รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า

เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ”

คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์

พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า

“แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้”

การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา

การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่

วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ)

2. การเจริญปัญญา

การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง

นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น

การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” เพื่อหาเหตุผลในสภาวะที่เป็นธรรมและความจริงในแต่ละสรรพสิ่งว่า สิ่งทั้ง

หลายในโลกนี้เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป (อนิจจัง) ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์ (ทุกขัง) คือทุกอย่างเป็น

สภาพที่ไม่อาจทนอยู่ในสภาพเดิมได้ เกิดขึ้นแล้วไม่อาจทรงตัวต้องเปลี่ยนแปลงไป ทำให้อารมณ์เกิดความเปลี่ยนแปลง

ไปตามวัตถุซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ตามมา และ สุดท้ายคือ ทุกสิ่งไม่มีตัวตนและไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนหรือเป็นของๆ ใครใดๆ ทั้งสิ้น (อนัตตา)

ผลของการเจริญสมาธิและปัญญาจะทำให้พบความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร

ความสุขที่ได้จากการเจริญภาวนานั้นเป็นความสุขที่เรียกได้ว่า “ละเอียด” กว่าความสุขทางกายมากมายนัก และมีถึง 3 ขั้นคือมีความสุขใน

ปัจจุบัน สุขในโลกหน้า และมีความสุขเป็นที่สุดคือนิพพาน

1. ความสุขในปัจจุบัน

เมื่อฝึกทำสมาธิได้ในระดับเบื้องต้นเพียงแค่ปล่อยวางใจให้ผ่อนคลายกับเรื่องราวต่างๆ ได้ก็เกิดผลบุญขึ้นคือ ใจเป็นสุขที่ได้ปล่อยวางได้พบกับ

ความสุขใจขั้นพื้นฐานได้แก่ เมื่อหลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข จะนั่ง นอน ยืน หรือเดิน ไม่ว่า

อิริยาบถไหนๆ ก็มีความสุขทั้งสิ้น สุขไม่ต้องเลือกเวลาและสถานที่เพราะว่าจิตใจของเรานิ่งเป็นสุขแล้ว (พระท่านว่า “นัตถิ สันติปะรัง สุขัง”

สุขอื่นนอกจากหยุดนิ่งนั้นไม่มี

2. ความสุขในโลกหน้า

ความสุขในระดับขั้นต่อไปคือ เมื่อได้ละจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไปเสวยสุขในภพภูมิที่เป็นสุขขึ้นไปในโลกหน้า เพราะการที่เราจะไปสู่ “สุคติ”

หรือภพที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับความหมองหรือความใสของจิตเป็นหลักหากก่อนจากไปมีจิตใจที่ผ่องใส

เป็นสุข ก็มีสุคติเป็นที่ไป หากก่อนจากไปจิตมีความขุ่นข้องเป็นทุกข์ก็มี ทุคติเป็นที่ไปตามหลักกรรมแห่งอาสันนกรรม

3. ความสุขอันเป็นนิพพาน

การเจริญภาวนานั้นเป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลส หากหมั่นเพียรฝึกฝนจนกระทำสำเร็จจนสิ้นกิเลสในภพชาติปัจจุบันก็จะทำให้จิตหลุดพ้นไม่ต้อง

กลับไปเวียนว่าย ในสังสารวัฏอีก อันหมายถึงพระนิพพาน ซึ่งความสุขแบบนี้มีแต่พระพุทธเจ้ากับเหล่าพระอรหันต์เท่านั้นที่สามารถไปถึงได้

หากเราต้องการที่จะไปถึงความสุขพ้นทุกข์ไปตลอดกาล ในภพชาติปัจจุบันก็ต้องพยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ หากไม่ถึงนิพพานในชาตินี้ชาติหน้าก็

จะถึงได้แน่นอนต้องหมั่นสะสมบุญบารมีไปและต้องมีเคล็ดวิธีการฝึกสมาธิและการเจริญปัญญาที่ถูกต้องจากผู้ที่รู้จริงเท่านั้น

การสร้างและสั่งสมบุญนั้นจึงเป็น “งานสำคัญของชีวิต” ควรที่เราจะต้องกระทำให้เป็นนิสัยจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งไปเลยดังที่บรรพบุรุษของ

เราเคยกระทำมาโดยคนโบราณนั้นถึงกับมีคติในการสร้างบุญบารมีเอาไว้ว่า

“เช้าใดยังไม่ได้ให้ทานหรือทำทาน เช้านั้นก็อย่าเพิ่งกินข้าว”

“วันใดที่ยังไม่ได้สมาทานศีลเพื่อที่จะตั้งใจรักษาศีล วันนั้นก็อย่าเพิ่งออกจากบ้าน”

“คืนใดที่ยังไม่ได้สวดมนต์ นั่งเจริญสมาธิภาวนาคืนนั้นก็อย่าเพิ่งเข้านอน”

ลองถ้าเราตั้งเงื่อนไขการสร้างบุญซึ่งไม่ใช่เรื่องทำยากเลยไว้เช่นนี้เมื่อทำจนเป็นนิสัยมันก็จะติดตัวเราไปและยังประโยชน์ให้เกิดกับคนรอบข้าง

ไปด้วยเพราะเขาจะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้วก็จะเริ่มเกิดศรัทธาหันมาทำตามเป็นการพากันสร้างบุญกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไป

เมื่อสร้างบุญมาดีแล้ว บุญนี้จะเก็บไว้กับตัวเสียก่อน เมื่อสร้างให้มากๆ ยิ่งดีเพราะเมื่อถึงเวลานำไปใช้แล้วจะได้มีใช้ไม่ขาดแคลน

ดังคำสอนของสมเด็จของพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีที่ท่านกล่าวเป็นอมตะวาจาว่า

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะ

หนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้วเจ้าจะมี

อะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะเมื่อยังไม่ถึงเวลา

เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลยจะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”

หมั่นสร้างบุญอย่างสม่ำเสมอให้มากพอและยาวนานพอส่วนจะนำบุญไปใช้ให้เกิดผลเร็วๆ อย่างไรนั้นจะกล่าวในบทของ

เคล็ดของการนำบุญมาใช้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

และภาพจาก Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

7 วิธี การเลือกซื้อคอนโดอย่างชาญฉลาด อนาคตปล่อยเช่า หรือเก็งกำไรได้ !!

7 วิธี การเลือกซื้อคอนโดอย่างชาญฉลาด อนาคตปล่อยเช่า หรือเก็งกำไรได้ !!

7 วิธี การเลือกซื้อคอนโดอย่างชาญฉลาด   ในปัจจุบันการลงทุนคือการซื้อคอนโดไว้เก็งกำไร หรือปล่อยเช่า ถือเป็นการลงทุนที่นิยมอย่างมาก เพราะสามารถเก็งกำไร หรือปล่อยเช่าได้สะดวก หรือถ้าหากคุณกำลังจะตัดสินใจซื้อคอนโด มาลองอ่าน 7 วิธีดังต่อไปเพื่อช่วยให้คุณเลือกคอนโดได้อย่างง่ายขึ้นกัน     1.ห้องทางทิศใต้จะดีกว่าห้องทางทิศอื่นๆ เนื่องจากในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝนของบ้านเรา ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 8-9 เดือนต่อปี จะเป็นช่วงที่มีลมพัดมาจากทางทิศใต้ ส่วนอีก 3-4 เดือนที่เหลือเป็นฤดูหนาวที่ลมจะพัดมาจากทางทิศเหนือ ทำให้ห้องที่ตั้งหันหน้าไปทางทิศใต้จะขายหรือปล่อยเช่าได้เร็วกว่า รองลงมาก็เป็นทิศเหนือ ทิศตะวันออก แต่ทิศตะวันตกเป็นทิศที่คนไม่ค่อยนิยม เนื่องจากเป็นห้องที่โดนแสงแดดช่วงบ่าย ทำให้ห้องนั้นมีอุณหภูมิสูงไปจนถึงตอนค่ำ ใครที่เลือกอยู่ห้องนั้น ภายในห้องจะร้อนกว่าห้องที่ตั้งหันหน้าไปทางทิศอื่น     2.เลือกห้องสตูดิโอ หรือห้องแบบ 1 ห้องนอนไว้ดีกว่า ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมพักอาศัยกันแบบครอบครัวเล็กๆ อยู่กันเพียง 1 คน หรือ 2 คน รวมถึงคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ก็นิยมเช่าห้องพักในเมือง รวมไปถึงบ้านใครไกลจากที่ทำงานก็นิยมออกมาเช่าคอนโด หรืออพาร์ทเม้นท์อยู่นอกบ้าน จากปัจจัยเหล่านั้นทำให้โครงการปลูกสร้างคอนโดมีห้องพักประเภทห้องสตูดิโอ และห้องแบบ 1 ห้องนอนมากกว่าห้องประเภทอื่น   3.ยิ่งสูงยิ่งสวย […]

ฝันงานศพ สื่อถึงอะไร? ลางบอกเหตุหรือโชคก้อนโต? เช็กเลขเด็ดที่นี่!

ฝันงานศพ สื่อถึงอะไร? ลางบอกเหตุหรือโชคก้อนโต? เช็กเลขเด็ดที่นี่!

ฝันงานศพ ความฝันเกี่ยวกับงานศพมักจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงหรือการสิ้นสุดของบางสิ่งในชีวิต โดยทั่วไปแล้ว ฝันงานศพอาจหมายถึงการสูญเสีย, การปล่อยวาง, หรือการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ส่วนหนึ่งของการตีความฝันในลักษณะนี้อาจเป็นการสะท้อนถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหรือความกลัวในอนาคตก็ได้ เรามีคำทำนายความฝันถึงงานศพ  พร้อมเลขเด็ดจากคำทำนาย เผื่อว่าคุณจะนำไปเสี่ยงโชคหวย ไม่แน่ดวงเศรษฐีอาจเป็นของคุณ ติดตามเพิ่มเติม ที่นี่ heng99 เปิดคำทำนายฝัน ฝันถึงงาน ฝันงานศพ การฝันถึงงานศพสามารถตีความในหลายด้าน เช่น การงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของฝันและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในฝันนั้นๆ นี่คือลักษณะการตีความในแต่ละด้านดังนี้ การงาน การฝันถึงงานศพในด้านการงานอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหน้าที่การงาน เช่น การย้ายงาน, การเลื่อนตำแหน่ง หรือการสิ้นสุดของโปรเจกต์บางอย่างที่คุณทำอยู่ ฝันนี้อาจสะท้อนถึงความรู้สึกของความเครียดจากการทำงาน หรือความกังวลเกี่ยวกับอนาคตในสายอาชีพ อาจเป็นสัญญาณเตือนให้คุณพิจารณาทิศทางในอาชีพและหาทางพัฒนาให้ดีกว่าเดิม การเงิน การฝันถึงงานศพในด้านการเงินอาจบ่งบอกถึงการสูญเสียทางการเงิน หรือความรู้สึกไม่มั่นคงในด้านการเงิน อาจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายที่เกินตัว อาจจะเป็นสัญญาณเตือนให้คุณพิจารณาเรื่องการจัดการการเงินอย่างรอบคอบมากขึ้น ความรัก การฝันถึงงานศพอาจหมายถึงการสิ้นสุดของความสัมพันธ์ หรือการปล่อยวางจากความรักที่ไม่สมหวัง หากคุณยังโสด การฝันถึงงานศพอาจสะท้อนถึงความรู้สึกเหงาหรือความกังวลเกี่ยวกับการหาคู่รักในอนาค สุขภาพ ฝันถึงงานศพอาจบ่งบอกถึงการไม่ดูแลสุขภาพ หรืออาจสะท้อนถึงความรู้สึกเหนื่อยล้าทางกายและจิตใจ หากคุณรู้สึกเครียดหรือกดดันในชีวิตจริง อาจเป็นสัญญาณให้คุณใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้น เช่น การหันมาดูแลร่างกายและจิตใจ รวมถึงการกินอาหารที่ดี หรือการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ตีเลขเด็ดฝันงานศพ เลขเด่น […]

พระคาถามหาจักรพรรดิ์ เคล็ดลับการปรับภพภูมิให้เจ้ากรรมนายเวร เพื่อส่งผลดีต่อชีวิต

พระคาถามหาจักรพรรดิ์ เคล็ดลับการปรับภพภูมิให้เจ้ากรรมนายเวร เพื่อส่งผลดีต่อชีวิต

พระคาถามหาจักรพรรดิ์ คาถาจักรพรรดิ และ เชิญพระเข้าตัว พระคาถามหาจักรพรรดิ์ เป็นพระคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์มาก และถือว่ามีพลังครอบจักรวาล ทั้งทำให้ชะตาชีวิตดีขึ้น ปฏิบัติธรรมได้เร็วขึ้น เป็นการเพิ่มบุญให้กับตัวเอง ทั้งยังเคล็ดในการปรับภพภูมิให้ผู้ที่ล่วงลับและเจ้ากรรมนายเวร คาถามหาจักรพรรดิ เป็นพระคาถาที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ชมพูปติสูตร” ในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพื่อกำราบทิฐิพญา ชมพูบดีพระมหากษัตริย์ผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์ โดยผู้ที่รจนาพระคาถาบทนี้ขึ้นมาก็คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จ.อยุธยา     พระผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์แก้วที่แผ่กิ่งก้านใบบุญบารมีมอบความร่มเย็นเป็นสุข ให้แก่ลูกศิษย์ทั่วทุกชนชั้นอย่างไม่มีประมาณตามแนวทางแห่งพระศรีอาริยเมตไตรย์โพธิสัตว์และหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งพระคาถานี้เป็นพระคาถาหลักที่หลวงปู่ดู่ใช้ในการรวมบารมีแผ่เมตตาช่วย เหลือภพภูมิทั้งหลายทั่วสามแดนโลกธาตุ และใช้ในการอธิษฐานจิตปลุกเสกพระเครื่องทุกชนิดของท่าน โดยท่านได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหลาย รวมทั้งพระคาถามหาจักรพรรดินี้ ไว้ให้แก่ลูกศิษย์ผู้เป็นหน่อโพธิ์แก้วต้นใหม่ที่จะทำหน้าที่สร้างความร่ม เย็นเป็นสุขให้แก่ลูกศิษย์ในรุ่นหลังต่อไปก็คือ พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร หรือ หลวงตาม้า แห่งวัดถ้ำเมืองนะ นั่นเอง การจะปรับภพภูมิได้ต้องอาศัยกำลังบุญที่เราได้สร้างบุญมา ได้ทำการอธิษฐานและเชื่อมบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวรไปให้ตามเงื่อนไข 3 ประการคือ มีความสม่ำเสมอ มากพอ และนานพอแล้วจึงสวดคาถาพระจักรพรรดิ พระจักรพรรดินั้นเป็นพระปางหนึ่งของพระพุทธเจ้า ที่ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงเนรมิตพระรูปของพระองค์เองเป็น พระจักรพรรดิที่ใหญ่กว่ากษัตริย์ทั้งปวงเพื่อปราบมาร หากเป็นในยุคปัจจุบันก็คือพระพุทธรูปปางทรงเครื่องที่รู้จักกันดีก็คือ พระประธานที่หน้าวัดพระเมรุ จ.อยุธยา     คาถาพระจักรพรรดิ นั้นเป็นคาถาที่รวมพุทธคุณครอบจักรวาลที่มีพลานุภาพมาก ช่วยปรับในเรื่องต่างๆ จากร้ายให้กลับกลายมาเป็นดี หรือจากเรื่องที่ดีอยู่แล้วก็จะยิ่งทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เป็นการสวดแผ่เมตตาให้ดวงจิตวิญญาณและเจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตทั้งหลายที่อยู่รอบๆ ตัวเรา เพื่อปรับภพภูมิต่างๆ ให้เขาสูงขึ้นไม่ต้องทนทุกข์ทรมานไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามในบริเวณบ้าน ตามถนน […]

คาถาบูชาบรมครูปู่ตาไฟ พระคาถาอาคม เมตตามหาละลวย มหาเศรษฐี มหาเสน่ห์

คาถาบูชาบรมครูปู่ตาไฟ พระคาถาอาคม เมตตามหาละลวย มหาเศรษฐี มหาเสน่ห์

คาถาบูชาบรมครูปู่ตาไฟ คาถาฤาษีตาไฟ พระคาถาอาคมเป็นคาถาพระฤาษีตาไฟแท้แล ไม่ใช่อื่นไกล คือหัวใจปฏิสังขาโย ใช้เรียงกันต่อหมุนไปคำละตัว และวกเข้าหาตัวต้น ท่านห้ามแปลแล สิทธิการิยะ ท่านกล่าวว่า ใครได้เหมือนได้โสดาบัน หรือแก้วมณีโชติใสแสง ใช้ดับพิษเสีย พิษไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ปวดหัวมัวตา เสก ๒ คาบเป่าลงดีแล ใช้ทางเมตตามหาละลวยก็ได้ ภาวนาไปทุก เช้า-ค่ำ จักเกิดลาภสักการะ เงินทอง ค้าขายของก็ดี ภาวนาตามลูกประคำ มีอานิสงส์มากแท้ ใช้กันทางภูตปิศาจก็ได้  ทำน้ำมนต์ประพรมบ้านเรือน กันไฟแล คายขันธ์ ๕ เทียนเล่มบาท ๑ คู่   คาถาบูชาบรมครูปู่ตาไฟ พระคาถาอาคม เมตตามหาละลวย     บทสวดปู่ฤาษี ๑๐๘ อุกาสะ อิมัง อัคคีพาหูบุพผัง อะหังวันทา อาจาริยัง สัพพะสัยยัง วินาสสันติ สิทธิการิยะอะปะระปะชา อิมัสมิง ภะวันตุเม ทุติยัมปิ อิมัง […]