบราณการคลอดบุตรยากและต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ยุ่งยากกว่าปัจจุบันมาก และมีเรื่องเล่าว่าหญิงบางรายเสียชีวิตขณะคลอดบุตรก็มี ที่ว่ากระบวนการคลอดบุตรยุ่งยากเป็นอย่างไร แต่ละที่อาจต่างกันออกไป เมื่อหญิงใดมีท้องครบกำหนดคลอด แล้วเกิดเหตุปวดท้องสามีหรือคนใกล้ชิดจะไปตามหมอตำแย มาทำคลอด เมื่อหมอตำแยมาตรวจอาการแล้วพบว่าหญิงนั้นจะคลอดแน่นอน จะสั่งให้สามีไปต้มน้ำร้อนเตรียมล้างตัวเด็ก หมอตำแยจะจุดธูปขอขมาเจ้าที่เพราะการคลอดบุตรจะก่อมลทินแก่ที่นั้น และคนโบราณเชื่อว่าเจ้าที่จะปัดเป่าภัยต่าง ๆให้ จากนั้นหมอตำแยจะหาทิศทางที่เหมาะสม ให้หญิงสาวกำลังจะคลอดหันหัว โดยทิศที่เหมาะคือทิศเหนือ คนโบราณบางที่จะดูทิศไก่ไข่ กล่าวคือไก่ไข่ หันหัวไปทางทิศใดก็ให้หันไปตามทิศที่ไก่ไข่หันหัวไปเพราะเป็นความเชื่อจากคนโบราณว่าจะคลอดง่าย หมอตำแยจะโยงผ้าให้หญิงจับ และเป่าเวทมนต์จนกว่าจะคลอดขั้นนี้หญิงจะเจ็บปวดมากโดยเฉพาะท้องแรก   เมื่อเด็กตกฟากลงบนพื้นหมอตำแยจะนำผ้ามาห่อทันที สั่งให้พ่อเด็กจำเวลาตกฝาก ไว้ตรวจดวงชะตาและหมอตำแยจับเครื่องเพศ ไม่ว่าเด็กทารกเป็นชายหรือหญิงก็ตาม คนโบราณเชื่อว่าจะทำให้เครื่องเพศงดงาม หมอตำแยจะฟังเสียงเด็กร้อง หากไม่ร้องจะเอามือควักเมือกออกจากปาก เมื่อเด็กร้องหมอตำแยจะตัดสาย สะดือ และอาบน้ำให้เด็ก หญิงสาวที่กลายเป็นแม่เด็กจะอยู่ไฟ […]

เส้นลายมือแบบไหน เป็นผู้มีบุญ อำนาจวาสนา !! ดูเส้นลายมือคนดวงดี ชีวิตราบรื่น ไร้อุปสรรคปัญหา

เส้นลายมือแบบไหน เป็นผู้มีบุญ อำนาจวาสนา !! ดูเส้นลายมือคนดวงดี ชีวิตราบรื่น ไร้อุปสรรคปัญหา

เส้นลายมือแบบไหน เป็นผู้มีบุญ อำนาจวาสนา เส้นลายมือแบบไหน เป็นผู้มีบุญ อำนาจวาสนา !! ดูเส้นลายมือคนดวงดี ชีวิตราบรื่น เส้นลายมือแบบไหน จะโชคดี มีอำนาจ วาสนา? วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพาเพื่อนๆไปหาคำตอบพร้อมกัน จาก ตำราดูดวงเส้นลายมือ ที่ได้เผย ลักษณะของคนที่มีบุญ จะมีฐานะความเป็นอยู่สุขสบาย ชีวิตราบรื่น ไร้ปัญหาอุปสรรค ว่า จะมีจุดสังเกตง่ายๆ ที่เส้นลายมือ 6 จุด ดังนี้ !!     ลักษณะเส้นลายมือของผู้มีบุญวาสนา หมายเลข 1-1 เส้นคุ้มครองชีวิต จะมีปัญหาหรือมีเหตุเภทภัยอย่างใดก็มีความปลอดภัย หมายเลข 2-2 กากบาทหยั่งรู้ เมื่อจะมีภัยมาถึงตัว มักจะรู้ล่วงหน้าและปลอดภัย     หมายเลข 3-3 เส้นญาณหยั่งรู้ มักจะมองการณ์ไกลและรู้อดีตและอนาคตได้อย่างชัดเจน หมายเลข 4 ดอกจันบนเนินพฤหัส มีอำนาจวาสนาอยู่ในตนเอง ไม่มีใครกล้าดูถูก     หมายเลข 5 ดอกจันบนเนินอาทิตย์ มีอำนาจวาสนาราศีสดใส มีความสดใสสง่า […]