พระพุทธชัยมงคลคาถา อัศจรรย์บทสวดพาหุง สวดทุกวัน หลุดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง

พระพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง มหากา)

      ๑. พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง,ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ

      ๒. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง, โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขังขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ

      ๓. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง, ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตังเมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ

      ๔. อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง, ธาวันติโย ชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง  อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ

      ๕. กัตตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา, จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ

      ๖. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง, วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ

      ๗. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง, ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ

      ๘. ทุคคาหะ ทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง, พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา         โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที

หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ                 โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญฯ

 

พระพุทธชัยมงคลคาถา

 

พระพุทธชัยมงคลคาถา คำแปล (พาหุงมหากา)

คำแปล  มีอยู่ 8 บท และมีความมุ่งหมายแตกต่างกันทั้งแปดบท กล่าวคือ

บทที่ 1 สำหรับเอาชนะศัตรูหมู่มาก เช่น ในการสู้รบ
บทที่ 2 สำหรับเอาชนะใจคนที่กระด้างกระเดื่องเป็นปฏิปักษ์
บทที่ 3 สำหรับเอาชนะสัตว์ร้ายหรือคู่ต่อสู้
บทที่ 4 สำหรับเอาชนะโจร
บทที่ 5 สำหรับเอาชนะการแกล้ง ใส่ร้ายกล่าวโทษหรือคดีความ
บทที่ 6 สำหรับเอาชนะการโต้ตอบ
บทที่ 7 สำหรับเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย
บทที่ 8 สำหรับเอาชนะทิฏฐิมานะของคน

 

 

บทสวดพาหุงฯ ที่เราหลายๆคนท่องได้แล้ว และบางคนกำลังหัดท่อง ชื่อเต็มๆมีชื่อว่า “ชัยมงคลคาถา” เป็นบทสวดมนต์ที่เรียงเรียงขึ้นถึงเหตุการณ์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราได้ชนะพญามารในช่วงต่างๆ ถึง 8 เหตุการณ์ ตั้งแต่วันตรัสรู้ธรรม จนถึงเหตุการณ์ผกาพรหม เป็นต้น ซึ่งตามตำนานนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของเราทรงสวดบทนี้ทุกครั้งเพื่อใช้ในการปกครองบ้านเมืองและทำราชการสงคราม เพื่อให้มีชัยเหนืออริราชศัตรู อย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชัยชนะเหนือพญามารผู้ใจบาปได้

ในบทที่ 1 เป็นเหตุการณ์ช่วงผจญมาร ซึ่งมีเรื่องว่าในวันตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระยามารยกพลเสนามารใหญ่หลวงมา  พระยามารผู้นิรมิตแขนได้ตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างชื่อ ครีเมข พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องมา แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็สามารถเอาชนะพญามารได้ด้วยการระลึกถึงบารมีทั้ง 30 ทัศ ที่ทรงเคยลำเพ็ญมาในอดีต

ในบทที่ 2 เรื่องเล่าว่า มียักษ์ตนหนึ่ง ชื่ออาฬะวกะ เป็นผู้มีจิตกระด้างและมีกำลังยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง อาฬะวกะยักษ์ผู้มีจิตกระด้าง ปราศจากความยับยั้ง พยายามเข้ามาประทุษร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ตลอดรุ่ง แต่พระองค์ก็สามารถปราบทิฏฐิของยักษ์ตนนี้ลงได้

ในบทที่ 3 มีเรื่องว่าเมื่อพระเทวทัตทรยศต่อพระพุทธเจ้า ได้จัดการให้คนปล่อยช้างสาร ที่กำลังตกมันชื่อนาฬาคีรี เป็นช้างเมามัน โหดร้ายเหมือนไฟไหม้ป่า มีกำลังเหมือนจักราวุธ เพื่อมาทำร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เมื่อช้างมาถึง ด้วยพระบริสุทธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทำให้ช้างนาฬาคีรี ได้สติและทำความเคารพต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในบทที่ 4 เป็นเรื่องขององคุลีมาลซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี ท่านเทศน์เอาไว้ใน 69 กัณฑ์ อย่างที่เรารู้กันแพร่หลาย คือ องคุลีมาลนั้นอาจารย์บอกไว้ว่า ถ้าฆ่าคนและตัดนิ้วมือมาร้อยเป็นสร้อยคอ ให้ได้ครบพัน ก็จะมีฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่ องคุลีมาลฆ่าคนและตัดนิ้วมือได้ 999 เหลืออีกนิ้วเดียวจะครบพัน ก็มาพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ก็ทรงสามารถทรมานทิฏฐิองคุลีมาลเลิกเป็นโจร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้อมตะวาจาเกิดขึ้น คือ “เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด” และองคุลีมารโจรก็ได้ออกบวชเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

ในบทที่ 5 หญิงคนหนึ่งมีนามว่า จิญจมาณวิกา ใส่ร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการวางแผนให้ผู้คนเข้าใจผิด โดยในเวลาเย็นที่ชาวบ้านเดินออกจากวัดเชตวัน นางจืญจมาณวิกา ก็จะเดินเข้าวัดไป และในช่วงเช้าที่ชาวบ้านเข้าวัด ก็จะทำทีเป็นเดินสวนทางออกมา จนระยะเวลาผ่านไปไลานเดือน จึงเอาไม้กลมๆ ใส่เข้าที่ท้องแล้วก็ไปเที่ยวปล่อยข่าวให้เล่าลือว่าตั้งครรภ์กับพระสัมมาสัมพุทธพุทธเจ้า ซึ่งก็ทรงเอาชนะด้วยวิธีสงบ ระงับพระทัยในท่ามกลางหมู่คน ให้ความจริงปรากฏแก่คนทั้งหลายว่าเป็นเรื่องกล่าวร้ายใส่โทษพระองค์โดยแท้

ในบทที่ 6 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชนะสัจจะกะนิครนถ์ ผู้มีนิสัยละทิ้งความสัตย์ใฝ่ใจจะยกย่องถ้อยคำของตนให้สูงประหนึ่งว่ายกธงเป็นผู้มืดมัวเมา เป็นคนเจ้าโวหาร เข้ามาโต้ตอบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์จีงตรัสเทศนาสั่งสอนสัจจะกะนิครนถ์ดังกล่าว

ในบทที่ 7 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โปรดให้พระมหาโมคคัลลานะ อัครมหาสาวกไปต่อสู้เอาชนะพญานาคชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีฤทธิ์มาก และมีเล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้มากมาย ซึ่งพระมหาโมคคัลลานะก็ได้ใช้ฤทธิ์เนรมิตกายเป็นพญานาค ไปปราบนนันโทปนันทะนาคราช ผู้มีฤทธิ์มากให้พ่ายแพ้ไป

ในบทที่ 8 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชนะ ผกาพรหม ผู้มีทิฏฐิแรงกล้าสำคัญว่าตนเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยคุณอันบริสุทธิ์  รู้แจ้งโลก โดยผลัดกันซ่อนผลัดกันหา ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแปลงกายให้เล็กเท่าธุลีแล้วเดินจงกรมอยู่บนมวยผมของผกาพรหม ในที่สุดเมื่อผกาพรหมหาไม่พบจึงได้ยอมลดทิฏฐิมานะ และฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สรุป : บุคคลใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดและระลึกถึงพระพุทธชัยมงคล ๘ คาถาเหล่านี้ทุกๆ วัน บุคคลนั้นจะพึงละความจัญไรอันตรายทั้งหลายทุกอย่างเสียได้ และเข้าถึงความหลุดพ้น คือ พระนิพพานอันบรมสุข นั้นแลฯ

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

ขอขอบคุณ : กัลยาณมิตร

เรื่องน่าสนใจ

บั้งไฟ ประเพณี ความเชื่อกับการขอฝนของชาวอีสาน

บั้งไฟ ประเพณี ความเชื่อกับการขอฝนของชาวอีสาน

บั้งไฟ ประเพณี ความเชื่อกับการขอฝนของชาวอีสาน   ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ส่วนมากต้องอาศัยฟ้าฝนในการทำการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาในภาคอีสาน ดังนั้นจึงมีประเพณีความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการขอฝน เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวอีสานที่ผูกพันกับความเชื่อในเรื่องการขอฝนด้วยการทำบั้งไฟจุดขึ้นไปบนฟ้าเพื่อขอฝนจากพญาแถน ตำนานเรื่องเล่า ตำนานของประเพณีบุญบั้งไฟ ผูกพันกับนิทานพื้นบ้านสองเรื่องคือเรื่องท้าวผาแดงนางไอ่ และเรื่องสงครามระหว่างพญาคันคากกับพญาแถน ซึ่งเป็นเรื่องที่กล่าวถึงที่มาของการยิงบั้งไฟเลยทีเดียว ตำนานเรื่องนี้เริ่มจากพระโพธิสัตว์เสวยชาติเป็นพญาคันคาก (คางคก) อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ครั้งนั้น พญาแถน เทพผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ผู้ดลบันดาลให้ฝนตก เกิดไม่พอใจชาวโลกจึงบันดาลให้ฝนไม่ตกเลยตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ชาวเมืองทนไม่ไหวจึงคิดทำสงครามกับพญาแถน แต่สู้พญาแถนกับกองทัพเทวดาไม่ได้ ถูกไล่ล่าหนีมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่พญาคันคากอาศัยอยู่ ในที่สุดพญาคันคากตกลงใจเป็นจอมทัพของชาวโลกต่อสู้กับพญาแถน พญาคันคากให้พญาปลวกก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงสวรรค์ ให้พญามอดไม้ไปทำลายด้ามอาวุธของทหารและอาวุธพญาแถน และให้พญาผึ้ง ต่อ แตนไปต่อยทหารและพญาแถนฝ่ายเทวดาพ่ายแพ้ พญาแถนจึงให้คำมั่น หากมนุษย์ยิงบั้งไฟขึ้นไปเตือนเมื่อไรจะรีบบันดาลให้ฝนตกลงมาให้ทันที และถ้ากบเขียดร้องก็ถือเป็นสัญญาณว่าฝนได้ตกลงถึงพื้นแล้ว และเมื่อใดที่ชาวเมืองเล่นว่าวก็เป็นสัญญาณแห่งการหมดสิ้นฤดูฝน พญาแถนก็บันดาลให้ฝนหยุดตก ประเพณีบุญบั้งไฟ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บุญเดือนหก จัดเป็นบุญประจำปีทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะลงมือทำนาโดยมีจุดประสงค์สำคัญ คือ การขอฝน ชาวบ้านในภาคอีสาน ถือว่าบุญบั้งไฟเป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าหากหมู่บ้านใดไม่จัดบุญบั้งไฟก็อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติ เช่น โรคภัยไข้เจ็บ หรือทุพภิกขภัยแก่ชุมชนได้ สำหรับการจัดงานและการละเล่นในประเพณีบุญบั้งไฟนั้น […]

ความเชื่อโบราณ ถ้าเห็นมดขนไข่ เชื่อว่าฝนจะตกหนัก !!

ความเชื่อโบราณ ถ้าเห็นมดขนไข่ เชื่อว่าฝนจะตกหนัก !!

ความเชื่อโบราณ ถ้าเห็นมดขนไข่ เชื่อว่าฝนจะตกหนัก   มด สัตว์อีกหนึ่งชนิดที่ถึงแม้จะตัวเล็ก แต่ก็สามารถสร้างอาณาจักรขนาดใหญ่ได้อย่างน่าเกรงขาม แต่ในความเชื่อของคนโบราณนั้น ก็มีความเชื่อเกี่ยวกับ มด ดังเช่นความเชื่อที่มีต่อสัตว์ชนิดอื่นๆเช่นกัน คนโบราณมีความเชื่อว่า “มด” สามารถบอกความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาพอากาศ ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้าได้อย่างแม่นยำ ดังเช่น ถ้าหากเห็นมดขนไข่กันเป็นแถว เชื่อได้เลยว่าจะมีพายุฝนตกหนัก หรือมีพายุรุนแรงมาก ซึ่งที่เป็นเช่นนี้ก็มีผลมาจาก มด เป็นสัตว์ที่มีโสตประสาทในการรับความรู้สึกได้ดีกว่ามนุษย์นั่นเอง เมื่อยามที่มีพายุฝน มดจะสามาระรับรู้ได้ดีกว่ามนุษย์อย่างเรานั่นเอง   ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน *** ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<   ที่มา : horoscope.thaiza.com บทความแนะนำ ความเชื่อโบราณ ห้ามกวาดขยะในเวลากลางคืน ความเชื่อโบราณ […]

เรด แจสเปอร์ อัญมณีเสริมมงคลทางด้านพลังให้ชีวิต

เรด แจสเปอร์ อัญมณีเสริมมงคลทางด้านพลังให้ชีวิต

เรด แจสเปอร์ อัญมณีเสริมมงคลทางด้านพลังให้ชีวิต   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับ อัญมณีเสริมมงคล มาฝากกัน.. “เรด แจสเปอร์” (Red Jasper) คือ อีกหนึ่งอัญมณีโบราณที่เสริมมงคลทางด้านพลังให้ชีวิต ทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง ดีต่อสุขภาพและเสริมความงาม มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นๆ นำพาทรัพย์สิน รักษาสมดุลให้กับธรรมชาติ และปกป้องคุ้มครอง แจสเปอร์ เป็นหินในตระกูลควอตซ์ มีหลากหลายสี และมีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่น พิกเจอร์ แจสเปอร์ , สีโอปาร์ด สกิน แจสเปอร์ , ดัลเมเชียน แจสเปอร์ และมะฮออกกานี แจสเปอร์ ส่วนหินเรด แจสเปอร์นั้น เป็นหินสีแดงสดจนถึงแดงอมน้ำตาล มีลักษณะทึบแสง แต่ถ้านำมาขัดให้ผิดเกลี้ยง จะเป็นอัญมณีที่สวยงามชนิดหนึ่ง เตือนความจำถึงความงดงามแห่งผืนดิน ในสมัยโบราณ เรด แจสเปอร์ เป็นที่เคารพยำเกรงสูงมากของขาวเปรูเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง และการปกป้องคุ้มครองให้ปราศจากเภทภัยอันเกิดจากเวทมนต์คาถา คนโบราณเชื่อว่าหากจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น หรือมีใครคิดร้ายเราไม่ว่าจะด้านคุณไสยชั่วร้ายหรือด้านใดก็ตาม หินชนิดนี้จะมีแรงสั้นสะเทือนให้เราได้รู้ และจะสะกดเวทมนตร์เหล่านั้นเอาไว้ในหินหรือดูดซึมสิ่งร้ายๆ เหล่านั้นเอาไว้เสียเอง สมัยโบราณ […]

ความเชื่อเรื่องน้ำส้มสายชู เรื่องเล่าจากคนโบราณที่หลายคนยังไม่เคยได้ยิน

ความเชื่อเรื่องน้ำส้มสายชู เรื่องเล่าจากคนโบราณที่หลายคนยังไม่เคยได้ยิน

ความเชื่อเรื่องน้ำส้มสายชู   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับความเชื่อของ “เรื่องน้ำส้มสายชู” ในสมัยโบราณคนลพบุรีมีความเชื่อว่าไม่ให้นำน้ำส้มสายชูเข้าเมืองลพบุรี ความเชื่อเรื่องนี้ผู้ใหญ่เล่าต่อกันมาให้ลูกหลานฟังจนติดหู แม้ในปัจจุบันความเชื่อนี้จะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม ความเชื่อเรื่องไม่ให้นำน้ำส้มสายชูเข้าเมืองลพบุรีมีที่มาเกี่ยวกับตำนาน การสร้างเมืองลพบุรีว่า หลังจากที่พระรามปูนบำเหน็จความชอบให้หนุมานทหารเอก ที่ช่วยปราบวงศ์ยักษ์ได้สำเร็จ โดยการให้มาครองเมืองลพบุรีนั้น ยังมียักษ์ตนสุดท้ายหลงเหลือมาอาจหาญลองดีต่อกรกับพระรามอีก   ยักษ์ตนนี้ชื่อ “ท้าวกกขนาก” คอยทำร้ายและจับชาวเมืองกิน ร้อนถึงพระรามต้องเสด็จมาปราบท้าวกกขนาก พระรามทรงใช้เขากระต่ายมาทำเป็นคันศร ใช้หนวดเต่ามาขึงเป็นสายศรและใช้หญ้าปล้องทำเป็นลูกศรแผลงไปฆ่าท้าวกกขนาก ฤทธิ์ศรทำให้ท้าวกกขนากกระเด็นจากกรุงลงกาในชมพูทวีปมาตกบริเวณเขาวงพระ จันทร์ จังหวัดลพบุรี แต่ยักษ์ตนนี้ยังไม่ตายเพียงแต่สลบไปเพราะฤทธิ์ศรของพระรามเท่านั้นพระราม ทรงสาปให้ศร ดังกล่าวปักอกตรึงยักษ์ตนนี้ไว้บนยอดเขาชั่วกัลป์ จะได้ไม่ไปทำอันตรายใครๆ ได้ ศรที่ปักอกท้าวกกขนากนั้นจะคลายความแน่นลงทุกๆ สามปี และถ้าปล่อยให้ลูกศรหลุดจากอกได้เมื่อไรท้าวกกขนากก็จะกลับฟื้นคืนชีวิต ลุกขึ้นมาจับคนกินหมดทั้งเมือง ด้วยความรอบคอบพระรามจึงทรงสั่งให้ไก่แก้วมาคอยเฝ้าท้าวกกขนากไว้ ถ้าเห็นศรเขยื้อนขึ้นเมื่อใดให้ไก่แก้วขันขึ้นเป็นสัญญาณให้หนุมานเจ้าเมืองได้ยิน หนุมานจะเหาะมาตอกศรกลับตรึงให้แน่นตามเดิม ตามตำนานยังเล่าอีกว่าขณะที่หนุมานตอกศรจะเกิดเป็นประกายไฟกระเด็นไปเผาผลาญ บ้านเรือนของชาวเมืองลพบุรี เชื่อกันว่าด้วยเหตุนี้เองจะทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นในจังหวัดลพบุรี ทุกๆ สามปี นอกจากนี้ศรพระรามที่ปักอกท้าวกกขนากจะหลุดถอนออกได้โดยง่ายถ้าถูกราดด้วย น้ำส้มสายชู ทำให้ชาวเมืองลพบุรีในสมัยก่อนไม่มีใครกล้านำน้ำส้มสายชูเข้าเมืองลพบุรี เพราะเกรงว่านางนงประจันต์ หรือนงพระจันทร์ ซึ่งเป็นลูกสาวคนสวยของท้าวกกขนากจะแอบมาขอซื้อน้ำส้มสายชูเพื่อนำไปช่วย ยักษ์ผู้เป็นบิดาของนาง แต่นางก็ไม่เคยซื้อน้ำส้มสายชูได้เลยเพราะชาวเมืองลพบุรีสมัยก่อนไม่ยอมนำ น้ำส้มสายชูเข้าเมืองเด็ดขาด       ติดตามอ่านความเชื่อ […]