ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ตําราทํานายฝัน 108 นิมิตฝัน ทำนายฝัน 108 ข้อ – ความฝันต่างๆ ฝันเห็นสิ่งนี้ มีความหมายอย่างไร

ตําราทํานายฝัน 108 นิมิตฝัน ทำนายฝัน 108 ข้อ – ความฝันต่างๆ ฝันเห็นสิ่งนี้ มีความหมายอย่างไร

ตําราทํานายฝัน 108 นิมิตฝัน ความเชื่อเกี่ยวกับความฝันมาเปิด ตําราทํานายฝัน 108 ข้อ ชี้คำทำนายที่หลากหลายมีทั้งความหมายดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับลักษณะของความฝัน คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงนิยมนำความฝันไปเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องลางบอกเหตุการให้โชคลาภ รวมถึงตีความเป็นเลขเด็ดต่างๆตามความเชื่อส่วนบุคคล ทางเลขเด็ดออนไลน์ได้รวมข่าวสารเลขเด็ดที่ไหนเด็ดที่ไหนดัง ทางเว็บไซต์ของเราได้รวบรวมมาให้ท่านแล้วและได้มาพบกับบริการใหม่กับทางเว็บไซต์ เกมส์พนันออนไลน์ , เว็บพนันออนไลน์  ถูกต้องตามกฏหมายของคนไทย วันนี้เราได้รวบรวมความสุขมาให้คุณแล้ว สำหรับลูกค้าที่ชอบในการซื้อหวยออนไลน์ หรือ ล็อตเตอรี่ออนไลน์ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชมที่เว็บไซต์ของ กองสลากพลัส, กองสลาก.com , หงส์ทอง.com , และ มังกรฟ้า ซึ่งเป็นเเหล่งซื้อขายหวยดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฏหมายและราคาก็ได้ตามที่รัฐบาลตั้งไว้ สารบัญ  นิมิตฝัน ทำนายฝัน 108 ข้อ ความฝัน 108 ข้อ ชุด ที่ 2 ตำราฝัน 108 ข้อ ชุด ที่ 3 ตำราความฝัน 108 ข้อ ชุด ที่ 4 ความฝัน 108 ข้อ ชุด ที่ 5 ความฝัน […]

ฝันได้ใส่สร้อยข้อมือทองข้างซ้าย หมายถึงอะไร พร้อมเลขเด็ด เสริมความปัง เสี่ยงโชค

ฝันได้ใส่สร้อยข้อมือทองข้างซ้าย หมายถึงอะไร พร้อมเลขเด็ด เสริมความปัง เสี่ยงโชค

ฝันได้ใส่สร้อยข้อมือทองข้างซ้าย ความเชื่อเกี่ยวกับการ ฝันได้ใส่สร้อยข้อมือทองข้างซ้าย คำทำนายที่หลากหลายมีทั้งความหมายดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับลักษณะของความฝัน คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงนิยมนำความฝันไปเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องลางบอกเหตุการให้โชคลาภ รวมถึงตีความเป็นเลขเด็ดต่างๆตามความเชื่อส่วนบุคคล ทางเลขเด็ดออนไลน์ได้รวมข่าวสารเลขเด็ดที่ไหนเด็ดที่ไหนดัง ทางเว็บไซต์ของเราได้รวบรวมมาให้ท่านแล้วและได้มาพบกับบริการใหม่กับทางเว็บไซต์ เกมส์พนันออนไลน์ , เว็บพนันออนไลน์  ถูกต้องตามกฏหมายของคนไทย วันนี้เราได้รวบรวมความสุขมาให้คุณแล้ว สำหรับลูกค้าที่ชอบในการซื้อหวยออนไลน์ หรือ ล็อตเตอรี่ออนไลน์ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชมที่เว็บไซต์ของ กองสลากพลัส, กองสลาก.com , หงส์ทอง.com , และ มังกรฟ้า ซึ่งเป็นเเหล่งซื้อขายหวยดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฏหมายและราคาก็ได้ตามที่รัฐบาลตั้งไว้ ฝันได้ใส่สร้อยข้อมือทองข้างซ้าย หมายถึงอะไร พร้อมเลขเด็ด   การเสี่ยงโชค จงแสวงโชคจากที่ที่คุณยังไม่เคยไป จะมีสิ่งมากระทบจิตใจ ทำให้หวนคิดแต่เรื่องเก่าๆ คุณจะมีลาภจากความเสน่หา ความรัก คนที่คุณแอบชอบมักมีคนมารุมชอบมากมาย คราวนี้ถึงเวลาที่คุณต้องแข่งขันช่วงชิงคะแนนได้แล้ว คบกันแบบเพื่อนมานานจะสวีตหวานแหววขึ้นในพริบตา คิดเตรียมแผนวิวาห์สายฟ้าแลบได้เลย คุณควรระวังในเรื่องคำพูด เพราะอาจะทำลายมิตรภาพจนขาดสะบั้นได้ง่าย ๆ ดวงการเงิน การงาน จะต้องระวังเรื่องคำพูดเป็นพิเศษ มีโอกาสที่จะเกิดเรื่องขัดแย้งจนถึงเป็นปากเสียงกันได้ หากเริ่มทำงานที่ตัวเองไม่ถนัดจะเดือดร้อนเพราะคนแปลกหน้า การงานของคุณดูจะชะลอตัว ล่าช้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย     เลขนำโชค ฝันเห็น “ใส่สร้อยข้อมือซ้าย เลขมงคล เด่นนำโชค 4 เลขมงคล เด่นรอง 50-70-74 25-815-707 […]

เท้ามีกลิ่นแก้ได้ไม่ยากด้วย 9 วิธี "แก้ปัญหาเท้าเหม็น" ให้หายไป !!

เท้ามีกลิ่นแก้ได้ไม่ยากด้วย 9 วิธี “แก้ปัญหาเท้าเหม็น” ให้หายไป !!

เท้ามีกลิ่นแก้ได้ไม่ยากด้วย 9 วิธี “แก้ปัญหาเท้าเหม็น”   อาจมีหลายๆคนที่ต้องพบกับปัญหาเท้ามีกลิ่นเหม็น เพราะต้องใส่รองเท้าหนัง หรือรองเท้าผ้าใบไปทำงานนานหลายๆชั่วโมง ซึ่งอากาศบ้านเราก็ร้อนสะเหลือเกิน จะไม่ให้มีเหงื่อก็เป็นไปไม่ได้เลย จึงทำให้เท้ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จึงมาแนะนำ 9 วิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้ากัน..     1. หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าผ้าใบ เพราะรองเท้าผ้าใบส่วนใหญ่ผลิตจากใยสังเคราะห์ ก่อให้เกิดความอับชื้นได้ง่าย และทำให้แบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดกลิ่นเท้าเจริญเติบโตได้ดี แต่หากจำเป็นต้องใส่รองเท้าที่ก่อให้เกิดความอับชื้นง่าย หลังจากเสร็จสิ้นเวลางาน ควรรีบถอดออกให้เร็วที่สุด 2. ไม่ควรใส่รองเท้าที่คับมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เหงื่อยิ่งออกมากขึ้นและเกิดกลิ่นเท้าได้     3. ควรใส่รองเท้าที่โปร่งสบาย ในวันสบายๆ แนะนำให้ใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าที่มีรูระบายอากาศจะดีต่อสุขภาพเท้ามาก 4. ควรมีรองเท้ามากกว่าหนึ่งคู่ไว้สลับสับเปลี่ยนเพราะถ้าใส่คู่เดิมนานๆ จะทำให้เหงื่อและเชื้อแบคทีเรียหมักหมมในรองเท้า   5. ควรนำรองเท้าไปผึ่งแดดสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อกำจัดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นเท้า 6. ถ้าจำเป็นต้องใส่ถุงเท้า ควรเลือกถุงเท้าที่ทำจากเนื้อผ้าธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย จะดีกว่าใยสังเคราะห์ อย่างเช่น ลินิน เป็นต้น     7. หลังจากลุยน้ำหรือลุยฝนมา […]

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราว เกี่ยวกับ “ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่” มาฝากกัน.. แม่ คนโบราณให้ความสำคัญกับคนเป็นแม่มาก เพราะเรียกสายน้ำว่าแม่น้ำ เรียกตำแหน่งจอมทัพว่าแม่ทัพ ความจริง คำว่า “แม่”คนโบราณบัญญัติขึ้น ใช้เรียกหญิงที่คลอดบุตรแล้วลูกอยู่รอดเป็นทารก แต่หญิงบางรายเจ็บปวดแสนสาหัสปางตายก่อนที่จะได้รับเกียรติเป็นแม่คน   เนื่องจากสมัยโบราณการคลอดบุตรยากและต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ยุ่งยากกว่าปัจจุบันมาก และมีเรื่องเล่าว่าหญิงบางรายเสียชีวิตขณะคลอดบุตรก็มี ที่ว่ากระบวนการคลอดบุตรยุ่งยากเป็นอย่างไร แต่ละที่อาจต่างกันออกไป เมื่อหญิงใดมีท้องครบกำหนดคลอด แล้วเกิดเหตุปวดท้องสามีหรือคนใกล้ชิดจะไปตามหมอตำแย มาทำคลอด เมื่อหมอตำแยมาตรวจอาการแล้วพบว่าหญิงนั้นจะคลอดแน่นอน จะสั่งให้สามีไปต้มน้ำร้อนเตรียมล้างตัวเด็ก หมอตำแยจะจุดธูปขอขมาเจ้าที่เพราะการคลอดบุตรจะก่อมลทินแก่ที่นั้น และคนโบราณเชื่อว่าเจ้าที่จะปัดเป่าภัยต่าง ๆให้ จากนั้นหมอตำแยจะหาทิศทางที่เหมาะสม ให้หญิงสาวกำลังจะคลอดหันหัว โดยทิศที่เหมาะคือทิศเหนือ คนโบราณบางที่จะดูทิศไก่ไข่ กล่าวคือไก่ไข่ หันหัวไปทางทิศใดก็ให้หันไปตามทิศที่ไก่ไข่หันหัวไปเพราะเป็นความเชื่อจากคนโบราณว่าจะคลอดง่าย หมอตำแยจะโยงผ้าให้หญิงจับ และเป่าเวทมนต์จนกว่าจะคลอดขั้นนี้หญิงจะเจ็บปวดมากโดยเฉพาะท้องแรก   เมื่อเด็กตกฟากลงบนพื้นหมอตำแยจะนำผ้ามาห่อทันที สั่งให้พ่อเด็กจำเวลาตกฝาก ไว้ตรวจดวงชะตาและหมอตำแยจับเครื่องเพศ ไม่ว่าเด็กทารกเป็นชายหรือหญิงก็ตาม คนโบราณเชื่อว่าจะทำให้เครื่องเพศงดงาม หมอตำแยจะฟังเสียงเด็กร้อง หากไม่ร้องจะเอามือควักเมือกออกจากปาก เมื่อเด็กร้องหมอตำแยจะตัดสาย สะดือ และอาบน้ำให้เด็ก หญิงสาวที่กลายเป็นแม่เด็กจะอยู่ไฟ […]