ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

15 สีแชทสื่อความหมาย แอบสืบได้ถึงความในใจ ความหมายสีแชท messenger

15 สีแชทสื่อความหมาย แอบสืบได้ถึงความในใจ ความหมายสีแชท messenger

15 สีแชทสื่อความหมาย แอบสืบได้ถึงความในใจ สำหรับหนุ่มสาวที่คุยกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว จู่ๆ อีกฝ่ายก็เปลี่ยนสีแชทเนี่ย ทำเอาใจตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่า ว่าเอ๊ะยังไงกันคะ เปลี่ยนสีแบบนี้ อ๊ะ คิดอะไรกับเราหรือเปล่า ขอบอกเลยว่ามีนัยยะแน่นอน เพราะความหมายสีแชทแต่ละสีมันมีความหมายของมันอยู่ค่า สีที่เปลี่ยนมันบ่งบอกความรู้สึกที่เขามีต่อเราได้นะ ถ้าอยากรู้แล้ว ก็ไปอ่านความหมายของแต่ละสีแชทกัน…     1.สีน้ำเงิน = เขามองว่าคุณเป็นคนขี้เกียจ ชิลๆ ไม่คิดมาก (ขี้เกียจเปลี่ยนสี) 2.สีฟ้า = เขามองว่าคุณเป็นคนสดใสร่าเริงสำหรับเขา 3.สีเขียวสด = เขามองว่าคุณเป็นคนที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง หรือเป็นคนอ้วน 4.สีเหลือง = เขามองว่าคุณเป็นคนร้อนแรง ซ่าบซ่าน หรือแอบด่าว่าคุณน่ะแรด 5.สีส้ม = เขามองว่าคุณเป็นเพื่อนแท้ที่ดีคนหนึ่ง 6.สีแดง = คุณเป็นคนที่เขาชอบและกำลังจีบคุณอยู่ 7.สีชมพู = คุณเป็นคนรักของเขาเต็มตัว 8.สีม่วงเข้ม = เขามองว่าคุณเป็นหนึ่งในครอบครัวของเขา 9.สีเทาฟ้า = คุณเป็นคนซีเรียส มักเอาไว้คุยกันเรื่องจริงจัง 10.สีเขียวด้านๆ = คุณคือบุคคลที่เป็นกำลังใจของเขา 11.สีฟ้าด้านๆ = เป็นบุคคลรักร่วมเพศกัน 12.สีกะปิอ่อนๆ = เขาชอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคุณ 13.สีชมพูอมส้ม = เขามองว่าคุณเป็นคนอ่อนโยน น่าถะนุถนอม 14.สีชมพูตุ่นๆ = […]

พุทราจีน เครื่องเซ่นไหว้ในวันไหว้พระจันทร์

พุทราจีน เครื่องเซ่นไหว้ในวันไหว้พระจันทร์

พุทราจีน เครื่องเซ่นไหว้ในวันไหว้พระจันทร์   ประเพณีไหว้พระจันทร์มีมานานแสนนานแล้ว จากประวัติศาสตร์ความเชื่อเชื่อว่า มีบันทึกตั้งแต่สมัยชาวมองโกล เรืองอำนาจบุกยึดแผ่นดินชาวฮั่น จนชาวฮั่นต้องรุกฮือขึ้นต่อสู้ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง และเฉลิมฉลองโดยการไหว้พระจันทร์ แต่คนรุ่นใหม่ทราบไหมว่าเครื่องเซ่นไหว้แต่ละอย่างแฝงอุบายที่คนรุ่นก่อนแนะนำไว้ มีอะไรบ้าง บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบายให้คุณฟัง พุทราจีน มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงปราณซี่ให้เลือดไหลเวียน โหราศาสตร์จีนโบราณเชื่อว่าพุทราจีนจะบำรุงม้าม บำรุงระบบไต เพราะคนจีนโบราณเชื่อว่าระบบไตคือรากฐานสำคัญก่อนการก่อกำเนิดชีวิต เมื่อพื้นฐานไตแข็งแรงจะส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพดี คติความเชื่อคนโบราณว่าพุทราจีนยังเสริมภูมิคุ้มกัน สร้างความสมดุลให้ไตและกระเพาะอาหารทำงานสัมพันธ์ได้ดี เมื่อระบบทั้งสองทำงานสอดคล้องกันกระเพาะจะไม่ร้อน ไอร้อนจะไม่ขึ้นไปที่ปอด ปอดจะชุ่มชื้น ลมปราณซี่จะดี ฉะนั้นคนจีนโบราณจึงนำพุทราจีนมาเซ่นไหว้ในพิธีไหว้พระจันทร์ เมื่อไหว้เสร็จพิธีลูกหลานจะได้กินพุทราจีน ส่วนใหญ่จะนำมาเชื่อมใส่ชามไว้วางคู่เครื่องเซ่นไหว้อื่น ๆ จากความเชื่อชาวตะวันตกที่ว่ามนุษย์หมาป่าที่มีร่างสุนัขจิ้งจอกจะคืนร่างมนุษย์ในคืนพระจันทร์เต็มดวง และสังเกตการเกิดอาชญากรรมแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะสำเร็จในคืนพระจันทร์เต็มดวง ที่สำคัญยังมีปรากฏการณ์เกี่ยวเนื่องกันระหว่างพระจันทร์ แรงดึงดูด และการเหนี่ยวนำที่ยังรอการพิสูจน์มากมายอย่าง ในวันขึ้นสิบห้าค่ำที่คนไทยมักเรียกติดปากว่า วันเพ็ญอย่างวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนายังตรงกับวันเพ็ญหรือวันที่พระจันทร์เต็มดวงทั้งสิ้น ประเพณีไทยที่ตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวงก็คือ วันลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสอง และครั้งสมัยโบราณชาวฮั่นถูกชาวมองโกลรุกราน พร้อมกันลุกฮือต่อสู้กับชาวมองโกลโดยส่งสารเป็นการติดต่อสื่อสารกันเพื่อเป็นสัญญาณนัดหมายผ่านขนมติดกระดาษสีแดง กระทั่งสำเร็จในคืนพระจันทร์เต็มดวง สู่ประเพณีการไหว้พระจันทร์จวบจนปัจจุบัน สงสัยไหมว่าทำไมต้องเลือกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง อาจเพราะพลังอำนาจแห่งพระจันทร์เมื่อเต็มดวง     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล […]

ฝันเห็นสมเด็จโต วัดระฆัง ทำนายฝัน หาเลขเด็ด พารับโชคลาภก้อนโต

ฝันเห็นสมเด็จโต วัดระฆัง ทำนายฝัน หาเลขเด็ด พารับโชคลาภก้อนโต

ว่าด้วยการทำนายความฝัน คืออะไร มีที่มายังไง การทำนายความฝันเป็นความเชื่อที่มีกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งการทำนายความหมายของความฝันแต่ละแบบ ก็จะแตกต่างกันออกไป ตามขนบธรรมเนียม และประเพณีในแต่ละท้องที่ ซึ่งการทำนายความฝัน นอกจากจะเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่เราฝันถึงแล้ว ยังเกี่ยวเนื่องกับวันและเวลาที่เราฝันด้วย การพยากรณ์ความฝัน การทำนายฝัน ตามตำราโบราณนั้น ถือว่าความฝันเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อชีวิต สามารถบ่งบอก ถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่จะเกิดขึ้น ซึ่งความฝันจะเป็นจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโชคชะตา และวาสนาของแต่ละบุคคล ฝันเห็นสมเด็จโต วัดระฆัง ฝันเห็นพระสมเด็จวัดระฆัง ฝันเห็นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ฝันเห็นพระสมเด็จ1องค์ ฝันเห็น เหรียญสมเด็จโต ฝันเห็นพระสมเด็จ ตีเป็นเลขอะไร ความฝันเหล่านี้จะมีความหมาย หรือเป็นลางบอกเหตุอะไร เลขเด็ดออนไลน์ ได้รวมความหมายของความฝัน ในแต่ละรูปแบบ พร้อมแนวทางสำหรับ เสี่ยงดวงซื้อหวย มาให้แล้ว ไปดูเลขรับทรัพย์กันเลย. เคล็ดลับ ปิดทองพระ ตำแหน่งไหน เสริมโชคลาภ ชีวิตรุ่งเรือง คาถาขอหวย สวดแล้วเฮง เพิ่มโชคลาภ ฝันเห็นเลขเด็ด ให้ได้ ให้โดน คาถายันทุน เสริมดวงชะตา สวดคุ้มครอง จากภัยพิบัติทั้งปวง ลอดท้องช้าง ความเชื่อโบราณ […]

6 พฤติกรรมที่ควรทำก่อนนอน เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่ดี เพื่อพร้อมรับวันใหม่ !!!

6 พฤติกรรมที่ควรทำก่อนนอน เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่ดี เพื่อพร้อมรับวันใหม่ !!!

พฤติกรรมที่ควรทำก่อนนอน เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่ดี การนอนมีผลต่อสุขภาพของคนเราออย่างมาก ซึ่งการนอนให้สุขภาพดีได้นั้น นอกจากจะต้องนอนให้ถูกท่าถูกเวลาแล้วยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมก่อนนอนของคนเราอีกด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ เราจะพาคุณไปดูพฤติกรรมก่อนนอนที่จะทำให้คุณมีสุขภาพดี และพร้อมรับวันใหม่อยู่เสมอ   1. จดบันทึกรายการที่ต้องทำให้วันรุ่งขึ้น คนส่วนใหญ่ที่มักจะนอนไม่หลับก็เป็นมัวแต่กังวลว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องทำอะไรบ้างและต้องจัดสรรเวลาอย่างไรนั่นเอง เพราะฉะนั้นเพื่อให้คุณนอนหลับสบายมากขึ้น ก่อนนอนคุณควรจดบันทึกรายการที่ต้องทำในวันถัดไปไว้ เพื่อความสบายใจนั่นเอง   2. บบทวนเรื่องราวในวันนั้น ก่อนนอนลองทบทวนเรื่องราวที่ผผ่านมาทั้งวันดูสิคะว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วให้จดเรื่องราวที่ดีๆ ไว้ แค่นี้ก็จะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจขึ้นแล้วล่ะ   3. นั่งสมาธิ การนั่งสมาธิจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดี จึงช่วยให้นอนหลับสบายมากขึ้น เพราะฉะนั้นมานั่งสมาธิก่อนนอนกันเถอะ   4. วางแผนการนอนเสมอ อยากมีสุขภาพดี ก็ต้องวางแผนการนอนให้ดีด้วยนะคะ โดยจะต้องกำหนดว่าจะเข้านอนตอนไหน ตื่นตอนไหน และที่สำคัญขณะนอนหลับจะต้องปิดมือถือและอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ซะ เพื่อไม่ให้มีอะไรมารบกวนเวลานอนของคุณได้นั่นเอง   5. แบ่งเวลานอนและเวลาทำงานออกจากกัน ก่อนนอนเป็นช่วงที่คุณควรผ่อนคลายมากที่สุดและไม่ควรนำเรื่องงานมาคิดให้ปวดหัวด้วย ดังนั้นเพื่อการนอนอย่างมีสุขภาพดี ก่อนนอนสัก 1 ชั่วโมง ควรปิดเมลล์ ปิดคอมให้หมด และอย่าหันไปสนใจงานเป็นอันขาดเลยล่ะ   6. คิดบวกเสมอ การคิดบวกจะทำให้คุณหลับสบายและหลับอย่างมีสุขภาพดีมากที่สุด เพราะฉะนั้นเรามาคิดบวกก่อนนอนกันเถอะนะ^^ […]