ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ของไหว้ ร.5 มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีไหว้เสด็จพ่อ ร.5

ของไหว้ ร.5 มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีไหว้เสด็จพ่อ ร.5

ของไหว้ ร.5 มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีไหว้เสด็จพ่อ ร.5   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับ ของไหว้ ร.5 วิธีขอพรเสด็จพ่อ ร.5 ขอพรอย่างไรให้สมปราถนา พร้อมวิธีไหว้   ไหว้บูชาเสด็จพ่อ ร.5 เป็นความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะถึงแม้เสด็จพ่อ ร.5 จะเป็นกษัตริย์ ไม่ใช่พระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เพราะบุญบารมีที่มากล้นของท่านที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ฐานะ ความเฉลียวฉลาด และความสามารถที่มากล้นจนนำพาประเทศของเราก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วในอดีต ทำให้ชาวไทยต่างเชื่อถึงการพึ่งพิงพระบารมี     สถานที่ไหว้ขอพร ร.5 หรือ ไหว้บูชาเสด็จพ่อ ร.5  พระบรมรูปทรงม้า ซึ่งตั้งอยู่บริเวณลานด้านหน้าพระราชวังดุสิต โดยพระบรมรูปทรงม้าถูกสร้างขึ้นจากช่างฝีมือดีชาวฝรั่งเศส ออกแบบหุ่นจากเสด็จพ่อ ร.5 ในท่าทางขี่ม้าที่ดูสง่างาม และด้วยพื้นที่ลานด้านหน้าพระราชวังมีขนาดกว้างใหญ่ ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในที่นิยมที่ชาวไทยมักมาขอพรกันตลอดทั้งปีค่ะ พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 ที่ประทับอยู่ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวัดที่สวยงามในประเทศไทย และเป็นวัดที่เส็ดพ่อ ร. 5 เป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระอัครมเหสีพระราชเทวี โดยสถานที่แห่งนี้มักเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้รวมถึงถ่ายภาพสวย ๆ ค่ะ พระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล ที่ตั้งอยู่ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพระบรมรูปที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงพ่อหลวงราชการที่ 5. และพ่อหลวงราชการที่ 6. ซึ่งถือเป็นผู้สถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย […]

คาถา เมตตาโบราณ ใช้ต่อรอง ให้คนฟังคล้อยตาม คาถาใจอ่อน สุดยอดคาถามหาเสน่ห์

คาถา เมตตาโบราณ ใช้ต่อรอง ให้คนฟังคล้อยตาม คาถาใจอ่อน สุดยอดคาถามหาเสน่ห์

คาถา เมตตาโบราณ ใช้ต่อรอง ให้คนฟังคล้อยตาม เชื่อว่าหลายต่อหลายคน คงอยากให้คนที่เราไปขอร้อง ใจอ่อนให้เรา โดยคาถานี้นั้น ในตำราโบราณว่าไว้ ใช้ได้ประโยชน์ในการต่อรองเพื่อให้อีกฝ่ายใจอ่อน คล้อยตามกับสิ่งที่เราพูด โดยคาถานี้ให้ท่องก่อนที่จะไปต่อรอง   -คาถาเมตตาโบราณ- ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะอตใจ นะกาโร โหติ สัมภะโว ตรีนิกัตวานะ นะ การัง ปัญจะสัมภะวัง   แต่ขอบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดไม่แพ้คาถานั่นก็คือ การพูดจาที่อ่อนน้อม และจริงใจ พูดได้ต้องทำได้ การจะให้คนอื่นใจอ่อน เราต้องมีความอ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่ใช่แข็งกระด้างไปใครเขาใจจะอ่อนให้เรา เพราะงั้น ทุกอย่างนอกจากคาถาแล้วตัวเองต้องเป็นคนที่รู้จักการทำตัวในสถานะการณ์ที่กำลังทำด้วย       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน […]

ต้นรักกับธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อของไทย

ต้นรักกับธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อของไทย

ต้นรักกับธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อของไทย   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ “ต้นรัก”กับธรรมเนียม ประเพณี มาให้ได้ทราบกัน ต้นรักเป็นพันธุ์ไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นริมทาง แม้แต่ริมทะเลก็สามารถพบได้ เพราะต้นรักขึ้นง่าย ทนทาน บางครั้งจะเห็นเมล็ดรักซึ่งมีขนสีขาวเป็นพู่ยาวๆ ปลิวตามลม เมื่อตกลงไปในที่ซึ่งมีความชื้นพอสมควร จะงอกขึ้นเป็นต้นใหม่ได้ มีชื่อที่ใช้เรียกหลายชื่อ ได้แก่ รัก รักดอก หรือรักร้อยมาลัย เพราะคนไทยรู้จักดอกไม้ชนิดนี้มากที่สุดจากการนำมาร้อยเป็นอุบะพวงมาลัย นั่นเอง รักมี ถิ่นกำเนิดในเอเชียกลางและอินเดีย ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเข้ามาสู่เมืองไทยเมื่อใด เป็นไม้พุ่ม สูง ๑-๒.๕ เมตร ใบใหญ่ ก้านสั้นมีขนนุ่ม และมีนวลขาวทั้งใบ ดอกมี ๒ สี คือ สีขาวและสีม่วง ออกดอกเป็น ช่อใหญ่ ค่อนข้างกลมที่ปลายกิ่งและซอกใบ เมื่อดอกบาน กลีบดอก ๕ กลีบ จะแผ่ออกจากกันเป็นวง เห็นส่วน ที่เป็นสัน ๕ สัน คล้ายมงกุฎอยู่ตรงกลาง ส่วนนี้เองที่นำมาใช้ร้อยมาลัย […]

ชีวิตใครเจอปัญหา โบราณว่าเปลี่ยนตัวหนังสือ จะเปลี่ยนชีวิต !!

ชีวิตใครเจอปัญหา โบราณว่าเปลี่ยนตัวหนังสือ จะเปลี่ยนชีวิต !!

ชีวิตใครเจอปัญหา โบราณว่าเปลี่ยนตัวหนังสือ จะเปลี่ยนชีวิต !!   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน สมัยก่อนประเทศจีนมีการทำนายชีวิตคนจากลายมือที่เขียนไว้ เพราะชาวจีนโบราณเชื่อว่า เคราะห์กรรม ผลบุญที่เคยทำและปัญหาชีวิตที่แต่ละคนเจอจะสะท้อนออกมาที่ตัวหนังสือที่เขียน ลองสังเกตว่าแต่ละคนเขียนตัวหนังสือออกมา จะพบลายมือที่ต่างกัน จนกระทั่งแยกแยะได้ว่าลายมือแบบไหนคือใครเขียน และทราบว่าคน ๆ นั้นมีปัญหาชีวิตอะไร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำนายลายมือที่เขียนแนะนำว่าการเปลี่ยนตัวหนังสือชีวิตจะเปลี่ยน ส่วนใครที่เขียนตัวหนังสือแบบไหน จะเจอปัญหาอะไร        ตัวหนังสือเขียนตัวใหญ่ ใครที่เวลาเขียนตัวหนังสือแล้วตัวโต เล่นหางยาว ๆ เว้นช่องไฟห่างกันเกินไป เป็นคนใจอ่อนชอบช่วยเหลือคนอื่นแต่ประมาท ทำงานไม่รอบคอบ ใช้จ่ายสุรุยสุร่าย ส่วนใหญ่จะทำงานแบบใช้แรงงานเจอปัญหาชีวิตเรื่องหนี้สิน ทำงานหาเช้ากินค่ำ รายรับไม่สมดุลกับรายจ่าย  ตัวหนังสือเบา เขียนไม่ชัดเจน คนจีนโบราณเชื่อว่าคนที่เขียนลายมือเบาไม่กด เป็นคนช่างคิด บุคลิกสุภาพเรียบร้อย ขี้อาย ใครว่าอย่างไรเชื่ออย่างนั้น จูงใจง่าย โลภอยากได้ มีแต่ตัณหาราคะ จะเจอปัญหาชีวิตเรื่องการโดนหลอกลวง เจอเรื่องชู้สาว รักสามเส้า โดนต้มตุ๋น เสียทรัพย์    ลายมือตัวเล็ก ผู้ใดที่เขียนตัวหนังสือออกมาแล้วหวัด โย้ไปมา คติความเชื่อคนจีนโบราณว่าคือ ผู้ที่อารมณ์ร้อนหูเบา เชื่อคนง่าย […]