สุดยอด! พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า พระมหากษัตริย์ไทยใช้แต่โบราณมา ป้องกันศัสตรา เมตตามหานิยม

พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า โดยคาถาที่ว่านี้ คนไทยใช้สวดกันมาแต่โบราณ มีชื่อว่า คาถา “มงกุฎพระพุทธเจ้า” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คาถาอิติปิโสเรือนเตี้ย” อันเป็นคาถาเสกหญ้าให้ม้ากิน ที่หลวงปู่เอี่ยมถวายแก่ ร.5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปมี

พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

 

สุดยอด! พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า (พร้อมสรรพคุณ)

 

พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

บทสวดคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

อิติปิโส วิเสเสอิ
อิเสเส พุทธะนาเมอิ
อิเมนา พุทธะตังโสอิ
อิโสตัง พุทธะปิติอิ 

คำแปลคาถามงกุฏพระพุทธเจ้า

ขออัญเชิญคุณแห่งพระพุทธเจ้าอันวิเศษ

คุณแห่งกระแสพระนิพพานอันประเสริฐ

ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงสรรเสริญแล้ว

จงเป็นมหาวิภูษิตาภรณ์ประดับด้วยมงกุฎทิพย์

และเครื่องทรงแห่งพระเจ้ามหาจักรพรรดิ

ครอบคลุมข้าพเจ้าตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ

 

อุปเท่ห์ในการใช้พระคาถา

ภาวนาทุกวันมิตกนรก เสกน้ำล้างหน้าทุกวันกันโรคภัยไข้เจ็บคุณไสยทั้งมวล ถ้าจะให้มีตบะเดชะให้ภาวนาทุกวัน เกิดสง่าราศีเป็นที่เมตตาแก่คนทั้งหลาย ให้ภาวนาแล้วแผ่เมตตาให้คนทั้งปวง ใครคิดร้ายก็ต้องมีอันเป็นไป ถ้าปรารถนาสิ่งใด ให้ภาวนาคาถานี้ ๑๘ คาบ (18 ครั้ง) เป็นไปได้ดังใจนึก ถ้าจะให้เป็นมหาจังงัง ให้ภาวนาคาถานี้ ๘ คาบเป็นมหาจังงังแล ถ้าจะให้เป็นมหาละลวยให้ภาวนา ๙ คาบ

ถ้าช้างม้าวัวควายสัตว์ที่ดุร้ายทั้งหลาย ให้เสกหญ้าเสกของให้มันกิน กลับใจอ่อนรักเราแล ถ้าภูตพรายมันเข้าอยู่คน เสกข้าวให้มันกินออกแล

ถ้าปรารถนาจะให้เสียงเพราะ ให้เสกสีผึ้งสีปากเสกหมากกินไป เทศนาสวดร้องเป็นที่พอใจคนทั้งหลาย ให้เสกแป้งผัดหน้า เสกมงกุฎรัดเกล้า เป็นสง่าราศีใครเห็นใครรักทุกคน

อนึ่งให้เอาใบลานหรือกระดาษว่าวมาลงคาถานี้ ทำเป็นมงคลเสกด้วยตัวเอง สารพัดกันศาสตราอาวุธทั้งหลาย เป็นวิเศษนัก

 

พระคาถาบทนี้ พระมหากษัตริย์แต่เก่าก่อนทรงใช้ประจำทุกพระองค์แล

อนึ่งพระคาถานี้ใช้สำหรับภาวนาสักการะซึ่งพระบรมธาตุ พระพุทธปฏิมา พระเจดีย์สิ้นทั้งปวง แต่โบราณมากำหนดเอาพระคาถานี้ใช้อัญเชิญพระบรมธาตุเสด็จโดยปาฏิหาริย์แล

เคล็ดในการสวดคาถา “มงกุฎพระพุทธเจ้า”

หลักในการว่าคาถาให้มีความศักดิ์สิทธิ์นั้น มีพื้นฐานจาก “จิต” เป็นสำคัญ หากจิตมีสมาธิสูง ตั้งมั่นคาถาก็ยิ่งทรงความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นระหว่างที่ว่าคาถาให้ จับลมหายใจสบายพร้อมๆ กับการภาวนาคาถาบทนี้

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ท่านใช้คาถาบทนี้โดยมีนิมิต กำกับคาถา โดยทรงพุทธนิมิต ไว้ดังนี้ โดยตั้งกำลังใจว่าเรา ขอกราบอาธารณาบารมีพระพุทธเจ้าเสด็จประทับเหนือเศียรเกล้าของข้าพเจ้าเพื่อ…….ปกปักรักษาคุ้มครองข้าพเจ้าด้วยเทอญ

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ”

เมื่อว่าคาถาจบ คาบที่ 1 ก็กำหนดอาราธณาพุทธนิมิตอยู่เบื้องหน้าของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตนี้เอาไว้

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิอิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ”

ว่าคาถาจบที่ 2 ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์หนึ่ง อยู่เบื้องขวาของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตทั้งหมดเอาไว้

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ”

ว่าคาถาจบที่ 3 ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านหลังของศีรษะเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

“อิติปิโสวิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ”

ว่าคาถาจบที่ 4 ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านซ้าย และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ”

ว่าคาถาจบที่ 5 ก็กำหนด พุทธนิมิตอีกพระองค์อยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

“อิงติปิโสวิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ”

ว่าคาถาจบที่ 6 ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนาพุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ”

ว่าคาถาจบที่ 7 ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนาพุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ”

ว่าคาถาจบที่ 8 ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้ทั้ง 8 พระองค์เรียงวนรอบศีรษะของเรา

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ”

ว่าคาถาจบที่ 9 กำหนดพุทธนิมิตพระพุทธเจ้าองค์ใหญ่เสด็จประทับกึ่งกลางศีรษะเป็นยอดมงกุฎเปล่งประกายพรึก ทุกๆพระองค์เป็น มงกุฎเพชรพระพุทธเจ้าทั้งเก้าพระองค์บนเศียรเกล้าของเรา

เมื่อทำได้แล้วจะเข้าใจได้ทันทีว่าคาถานี้ทำไมจึงมีชื่อว่า คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า และ ให้ทรงมงกุฎพระพุทธเจ้านี้เอาไว้ตลอดเวลาเป็นการทรงอารมณ์ในพุทธานุสตกรรมฐาน

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

ขอบคุณข้อมูลจาก :  Chonburi

เรื่องน่าสนใจ

ฝันว่าบวชชี ลางบอกเหตุ แนะนำเลขเด็ดนำโชค ทำนายฝัน

ฝันว่าบวชชี ลางบอกเหตุ แนะนำเลขเด็ดนำโชค ทำนายฝัน

เปิดตำราตีความฝัน ฝันว่าบวชชี ฝันนี้มีความหมายว่าอย่างไร สามารถนำไปตีเลขเด็ดเสี่ยงโชค งวดนี้ เพื่อรับโชคได้หรือไม่ รวมคำทำนาย ฝันว่าบวชชี ฝันว่าบวชชีโกนผม ฝันว่าบวชชีพราหมณ์ ฝันว่าบวชชีใส่ชุดขาว ฝันว่าบวชชีแล้วสึก ฝันว่าบวชชีกล้วย ความฝันแต่ละแบบกำลังจะบอกอะไรแก่ผู้ฝัน การที่ฝันว่าได้บวชชี ฝันนี้ส่งผลบวกหรือลบต่อตัวของผู้ฝัน ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้รวบรวมมาให้แล้ว ไปดูกันเลย ฝันเห็นมังกร ลางบอกเหตุ พร้อมตีเลขเด็ด เกี่ยวกับความฝัน ฝันเห็นนายก เลขเด็ด ฝันเห็นนายกคนเก่า ทำนายฝัน หมายถึงอะไร ฝันเห็นลิง เลขเด็ด พร้อมความหมาย ทำนายฝันให้โชคลาภ ฝันว่าบวชชี ลางบอกเหตุ แนะนำเลขเด็ดนำโชค ทำนายฝัน ฝันว่าบวชชี ท่านใดฝันว่าบวชชี ฝันในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นฝันที่ดี ความฝันนี้กำลังบอกแก่คุณว่าเรื่องราวในชีวิตที่คุณประสบอยู่จะดำเนินไปในทางที่ดี หากเจ็บป่วยอยู่ อาการก็จะดีขึ้น หากหยิบจับงานอะไรก็จะเข้ามือ งานบรรลุได้อย่างราบรื่น เป็นต้น เลขเด็ด ฝันว่าบวชชี : ควรมีเลข 5 6 และ 8. เลขเด็ด 2 ตัว : 56 […]

ความเชื่อ เพชรหน้าทั่ง พุทธคุณรอบด้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์แดนใต้

ความเชื่อ เพชรหน้าทั่ง พุทธคุณรอบด้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์แดนใต้

เพชรหน้าทั่ง พุทธคุณรอบด้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์แดนใต้   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาให้ได้อ่านกันเช่นเคย เพชรหน้าทั่ง เครื่องรางของขลัง เป็นธาตุกายสิทธิ์ มีพุทธคุณรอบด้าน เพชรหน้าทั่ง คนไทยสมัยก่อนเชื่อว่ามีพุทธคุณมาก มีความเชื่อโบราณเล่าต่อกันมาว่ามี พุทธคุณ 108เพชรหน้าทั่ง มีความเชื่อในประเทศไทยว่าไพไรต์เป็นวัตถุมงคลที่มีอำนาจในการป้องกันสิ่งชั่วร้าย เรียกว่า ข้าวตอกพระร่วง   เพชรมหามงคล เพชรหน้าทั่ง เพชรมหามงคล เป็นเพชรมหามงคล เป็นเม็ดใช้ทำสร้อย เป็นของดี 108 ประการ เพชรหน้าทั่ง ธาตุกายสิทธิ์จากเมืองใต้ ในบรรดาธาตุธรรมชาติกายสิทธิ์ทั้งหลาย หากจัดอันดับให้ “เหล็กไหล” เป็นสุดยอด “เพชรหน้าทั่ง” นี้ ต้องนับเป็นอันดับสอง เป็นของดีที่หายากมาก สรรพคุณนับ 108 ประการ มีถิ่นกำเนิดจากภาคใต้ภายในถ้ำที่มีภูเขาล้อมรอบ มีเทพเทวาและคนธรรพ์รักษา การค้นพบเพชรหน้าทั่ง ในครั้งแรกนั้น พบที่เขาเจ็ดยอดในจังหวัดพัทลุง โดยพระธุดงค์ผู้ทรงจิตอภิญญารูปหนึ่ง ซึ่งจาริกไปบำเพ็ญธรรมในที่นั้น ด้วยภูมิธรรมอันสูงล้ำประกอบกับบารมีที่สร้างสมมาอย่างเปี่ยมล้น ทำให้ท่านได้พบของวิเศษนี้เข้าโดยบังเอิญ ท่านรู้ด้วยจิตในธรรมว่า สิ่งที่ท่านพบนั้นเป็นของดีสิ่งวิเศษ จึงได้นำมาแจกจ่ายแก่บรรดาสานุศิษย์และญาติโยมที่มีบารมีสืบเนื่องกันได้รับไว้บูชา เป็นเหตุให้ในเวลาต่อมาคุณวิเศษของเพชรหน้าทั่งได้กระจายขจรไกล เป็นที่ปรารถนาของผู้คนทั่วไป แต่มีไม่มากคนนักที่จะได้เป็นเจ้าของครอบครองบูชา ผู้ไร้วาสนาแม้ได้พบก็กลับไม่เห็นค่าสำคัญว่าเป็นโลหะธรรมดา     เพชรหน้าทั่ง คืออะไร เพชรหน้าทั่ง […]

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก ?

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก ?

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก   สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก เวลาไปงานแต่งงานคุณเคยสังเกตที่หน้าผากเจ้าบ่าว เจ้าสาวไหมว่าทำไมต้องมีจุดสามจุด จนเป็นสัญลักษณ์การแต่งงาน และสัญลักษณ์ที่ว่ามีความหมายว่าอะไร มีขั้นตอนและพิธีการเจิมอย่างไร บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบาย   จุดทั้งสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายว่าแก้วสามประการ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จุดประสงค์คือเป็นกระบวนการเพื่อสร้างสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แทนการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่โดยญาติทั้งคู่บ่าวสาวจะเลือกใช้ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตคู่ที่ดี ประสบความสำเร็จเรื่องการงาน การครองเรือนที่น่ายกย่อง มีรักเดียวไม่เคยมีปากเสียงกัน มีบุตรธิดาที่เลี้ยงง่าย เป็นผู้เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาว การเจิมจะเริ่มจากจุดกลางหน้าผากก่อนแล้วค่อยเจิมจุดซ้ายขวา ก่อนที่ธรรมเนียมไทยคู่บ่าวสาวจะนั่งคู่กันแล้วพนมมือรับน้ำสังข์จากญาติผู้ใหญ่และแขกผู้มาร่วมพิธี เมื่อจบพิธีกรรม ความเชื่อคนโบราณจะให้ผู้ใหญ่ที่เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาวปูผ้าปูเตียงในห้องหอ เป็นความเชื่อว่าจะครองคู่ไปจนตลอดกาล   การเจิมแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน บางความเชื่อให้พระสงฆ์เจิมให้ฝ่ายชายก่อน แล้วให้พระจับมือฝ่ายชายเจิมให้ฝ่ายหญิงต่อ ส่วนประเพณีการเจิมหน้าผากคนโบราณจะใช้แป้งกระแจะ คือพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมนำเปลือกราก เนื้อไม้มาบดรวมกันกับแป้งร่ำ และเครื่องหอมบางชนิด เรียกรวมว่าแป้งกระแจะจันทร์ คุณสมบัติพิเศษคือมีกลิ่นหอม สาว ๆ โบราณชอบนำมาทาตัว จากนั้นคนโบราณจะนำแป้งกระแจะจันทร์ไปปลุกเสกโดยผสมน้ำมนต์ลงไปก่อนนำไปเจิมให้คู่บ่าวสาว   การแต่งงาน คือการที่ชายและหญิงตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน ร่วมกันทุกข์ร่วมสุขสร้างครอบครัว พิธีแต่งงานเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณทุกชาติพันธุ์ เพราะเป็นการสืบวงศ์ตระกูล ที่สำคัญจะตระหนักเรื่องไม่ชิงสุกก่อนห่าม ประพฤติตนอยู่ในประเพณีที่ดีงาม ลูกหลานคนรุ่นใหม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง     ติดตามอ่านความเชื่อ […]

บทแผ่เมตตา อานิสงส์ของการทำบุญ การสวดมนต์และหน้าที่ชาวพุทธ

บทแผ่เมตตา อานิสงส์ของการทำบุญ การสวดมนต์และหน้าที่ชาวพุทธ

บทแผ่เมตตา อานิสงส์ของการทำบุญ บทแผ่เมตตา การแผ่เมตตา นี้มีความหมายมาก เพราะเป็นการแผ่เมตตาจิตของตนเองไปยังสรรพสัตว์ และเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย และด้วยการแผ่เมตตานี้ต้องทำด้วยจิตอันบริสุทธิ์ผ่องใส จึงจะได้ผลดี นั่นก็คือ “ผู้คนทั้งหลายและสรรพสัตว์ ก็จะมีเมตตาต่อเรา” กลับคืนมาเช่นกัน บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง อะหัง สุขิโต โหมิ, ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข, อะหัง นิททุกโข โหมิ, ปราศจากความทุกข์, อะเวโร โหมิ, ปราศจากเวร, อัพพะยาปัญชา โหมิ, ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง, อะนีโฆ โหมิ, ปราศจากความทุกข์, สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ. มีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้น จากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด. บทแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์ สัพเพ สัตตา, สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น, อะเวรา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้ มีเวรต่อกันและกันเลย, อัพพะยาปัญชา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้ เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย, อะนีฆา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย, สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ. จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัย […]