รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

 

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า

เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ”

คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์

พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า

“แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้”

การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา

การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่

วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์”

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ)

2. การเจริญปัญญา

การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง

นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น

การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” เพื่อหาเหตุผลในสภาวะที่เป็นธรรมและความจริงในแต่ละสรรพสิ่งว่า สิ่งทั้ง

หลายในโลกนี้เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป (อนิจจัง) ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์ (ทุกขัง) คือทุกอย่างเป็น

สภาพที่ไม่อาจทนอยู่ในสภาพเดิมได้ เกิดขึ้นแล้วไม่อาจทรงตัวต้องเปลี่ยนแปลงไป ทำให้อารมณ์เกิดความเปลี่ยนแปลง

ไปตามวัตถุซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ตามมา และ สุดท้ายคือ ทุกสิ่งไม่มีตัวตนและไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนหรือเป็นของๆ ใครใดๆ ทั้งสิ้น (อนัตตา)

ผลของการเจริญสมาธิและปัญญาจะทำให้พบความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร

ความสุขที่ได้จากการเจริญภาวนานั้นเป็นความสุขที่เรียกได้ว่า “ละเอียด” กว่าความสุขทางกายมากมายนัก และมีถึง 3 ขั้นคือมีความสุขใน

ปัจจุบัน สุขในโลกหน้า และมีความสุขเป็นที่สุดคือนิพพาน

1. ความสุขในปัจจุบัน

เมื่อฝึกทำสมาธิได้ในระดับเบื้องต้นเพียงแค่ปล่อยวางใจให้ผ่อนคลายกับเรื่องราวต่างๆ ได้ก็เกิดผลบุญขึ้นคือ ใจเป็นสุขที่ได้ปล่อยวางได้พบกับ

ความสุขใจขั้นพื้นฐานได้แก่ เมื่อหลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข จะนั่ง นอน ยืน หรือเดิน ไม่ว่า

อิริยาบถไหนๆ ก็มีความสุขทั้งสิ้น สุขไม่ต้องเลือกเวลาและสถานที่เพราะว่าจิตใจของเรานิ่งเป็นสุขแล้ว (พระท่านว่า “นัตถิ สันติปะรัง สุขัง”

สุขอื่นนอกจากหยุดนิ่งนั้นไม่มี

2. ความสุขในโลกหน้า

ความสุขในระดับขั้นต่อไปคือ เมื่อได้ละจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไปเสวยสุขในภพภูมิที่เป็นสุขขึ้นไปในโลกหน้า เพราะการที่เราจะไปสู่ “สุคติ”

หรือภพที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับความหมองหรือความใสของจิตเป็นหลักหากก่อนจากไปมีจิตใจที่ผ่องใส

เป็นสุข ก็มีสุคติเป็นที่ไป หากก่อนจากไปจิตมีความขุ่นข้องเป็นทุกข์ก็มี ทุคติเป็นที่ไปตามหลักกรรมแห่งอาสันนกรรม

3. ความสุขอันเป็นนิพพาน

การเจริญภาวนานั้นเป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลส หากหมั่นเพียรฝึกฝนจนกระทำสำเร็จจนสิ้นกิเลสในภพชาติปัจจุบันก็จะทำให้จิตหลุดพ้นไม่ต้อง

กลับไปเวียนว่าย ในสังสารวัฏอีก อันหมายถึงพระนิพพาน ซึ่งความสุขแบบนี้มีแต่พระพุทธเจ้ากับเหล่าพระอรหันต์เท่านั้นที่สามารถไปถึงได้

หากเราต้องการที่จะไปถึงความสุขพ้นทุกข์ไปตลอดกาล ในภพชาติปัจจุบันก็ต้องพยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ หากไม่ถึงนิพพานในชาตินี้ชาติหน้าก็

จะถึงได้แน่นอนต้องหมั่นสะสมบุญบารมีไปและต้องมีเคล็ดวิธีการฝึกสมาธิและการเจริญปัญญาที่ถูกต้องจากผู้ที่รู้จริงเท่านั้น

การสร้างและสั่งสมบุญนั้นจึงเป็น “งานสำคัญของชีวิต” ควรที่เราจะต้องกระทำให้เป็นนิสัยจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งไปเลยดังที่บรรพบุรุษของ

เราเคยกระทำมาโดยคนโบราณนั้นถึงกับมีคติในการสร้างบุญบารมีเอาไว้ว่า

“เช้าใดยังไม่ได้ให้ทานหรือทำทาน เช้านั้นก็อย่าเพิ่งกินข้าว”

“วันใดที่ยังไม่ได้สมาทานศีลเพื่อที่จะตั้งใจรักษาศีล วันนั้นก็อย่าเพิ่งออกจากบ้าน”

“คืนใดที่ยังไม่ได้สวดมนต์ นั่งเจริญสมาธิภาวนาคืนนั้นก็อย่าเพิ่งเข้านอน”

ลองถ้าเราตั้งเงื่อนไขการสร้างบุญซึ่งไม่ใช่เรื่องทำยากเลยไว้เช่นนี้เมื่อทำจนเป็นนิสัยมันก็จะติดตัวเราไปและยังประโยชน์ให้เกิดกับคนรอบข้าง

ไปด้วยเพราะเขาจะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้วก็จะเริ่มเกิดศรัทธาหันมาทำตามเป็นการพากันสร้างบุญกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไป

เมื่อสร้างบุญมาดีแล้ว บุญนี้จะเก็บไว้กับตัวเสียก่อน เมื่อสร้างให้มากๆ ยิ่งดีเพราะเมื่อถึงเวลานำไปใช้แล้วจะได้มีใช้ไม่ขาดแคลน

ดังคำสอนของสมเด็จของพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีที่ท่านกล่าวเป็นอมตะวาจาว่า

“บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป

ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะ

หนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้วเจ้าจะมี

อะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะเมื่อยังไม่ถึงเวลา

เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลยจะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”

หมั่นสร้างบุญอย่างสม่ำเสมอให้มากพอและยาวนานพอส่วนจะนำบุญไปใช้ให้เกิดผลเร็วๆ อย่างไรนั้นจะกล่าวในบทของ

เคล็ดของการนำบุญมาใช้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

และภาพจาก Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

ของขวัญปีใหม่ เสริมดวงชะตาที่ถูกใจทั้งผู้ให้ผู้รับ

ของขวัญปีใหม่ เสริมดวงชะตาที่ถูกใจทั้งผู้ให้ผู้รับ

ของขวัญปีใหม่ เสริมดวงชะตาที่ถูกใจทั้งผู้ให้ผู้รับ   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะขอแนะนำ ของขวัญปีใหม่ เสริมดวงชะตา ให้กับผู้ที่กำลังคิดหาของขวัญปีใหม่ ให้กับญาติผู้ใหญ่ และคนที่คุณรัก ของขวัญปีใหม่ ประเพณีการมอบของขวัญถือเป็นประเพณีสากลทุกคนทั่วโลก สิ่งสำคัญคือ การมอบของขวัญแทนความห่วงใย ที่มีต่อบุคคลที่สำคัญ และบุคคลที่เรารักเคารพนับถือโดยสื่อความหมาย ความรู้สึกของเราผ่านทางชิ้นของขวัญ วันนี้รวบรวมเป็นบางส่วนมาฝาก มาดูความหมายของของขวัญที่เราเลือกจะมอบกันในเทศกาลปีใหม่นี้ ของขวัญแต่ละชิ้นมีความหมายอย่างไรจะได้ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ที่สำคัญคือเสริมดวงชะตา ให้เฮงๆ ต้อนรับปีใหม่นี้..     แนะนำของขวัญปีใหม่เสริมดวงชะตาที่ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับ   1. ปากกา เป็นสัญลักษณ์ซื่อตรงแห่งความสำเร็จ 2. พระเครื่องหรือพระพุทธรูป ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นเป็นสุข 3. คุกกี้หรือ ช็อกโกแลต เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและความปรารถนาดี ความรัก และมิตรภาพ 4. ตุ๊กตา เป็นสัญลักษณ์แห่งความปรารถนาดี และมิตรภาพ และถ้าเป็นกบสื่อความหมายแห่งความสดชื่นและความสำเร็จทางการงาน 5. เครื่องประดับ เป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูและความสำเร็จ เช่นกำไล เชื่อ ว่าการให้กำไรแก่ชีวิต จะทำให้คนรับ จะได้ มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น 6. […]

ผีแม่บันไดกับความเชื่อ

ผีแม่บันไดกับความเชื่อ

ผีแม่บันไดกับความเชื่อ   คนไทยสมัยก่อนนั้นนิยมสร้างบ้านด้วยไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างบ้านเรือนไทยของคนภาคกลาง มีองค์ประกอบหลายๆอย่างรวมกัน ทุกส่วนในบ้านนั้นล้วนมีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังเช่นที่เชื่อกันว่าที่บันไดทางขึ้นบ้านของคนไทยในสมัยก่อนนั้นมีผีประจำอยู่ เป็นผีผู้หญิงเรียกกันว่าแม่บันได ผีตนนี้มีหน้าที่ในการปกป้องบันไดในบ้านนั้นๆ มีคติความเชื่อของชาวไทยภาคกลางว่า “ห้ามเหยียบแม่บันไดยามเดินเข้าสู่เรือนชาน” เพราะเชื่อว่าหากเหยียบแม่บันไดแล้วจะก่อให้เกิดผลร้ายตาม     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน *** ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<     ที่มา : Turtle Shop ภาพจาก : Pixabay บทความแนะนำ ความเชื่อดอกจำปีบูชาพระ วันเข้าพรรษา คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไฟ ความเชื่อนักษัตรจีน หนูนำโชค ความเชื่อเรื่องซักคิวเบิส (succubus)

อาหารต้องห้ามสำหรับเทศกาลกินเจ ตามความเชื่อชาวจีน

อาหารต้องห้ามสำหรับเทศกาลกินเจ ตามความเชื่อชาวจีน

อาหารต้องห้ามสำหรับเทศกาลกินเจ ตามความเชื่อชาวจีน การร่วมพิธีกินเจมิใช่ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ เท่านั้นผู้ร่วมพิธีจะต้องดำรงตนอยู่ในศีลในธรรมอันดีงาม ทั้งกาย วาจา ใจ ยังคงมีอาหารต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งเจ มีอะไรบ้างการกินเจ Horoscope thaiza จะเสนอพร้อมเหตุผลอย่างละเอียด ยาเสพติดและเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด การกินเจเป็นอุบายจากคนโบราณห้ามสำหรับกลุ่มคนที่ชอบทำลายสุขภาพเหล้าทำลายตับ บุหรี่ทำลายปอด และครองสติไม่ได้ อันก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมมากมายอย่างที่เป็นข่าว ยาเสพติดและเครื่องดื่มมึนเมาเป็นเหตุแห่งความเสื่อมทรามทางสังคมทั้งปวง กระเทียม เหตุที่ห้ามเพราะทุกส่วนรวมทั้งกระเทียมโทน นอกจากมีกลิ่นฉุนยังส่งผลกระทบกับอุณหภูมิ ความร้อนในร่างกาย และอวัยวะต่าง ๆ ภายใน ต้นหอมทุกชนิด ความเชื่อคนจีนโบราณว่าต้นหอมทำลายระบบการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย และยังส่งกลิ่นเหม็น กุยช่าย กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ท้องเสีย เนื่องจากการรับประทานอาหารเจมีแต่ผัก ระบบการย่อยอาหารจะดี บางคนมีหยางอยู่มากเกินไป ดังนั้นการรับประทานกุยช่าย จะทำให้เพิ่มระบบการย่อยอาหารเพิ่มขึ้น และกุยช่ายยังกระตุ้นความกำหนัดทางเพศ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นต้นว่า นม เนย ไข่ เนื่องจากอาหารเจจะมีแต่เฉพาะผักธรรมชาติล้วน ๆไม่มีเนื้อสัตว์ปน บางคนที่เคร่งจัดจะแยกภาชนะที่ใส่ออกจากกัน จะเรียกภาชนะที่ใส่อาหารเจว่า “เจอั่ว” และเรียกภาชนะที่บรรจุอาหารทั่วไปรวมทั้งอาหารที่ไม่ใช่เจว่า “ชอร์” นอกจากนี้อาหารรสจัด อย่างรสเผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจี๊ต ก็ห้ามเช่นกัน เพราะส่งผลกับร่างกายเรื่อง […]

หลากหลายความเชื่อ เรื่องวันเวลาแต่งงาน

หลากหลายความเชื่อ เรื่องวันเวลาแต่งงาน

หลากหลายความเชื่อ เรื่องวันเวลาแต่งงาน   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อ “เรื่องวันเวลาแต่งงาน” มาให้อ่านกัน.. สำหรับการจัดงานแต่งงานของคนไทยนั้น เรื่องของฤกษ์ยามจะเป็นเรื่องมาก่อนเสมอ เพราะจะจัดงานแต่งงานทั้งทีก็ต้องดูฤกษ์ ดูวัน เวลาในการจัดพิธีต่างๆ กันก่อน แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยี จะก้าวไปไกลขนาดไหน คู่แต่งงานงานบางคู่ก็อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของฤกษ์ยามกัน ใช้ฤกษ์สะดวกกันไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่ในการจัดงานแต่งงานแบบไทยก็ยังต้องมีฤกษ์ยามกัน   โดยทั่วไปจะเชื่อกันว่าหากเลือกวันแต่งงานไม่ดีชีวิตแต่งงานจะไม่มีความสุข อาจจะเกิดความขัดแย้งกัน แต่ละอาจารย์ที่ดูฤกษ์ให้แต่ละคู่แต่งงาน หรือแต่ละตำราก็จะไม่เหมือนกัน อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วๆ ไป ความเชื่อต่างๆ ของวัน เวลา แต่งงานจะคล้ายๆ กันเช่น..   -ห้ามแต่งงานวันพุธ เพราะดาวพุธมีวงโคจรที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า โบราณเชื่อว่าหากแต่งงานวันพุธ จะเหมือนดาวพุธที่ไม่มีอะไรแน่นอนอาจทำให้คู่แต่งงานมีความโลเล อาจนำไปสู่การนอกใจได้ -แต่งงานวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันครู ฝ่ายชายจะแพ้ทางฝ่ายหญิง -ไม่นิยมแต่งงานกันในวันพระ อันนี้เป็นหลักการที่ตรงความจริง เพราะการจัดงานแต่งงานแบบไทยต้องนิมนต์พระมาทำพิธีในงานแต่ง แต่หากเป็นวันพระ พระสงฆ์ต้องทำวัตรที่วัด จะไม่สามารถนิมนต์มาได้ คนโบราณจึงเลี่ยงจะจัดงานแต่งในวันพระกัน -ไม่นิยมแต่งงานกันในเดือนคี่ เพราะเป็นเลขอัปมงคล การแต่งงานเป็นเรื่องของคู่ครอง จึงถือเอาเคล็ดว่าควรแต่งงานในเดือนคู่ แต่สามารถแต่งงานในเดือน […]