ประโยชน์ “น้ำซาวข้าว” มีข้อดีเยอะมาก รู้แล้วอย่าทิ้ง !!

ประโยชน์ “น้ำซาวข้าว” มีข้อดีเยอะมาก รู้แล้วอย่าทิ้ง !!

ประโยชน์ "น้ำซาวข้าว" มีข้อดีเยอะมาก รู้แล้วอย่าทิ้ง !!

 

วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราว ดีๆมาฝากกันอีกแล้ว.. น้ำซาวข้าว เป็นน้ำที่ได้จากการล้างข้าวก่อนนำไปหุง ซึ่งโดยปกติแล้วจะล้างข้าวไม่เกิน 1-2 ครั้ง ซึ่งการล้างข้าวทำให้สารอาหารบางอย่างหลุดออกมาอยู่ในน้ำ แต่น่าเสียดายที่เรามักจะเทน้ำซาวข้าวนี้ทิ้งไป จะดีกว่ามั๊ย…ถ้าเราสามารถดึงเอาประโยชน์ที่ว่านี้ออกมาได้ เพราะในน้ำซาวข้าวเป็นแหล่งสะสมของสารอาหารมากมาย ดังต่อไปนี้

 

– วิตามินบี 3 มีส่วนช่วยในการทำลายพิษ แอลกอฮอล์ และยาเสพติด

– วิตามินบี 2 มีส่วนช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

– วิตามินบี 1 มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร หัวใจ และกล้ามเนื้อ

 

ประโยชน์ "น้ำซาวข้าว" มีข้อดีเยอะมาก รู้แล้วอย่าทิ้ง !!

 

ด้วยสารอาหารที่กล่าวมานี้จึงทำให้ “น้ำซาวข้าว” ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

 

-น้ำซาวข้าวช่วยให้หน้าใส

การนำน้ำซาวข้าวที่สะอาด ซึ่งถ้าจะให้ดีควรเป็นน้ำซาวครั้งที่ 2 มาชำระล้างใบหน้าเป็นประจำทุกเช้าเย็น จะมีผลให้เกิดสิ่งดีๆขึ้นกับใบหน้าคุณได้ เพราะน้ำซาวข้าวจะช่วยรักษาสิวฝ้า ขจัดความมัน ลดสิว ทำให้ผิวหน้าขาวนวล นุ่ม ขึ้นได้แน่นอน

 

-น้ำซาวข้าวช่วยให้มือนุ่ม

เวลาที่คุณแช่มือในน้ำซาวข้าวเพื่อทำความสะอาดเมล็ดข้าว เมล็ดข้าวและน้ำซาวข้าวจะช่วยทำให้มือของคุณนุ่มนวลขึ้นได้ เห็นได้จากบรรดาสาวญี่ปุ่นอายุมากที่มักจะมีมือนุ่มและเต่งตึงเหมือนผิวสาวๆ เนื่องจากซาวข้าวหรือทำข้าวปั้นอยู่บ่อยครั้ง

 

-น้ำซาวข้าวช่วยให้ผมสวย

การนำน้ำซาวมาสระผมก่อนจะสระด้วยแชมพู จะช่วยให้ผมนิ่ม บำรุงหนังศีรษะ และทำให้ปราศจากรังแคได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้านำมาผสมกับน้ำมะกรูดด้วยแล้ว ยิ่งได้ผลดีมากขึ้นไปใหญ่

 

-น้ำซาวข้าวใช้ล้างผักผลไม้ได้

น้ำซาวข้าวสามารถใช้ล้างผัก ผลไม้ ขจัดสารพิษตกค้างได้ หากมีน้ำซาวข้าวเหลือๆ อย่าเพิ่งทิ้งเลย เอามาล้างผักผลไม้ให้สะอาดปราศจากสารพิษดีกว่า

 

-ใช้ล้างจาน หรือภาชนะอื่น เพื่อลดคราบไขมันและกลิ่นคาวเกาะติด

แถมยังไม่มีสารเคมีเจือปนอีกด้วย ฉะนั้นใครที่มีปัญหาน้ำยาล้างจานหมดฉุกเฉิน ก็สามารถใช้น้ำซาวข้าวล้างแทนได้แบบสบายๆ

 

-น้ำซาวข้าวขจัดกลิ่นคาวของอาหารทะเล

ปกติเวลาเราเตรียมปลาหรืออาหารทะเลเพื่อที่จะประกอบอาหารนั้น บางทีอาจมีกลิ่นคาวที่ค่อนข้างแรง และอาจมีเมือกปลาติดอยู่ ให้คุณเอาน้ำซาวข้าวมา 3 ถ้วยแกง และนำมะกรูดหรือมะนาวมา 3-5 ผล บีบน้ำมะกรูดใส่ผสมลงไปในน้ำซาวข้าวแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นก็เอาปลามาล้างได้เลย เมื่อล้างด้วยน้ำซาวข้าวผสมน้ำมะกรูดเสร็จแล้ว ก็เอามาล้างน้ำเปล่าอีกรอบ

 

-ใช้ในการดองผัก

เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านที่น่าสนใจและมีการเอาน้ำซาวข้าวมาใช้ประโยชน์ด้วย โดยในขั้นตอนการดองผักนั้นจะใช้น้ำซาวข้าวผสมเกลือใส่ลงไปด้วย เพียงไม่กี่วันก็จะได้ผักดองรสเปรี้ยวแสนอร่อย

 

-ใช้ล้างกระจก เพื่อให้ใส สะอาด

สำหรับคนที่อยากให้กระจกภายในบ้านใสสะอาด ให้นำน้ำซาวข้าวไปล้างกระจก แล้วเช็ดออกด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ เพียงง่ายๆ แค่นี้ก็ช่วยให้กระจกของคุณใส สะอาด และดูดีขึ้น

 

-ใช้เช็ดทำความสะอาดพื้นไม้ ให้เงางาม 

ถ้าบ้านใครเป็นบ้านไม้ แล้วอยากให้พื้นไม้สะอาดเงางามละก็ แนะนำให้ใช้ผ้าชุบน้ำซาวข้าวเช็ดให้ทั่วพื้น จากนั้นก็ใช้ผ้าแห้งเช็ดตามอีกที เท่านี้ก็ได้พื้นบ้านไม้เงาวับ

 

-นำน้ำซาวข้าวรดน้ำต้นไม้

ประโยชน์ข้อสุดท้าย นำให้รดน้ำต้นไม้ด้วยน้ำซาวข้าวบ่อยๆ แล้วจะพบว่าต้นไม้ของคุณดูแข็งแรง และมีใบที่สวยงามมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในน้ำซาวข้าวมีสารอาหารจากข้าวละลายอยู่มาก เมื่อใช้น้ำซาวข้าวรดน้ำต้นไม้เป็นประจำ ก็จะช่วยเร่งให้ต้นไม้แข็งแรงและเจริญงอกงาม อีกทั้งน้ำซาวข้าวมาผสมกับกากน้ำตาล และจุลินทรีย์ ก็จะได้น้ำหมักชีวภาพมาใช้เองได้อีกด้วย

 

สรุป : เมื่อรู้แบบนี้แล้ว หากเมื่อไหร่ที่คุณหุงข้าวก็อย่าเผลอทิ้งน้ำซาวข้าวที่ได้ลงท่อระบายน้ำไปนะ นำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องต่างๆจะดีกว่า

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

ภาพ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ? หากเอ่ยถึง ความตาย แน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งที่เราจะต้องเผชิญด้วยตัวเองไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง คนอินเดียก็มีความเชื่อเกี่ยวกับความตายเหมือนๆกันกับชาติอื่นๆ วันนี้ขอนำเสนออีกหนึ่งความเชื่อของคนอินเดียที่ว่า ตายแล้วไปไหน ?         พิธีการจัดการเกี่ยวกับศพ ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าว่า ร่างกายเป็นของปฏิกูล เมื่อตายแล้วก็ไร้ประโยชน์วิญญาณออกจากร่างไปสู่ที่อื่น ดังนั้นจึงควรเผาเสีย แต่มุสลิมถือว่าร่างกายเป็นที่อยู่อาศัยของวิญญาณ เมื่อตายแล้ววิญญาณก็ยังสถิตอยู่ การตายของคนเป็นเพียงการพักผ่อนเท่านั้น เมื่อถึงวันก็กลับฟื้นคืนมาอีก ดังนั้นจึงไม่เผาและพยายามสร้างที่ฝังศพให้ดีสวยงาม เช่น อนุสรณ์ทัชมาฮาล เป็นต้น การเผาศพของชาวอินเดียที่เป็นฮินดูว่า มีพิธีตามลำดับ ดังนี้         ก่อนตาย เมื่อรู้ว่าผู้ป่วยกำลังจะสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องของผู้ป่วย จะยกร่างของผู้ป่วยลงจากเตียงมานอนไว้กับพื้น เชิญพราหมณ์มาสาธยายมนต์ ญาติพี่น้องเริ่มแจกทานแก่คนจน หามูลโคมาฉาบทาพื้นและเอาใบตุลสีหรือกะเพรามาปกคลุมพื้นที่คนป่วยนอนอยู่ ให้คนป่วยนอนคว่ำหน้าลง หันศีรษะไปทางเหนือ เอาน้ำคงคาที่ใส่หม้อมาหยดลงใส่ปาก และพรมตามตัวของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องพากันร้องไห้แสดงความอาลัยอาวรณ์และจะถวายวัวแก่พราหมณ์ผู้ทำพิธี ตายแล้ว เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจแล้ว ลูกชาย น้องชาย เพื่อนชาย หรือลูกศิษย์จะโกนผม ญาติพี่น้องร้องไห้ ไม่ยอมทานอาหารหรือทานแต่น้อย คนในครอบครัวจะทำอาหารทานเองไม่ได้ […]

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน   มาถึงดินแดนแห่งที่ราบสูง ก็มีคติความเชื่อที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารไม่แพ้กันซึ่ง รศ.ดนุพล ไชยสินธุ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.ราชภัฏเลย อธิบายว่า พัฒนาการทางสังคมของคน อีสานจะอยู่กับธรรมชาติ ที่มีความหลากหลายของวัตถุดิบในการทำอาหาร ทั้งพืช ผัก สัตว์ จนกระทั่งแมลง โดยวัฒนธรรมการกินอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ ก็มีมาช้านาน ส่วนอาหารต้องห้าม คือ อาหารที่เป็นของเหลือเดน อีกทั้งผู้น้อย หนุ่มสาว จะไม่กินอาหารก่อนผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ ซึ่งแฝงคำสอนให้รู้จักเคารพผู้อาวุโส แต่เนื่องจากอีสานเป็นภาคที่แห้งแล้ง ทำให้วัฒนธรรมการกิน การทำกับข้าว จะกินกันอย่างพอเพียง โดยมีกับข้าวไม่กี่อย่างแต่แบ่งกินกันหลายคน ซึ่งก็มีนัยแฝงว่าทุกคนใน ครอบครัวจะได้พูดคุยกัน แต่ปัจจุบันคนในครอบครัวต่างก็แยกย้ายกันไป ทำให้วิถีในอดีตหายตามไปด้วย ส่วนข้อห้ามต่างๆ ในส่วนของงานพิธีกรรมจะไม่นิยมนำสัตว์ใหญ่มาทำอาหาร และคนที่มีของ มีวิชาอาคมจะไม่กินอาหารที่เลี้ยงในงานศพ เชื่อว่าจะทำให้วิชาเสื่อม และยิ่งใน หญิงตั้งครรภ์ก็จะมีความเข้มงวดอย่างมาก เช่น แม่ลูกอ่อนที่อยู่ไฟ ต้องกินปลา เกลือ ไข่ และข่าเพื่อช่วยสมานแผล แต่ห้ามกินของทะเล ของที่มีกลิ่นเหม็น เช่น ชะอม ของหมักดอง จนกระทั่งห้ามกินสัตว์ที่อยู่ใต้ดินอย่าง […]

แห่ขอโชค "เจ้าแม่เกล็ดแก้ว" คอหวยร้องว้าวได้ "เลขเด็ด" เหมือนกันหลายคน

แห่ขอโชค “เจ้าแม่เกล็ดแก้ว” คอหวยร้องว้าวได้ “เลขเด็ด” เหมือนกันหลายคน

แห่ขอโชค เจ้าแม่เกล็ดแก้ว   เซียนหวยแห่มาขอโชค “เจ้าแม่เกล็ดแก้ว” ทุกคนร้องว้าวได้ “เลขเด็ด” เซียมซีเหมือนกันหลายคน เตรียมไปหาซื้อลอตเตอรี่มาเสี่ยงโชคงวดนี้   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณศาลเจ้าแม่เกล็ดแก้ว โคนต้นโพธิ์อาถรรพณ์ วัดกลางถนน พุทธสถานวัดแจ้ง หมู่ที่ 1 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง พบชาวบ้านนักเสี่ยงดวงเดินทางมา เสี่ยงเซียมซีขอเลขเด็ด “เจ้าแม่เกล็ดแก้ว” กันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำเครื่องเซ่นไหว้มาแก้บนกราบไหว้ขอพรเพื่อนำตัวเลขไปเสี่ยงดวง ขณะที่ นักเสี่ยงโชคต่างฮือฮา หลังเสี่ยงทายเซียมซีแล้วพากันได้เลขเด็ด “901” จากเจ้าแม่เกล็ดแก้วกันหลายคน จากนั้นต่างได้ไปหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากแม่ค้าที่อยู่บริเวณศาลเจ้าแม่เกล็ดแก้ว เพื่อไปเสี่ยงโชคกันต่ออย่างคึกคัก   ทั้งนี้ สำหรับบริเวณศาลเจ้าแม่เกล็ดแก้ว โคนต้นโพธิ์อาถรรพณ์ ในสมัยก่อนเป็นสุสานฝังเด็กที่ตายหลายร้อยศพ ในช่วงกลางคืนจะมีชาวบ้านพบเห็นเด็กตัวเล็กๆ ออกมาวิ่งเล่นให้เห็นบ่อยครั้ง และที่บริเวณโคนต้นโพธิ์เป็นที่อยู่ของเจ้าแม่เกล็ดแก้ว เป็นงูสีดำตัวใหญ่ ขนาดเท่ากับต้นตาล เลื้อยออกมาจากโคนต้นโพธิ์อาถรรพณ์ให้เห็นเป็นประจำ และมีเหล่าบริวารที่เป็นงูตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ที่โคนต้นโพธิ์เลื้อยออกมาให้ชาวบ้านนักเสี่ยงดวงพบเห็นเป็นประจำ ใครคิดดีทำดี จะให้โชคลาภ.       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com   เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน […]

ด้ายแดงกับความเชื่อลัทธิคับบาล่าห์

ด้ายแดงกับความเชื่อลัทธิคับบาล่าห์

ด้ายแดงกับความเชื่อลัทธิคับบาล่าห์   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อ “ด้ายแดงกับความเชื่อลัทธิคับบาล่าห์” มาให้อ่านกัน.. คนเป็นคู่กันชายหญิงต่างมีด้ายแดง ผูกไว้ที่ปลายนิ้วก้อยอยู่แล้ว แต่นี่เป็นด้ายแดงต่างความเชื่อของลัทธิ คับบาล่าห์( Kabbalah ) ผู้ที่นับถือ ศรัทธาในคับบาล่าห์จะมีการผูกไว้ด้ายแดงที่ข้อมือด้านซ้าย ซึ่งหมายถึงการปกป้องคุ้มครอง ผู้สวมใส่ให้ปราศจากอันตราย จากสิ่งชั่วร้าย   แม้จะเชื่อว่าด้ายแดงนี้เกี่ยวพันกันกับคับบาล่าห์แต่ก็ยังมีความเชื่อว่าเกี่ยวกับพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ ทีบันทึกถึงด้ายสีแดงทีล้อมรอบสุสานราแชล แห่งเบทเลเฮม ก่อนที่จะ ถูกตัดแบ่งเป็นส่วนๆเพื่อผูกข้อมือ ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยในการปกป้องและสีแดงเป็นสีแห่งความสมบูรณ์ สตรีชาวอิสราเอลจึงนิยมผูกข้อมือหญิงมีครรภ์ เพราะเชื่อว่า จะทำให้สุขภาพแข็งแรง และปลอดภัยจากากรคลอดบุตร ส่วนในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าคับบาล่าห์และด้ายแดงนี้ได้โด่งดังไปทั่วโลกเพราะว่าดาราและนักร้องดังหลายๆคนในฮอลีวูดเป็นสมาชิกคับบาล่าห์ อย่างเช่นมาดอนซึ่งทุกคนก็สามารถเห็นด้ายแดงจากข้อมือของเธอได้ไม่ยากนักเพราะว่าเธอใส่ติดตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะออกคอนเสิร์ต หรือในกิจกรรมต่างๆก็ตาม ส่วน อีกคนในภาพก็คือเอชตัน คูสเชอร์ สามีเดมี่ มัวร์       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล […]