รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า

เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ”

คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์

พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า

“แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้”

การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา

การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่

วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ)

2. การเจริญปัญญา

การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง

นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น

การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” เพื่อหาเหตุผลในสภาวะที่เป็นธรรมและความจริงในแต่ละสรรพสิ่งว่า สิ่งทั้ง

หลายในโลกนี้เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป (อนิจจัง) ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์ (ทุกขัง) คือทุกอย่างเป็น

สภาพที่ไม่อาจทนอยู่ในสภาพเดิมได้ เกิดขึ้นแล้วไม่อาจทรงตัวต้องเปลี่ยนแปลงไป ทำให้อารมณ์เกิดความเปลี่ยนแปลง

ไปตามวัตถุซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ตามมา และ สุดท้ายคือ ทุกสิ่งไม่มีตัวตนและไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนหรือเป็นของๆ ใครใดๆ ทั้งสิ้น (อนัตตา)

ผลของการเจริญสมาธิและปัญญาจะทำให้พบความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร

ความสุขที่ได้จากการเจริญภาวนานั้นเป็นความสุขที่เรียกได้ว่า “ละเอียด” กว่าความสุขทางกายมากมายนัก และมีถึง 3 ขั้นคือมีความสุขใน

ปัจจุบัน สุขในโลกหน้า และมีความสุขเป็นที่สุดคือนิพพาน

1. ความสุขในปัจจุบัน

เมื่อฝึกทำสมาธิได้ในระดับเบื้องต้นเพียงแค่ปล่อยวางใจให้ผ่อนคลายกับเรื่องราวต่างๆ ได้ก็เกิดผลบุญขึ้นคือ ใจเป็นสุขที่ได้ปล่อยวางได้พบกับ

ความสุขใจขั้นพื้นฐานได้แก่ เมื่อหลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข จะนั่ง นอน ยืน หรือเดิน ไม่ว่า

อิริยาบถไหนๆ ก็มีความสุขทั้งสิ้น สุขไม่ต้องเลือกเวลาและสถานที่เพราะว่าจิตใจของเรานิ่งเป็นสุขแล้ว (พระท่านว่า “นัตถิ สันติปะรัง สุขัง”

สุขอื่นนอกจากหยุดนิ่งนั้นไม่มี

2. ความสุขในโลกหน้า

ความสุขในระดับขั้นต่อไปคือ เมื่อได้ละจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไปเสวยสุขในภพภูมิที่เป็นสุขขึ้นไปในโลกหน้า เพราะการที่เราจะไปสู่ “สุคติ”

หรือภพที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับความหมองหรือความใสของจิตเป็นหลักหากก่อนจากไปมีจิตใจที่ผ่องใส

เป็นสุข ก็มีสุคติเป็นที่ไป หากก่อนจากไปจิตมีความขุ่นข้องเป็นทุกข์ก็มี ทุคติเป็นที่ไปตามหลักกรรมแห่งอาสันนกรรม

3. ความสุขอันเป็นนิพพาน

การเจริญภาวนานั้นเป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลส หากหมั่นเพียรฝึกฝนจนกระทำสำเร็จจนสิ้นกิเลสในภพชาติปัจจุบันก็จะทำให้จิตหลุดพ้นไม่ต้อง

กลับไปเวียนว่าย ในสังสารวัฏอีก อันหมายถึงพระนิพพาน ซึ่งความสุขแบบนี้มีแต่พระพุทธเจ้ากับเหล่าพระอรหันต์เท่านั้นที่สามารถไปถึงได้

หากเราต้องการที่จะไปถึงความสุขพ้นทุกข์ไปตลอดกาล ในภพชาติปัจจุบันก็ต้องพยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ หากไม่ถึงนิพพานในชาตินี้ชาติหน้าก็

จะถึงได้แน่นอนต้องหมั่นสะสมบุญบารมีไปและต้องมีเคล็ดวิธีการฝึกสมาธิและการเจริญปัญญาที่ถูกต้องจากผู้ที่รู้จริงเท่านั้น

การสร้างและสั่งสมบุญนั้นจึงเป็น “งานสำคัญของชีวิต” ควรที่เราจะต้องกระทำให้เป็นนิสัยจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งไปเลยดังที่บรรพบุรุษของ

เราเคยกระทำมาโดยคนโบราณนั้นถึงกับมีคติในการสร้างบุญบารมีเอาไว้ว่า

“เช้าใดยังไม่ได้ให้ทานหรือทำทาน เช้านั้นก็อย่าเพิ่งกินข้าว”

“วันใดที่ยังไม่ได้สมาทานศีลเพื่อที่จะตั้งใจรักษาศีล วันนั้นก็อย่าเพิ่งออกจากบ้าน”

“คืนใดที่ยังไม่ได้สวดมนต์ นั่งเจริญสมาธิภาวนาคืนนั้นก็อย่าเพิ่งเข้านอน”

ลองถ้าเราตั้งเงื่อนไขการสร้างบุญซึ่งไม่ใช่เรื่องทำยากเลยไว้เช่นนี้เมื่อทำจนเป็นนิสัยมันก็จะติดตัวเราไปและยังประโยชน์ให้เกิดกับคนรอบข้าง

ไปด้วยเพราะเขาจะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้วก็จะเริ่มเกิดศรัทธาหันมาทำตามเป็นการพากันสร้างบุญกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไป

เมื่อสร้างบุญมาดีแล้ว บุญนี้จะเก็บไว้กับตัวเสียก่อน เมื่อสร้างให้มากๆ ยิ่งดีเพราะเมื่อถึงเวลานำไปใช้แล้วจะได้มีใช้ไม่ขาดแคลน

ดังคำสอนของสมเด็จของพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีที่ท่านกล่าวเป็นอมตะวาจาว่า

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะ

หนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้วเจ้าจะมี

อะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะเมื่อยังไม่ถึงเวลา

เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลยจะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”

หมั่นสร้างบุญอย่างสม่ำเสมอให้มากพอและยาวนานพอส่วนจะนำบุญไปใช้ให้เกิดผลเร็วๆ อย่างไรนั้นจะกล่าวในบทของ

เคล็ดของการนำบุญมาใช้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

และภาพจาก Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

ไม่อยากทำบาป ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต !! คาถาไล่ปลวก ไล่มด ไล่แมลง

ไม่อยากทำบาป ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต !! คาถาไล่ปลวก ไล่มด ไล่แมลง

คาถาไล่ปลวก ไล่มด ไล่แมลง   แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสารเคมีสำหรับช่วยกำจัดสัตว์และแมลงไม่พึงประสงค์ แต่หลายครั้งหลายหนที่หายหน้าไปประเดี๋ยวหนึ่งก็กลับมาใหม่ “นะโม นะมัด กำจัดออกไป อย่าเข้ามาใกล้ เสมามณฑล ออกไปให้พ้น วินาศสันติ” นี่เป็นคาถาที่ ดร.พระมหาทศพร อิทธิวโร แห่งวัดสระบัว อ.เมือง จ.เพชรบุรี บอกกล่าวแก่ญาติโยมที่มีปัญหาคาใจเรื่องการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่อยากทำบาป แต่สัตว์จำพวกมด หนู แมลงต่างๆ โดยเฉพาะปลวก ถ้าไม่ฆ่ามัน มันก็ถล่มบ้านเรา ญาติโยมคนหนึ่งเตรียมจะเอาผงเขียวทลายรังปลวกอยู่แล้ว เรียกว่าฆ่ายกรังกันเลยทีเดียว   “ลำบากใจเหมือนกัน เพราะสัตว์จำพวกปลวกนี่มันแทะกินบ้านได้ทั้งหลัง ญาติโยมก็ปรึกษาว่า จะทำยังไงดีหลวงพ่อ” หลวงพ่อว่า ฆ่าสัตว์ผิดศีลข้อแรก อาตมาบอกญาติโยมไปว่า ไม่อยากแนะนำให้ฆ่า แม้ว่าสิ่งที่ฆ่าจะเป็นเพียงสัตว์ตัวเล็กๆ ก็ตาม แนะนำให้ลองว่าคาถาเก่าแก่นี้     เริ่มด้วยนะโม คาถาขอขึ้นด้วยนะโมของพระพุทธเจ้า จากนั้นก็ร่ายบทมนต์อันมีแก่นจากใจของผู้ร่ายคาถาที่ไม่ต้องการทำร้ายเบียดเบียนเพื่อนร่วมโลก รับรองว่าท่องบ่นมนต์บทนี้แล้ว มด แมลง สัตว์เล็กสัตว์น้อยหรือแม้กระทั่งปลวก ก็จะไปจากบ้านของพวกท่านโดยดี “ไปหมดนะโยม ไม่ว่ามดว่าแมลงสาบหรือแมลงทั้งนั้น อย่างปลวกที่ว่าร้าย ท่องคาถาให้มันได้ยินเบาๆ หลายวันเข้า […]

ตุ๊กแกร้อง 9 ครั้งเลขเด็ด ‘ตุ๊กแกร้องทัก’ โชคดีหรือโชคร้าย ตีเลขเด็ดตามความเชื่อโบราณ

ตุ๊กแกร้อง 9 ครั้งเลขเด็ด ‘ตุ๊กแกร้องทัก’ โชคดีหรือโชคร้าย ตีเลขเด็ดตามความเชื่อโบราณ

เว็บเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำข้อมูล ตุ๊กแกร้อง 9 ครั้งเลขเด็ด เปิดคลังสาระ ความเชื่อคนไทยโบราณ “หากตุ๊กแกร้องทัก” หมายถึงอะไร นับจำนวนเสียงร้องตุ๊กแกกี่ครั้ง เตรียมเช็กดวงก่อนออกจากบ้าน พร้อมที่มาความเชื่อคู่ศรัทธาชาวไทย บ้านใครมีตุ๊กแกต้องอ่าน! รู้จักวิถีความเชื่อคนไทยโบราณ รวมความหมาย “ตุ๊กแกร้องทัก” เรียกกี่ครั้ง ทักเวลาไหน มีโชคลาภหรือลางบอกเหตุอย่างไรบ้าง เราขอแนะนำ heng99 เว็บหวยออนไลน์ยอดนิยมที่มาแรงที่สุดในตอนนี้จ่ายบาทละ 1000 ตุ๊กแกร้อง 9 ครั้งเลขเด็ด ‘ตุ๊กแกร้องทัก’ โชคดีหรือโชคร้าย เพราะตุ๊กแกเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่อยู่คู่วัฒนธรรมไทยมาตั้งแต่อดีต เสียงร้องตุ๊กแก สามารถตีความหมายได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับจำนวนเสียงร้องทักและช่วงเวลาที่กำลังจะออกเดินทาง แต่ส่วนมากมักเกี่ยวกับลางบอกเหตุร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือภัยอันตรายที่คืบคลานเข้ามา เปรียบได้กับการเตือนสติให้ผู้คนระมัดระวังตัว และมีสติอยู่ในความไม่ประมาทในแต่ละวัน สำหรับ “ตุ๊กแก” จัดว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีนิสัยดุร้าย มักพบส่วนมากในพื้นที่ทวีปเดเชียและเขตร้อน ลักษณะทางกายภาพมีลวดลายบนลำตัว โดยมีการอธิบายสาเหตุของตุ๊กแกร้องทักออกไปตามหลักวิทยาศาสตร์ว่า เป็นการป่าวประกาศพื้นที่อาณาเขตของตัวเอง และยังเป็นการปล่อยลมออกผ่านบริเวณส่วนลำคอ โดยจำนวนที่ร้องทักบ่งบอกถึงปริมาณลมที่เข้าไปกักเก็บไว้ในปอดนั่นเอง ความหมาย “ตุ๊กแกร้องทัก” บอกเหตุอะไร? สำหรับจำนวนครั้งตามความเชื่อโบราณเกี่ยวกับ “ตุ๊กแกร้องทัก” มีตั้งแต่การร้องทัก 1 ครั้ง ไปจนถึงการร้องทัก 11 ครั้ง โดยแต่ละจำนวนครั้งที่ร้องเรียกหามักประกอบด้วยจำนวนคี่ มีความหมายแตกต่างกันออกไป เช็กรายละเอียดเพิ่มเติมได้แล้วที่นี่จ้าาา ตุ๊กแกร้อง […]

ใครอยากปลดหนี้ต้องขอที่นี่ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ใครหนี้ล้นตัว เพียงสวดบทนี้จะดีขึ้น

ใครอยากปลดหนี้ต้องขอที่นี่ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ใครหนี้ล้นตัว เพียงสวดบทนี้จะดีขึ้น

ใครอยากปลดหนี้ต้องขอที่นี่  ตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงกอบกู้เอกราชจากพม่าเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พระองค์ไม่เพียงจะได้รับการเทิดทูนอย่างสูงจากชนชาวไทย ในฐานะพระมหากษัตริย์นักรบเท่านั้น พระองค์ยังเป็นที่พึ่งทางใจของคนทั่วไปตลอดมา ด้วยความเชื่อว่าบารมีแห่งพระองค์ท่านจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในเรื่อง การค้าขาย การเรียน การงาน หนี้สินจากการค้าขายสำหรับการ “บน” หรือ “ขอ” เพื่อให้หลุดจากภาระหนี้สินนั้นดูเหมือนเพิ่งจะได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงฟองสบู่แตกเมื่อปี 2540 เพราะในช่วงนั้นคนในประเทศส่วนใหญ่เกิดภาวะการเป็นหนี้เป็นสินมากที่สุด ซึ่งสิ่งที่พวกเขาหันไปพึ่งพาเพื่อให้พาชีวิตครอบครัวอยู่รอดคือการพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ซึ่งคนที่ไปบนบานที่นั่นเชื่อว่าท่านจะสามารถช่วยเหลือในเรื่องของหนี้สินได้ เพราะในอดีตนั้นเคยเป็นหนี้เป็นสินประเทศจีนจึงทำให้พระองค์เข้าใจหัวอกของคนเป็นหนี้นั่นเอง     ใครอยากปลดหนี้ต้องขอที่นี่  ปาฏิหาริย์ คาถา ปลดหนี้ นอกจากนี้ผู้ไปบนบานยังสามารถขอให้ท่านช่วยเรื่อง ค้าขาย การเรียน การงาน อีกด้วย สำหรับวิธีบนนั้นจะต้องใช้ธูป 16 ดอก มาลัยดาวเรือง มาลัยมะลิ และหลังจากสำเร็จแล้วต้องการจะแก้บนจะต้องแก้บนตามคำกล่าวที่เคยขอท่านไว้หรือโดยการนำอาหารคาว หวาน มาถวายท่าน เหล่าข้าราชบริพาร และประชาราษฏร์ผู้รู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงเทิดทูนยกย่องถวายพระเกียรติของพระองค์ท่านว่า “มหาราช” สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระผู้ทรงเป็นมหาวีรบุรุษของชาติไทย ตราบจนเท่าทุกวันนี้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 คณะรัฐบาลไทยในสมัย ฯพณฯ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่าได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประดิษฐานอยู่ […]

ความเชื่อเรื่องสะเก็ดดาว สะเก็ดดาวคืออะไร

ความเชื่อเรื่องสะเก็ดดาว สะเก็ดดาวคืออะไร

ความเชื่อเรื่องสะเก็ดดาว   ในประเทศไทยแถบภาคอีสานก็มีหินเท็กไทต์นี้ตกอยู่ทั่วไป คนโบราณเล่าว่าบางช่วงตกลงใส่หลังคาเสียงเกรียวกราว ผู้คนนิยมนำมาพกติดตัวเอาไว้แทนเครื่องรางของขลังเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ตกมาจากฟากฟ้า ในแง่ของพลังเชื่อว่าสถานที่ที่พบสะเก็ดดาวคือสถานที่ที่มีสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าสูง ซึ่งนั่นอาจทำให้หินมีพลังเข้มข้นสูงตามไปด้วย สะเก็ดดาวที่พบในประเทศไทยมีขนาดเล็ก มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก สามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับได้ โดยความเชื่อนั้นคนโบราณเชื่อว่าหินชนิดนี้จะสามารถทำให้ผู้เป็นเจ้าของเพิ่มพูนการรับรู้ต่าง ๆ ได้ละเอียดอ่อนขึ้น เชื่อมั่นในซิกท์เซนส์ของตัวเองได้ดีขึ้น และปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยจากงสิ่งชั่วร้าย ใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับจิตประสาท หรือคนที่เคร่งเครียด เคร่งเครียดต่อระเบียบวินัยจนเกินพอดี หินชนิดนี้จะบำบัดให้คลายความเคร่งเครียดในพฤติกรรมลง นอกจากนี้ยังทำให้จิตใจของคนที่ฮึกเหิมทะเยอทะยานมากเกินเหตุ ค่อย ๆ ผ่อนคลายและทำอะไรเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้แล้วหินชนิดนี้ทำงานร่วมกับความฝันได้ดี ช่วยให้เรามองเห็นความฝันได้อย่างชัดเจน เข้าใจถึงสิ่งที่สื่อสารออกมาในรูปของความฝันได้เป็นอย่างดี   ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน *** ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<< ที่มา : Student.nu.ac.th บทความแนะนำ ฮันนีมูนกับความเชื่อชาวตะวันตก ความเชื่อการใช้สิ่งของแตกร้าว ส่งผลให้ชีวิตร้าวฉาน […]