ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

แจกฟรี สููตรหวยลาว 4 ตัว  พร้อมวิธีคำนวณหวยลาวพัฒนาวันนี้ คอหวยห้ามพลาด..!!

แจกฟรี สููตรหวยลาว 4 ตัว พร้อมวิธีคำนวณหวยลาวพัฒนาวันนี้ คอหวยห้ามพลาด..!!

สูตรหวยลาว 4 ตัว การเสี่ยงโชคกับหวยเป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ และสูตรหวยของเราช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกหวยให้มากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจสูตรหวยลาว  เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถคำนวณง่ายและมีแนวทางที่ชัดเจนในการเลือกตัวเลข เพียงแค่รู้เคล็ดลับและเทคนิคการคำนวณ คุณก็สามารถเพิ่มโอกาสในการถูกหวยได้ เพื่อคนรักหวยได้เลือกพิจารณา สูตรลาว 4 ตัว เข้าทุกงวด มีคู่มือวิธีคำนวณหวยลาว แบ่งปันฟรีติดตามเลยที่นี่ ฟรี 24 ชม.   สูตรหวยลาว 4 ตัว เปิดสูตรคำนวณหวยลาว 4 ตัวตรงแม่นๆ มาแรง สำหรับวิธีการคำนวณของหวยลาว 4 ตัวตรงที่มาแรงที่มาแรงที่นั้นนี้นั้นจะ เป็นการนำผลหวยลาว 4 ตัวตรงจาก 2 งวดหลังสุดมาคิดหาผลลัพธ์โนงวดที่กำลังจะมา ถึงซึ่งในวันนี้จะใช้ผลหวยของงวด 31 มีนาคม 2568 ซึ่งก็คือ 6647 และผลหวยของ งวดวันที่ 28 มีนาคม 2568 ก็คือ 6845 มาใช้ในการคำนวณหาเลขในงวดต่อไป ก่อนอื่นให้นำผลหวยของงวดที่ 31 มีนาคม 2568 ซึ่งก็คือ […]

ความเชื่อโบราณ ดอกไม้ประจำราศีพิจิก

ความเชื่อโบราณ ดอกไม้ประจำราศีพิจิก

ความเชื่อโบราณ ดอกไม้ประจำราศีพิจิก   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับความเชื่อของ “ดอกไม้ประจำราศีพิจิก” ศาสตร์แห่งดอกไม้หรือ Flora scope คือความเกี่ยวเนื่องระหว่างดอกไม้และดวงดาวแห่งจักรราศี เมื่อเรารู้ว่าดอกไม้ชนิดไหนเป็นดอกไม้ประจำตัวของเรา มันก็จะเป็นเครื่องบอกถึงบุคลิกภาพ ความรัก ความสัมพันธ์ และจิตวิญญาณของเรากับดอกไม้นั้นๆ ทั้งยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้คริสตัสเพื่อพลังบำบัดด้วย   ดอกไม้ประจำราศีพิจิก (สำหรับผู้เกิดวันที่ 23 ต.ค. – 21 พ.ย.) ดอกกระบองเพชร ด้วยความลึกลับในกำเนิดและเกสร รวมทั้งในทุกๆ กลีบดอก คนที่เป็นดอกไม้นี้จะมีความลับนับร้อยๆ อยู่ในการดำเนินชีวิตของเขา สิ่งนี้ทำให้เขาเป็นคนมีเสน่ห์ตรงความน่าค้นหาไม่รู้จบนี่เอง เขามักชอบอยู่เงียบๆ และเก็บเรื่องราวของตนเองไว้ ไม่เปิดเผยกับใครๆ ชอบทำงานเป็นชั่วโมงๆ ในออฟฟิศมากกว่าจะออกไปสังคม คนพวกนี้มักประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ คนราศีนี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจในเรื่องบนเตียงอย่างมาก เป็นคู่รักที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความปรารถนา แม้จะดูสงบเยือกเย็นภายนอก      การเงิน มักมีการใช้จ่ายแบบลับๆ หรือเปิดเผยไม่ได้ในส่วนตัวเสมอ      สุขภาพ มักมีปัญหาหากอยู่ในที่ๆ มีอุณหภูมิร้อนจัดเย็นจัดเกินไป รวมทั้งปัญหาของระบบการย่อย      ความรัก เป็นคนเจ้าอารมณ์ เข้มงวดกับเรื่องรัก เต็มไปด้วยความอ่อนไหวลึกซึ้งเรื่องนี้      อาชีพ นักโบราณคดี ทนายความ ที่ปรึกษาการลงทุน […]

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน   มาถึงดินแดนแห่งที่ราบสูง ก็มีคติความเชื่อที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารไม่แพ้กันซึ่ง รศ.ดนุพล ไชยสินธุ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.ราชภัฏเลย อธิบายว่า พัฒนาการทางสังคมของคน อีสานจะอยู่กับธรรมชาติ ที่มีความหลากหลายของวัตถุดิบในการทำอาหาร ทั้งพืช ผัก สัตว์ จนกระทั่งแมลง โดยวัฒนธรรมการกินอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ ก็มีมาช้านาน ส่วนอาหารต้องห้าม คือ อาหารที่เป็นของเหลือเดน อีกทั้งผู้น้อย หนุ่มสาว จะไม่กินอาหารก่อนผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ ซึ่งแฝงคำสอนให้รู้จักเคารพผู้อาวุโส แต่เนื่องจากอีสานเป็นภาคที่แห้งแล้ง ทำให้วัฒนธรรมการกิน การทำกับข้าว จะกินกันอย่างพอเพียง โดยมีกับข้าวไม่กี่อย่างแต่แบ่งกินกันหลายคน ซึ่งก็มีนัยแฝงว่าทุกคนใน ครอบครัวจะได้พูดคุยกัน แต่ปัจจุบันคนในครอบครัวต่างก็แยกย้ายกันไป ทำให้วิถีในอดีตหายตามไปด้วย ส่วนข้อห้ามต่างๆ ในส่วนของงานพิธีกรรมจะไม่นิยมนำสัตว์ใหญ่มาทำอาหาร และคนที่มีของ มีวิชาอาคมจะไม่กินอาหารที่เลี้ยงในงานศพ เชื่อว่าจะทำให้วิชาเสื่อม และยิ่งใน หญิงตั้งครรภ์ก็จะมีความเข้มงวดอย่างมาก เช่น แม่ลูกอ่อนที่อยู่ไฟ ต้องกินปลา เกลือ ไข่ และข่าเพื่อช่วยสมานแผล แต่ห้ามกินของทะเล ของที่มีกลิ่นเหม็น เช่น ชะอม ของหมักดอง จนกระทั่งห้ามกินสัตว์ที่อยู่ใต้ดินอย่าง […]

เบี้ยแก้ หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก กันภัยร้าย โชคลาภ ติดตัวค้าขายคล่อง !!

เบี้ยแก้ หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก กันภัยร้าย โชคลาภ ติดตัวค้าขายคล่อง !!

เบี้ยแก้ หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก   เบี้ยแก้ หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก “เบี้ยแก้” เป็นเครื่องรางที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ มักสร้างมาจาก “หอยเบี้ยจั่น” บรรจุปรอทไว้ภายใน โดยมีความเชื่อในอานุภาพของเบี้ยแก้ว่า สามารถแก้และกันคุณไสย์มนต์ดำหรือสิ่งชั่วร้ายต่างๆ แก้ยาสั่ง ยาเมา พิษของสัตว์ร้ายต่างๆได้ดี สามารถแก้และกลับเหตุร้ายให้กลายเป็นดีได้ ในสมัยโบราณจึงนิยมพกพาเบี้ยแก้ติดตัวหรือนำมาห้อยคอ คาดเอว เมื่อต้องเดินทางไกลหรือผจญกับภัยร้าย มีเคล็ดอยู่ว่า หากนำเบี้ยแก้มาใส่ไว้ในกระเป๋าเงิน ก็จะทำเกิดโชคลาภ พ่อค้าแม่ค้ามักจะนำเบี้ยแก้ติดตัวไปด้วยเพื่อให้ค้าขายคล่องอีกด้วย โดย “เบี้ยแก้” ยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมบูชาอยู่เรื่อยๆ นั่นคือ “เบี้ยแก้ หลวงพ่อแม้น อาจารสัมปันโน” วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเบี้ยแก้ที่สร้างขึ้นถักด้วยเชือกสีแดง ร้อยด้วยตะกรุด มีอานุภาพหลายประการดังที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ที่ต้องการแก้คุณไสย ต้องการกันสิ่งชั่วร้าย หรือนำใส่กระเป๋าให้เกิดโชคลาภก็ดีนัก สำหรับหลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก ท่านเป็นทายาทธรรมรูปสุดท้ายของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อแม้นได้สานต่อสรรพวิชาต่างๆในสายหลวงพ่อจง อีกทั้งท่านยังเป็นพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี เป็นพระนักพัฒนา จึงทำให้ท่านได้รับศรัทธาจากสาธุชนอย่างมาก     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย […]