ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ฝันว่าขาหัก ทำนายฝันแบบไหนดีไม่ดี พร้อมเลขเด็ดเสี่ยงโชค งวดนี้

ฝันว่าขาหัก ทำนายฝันแบบไหนดีไม่ดี พร้อมเลขเด็ดเสี่ยงโชค งวดนี้

เปิดตำราพยากรณ์ การ ฝันว่าขาหัก สามารถทำนายฝันได้ว่าอย่างไรบ้าง เพราะหลาย ๆ คนอาจจะกลัวว่าจะเกิดลางร้ายขึ้น หรือบางทีอาจจะมีโชคดีตามมาในคำทำนายก็ได้นะ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพาไปดู ฝันว่าขาหัก เป็นความฝันที่น่าวิตกกังวล เกิดอุบัติเหตุในฝันเห็นว่าขาหัก เดินไปไหนไม่ได้ ทำไมถึงฝันว่าขาหัก ความฝันแบบนี้บอกถึงอะไรกัน ฝันว่าขาหักข้างขวา ฝันว่าขาหักข้างซ้าย ฝันว่าขาหักแต่เดินได้ ฝันว่าขาหัก 1 ข้าง ฝันว่าขาหัก2ข้าง ฝันว่า แข้ง หัก ความฝันเหล่านี้เราได้รวบรวมความหมายของความฝัน ในแต่ละรูปแบบมาให้แล้ว ทำนายฝัน จะมีความหมายว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ดแม่น ๆ สำหรับเลขเด็ดเสี่ยงดวง ไปดูเลย. แก้เคล็ดฝันร้ายให้กลายเป็นดี ตามความเชื่อโบราณ วิธีง่ายๆ ฝันว่าเห็นรอยเท้าคน ลางบอกเหตุ ดีหรือร้าย พร้อมแนวทางเลขเด็ด ความฝันบอกเหตุ ฝันแบบไหนที่เรียกว่าดี มีโชค จะเป็นเศรษฐี ฝันว่าขาหัก ทำนายฝันแบบไหนดีไม่ดี พร้อมเลขเด็ดเสี่ยงโชค งวดนี้ ทำนายความฝัน ฝันว่าขาหัก ตีเป็นเลขเด็ด ทำนายว่า จะเกิดความเจ็บป่วยขึ้น หรือต้องเสียทรัพย์สินอันมีค่า ให้ระวังดูและเรื่องสุขภาพ […]

ฝันเห็นเต่า 2 ตัว  รู้ไหมบ่งบอกถึงอะไร ดีหรือร้ายต้องมาดูคำทำนายฝัน พร้อมเลขเด็ดแม่นๆ กันเลย

ฝันเห็นเต่า 2 ตัว รู้ไหมบ่งบอกถึงอะไร ดีหรือร้ายต้องมาดูคำทำนายฝัน พร้อมเลขเด็ดแม่นๆ กันเลย

ฝันเห็นเต่า 2 ตัว ใครจะไปคิดว่าชีวิตนี้จะฝันเห็นเต่า นอนอยู่ดี ๆ ก็ฝันเห็นเต่าแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย บางคนอาจจะเคยได้ยินมาว่าการฝันเห็นเต่าอาจจะหมายความว่ากำลังจะเจอเนื้อคู่ในเร็ว ๆ บางคนก็ได้ยินมาว่าการฝันเห็นเต่าจะทำให้เจอโชคร้ายในเร็ว ๆ เว็บเลขเด็ดออนไลน์ เราจะพามาดูความหมายของการฝันเห็นเต่า 2 ตัว พร้อมส่องเลขเด็ด เลขนำโชคกัน มาดูกันเลย หากอยากจะซื้อหวยออนไลน์ ทางเราขอแนะนำ heng99  มี เลขเด็ดงวดนี้ น่าสนใจ ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้จ่ายบาทละ 1000 เลยทีเดียว ฝันเห็นเต่า 2 ตัว ความหมายของการฝันเห็นเต่า 2 ตัว ตีความได้ว่าช่วงนี้ชีวิตจะมีแต่เรื่องดี ๆ ทำอะไรแล้วมักจะโชคดีเป็นสองเท่าตัว ไม่มีเรื่องให้ปวดหัวเท่าไหร่ในช่วงนี้ หน้าที่การงานอยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นที่รักของคนในที่ทำงานและหัวหน้า มีโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่งเร็ว ๆ นี้ เลขเด็ดเต่าเลขอะไรกำลังมาแรงในช่วงนี้ ทางเราได้รวบแล้วมาให้แล้ว ตามนี้เลย ด้านการเงิน สามารถทำนายได้ว่า ด้านการเงิน อาจมีความผันผวนในเรื่องการเงินของคุณ อาจมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามสถานการณ์ซึ่งอาจต้องรอลุ้นหน้างานกันอีกที เนื่องจากเต่าตัวแรกจะแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและความมั่งคั่ง ในขณะที่เต่าตัวที่สองอาจแสดงถึงการต้องจัดการกับความรับผิดชอบทางการเงิน ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ฝันจึงควรระมัดระวังและวางแผนการเงินให้ดีเพื่อรักษาสมดุลและความมั่นคงทางด้านการเงินในระยะยาว การงาน ด้านอาชีพและการงาน การฝันเช่นนี้จะแสดงถึงความสำเร็จและความก้าวหน้าในการงานของคุณ อาจมีโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งหรือได้รับโอกาสใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ คุณอาจได้รับการเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมที่มีความสำคัญ อย่าลังเลที่จะยอมรับโอกาสและพัฒนาทักษะเพื่อความสำเร็จในสายงานของคุณ […]

ฝันว่าถอดเสื้อเดิน ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันว่าถอดเสื้อเดิน ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันว่าถอดเสื้อเดิน หมายความว่าอย่างไรบ้าง จะเป็นฝันโชคดีหรือร้าย และมีเลขโชคลาภเลขเด็ดอะไรบ้างเช็กเลย heng99 เรามีคำตอบมาฝากกันครับ ในบทความนี้ เว็บเลขเด็ดออนไลน์ เราจะพามาดูความหมายของการฝัน ด้านการเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ พร้อมส่องเลขเด็ด เลขนำโชคกัน ฝันว่าถอดเสื้อเดิน ผลคำทำนาย : ฝันว่าถอดเสื้อเดิน ระวังสิ่งของที่คนแปลกหน้านำมาให้นี้อาจมีเจตนาอื่นแฝงอยู่ มิตรรักจะแปรพักตร์เป็นอย่างอื่น คอยระวังไว้ด้วย อยู่ในช่วงเวลาของความลุ่มหลง รักสนุก พบปะสังสรรค์เฮฮา ความรัก คนโสดได้แต่รอแล้วรอเล่า ยังไม่เจอคนที่โดนใจ คงต้องใจเย็นอย่างที่โบราณท่านว่าไว้ “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ความรักหากมีปัญหากันก็ต้องค่อยๆพูด ค่อยๆจา อย่าด่วนตัดสินใจพูดอะไรโดยไม่คิด เพราะจะทำให้คุณมานั่งเสียใจภายหลัง คุณรู้หรือเปล่าว่ามีคนกำลังแอบชอบคุณอยู่ ดวงการเงิน การงาน ระวังคำพูด เพราะอาจจะทะเลาะกับหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน และ ลูกน้องได้ ระวังจะเสียเงินก้อนหนึ่งไปกับเหตุการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือเสียเพราะคนอื่น คุณอาจจะมีเกณฑ์การเปลี่ยนแปลง ย้ายที่ทำงาน หรือย้ายแผนก หรือมีการปรับตำแหน่งที่สูงขึ้นจากเดิม สุขภาพ สำหรับเรื่องสุขภาพ การถอดเสื้อเดินในฝันอาจหมายถึงการที่คุณต้องเปิดเผยหรือยอมรับความจริงเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น หรือรับฟังคำแนะนำจากแพทย์เพื่อดูแลร่างกายให้ดีขึ้น เลขนำโชค  “ฝันว่าถอดเสื้อเดิน” เลขมงคล เด่นนำโชค […]

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ มาฝากกันเช่นเคย เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมพระสงฆ์ในนิกายมหายานฉันอาหารเจ ไม่ฉันเนื้อสัตว์ แล้วทำไมพระสงฆ์ในเมืองไทยฉันเนื้อสัตว์ได้ ความเชื่อเรื่องเนื้อสัตว์กับพระสงฆ์ครั้งสมัยโบราณมีการห้ามหรือไม่ ฉันแล้วจะบาปหรือเปล่า   สมัยก่อนประเทศจีนพระภิกษุสงฆ์ชอบดื่มเหล้า ฉันเนื้อสัตว์ไม่สำรวมในเพศบรรพชิต แต่ไม่นานเมื่อ ปีพ.ศ.1054 ในรัชสมัยราชวงศ์ซ้อง ฮ่องเต้เหลียงอู่ เมื่อเทียบกับประเทศไทยคงก่อนสมัยราชธานีสุโขทัย พระพุทธศาสนาเจริญมาก พงศาวดารหนานสื่อ กล่าวว่าพระองค์ทรงศึกษาพระสูตรสองเล่ม คือมหาปรินิรวาณสูตร และลังกาวตารสูตร ส่งผลให้พระองค์ศรัทธาการกินเจ และประกาศให้ห้ามกินเนื้อสัตว์ทั่วประเทศ กระทั่งห้ามมิให้หมอหลวงนำส่วนประสมจากสัตว์มาปรุงยารักษาคนไข้ มีการบันทึกว่าในนครหลวงสมัยพระองค์มีวัดวาอารามมากกว่า ห้าร้อยแห่ง เพราะพระองค์ใช้เงินในพระคลังไปกับการสร้างวัดเกือบหมดสิ้น และมีการเกณฑ์ไพร่คนมาบวชพระมากมาย จนมีพระสงฆ์มากกว่าแสนรูปและห้ามพระสงฆ์ฉันเนื้อสัตว์ต้องฉันอาหารเจตั้งแต่สมัยก่อนมาจวบจนวันนี้     มีการนำสีมาใช้บนสัญลักษณ์ธงเจมีสีเหลือง เพราะสมัยก่อนความเชื่อคนจีนจะใช้สีเหลืองกับพิธีศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมที่ใช้การร่ายเวทย์มนต์ การขบเป่าสิ่งชั่วร้าย ฉะนั้นคนจีนโบราณเชื่อว่าสีเหลืองจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากคนที่ร่วมพิธีกินเจ นอกจากนี้สีเหลืองเองคือสีที่เป็นตัวแทนแห่งอำนาจ ดังนั้นสีเหลืองยังใช้กับราชวงศ์ชนชั้นกษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายฮ่องเต้จีนโบราณ และเครื่องใช้ในราชสำนักจะใช้สีเหลืองทั้งสิ้น การใช้สีเหลืองประดับบนธงเล็ก ๆ เป็นเครื่องแสดงว่าคนที่กินเจเป็นคนชั้นสูงน่ายำเกรง ไม่นานมีการนำสีแดง หมึกแดงคนจีนโบราณนำมาเขียนเป็นตัวอักษรจีนแปลว่า เจ สีแดงในความเชื่อคนจีนโบราณว่าเป็นสีมงคล จะพบว่าในงานมงคลคนจีนจะใช้สีแดงทั้งสิ้น เพราะสีแดงเป็นสีที่ฉูดฉาด คนเห็นจะมีความรู้สึกกระตือรือร้น […]