รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า

เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ”

คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์

พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า

“แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้”

การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา

การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่

วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ)

2. การเจริญปัญญา

การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง

นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น

การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” เพื่อหาเหตุผลในสภาวะที่เป็นธรรมและความจริงในแต่ละสรรพสิ่งว่า สิ่งทั้ง

หลายในโลกนี้เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป (อนิจจัง) ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์ (ทุกขัง) คือทุกอย่างเป็น

สภาพที่ไม่อาจทนอยู่ในสภาพเดิมได้ เกิดขึ้นแล้วไม่อาจทรงตัวต้องเปลี่ยนแปลงไป ทำให้อารมณ์เกิดความเปลี่ยนแปลง

ไปตามวัตถุซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ตามมา และ สุดท้ายคือ ทุกสิ่งไม่มีตัวตนและไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนหรือเป็นของๆ ใครใดๆ ทั้งสิ้น (อนัตตา)

ผลของการเจริญสมาธิและปัญญาจะทำให้พบความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร

ความสุขที่ได้จากการเจริญภาวนานั้นเป็นความสุขที่เรียกได้ว่า “ละเอียด” กว่าความสุขทางกายมากมายนัก และมีถึง 3 ขั้นคือมีความสุขใน

ปัจจุบัน สุขในโลกหน้า และมีความสุขเป็นที่สุดคือนิพพาน

1. ความสุขในปัจจุบัน

เมื่อฝึกทำสมาธิได้ในระดับเบื้องต้นเพียงแค่ปล่อยวางใจให้ผ่อนคลายกับเรื่องราวต่างๆ ได้ก็เกิดผลบุญขึ้นคือ ใจเป็นสุขที่ได้ปล่อยวางได้พบกับ

ความสุขใจขั้นพื้นฐานได้แก่ เมื่อหลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข จะนั่ง นอน ยืน หรือเดิน ไม่ว่า

อิริยาบถไหนๆ ก็มีความสุขทั้งสิ้น สุขไม่ต้องเลือกเวลาและสถานที่เพราะว่าจิตใจของเรานิ่งเป็นสุขแล้ว (พระท่านว่า “นัตถิ สันติปะรัง สุขัง”

สุขอื่นนอกจากหยุดนิ่งนั้นไม่มี

2. ความสุขในโลกหน้า

ความสุขในระดับขั้นต่อไปคือ เมื่อได้ละจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไปเสวยสุขในภพภูมิที่เป็นสุขขึ้นไปในโลกหน้า เพราะการที่เราจะไปสู่ “สุคติ”

หรือภพที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับความหมองหรือความใสของจิตเป็นหลักหากก่อนจากไปมีจิตใจที่ผ่องใส

เป็นสุข ก็มีสุคติเป็นที่ไป หากก่อนจากไปจิตมีความขุ่นข้องเป็นทุกข์ก็มี ทุคติเป็นที่ไปตามหลักกรรมแห่งอาสันนกรรม

3. ความสุขอันเป็นนิพพาน

การเจริญภาวนานั้นเป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลส หากหมั่นเพียรฝึกฝนจนกระทำสำเร็จจนสิ้นกิเลสในภพชาติปัจจุบันก็จะทำให้จิตหลุดพ้นไม่ต้อง

กลับไปเวียนว่าย ในสังสารวัฏอีก อันหมายถึงพระนิพพาน ซึ่งความสุขแบบนี้มีแต่พระพุทธเจ้ากับเหล่าพระอรหันต์เท่านั้นที่สามารถไปถึงได้

หากเราต้องการที่จะไปถึงความสุขพ้นทุกข์ไปตลอดกาล ในภพชาติปัจจุบันก็ต้องพยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ หากไม่ถึงนิพพานในชาตินี้ชาติหน้าก็

จะถึงได้แน่นอนต้องหมั่นสะสมบุญบารมีไปและต้องมีเคล็ดวิธีการฝึกสมาธิและการเจริญปัญญาที่ถูกต้องจากผู้ที่รู้จริงเท่านั้น

การสร้างและสั่งสมบุญนั้นจึงเป็น “งานสำคัญของชีวิต” ควรที่เราจะต้องกระทำให้เป็นนิสัยจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งไปเลยดังที่บรรพบุรุษของ

เราเคยกระทำมาโดยคนโบราณนั้นถึงกับมีคติในการสร้างบุญบารมีเอาไว้ว่า

“เช้าใดยังไม่ได้ให้ทานหรือทำทาน เช้านั้นก็อย่าเพิ่งกินข้าว”

“วันใดที่ยังไม่ได้สมาทานศีลเพื่อที่จะตั้งใจรักษาศีล วันนั้นก็อย่าเพิ่งออกจากบ้าน”

“คืนใดที่ยังไม่ได้สวดมนต์ นั่งเจริญสมาธิภาวนาคืนนั้นก็อย่าเพิ่งเข้านอน”

ลองถ้าเราตั้งเงื่อนไขการสร้างบุญซึ่งไม่ใช่เรื่องทำยากเลยไว้เช่นนี้เมื่อทำจนเป็นนิสัยมันก็จะติดตัวเราไปและยังประโยชน์ให้เกิดกับคนรอบข้าง

ไปด้วยเพราะเขาจะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้วก็จะเริ่มเกิดศรัทธาหันมาทำตามเป็นการพากันสร้างบุญกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไป

เมื่อสร้างบุญมาดีแล้ว บุญนี้จะเก็บไว้กับตัวเสียก่อน เมื่อสร้างให้มากๆ ยิ่งดีเพราะเมื่อถึงเวลานำไปใช้แล้วจะได้มีใช้ไม่ขาดแคลน

ดังคำสอนของสมเด็จของพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีที่ท่านกล่าวเป็นอมตะวาจาว่า

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะ

หนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้วเจ้าจะมี

อะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะเมื่อยังไม่ถึงเวลา

เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลยจะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”

หมั่นสร้างบุญอย่างสม่ำเสมอให้มากพอและยาวนานพอส่วนจะนำบุญไปใช้ให้เกิดผลเร็วๆ อย่างไรนั้นจะกล่าวในบทของ

เคล็ดของการนำบุญมาใช้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

และภาพจาก Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

ฝันเห็นเต่าหลายตัว ทำนายฝัน พร้อมความหมาย ตีเลขเด็ด เตรียมรับทรัพย์

ฝันเห็นเต่าหลายตัว ทำนายฝัน พร้อมความหมาย ตีเลขเด็ด เตรียมรับทรัพย์

เปิดตำราพยากรณ์ ทำนายฝัน ตีเลขเด่น กับทาง เลขเด็ดออนไลน์ ฝันเห็นเต่าหลายตัว จะมีเลขเด็ดให้โชคอะไรบ้าง แล้วมีความหมายว่าอย่างไร ถ้าเกิดว่าคุณเป็นคนที่ฝันเห็นเต่าบ่อย ๆ หรือจู่ ๆ ก็ฝันเห็นเต่าขึ้นมา หากฝันเช่นนี้ จะส่งผลอย่างไรกับชีวิตจริงบ้างหรือเปล่า การทำนายฝันตามตำราโบราณนั้น ถือว่าความฝันเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อชีวิต สามารถบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่จะเกิดขึ้น ซึ่งความฝันจะเป็นจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับโชคชะตา และวาสนาของแต่ละบุคคล บางคนก็นำความฝันมาตีเป็นตัวเลขแล้วนำไปเสี่ยงโชค ซึ่งผลจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับโชควาสนา และความเชื่อของแต่ละคน กองสลากพลัส วิธีซื้อหวยออนไลน์ ต้องทำอย่างไร มังกรฟ้า วิธีซื้อลอตเตอรี่ออนไลน์ ถูกรางวัลรับเงินง่าย ได้ชัวร์ สายมูห้ามพลาด เวลาฝันบอกเหตุ ทำนายฝัน ฝันวันไหนบอกอะไรคุณได้บ้าง ? ฝันเห็นเต่าหลายตัว ทำนายฝัน พร้อมความหมาย ตีเลขเด็ด เตรียมรับทรัพย์ ฝันเห็นเต่าหลายตัว ความหมาย สำหรับคนที่ฝันเห็นเต่าหลายตัว แปลว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์กำลังกลับมาทวงถามในสิ่งที่เราเคยบนบานไว้ ให้กลับไปแก้บน พยายามนึกให้ได้ว่า เคยไปขอที่ไหนไว้ ให้รีบกลับไปขมา และรีบแก้โดยด่วน เลขเด็ดนำโชคน่าซื้อ ฝันว่าเห็นเต่าหลายตัว เลขเด็ด : 0 4 และ 2 […]

10 วิธีใช้หนี้พ่อแม่ คำสอนจากหลวงพ่อจรัญ ทำแล้วชีวิตเจริญ ทําบุญกับพ่อแม่ ดีที่สุด

10 วิธีใช้หนี้พ่อแม่ คำสอนจากหลวงพ่อจรัญ ทำแล้วชีวิตเจริญ ทําบุญกับพ่อแม่ ดีที่สุด

10 วิธีใช้หนี้พ่อแม่ คำสอนจากหลวงพ่อจรัญ ทำแล้วชีวิตเจริญ     10 วิธีที่พึงปฏิบัติ พ่อแม่คือผู้ให้ชีวิตกับเราแต่เล็กจนโตท่านต้องคอยพร่ำสอนให้ทำความดี ส่งเสียให้เรียนหนังสือ เลี้ยงดูแลเอาใจใส่เราในทุก ๆ เรื่อง เมื่อเราโตขึ้นหน้าที่ของลูกทุกคนก็คือ กตัญญูกตเวที คอยดูแลเลี้ยงดูท่านเมื่อยามแก่เฒ่า ทำให้ท่านมีความสุขเพราะ “พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก” พระพุทธศาสนาสอนให้เราเป็นคนกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา แล้วชีวิตก็จะมีแต่เรื่องดี ๆ จึงขอนำเรื่องราวสาระธรรมดี ๆ ที่ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้เขียนไว้สอนใจ ฝากถึงลูก ๆ ทุกคน กับ 10 วิธีใช้หนี้พ่อแม่ มีดังนี้     1. จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และนี่ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้ว จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรังเกียจแม่ ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก ฯ   2. ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุด ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ ฯ   3. ผู้ใดก็ตามที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน […]

ความเชื่อ นอนโลงศพแก้เคล็ด สะเดาะเคราะห์ พิธีกรรมต่อดวงชะตา !!

ความเชื่อ นอนโลงศพแก้เคล็ด สะเดาะเคราะห์ พิธีกรรมต่อดวงชะตา !!

ความเชื่อ นอนโลงศพแก้เคล็ด   นอนโลงศพ สะเดาะเคราะห์ถือเป็นพิธีกรรมต่อดวงชะตาโดยการนอนในโลงศพ ที่มีความเชื่อกันว่าการนอนโลงศพ เป็นการแก้เคล็ดต่ออายุและช่วยให้พ้นเคราะห์ สำหรับจุดประสงค์ของการจัดพิธีนอนโลง ไม่เพียงเพื่อการสะเดาะเคราะห์ หากแต่ยังต้องการสื่อให้ทุกคนเห็นถึงสัจธรรมความจริงว่า ที่สุดแล้วว่าทุกคนย่อมหนีไม่พ้นความตาย การประกอบพิธีจึงเปรียบเสมือนการฝึกตายก่อนตายจริง การนอนโลงศพสะเดาะเคราะห์จากความเชื่อถือเป็นการต่อชะตา พิธีสืบชะตา เป็นพิธีกรรมหนึ่งที่กระจายอยู่ในวัฒนธรรมแถบเอเชีย โดยเฉพาะในหมู่ชาวพุทธ ทั้งชาวไทย จีน ไปจนถึงทิเบต รูปแบบประเพณี ก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของท้องถิ่น ส่วนในชาวไทยเชื้อสายจีน เรียกพิธีสืบชะตาต่ออายุนี้ว่า ” พิธีแซกี ” คือ การทำสุสานที่ฝังหลอก โดยที่เจ้าของหลุมยังไม่ตาย แต่มีการนำสิ่งของบางอย่างตามความเชื่อ เอาไปฝังไว้ในสุสานแทนตัวเอง สำหรับพิธีการนอนโลงศพสะเดาะเคราะห์นั้นโดยส่วนใหญ่ จะใช้เวลาแต่ละครั้งประมาณ 5 นาที โดยพระสงฆ์ที่นิมนต์มาจำนวน 4 รูป จะสวดบังสุกุลตายให้ผู้ที่นอนในโลงศพ จะหันหัวไปทิศตะวันตก และกลับหัวมาทิศตะวันออก พระจะสวดบังสุกุลเป็น พร้อมให้ศีล ให้พร โดยทางวัดได้นำโลงศพใบเก่าไปทำพิธีฌาปนกิจตามประเพณี เพื่อให้สิ่งชั่วร้าย และสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง ให้มอดไหม้ไปกับกองไฟ จากนั้นเปลี่ยนโลงศพใบใหม่มาใช้ทำพิธีให้ญาติโยมตลอดปี   ประโยชน์ของการให้ฝึกตายทุกวันหรือหัดตายเสียตั้งแต่ยังไม่ตาย ในทางพระพุทธศาสนา มีคำสอนให้มองเห็นตัวเอง แตกออกเป็นชิ้นหยาบ เพื่อให้เห็นเป็นอนิจจังและอนัตตา จนกระทั่งคลายจากความยึดมั่นในตัวตน การฝึกให้มีความรู้สึกว่าตายทั้งที่ยังไม่ตาย ได้ทำให้เกิดปัญญาแล้ว ศาสนาพุทธยังสอนให้คนเราไปร่วมแสดงความเสียใจต่อบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว […]

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว เพราะอะไร

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว เพราะอะไร

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับ ฮิกันบานะ มาให้อ่านกัน ดอกไม้แนวอนิเมะแฟนตาซีในญี่ปุ่น ดอกไม้แห่งความตาย ทำไมคนญี่ปุ่นถึงกลัวดอกไม้ชนิดนี้ และสาเหตุของการเป็นดอกไม้แห่งความตายเพราะอะไร ฮิกันบานะ ที่มาของชื่อ ดอกฮิกันบานะ เป็นดอกไม้สีแดงของประเทศญี่ปุ่น จัดเป็นไม้ยืนต้นตระกูลดอกลิลลี่ ดอกไม้ชนิดนี้คนไทยเรียกว่า พลับพลึงสีแดง หรือ พลับพลึงแม่งมุม และที่มาของชื่อ ฮิกันบานะ นั้นมาจากดอกไม้ชนิดนี้จะบานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต และ วันศารทวิษุวัต เป็นวันที่มีการเฉลิมฉลองวันหยุดยาวทางศาสนาพุทธของชาวญี่ปุ่นเป็นเวลา 7 วัน หรือที่เรียกกันว่า ฮิกัน นั่นเอง     นอกจากจะชื่อ ฮิกันบานะ แล้ว ดอกฮิกันบานะ ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มันจูชาเงะ ในศาสนาพุทธถือว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็น ดอกไม้แห่งสวรรค์ เพราะมี ความเชื่อกันว่าหากมีเรื่องที่น่ายินดีหรือเรื่องที่เป็นมงคลเกิดขึ้นดอกไม้สีแดงก็จะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามดอกไม้ชนิดนี้ในประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกที่น่ากลัวหรือสื่อไปในทางที่ไม่ดีอยู่เหมือนกันค่ะ เช่น ชิบิโตะบานะ (ดอกไม้คนตาย), จิโกคุบานะ (ดอกไม้นรก), ยูเรบานะ (ดอกไม้วิญญาณ), คิทสึเนะบานะ (ดอกไม้จิ้งจอก), สุเตโกะบานะ (ดอกไม้เด็กกำพร้า), คามิโซริบานะ (ดอกใบมีดโกน) เป็นต้น     ฮิกันบานะ ความหมายของสีดอกฮิกันบานะ สีแดง หมายถึง อิสรภาพ ความคลั่งไคล้ […]