รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า

เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ”

คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์

พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า

“แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้”

การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา

การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่

วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ)

2. การเจริญปัญญา

การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง

นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น

การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” เพื่อหาเหตุผลในสภาวะที่เป็นธรรมและความจริงในแต่ละสรรพสิ่งว่า สิ่งทั้ง

หลายในโลกนี้เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป (อนิจจัง) ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์ (ทุกขัง) คือทุกอย่างเป็น

สภาพที่ไม่อาจทนอยู่ในสภาพเดิมได้ เกิดขึ้นแล้วไม่อาจทรงตัวต้องเปลี่ยนแปลงไป ทำให้อารมณ์เกิดความเปลี่ยนแปลง

ไปตามวัตถุซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ตามมา และ สุดท้ายคือ ทุกสิ่งไม่มีตัวตนและไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนหรือเป็นของๆ ใครใดๆ ทั้งสิ้น (อนัตตา)

ผลของการเจริญสมาธิและปัญญาจะทำให้พบความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร

ความสุขที่ได้จากการเจริญภาวนานั้นเป็นความสุขที่เรียกได้ว่า “ละเอียด” กว่าความสุขทางกายมากมายนัก และมีถึง 3 ขั้นคือมีความสุขใน

ปัจจุบัน สุขในโลกหน้า และมีความสุขเป็นที่สุดคือนิพพาน

1. ความสุขในปัจจุบัน

เมื่อฝึกทำสมาธิได้ในระดับเบื้องต้นเพียงแค่ปล่อยวางใจให้ผ่อนคลายกับเรื่องราวต่างๆ ได้ก็เกิดผลบุญขึ้นคือ ใจเป็นสุขที่ได้ปล่อยวางได้พบกับ

ความสุขใจขั้นพื้นฐานได้แก่ เมื่อหลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข จะนั่ง นอน ยืน หรือเดิน ไม่ว่า

อิริยาบถไหนๆ ก็มีความสุขทั้งสิ้น สุขไม่ต้องเลือกเวลาและสถานที่เพราะว่าจิตใจของเรานิ่งเป็นสุขแล้ว (พระท่านว่า “นัตถิ สันติปะรัง สุขัง”

สุขอื่นนอกจากหยุดนิ่งนั้นไม่มี

2. ความสุขในโลกหน้า

ความสุขในระดับขั้นต่อไปคือ เมื่อได้ละจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไปเสวยสุขในภพภูมิที่เป็นสุขขึ้นไปในโลกหน้า เพราะการที่เราจะไปสู่ “สุคติ”

หรือภพที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับความหมองหรือความใสของจิตเป็นหลักหากก่อนจากไปมีจิตใจที่ผ่องใส

เป็นสุข ก็มีสุคติเป็นที่ไป หากก่อนจากไปจิตมีความขุ่นข้องเป็นทุกข์ก็มี ทุคติเป็นที่ไปตามหลักกรรมแห่งอาสันนกรรม

3. ความสุขอันเป็นนิพพาน

การเจริญภาวนานั้นเป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลส หากหมั่นเพียรฝึกฝนจนกระทำสำเร็จจนสิ้นกิเลสในภพชาติปัจจุบันก็จะทำให้จิตหลุดพ้นไม่ต้อง

กลับไปเวียนว่าย ในสังสารวัฏอีก อันหมายถึงพระนิพพาน ซึ่งความสุขแบบนี้มีแต่พระพุทธเจ้ากับเหล่าพระอรหันต์เท่านั้นที่สามารถไปถึงได้

หากเราต้องการที่จะไปถึงความสุขพ้นทุกข์ไปตลอดกาล ในภพชาติปัจจุบันก็ต้องพยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ หากไม่ถึงนิพพานในชาตินี้ชาติหน้าก็

จะถึงได้แน่นอนต้องหมั่นสะสมบุญบารมีไปและต้องมีเคล็ดวิธีการฝึกสมาธิและการเจริญปัญญาที่ถูกต้องจากผู้ที่รู้จริงเท่านั้น

การสร้างและสั่งสมบุญนั้นจึงเป็น “งานสำคัญของชีวิต” ควรที่เราจะต้องกระทำให้เป็นนิสัยจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งไปเลยดังที่บรรพบุรุษของ

เราเคยกระทำมาโดยคนโบราณนั้นถึงกับมีคติในการสร้างบุญบารมีเอาไว้ว่า

“เช้าใดยังไม่ได้ให้ทานหรือทำทาน เช้านั้นก็อย่าเพิ่งกินข้าว”

“วันใดที่ยังไม่ได้สมาทานศีลเพื่อที่จะตั้งใจรักษาศีล วันนั้นก็อย่าเพิ่งออกจากบ้าน”

“คืนใดที่ยังไม่ได้สวดมนต์ นั่งเจริญสมาธิภาวนาคืนนั้นก็อย่าเพิ่งเข้านอน”

ลองถ้าเราตั้งเงื่อนไขการสร้างบุญซึ่งไม่ใช่เรื่องทำยากเลยไว้เช่นนี้เมื่อทำจนเป็นนิสัยมันก็จะติดตัวเราไปและยังประโยชน์ให้เกิดกับคนรอบข้าง

ไปด้วยเพราะเขาจะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้วก็จะเริ่มเกิดศรัทธาหันมาทำตามเป็นการพากันสร้างบุญกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไป

เมื่อสร้างบุญมาดีแล้ว บุญนี้จะเก็บไว้กับตัวเสียก่อน เมื่อสร้างให้มากๆ ยิ่งดีเพราะเมื่อถึงเวลานำไปใช้แล้วจะได้มีใช้ไม่ขาดแคลน

ดังคำสอนของสมเด็จของพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีที่ท่านกล่าวเป็นอมตะวาจาว่า

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะ

หนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้วเจ้าจะมี

อะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะเมื่อยังไม่ถึงเวลา

เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลยจะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”

หมั่นสร้างบุญอย่างสม่ำเสมอให้มากพอและยาวนานพอส่วนจะนำบุญไปใช้ให้เกิดผลเร็วๆ อย่างไรนั้นจะกล่าวในบทของ

เคล็ดของการนำบุญมาใช้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

และภาพจาก Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

6 เครื่องรางนำโชค ที่ควรหามาพกไว้ หากอยากสมหวังเรื่องรัก

6 เครื่องรางนำโชค ที่ควรหามาพกไว้ หากอยากสมหวังเรื่องรัก

6 เครื่องรางนำโชค ที่ควรหามาพกไว้ หากอยากสมหวังเรื่องรัก เรื่องราวความรัก เป็นสิ่งที่ ไม่เข้าใครออกใคร ส่วนใหญ่ต้องอาศัยจังหวะ และการกระทำ แต่บางครั้ง เราก็ต้องพึ่งพาโชค เสริมพลังที่มีผลด้านจิตใจกันบ้าง วันนี้ จะมาแนะนำ เครื่องรางนำโชค ที่เขาว่ากันว่า ให้โชคเรื่องความรัก จะมีอะไรบ้าง มาลองดูกันเลยดีกว่าครับ 6 เครื่องรางนำโชค ที่ควรหามาพกไว้ หากอยากสมหวังเรื่องรัก 1.) มูนสโตน (Moonstone) มูนสโตน มีลักษณะเป็น หินสีขาวน้ำนม ว่ากันว่า สีของมูนสโตนจะยิ่งสว่างกว่านี้ ถ้าได้อาบแสงจันทร์ เป็นหินที่เสริมพลังความรักให้คู่รัก โดยเฉพาะใครที่กำลัง อยู่ระหว่างงอนกัน มูนสโตนจะช่วยให้กลับมาคืนดีกันได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับสวมประดับข้อมือไว้ นอกจากนี้ ยังช่วย พัฒนาอารมณ์ ความรู้สึก บำบัดโรคไทเครื่องรางนําโชคลาภรอยย์ และโรคลมชัก ได้ด้วย ค่ะ 2.) เสือตาแดง (Red Tiger Eyes) เป็นหินสีแดง ที่มี ส่วนผสมของหินเรดเเจสเปอร์ มีคุณสมบัติ สร้างรักแท้ และช่วยให้รักที่เริ่มจืดจาง […]

ฝันเห็นขี้เต็มโถส้วม ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันเห็นขี้เต็มโถส้วม ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันเห็นขี้เต็มโถส้วม หมายถึงโชคลาภหรือไม่ คือความฝันมงคลตามตำราพยากรณ์ไหม มีความหมายว่าอย่างไรบ้าง พร้อมแนะนำเลขเด็ดงวดนี้เช็กเลยที่นี่ heng99 เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ในบทความนี้ เว็บเลขเด็ดออนไลน์ เราจะพามาดูความหมายของการฝันเห็นขี้ในโถส้วม พร้อมส่องเลขเด็ด เลขนำโชคกัน ทำนาย ฝันเห็นขี้เต็มโถส้วม ทำนายฝัน คนไทยโบราณเชื่อว่าหาก “ฝันเห็นขี้ในโถส้วม” หรืออุจาระในห้องน้ำ เป็นได้ทั้งความฝันมงคลและความฝันอัปมงคล คือการเตือนลางบอกเหตุบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นโดยคนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าการฝันเห็นขี้ในโถส้วม ไม่ว่าจะเป็นฝันเห็นขี้ในโถส้วมแล้วไม่ราดหรือราดไม่ลง บางคนฝันเห็นหวยและก็เห็นขี้ในโถส้วม จะอยู่ในช่วงจังหวะชีวิตเปลี่ยนแปลง แต่มันจะทำให้ท่านได้รับสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต โบราณได้ทายว่าจะเกิดอันตรายแก่ตัวเองหรือญาติผู้ใหญ่บิดามารดา ด้านการงาน  ทำนายทายทักคือฝันร้ายที่บอกว่าคุณกำลังจะได้เดินทางไปติดต่องานหลายแห่งจนไม่มีเวลาหยุดพัก นอกจากนี้หากมีเจรจาด้านการงานก็จะไม่ราบรื่นมีอุปสรรคมาขวางกั้นตลอดเวลา ด้านการเงิน ช่วงนี้ในเร็ววันนี้ท่านจะมีโชคเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และจะเพลิดเพลินกับความรุ่งเรืองในดวงชะตาอย่างไม่ขาดสาย เพศตรงข้ามจะนำพาโชคทางการเงินมาให้ท่าน ด้านความรัก คือลางบอกเหตุว่าคนรักอาจนอกใจ หรือเคราะห์กรรมบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นกับผู้ฝัน คู่รักจะทะเลาะกันบ่อยมากขึ้นแนะนำว่าช่วงนี้ให้พยายามสงบสติ ด้านสุขภาพ ระวังฟกช้ำดำเขียวรวมถึงลื่นล้ม ห้ามประมาทโดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ให้ทำบุญกับพระสงฆ์การใส่บาตร สำหรับความฝันว่าเห็นขี้ในโถส้วมยังสามารถตีความหมายได้หลายแบบพร้อมเลขเด็ดนำโชคเพื่อนำไปเก็งหวยให้มีโอกาสถูกรางวัลมากยิ่งขึ้น จะมีเลขเด็ดและคำทำนายฝันอะไรบ้างเข้ามาเช็กได้เลยที่นี่ เลขเด็ดฝันเห็นขี้ในส้วม : ควรมีเลข 1 6 9 เลขเด็ด 2 ตัว : 16 […]

คาถาชินบัญชร สวดเลย เสริมศิริมงคล เมตตามหานิยม ลาภผลเพิ่มพูล

คาถาชินบัญชร สวดเลย เสริมศิริมงคล เมตตามหานิยม ลาภผลเพิ่มพูล

คาถาชินบัญชร ประวัติที่มาของ คาถาชินบัญชร พระคาถาชินบัญชร เป็นคาถาหนึ่งที่มีความสำคัญมายาวนาน ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 2 จวบจนกระทั่งปัจจุบันก็ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นบทสวดมนต์ที่ชาวไทยนิยมสวดเป็นประจำ ด้วยความหมายอันเป็นสิริมงคล และพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระคาถาชินบัญชรนั่นเอง แม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้แต่งพระคาถาชินบัญชร และมีหลายคนเข้าใจว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี เป็นผู้แต่ง แต่ตามหลักฐานที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ระบุไว้ว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี เป็นผู้ปรับบทสวดจากเดิมที่มีอยู่แล้ว มิได้เป็นผู้แต่งคนแรก โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ไปสวดพระคาถานี้ถวายองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง พร้อมรับสั่งว่าไพเราะและตรัสถาม “ขรัวโตได้มาจากไหน แต่งเองหรือเปล่า” สมเด็จพระพุฒาจารย์จึงได้ถวายพระพรตอบว่า “หามิได้ เป็นสำนวนเก่าของเมืองเหนือ นำมาแก้ไขดัดแปลงใหม่ ตัดตอนให้สั้นเข้า ของลังกายาวกว่านี้” คาถาชินบัญชร ความหมายของ คาถาชินบัญชร คำว่า ชินบัญชร นั้นมาจากภาษาบาลี  คำว่า ชิน หมายถึง พระพุทธเจ้า คำว่า บัญชร หมายถึง กรง หรือ เกราะ ความหมายโดยรวมของ คาถาชิญชร จึงแปลได้ว่า กรง หรือ เกราะป้องกันภัยของพระพุทธเจ้า ซึ่งเนื้อหาในคาถาในชินบัญชรเป็นการสวดอัญเชิญพระพุทธเจ้า จำนวน 28 พระองค์เสด็จมาสถิตอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เปรียบเสมือนการอาราธนาพุทธคุณเป็นเกราะปกป้องคุ้มกันภัย และเสริมสิริมงคลนานาประการให้แก่ผู้สวดบูชานั่นเอง […]

ความหมายของดอกบัว ตัวแทนสัญลักษณ์ชาวพุทธ

ความหมายของดอกบัว ตัวแทนสัญลักษณ์ชาวพุทธ

ความหมายของดอกบัว ตัวแทนสัญลักษณ์ชาวพุทธ   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ที่เล่าขานสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ มาให้อ่านกัน ทำไมดอกไม้ที่นำไปบูชาพระ นำไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องมีกำหนดว่าดอกไม้ชนิดนั้นคือดอกบัว ดอกบัวมีอะไรวิเศษ มีความหมายว่าอย่างไร   คติความเชื่อคนโบราณเชื่อว่าการนำดอกบัวไปบูชาพระจะได้รับอานิสงค์มากกว่าดอกไม้อื่น ๆ เพราะลักษณะทางกายภาพที่พิเศษ ดอกบัวมีการเจริญเติบโตที่ไม่เหมือนดอกไม้อื่น จนมีการนำมาเปรียบเทียบแล้วใช้สั่งสอนคนได้เพราะดอกบัวคือพืชน้ำล้มลุกเหง้าประกอบด้วยใบเดี่ยวเจริญจากลำต้น ก้านดอกบัวจะอยู่ใต้ผิวน้ำ ดอกจะผุดขึ้นมาเหนือน้ำ ใช้สั่งสอนลักษณะคนที่สั่งสอนแล้วเข้าใจง่ายแบ่งบัวออก สี่เหล่าตามคำที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสสอนไว้ มีความหมายที่ชัดเจนแฝงอยู่   ดอกบัวมีหลายสายพันธุ์ ธรรมชาติมีกลีบดอกและลักษณะการออกดอกจะต่างกันไปตามสายพันธุ์ คนโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกบัวไว้ในบ้านส่งผลทำให้จิตใจบริสุทธิ์ สะอาด เบิกบาน การปลูกบัวควรปลูกในวันพุธเพราะ เชื่อว่าดอกบัวจะผลิดอก งดงาม เมื่อชูดอกเหนือน้ำ แม้ว่าจะโดนลม ดอกบัวเปรียบได้กับกรรม การกระทำที่มนุษย์ก่อไว้ กล่าวคือบางคนเกิดมาจากแหล่งที่ไม่ดี แล้วทำความดี ส่งผลเกิดกรรมดี ในขณะที่ คนที่เกิดมาจากแหล่งที่ดีกลับทำชั่วจะเกิดกรรมชั่วติดตัว   ตัวแทนความบริสุทธิ์ ในพิธีกรรมใด ๆ จะมีดอกบัวคือส่วนหนึ่งเสมอ คติความเชื่อพวกพราหมณ์ที่ชาวพุทธนำมาพิธีกรรมมาใช้ในการดำเนินการทางศาสนา เพราะดอกบัวจะเกิดจากเปือกตม ที่เกิดสวยงามเพราะได้น้ำสะอาด ความสะอาดหมดจดย่อมเกิดเป็นดอกบัวที่งดงามและคนโบราณมีคติความเชื่อสั่งสอนลูกหลานโดยเฉพาะอุปนิสัยสตรีส่วนใหญ่ไม่ว่าชาติใดจะมีความรักสวยรักงาม การนำดอกบัวบูชาพระขณะบิณฑบาต จะเสริมดวงเรื่องเสน่ห์ความงามแก่ตนเอง เพราะดอกบัวมีกลิ่นหอมสดชื่นรัญจวนใจ แก่หมู่ภูมริน ดั่งเสน่ห์ดลใจชายที่มาดอมดม […]