พระคาถาหลวงพ่อปาน “สาธุ” สุดยอดพระคาถา หมั่นท่อง หมั่นจำ รับรองดีแน่ รีบดูเลย !!

พระคาถาหลวงพ่อปาน หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา

หลวงพ่อปาน เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2418 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โยมบิดาชื่อ อาจ โยมมารดาชื่อ อิ่ม นามสกุล สุทธาวงศ์ ที่ย่านบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอาชีพทางครอบครัว คือ ทำนา ครอบครัวของท่านนับได้ว่าเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ สมัยนั้นเขายังมีทาสกันอยู่ ที่บ้านท่านก็มีทาส เมื่อตอนท่านเกิดมา มีปานแดงอยู่ที่นิ้วก้อยมือซ้ายตั้งแต่โคนนิ้วถึงปลายนิ้วคล้ายปลอกนิ้ว โยมบิดาจึงตั้งชื่อท่านว่า “ปาน”

พระคาถาหลวงพ่อปาน

 

พระคาถาหลวงพ่อปาน คาถาเงินล้าน

 

เมื่อโตขึ้นท่านก็ช่วยบิดามารดาทำนา ท่านเป็นคนขยัน ท่านได้ช่วยเหลือในกิจการงานของบิดามารดามาตลอดจนอายุใกล้จะครบบวช ทางฝ่ายบิดามารดาก็จะไปขอหญิงสาวเพื่อจะมาเป็นคู่ครอง โดยบิดามารดาท่านให้เหตุผลว่า เมื่อบวชแล้วสึกมาจะได้แต่งงานกัน หญิงสาวที่บิดามารดามองหาให้นั้นเป็นลูกคนรวย แต่ท่านบอกว่า เรื่องแต่งงานเอาไว้ทีหลัง ขอให้บวชเสียก่อน บวชแล้วไม่แน่จะสึกหรือไม่สึก ถ้าสึกก็แต่ง ไม่สึกก็ไม่แต่ง ไปขอเขาอย่างนั้นจะเป็นการลากหนามจุกตรอก คนอื่นที่เขาดีกว่าเขามาขอจะได้แต่งงานไป ทำอย่างนั้นไม่ควร

ในที่สุดเมื่อบิดามารดาท่านเห็นว่าท่านค้านก็เลยตามใจ แล้วพอดีถึงตอนจะบวช ในสมัยนั้นเวลาก่อนจะบวชต้องอยู่วัดก่อนถึง 3 เดือน เขาเรียกกันว่า ติฎฐิยะปริวาส พระพุทธเจ้ามีพระบัญญัติอย่างนั้น มีพระพุทธบัญญัติสั่งแบบนั้น เมื่อคนจะบวชจะต้องอยู่วัดถึง 3 เดือน อบรมธรรมวินัยให้มีนิสัยดี ถ้า 3 เดือนยังไม่ดี ยังไม่ให้บวช ให้อยู่ต่อไปอีก 3 เดือน ถ้ายังดีไม่ได้ไม่ให้บวช ให้อยู่ไปอีก 3 เดือน ถ้า 9 เดือนไม่ดีเลิกเลย ไม่ให้บวชเลย แล้วอุปัชฌาย์สมัยนั้นท่านเคร่งครัดเอาตามนี้ทุกอย่าง

ตอนก่อนที่ท่านจะเข้าวัดบวช บิดาท่านมาบอกว่า

“ลูกปานเอ๊ย ลูกอายุย่างเข้า 21 ปีแล้ว ครบ 20 ปีบริบูรณ์สมควรจะบวชได้แล้วนะ พรุ่งนี้พ่อจะนำไปฝากหลวงพ่อสุ่นนะ ไปบวชที่วัดบางปลาหมอนะ วัดบางนมโคใกล้บ้านของเราน่ะอย่าบวชเลย พ่อไม่เลื่อมใสพระ”

บิดาท่านไม่เลื่อมใสพระวัดบางนมโค ซึ่งเป็นวัดบ้านท่าน ท่านบอกว่าพระอย่างนี้ถ้าลูกไปบวชอยู่ด้วยก็จะเสีย อย่าบวชเลย ไปบวชกับหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอเถิด ท่านดี

ในเมื่อ พ่อแนะนำอย่างนั้น ท่านรับคำว่า พรุ่งนี้จะเข้าวัด

 

พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

คาถาพระปัจเจกะโพธิ์โปรดสัตว์ หรือ คาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้า

ก่อนภาวนาให้ตั้ง นะโม จบ จากนั้นจึงกล่าว พระคาถาบทนำ (ครั้งเดียว)

พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ

จากนั้นจึงเริ่มสวด พระคาถา ว่า

วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย

พุทธัสสะ มาณี มามะ พุทธัสสะ สวาโหม.

สวด จบ, 5 จบ, 7 จบ หรือ จบ แล้วแต่สะดวก

หมั่นสวดพระคาถานี้อย่างสม่ำเสมอ จึงจะเกิดผล

คาถามหาอำนาจ ตำรับ หลวงพ่อปาน

ก่อนภาวนาให้ตั้ง นะโม จบ จากนั้นจึงกล่าว

เอวัง ราชะสีโห มะหานาทัง สีหะนาทะกัง

สีหะนะเม สีละเตเชนะ นามะ ราชาสีโห

อิทธิฤทธิ์ พระพุทธังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง

อิทธิฤทธิ์ พระธัมมังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง

อิทธิฤทธิ์ พระสังฆังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง

สำหรับพระคาถามหาอำนาจนั้น บางตำรากล่าวไว้ว่า หากผู้ประพฤติดีมีศีลธรรม

ใช้เสกน้ำล้างหน้าในยามเช้า อำนาจบารมีจะบังเกิด ศัตรูภัยพาลจะพ่ายสิ้น

************************************************************************

คาถาอิทธิฤทธิ์ ตำรับ หลวงพ่อปาน

พุทโธ พุทธัง นะ กันตัน อะระหัง พุทโธ นะโม พุทธายะ

บทนี้เป็นคาถาป้องกันตัว เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีศาสตาวุธร้ายแรงให้ภาวนาดังนี้

อุทธัง อัทโท นะโม พุทธยะ

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

ขอขอบคุณ :  tnews

เรื่องน่าสนใจ

พิธีกรรมและความเชื่อโบราณ เมื่อต้องนำศพไปวัด

พิธีกรรมและความเชื่อโบราณ เมื่อต้องนำศพไปวัด

พิธีกรรมและความเชื่อโบราณ เมื่อต้องนำศพไปวัด   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับความเชื่อของ การเคลื่อนย้ายศพ ไม่ว่าจะเพื่อนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด เคลื่อนศพจากบ้านไปเผา มีธรรมเนียมปฏิบัติดังนี้ หากเป็นการตั้งศพสวดอภิธรรมที่บ้าน ในวันเคลื่อนศพไปเผาที่วัด เจ้าภาพจะนิมนต์พระสงฆ์มาฉันเช้าที่บ้าน ส่วนใหญ่นิยมนิมนต์เพียง ๔ รูปหรือตามต้องการ แต่เมื่อฉันเช้าเสร็จแล้วนิมนต์พระเพียง ๔ รูปทำหน้าที่จูงศพไปวัด หากมีลูกหลานผู้ตายบวชเณรหน้าศพ ก็ให้มาร่วมจูงศพด้วย โดยเดินต่อจากพระ หากต้องการนำศพไปตั้งสวดอภิธรรมที่วัด ก็ให้พระมาจูงศพเช่นเดียวกัน หลังจากที่สัปเหร่อทำพิธีนำศพใส่โลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากมืดค่ำกะทันหัน ก็อาจตั้งศพไว้ที่บ้านคืนหนึ่ง ครั้นรุ่งเช้าจึงค่อยนิมนต์พระมาฉันเช้าแล้วจูงศพไปวัด    การเคลื่อนขบวนศพ ในการเคลื่อนขบวนศพนั้น ให้ลูกหลานของผู้ตายถือกระถางธูป และรูปของผู้ตายนำหน้าต่อมาจึงเป็นพระสงฆ์ ๔ รูป ถือสายสิญจน์ที่ต่อมาจากการมัดตราสังศพ และโยงออกมาหน้าโลงซึ่งสัปเหร่อได้จัดเตรียมไว้ไห้แล้ว สายสิญจน์ที่ให้พระจับเวลาสวดศพทุกคืนก็ใช้เส้นเดียวกันนี้ สำหรับญาติพี่น้องคนอื่นๆ ก็ช่วยกันแยกโลงศพ หรือนำศพตั้งไว้บนรถเข็นช่วยกันเข็นประคองตามกันไปเป็นขบวน เดินไว้อาลัยไปตลอดทางจนกว่าจะถึงวัด หากวัดอยู่ไกลจะใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการเคลื่อนศพก็ได้ หากไม่ต้องการนำรถของตนเองมาขนศพเพราะเชื่อเกี่ยวกับโชคลาง ก็สามารถขอเช่ารถของทางวัดหรือมูลนิธิได้     การนำศพออกจากบ้าน เมื่อจะเริ่มเคลื่อนศพ ตามคติโบราณจะไม่ยกศพออกทางประตูเหมือนคนปกติ และไม่ให้ศพลอดใต้ขื่อ บางทีก็ต้องรื้อฝาบ้านข้างหนึ่งเพื่อนำศพออกก็มี ทั้งนี้เพราะเรือนสมัยก่อนประตูค่อนข้างเล็กและขื่อเตี้ย การยกศพต้องช่วยกันหลายคนจึงเบียดเสียดไม่สะดวก ฝากระดานของบ้านสมัยก่อนสามารถถอดออกได้สะดวก เพราะใช้วิธีเข้าลิ่มไม่ได้ทำตายตัวเหมือนปัจจุบัน […]

คาถาบูชาพระพุทธไตรรัตนนายก อภินิหารบันดาลการเงินรุ่งเรือง ร่ำรวยถูกหวย !!

คาถาบูชาพระพุทธไตรรัตนนายก อภินิหารบันดาลการเงินรุ่งเรือง ร่ำรวยถูกหวย !!

คาถาบูชาพระพุทธไตรรัตนนายก วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่คนนิยมเรียกกันมาตั้งแต่อดีตว่า หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย กว้าง 20 เมตร สูง 19 เมตร เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปปูนปั้นที่งดงามคู่บ้านคู่เมืองอยุธยามาตั้งแต่ครั้งอดีต มีตำนานเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับหลวงพ่อโตอยู่มากมาย ทั้งเรื่องเล่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราธานี ว่าเมื่อคราวที่จะเกิดเหตุเสียกรุงฯครั้งที่ 2 นั้น หนึ่งในเหตุอาเพศที่เกิดขึ้นก็คือการที่มีน้ำพระเนตรไหลออกมาจากตาของหลวงพ่อโต หรือเมื่อคราวที่อหิวาตกโรคระบาดอย่างหนักในสมัยรัชกาลที่ 2 ของกรุงรัตนโกสินทร์นั้น ชาวบ้านมากมายที่หวาดกลัวอหิวาตกโรคต่างมาขอพรของหลวงพ่อโต และนำเถ้าธูปที่จุดบูชาหลวงพ่อไปผสมน้ำอาบ จนรอดพ้นจากโรคมาได้ และเรื่องที่เล่าต่อกันมาอย่างแพร่หลาย ในสมัยของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งว่ากันว่ามีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนคือ คราวที่เครื่องบินทิ้งระเบิดลงมาบริเวณสะพานปรีดีธำรง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีคนเห็นชายขี่ม้าขาวโยนผ้าเพื่อปัดระเบิดไม่ให้ถูกสะพาน ก่อนที่ชายคนนั้นจะหายวูบลงไปทางโบสถ์หลวงพ่อโต วันต่อมาคนจึงไปที่วัด และพบว่ามีรอยแตกร้าวที่พระกรข้างขวา จึงร่ำลือกันว่าน่าจะเป็นหลวงพ่อโตมาปัดระเบิดลูกนั้นออกไปนั่นเอง ทำให้หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปที่นิยมไปกราบไหว้เพื่อขอพรให้ปกปักรักษาคุ้มครอง ชีวิตมีความสุข สุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้ หลวงพ่อโตยังเป็นที่นับถือของชาวจีน ซึ่งนิยมเรียกท่านว่า ซำปอกง อันเป็นชื่อของเจิ้งเหอ นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์หมิง และหมายถึงแก้วสามประการ หรือก็คือพระรัตนตรัย โดยก่อนอออกเดินทาง ชาวบ้านและพ่อค้าที่พายเรือผ่านหน้าวัด จะขอพรให้มีโชคลาภในการค้าขาย ประสบแต่โชคดีในชีวิต   คาถาบูชาพระพุทธไตรรัตนนายก บันดาลการเงินรุ่งเรือง  ประวัติความเป็นมา ตำนานกล่าวว่าผู้ที่สร้างหลวงพ่อโตคือพระเจ้าสายน้ำผึ้ง โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางสร้อยดอกหมาก พระราชธิดาของพระเจ้ากรุงจีนที่พระราชทานมาให้ในครั้งนั้น ขณะที่พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์เล่าว่า หลวงพ่อโตนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1867 ซึ่งเป็นเวลา 26 […]

ไฝ ตำแหน่งไหนบนร่างกาย โบราณว่าไม่ดี ต้องรีบเอาออก !!

ไฝ ตำแหน่งไหนบนร่างกาย โบราณว่าไม่ดี ต้องรีบเอาออก !!

ไฝ ตำแหน่งไหนบนร่างกาย โบราณว่าไม่ดี ต้องรีบเอาออก !!   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน บนเรือนร่างคุณมีไฝไหม โดยเฉพาะไฝบนเรือนร่างผู้หญิงบางคนมีมากมายหลายตำแหน่ง คติความเชื่อคนโบราณแต่ละตำแหน่ง มีความหมายทั้งร้ายและดี เพราะเคยบันทึกไว้ในคัมภีร์ใบลาน ว่าทั้งชายและหญิงใครปรากฏไฝร้ายตรงจุดนี้คือไฝร้ายจะแก้ไขอย่างไร   ตำแหน่งบนร่างกายใครเจอไฝส่งผลร้าย คนเฒ่าคนแก่ว่า ควรทำพิธีจี้ออก เพราะไฝแต่ละตำแหน่งจะทำพิธีต่างกันไป ไม่เหมือนกันต้องแก้ไขต่างกัน แต่ไฝที่ว่าอยู่ตรงไหนบ้าง สาวคนไหนที่มีไฝที่หางคิ้วซ้าย คนสมัยก่อนเชื่อว่าคือสาวเจ้าทุกข์ เจ้าอารมณ์เพราะเก็บเงินไม่อยู่ มีหนี้สินมาก รายรับมากกว่ารายจ่าย ใช้เงินแบบไม่มีการวางแผน ควรไปทำบุญชำระหนี้สงฆ์ โดยทำบุญบริจาคค่าน้ำค่าไฟวัด ทำบุญตึกสงฆ์อาพาธ คนจีนโบราณว่าหนุ่มหญิงสาวใดที่มีไฝที่ท้ายทอย คือหนุ่มสาวที่มีลักษณะเด่นน่าคบเพราะเปี่ยมด้วยคุณธรรม ทั้งยังทะนงในศักดิ์ศรียืนบนลำแข้งตนเองไม่ง้อคนอื่น ทำการสิ่งใดไม่มีคนช่วยเหลือต้องพยายามสู้อุปสรรคเอง แต่โบราณว่าจะคนไร้คู่ครอง เชื่อว่าชาติปางก่อนเคยยุยงให้คู่รักที่เคยรักกันต้องเลิกรากันไป หรือกีดกันไม่ให้คนที่รักกันสมหวังในความรัก บางคนชาติปางก่อนเคยสาบานกับคนรักว่าจะรักกันแต่ตนผิดคำสาบานจนทำให้คนรักต้องช้ำใจ ยังผลให้รับกรรมเป็นโสด เรื่องความโสด อาภัพไร้คู่ ควรทำบุญบริจาคเงินค่าสินสอดให้หนุ่มสาวคู่จะแต่งงานกัน   สาวๆ คนไหนที่สำรวจร่างกายตนเองแล้วมีไฝที่บ่าด้านซ้าย คนโบราณว่าคือสาวที่โมโหร้าย มีดวงลำบาก ใจคอไม่แน่นอน จิตใจลังเล แต่งงานแล้วมีโอกาสหม้ายสูง แต่หนุ่มคนไหนปรากฏไฝตรงบ่าด้านซ้ายคนโบราณว่าคือหนุ่มเจ้าสำราญ เจ้าชู้ รักมากไม่เคยพอ […]

เหตุผลแท้จริงที่คนโบราณ ห้ามพระสงฆ์แตะต้องตัวผู้หญิง

เหตุผลแท้จริงที่คนโบราณ ห้ามพระสงฆ์แตะต้องตัวผู้หญิง

เหตุผลแท้จริงที่คนโบราณ ห้ามพระสงฆ์แตะต้องตัวผู้หญิง   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน รู้สึกไหมว่าไม่ยุติธรรมสำหรับสตรีเพศ ที่ศรัทธาและปฏิบัติชอบ เคร่งครัดในศีลธรรม ชอบเข้าวัดฟังธรรม ทำบุญวันพระ รับใช้ในกิจการพระศาสนา ทำไมคนโบราณห้ามมิให้พระสงฆ์แตะต้องตัว จะรับสิ่งประเคนจากผู้หญิงจะต้องมีผ้าสีขาววางไว้ก่อน เพราะห้ามรับสิ่งของจากมือผู้หญิงโดยตรง ห้ามอยู่ตามลำพังระหว่างพระสงฆ์กับหญิงสาว คือการห้ามจากคนโบราณหรือเพราะพระธรรมวินัย   ในพระวินัยสงฆ์มีศีลสังฆาทิเสสสิบสามกล่าวว่า ภิกษุกำหนด จับต้องกายหญิง ต้องสังฆาทิเสส ทุกกรณีแม้ว่าหญิงนั้นจะเป็นมารดาตน ยังไม่ยกเว้น เว้นแต่กรณีเหตุฉุกเฉินเป็นต้นว่า กรณีช่วยชีวิตผู้หญิง พระธรรมวินัยกำหนดเช่นนี้เพราะการบวชพระสงฆ์จะต้องอยู่จำวัดครองไตรจีวร รักษาศีลเคร่งครัด เมื่อใดที่พระสงฆ์ผู้นั้นมีความกำหนัด อันเกิดจากราคะในใจ เพราะบางรูปเคยมีภรรยามาก่อน การต้องตัวหญิงอาจเกิดความรู้สึกกำหนัดขึ้นมา ฉะนั้นพระธรรมวินัยจะกำหนดเยี่ยงนี้ แต่มิได้ห้ามหญิงจับต้องตัวพระเพราะ การรักษาพยาบาลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นผู้หญิงการต้องตัวพระเพราะการรักษาพยาบาล แพทย์หญิงมีสิทธิ์ในการตรวจรักษาพยาบาล กรณีแพทย์หญิงเชี่ยวชาญด้านการรักษาอาการสงฆ์ที่อาพาธ   จะว่าไปเหตุผลแท้จริงที่คนโบราณห้ามพระสงฆ์แตะต้องตัวผู้หญิง ประโยชน์เพราะการป้องกันกิเลสจากพระสงฆ์ ส่วนคติความเชื่อจากคนโบราณห้ามเรื่องนี้เพราะป้องกันผู้หญิงจะไปยั่วกิเลสอาจเกิดจากการเจตนาหรือไม่เจตนา พระสงฆ์รูปใดรับสิ่งประเคนจากผู้หญิงควรเลี่ยง แต่เลี่ยงไม่ได้ก็ควรมีผ้าขาววางก่อน เพราะสีขาวแสดงความบริสุทธิ์ มีผลทางจิตวิทยา สีขาวจะสร้างความรู้สึกจิตใจสงบ วิธีคิดจะละเอียดอ่อน ลดความเครียด สีขาวจะกระตุ้นให้เกิดความซื่อสัตย์จริงใจ   คนโบราณยังสอนลูกหลานสาวว่าไม่ควรที่จะสนทนากับพระสงฆ์แบบสองต่อสอง ควรมีบุคคลที่สามอยู่พร้อม และห้ามกระทำภารกิจใด ๆ ร่วมกันตามลำพัง การทำบุญ […]