ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ฝันเห็นกบ ฝันว่าจับกบ เลขนำโชค พร้อมความหมาย ทำนายฝัน

ฝันเห็นกบ ฝันว่าจับกบ เลขนำโชค พร้อมความหมาย ทำนายฝัน

รวมคำทำนายสุดแม่น ฝันเห็นกบ ในทางหลักโหราศาสตร์มีความหมายว่าอย่างไร พร้อมวิเคราะห์แนวทางเลขเด็ดจากความฝัน เลขเด็ดเสี่ยงโชค หากฝันเห็นกบตัวใหญ่ กบหลายตัว อาจมีโชคลาภ เลขมงคลจากความฝัน กบ สัตว์โลกตัวน้อยน่ารัก (สำหรับบางคน) ที่มาพร้อมกับดวงตากลมโต และสีสัน ถึงขนาดที่บางคนนั้นเก็บไปฝันเก็นกบเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝันเห็นกับตัวใหญ่ ๆ หรือกับ 2 ตัว บางคนอาจจะเป็น 5 ตัว หรือที่พีคกว่านั้นอาจจะอยู่ในตกกบหลายตัวเลยก็มี ความฝันเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร การทำนายฝันว่าตัวเองกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง มักเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอง และโชคลาภ สามารถตีเลขเด็ดเป็นเลขอะไรได้บ้าง เลขเด็ดออนไลน์ จะพาไปดู.. ฝันว่านั่งแท็กซี่ ทำนายฝัน บอกความหมาย ตีเลขเด็ดให้โชค ฝันว่านั่งรถเมล์ เลขเด็ด ทำนายฝันให้โชคเกี่ยวกับฝัน ฝันว่าไหว้พระจันทร์ จะมีโชคไหม ทำนายฝัน ส่องเลขเด็ดงวดนี้ ฝันเห็นกบ ฝันว่าจับกบ เลขนำโชค พร้อมความหมาย ทำนายฝัน   ฝันเห็นกบ ตัวใหญ่ ฝันเห็นกบตัวใหญ่ เป็นความฝันที่ดี สื่อถึงความสำเร็จในด้านต่างๆ จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและการค้าขาย มีเกณฑ์เดินทางไกล […]

ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นนิ้ว

ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นนิ้ว

ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นนิ้ว   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับ “ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นนิ้ว” มาให้ได้ทราบกัน.. คนในสมัยก่อนมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการเขม่น ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายของเราอยู่เสมอ โดยอาการเขม่นหรือกระตุกตามกล้ามเนื้อ ส่วนต่างๆ สามารถบอกเหตุดี เหตุร้าย หรือที่เราเรียกกันว่า ลาง ให้เราทราบได้เช่นกัน..   หากคุณมีอาการเขม่นบริเวณนิ้วมือ แน่นอนว่าอาการเหล่านี้มีความหมายตามตำแหน่งที่เกิดขึ้น ถ้าหากมีอาการเขม่นบริเวณนิ้วโป้งคนโบราณท่านมีวคามเชื่อว่าจะมีผู้มาขอคำ ปรึกษาหรือจะมีคนมาขอให้รับหน้าที่เป็นประธานงานงานสำคัญๆบางอย่าง ส่วนคนที่มีอาการเขม่นบริเวณนิ้วชี้ คนโบราณท่านมีความเชื่อว่าคนผู้นั้นจะโชคดีทางด้านหน้าที่การงาน บางคนอาจได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องให้ระวังเรื่อง คดีความด้วย สำหรับคนที่มีอาการเขม่นบริเวณนิ้วกลาง คนโบราณท่านมีวคามเชื่อว่า คนผู้นั้นจะได้รับข่าวดีเกี่ยวกับความมั่นคงในชีวิต ที่มีเรื่องให้ทุกข์ใจจะเบาใจลง เรื่องราวร้ายๆที่เกิดขึ้น จะคลี่คลาย บางคนอาจได้รับรางวัลตอบแทนแบบไม่คาดฝัน   ส่วนคนที่มีอาการเขม่นบริเวณนิ้วนาง คนโบราณท่านมีความเชื่อว่า คนผู้นั้นจะมีโชคในเรื่องของความรัก ชีวิตคู่ บางคนอาจโชคดีได้รับข่าวดีจากเพศตรงข้ามหรือจากคนรัก สุด ท้ายคือ คนที่มีอาการเขม่นบริเวณนิ้วก้อย คนโบราณท่านมีความเชื่อเป็นการเขม่นที่ไม่ค่อยดี บางคนอาจจะสูญเสียของมีค่าหรือถูกคนมาดูถูกเหยียดหมายศักดิ์ศรีจนทำให้เสีย ชื่อเสียงไม่เป็นที่ยอมรับนับถือ       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย […]

ถวายของแก้บน ของไหว้แก้บน กินได้หรือไม่

ถวายของแก้บน ของไหว้แก้บน กินได้หรือไม่

ถวายของแก้บน ของไหว้แก้บน กินได้หรือไม่   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน ถวายของแก้บน ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของไหว้แก้บน ไหว้เจ้าที่ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า การ ถวายของกิน หรือ ของแก้บน มีอะไรที่สามารถนำกลับมาได้หรือไม่ได้บ้าง     ถวายของแก้บนในบ้าน การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น พระภูมิเจ้าที่ หรือเทพที่อยู่ในบ้าน เมื่อใดก็ตามที่มีการถวายอาหาร หรือของที่กินได้ต่างๆ สามารถนำกลับมากินต่อได้ ซึ่งต้องเป็นการไหว้ที่ใช้ จุดธูป 7 ดอก และก่อนที่จะนำมากิน ต้องบอกให้เรียบร้อยจากนั้นต้องรอให้ธูปและควันหายจนหมดก่อน ถึงนำกลับมากินได้   ของไหว้บรรพบุรุษ การ ไหว้บรรพบุรุษ หรือการไหว้สิ่งศักดิ์ที่เคารพซึ่งใช้ธูป 1 ดอก ห้ามลาและเอามากินเด็ดขาด เพราะถือเป็นการให้กับคนที่ล่วงลับไปแล้ว     ไหว้พระ หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์นอกบ้าน การ ไหว้ถวายของกิน ไม่ว่าจะเป็นของกินประเภทใดก็ตาม ถ้าให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่นอกบ้าน ไม่ว่าจะไปถวายที่ไหนหรือถวายเพื่อการแก้บนนั้น ห้ามเอาของที่ถวายกลับมา เพราะถือว่าเป็นการ ทำบุญ ให้ไปแล้ว เช่น แก้บนด้วยไข่ต้ม 100 ฟอง คนที่ถวายห้ามเอากลับมาบ้าน แต่คนอื่นสามารถเอาไปได้ เพราะถือว่าเป็นการให้ทานไปแล้ว ไม่ว่าจะถวายของจำนวนเยอะหรือเป็นของที่ดีขนาดไหนก็ห้ามเอามากินเองเด็ดขาด       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com   เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล […]

7 ข้อที่โบราณกล่าวไว้ “เป็นเนื้อคู่กัน” มาตั้งแต่ชาติปางก่อน

7 ข้อที่โบราณกล่าวไว้ “เป็นเนื้อคู่กัน” มาตั้งแต่ชาติปางก่อน

7 ข้อที่โบราณกล่าวไว้ “เป็นเนื้อคู่กัน” มาตั้งแต่ชาติปางก่อน  คุณเคยได้ยินประโยคที่คุ้นหูของคนรุ่นปู่ย่าตายายมั้ย? “คู่กันแล้ว คงไม่แคล้วกันหรอก” เพราะคนเก่าแก่เชื่อว่าหากใครที่เป็นเนื้อคู่กันนั้น มักมีดวงและจิตสัมพันธ์กันอยู่ ไม่ว่าจะภพไหนชาติไหน ก็ย่อมกลับมาเป็นคู่ครองรักกันเสมอ ดังนั้นมาเปิดเผยความเชื่อที่ว่า คุณและเขาอาจเป็นเนื้อคู่กันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าบุพเพสันนิวาส ทำให้ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง 1. แม้พบเจอกันครั้งแรก คุณและเขากลับสนิทสนมกันได้เร็ว เพราะเกิดจากความรู้สึกภายในที่ผูกพันกันมานาน ทำให้คุณทั้งคู่รู้สึกสุขใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ 2. คุณและเขามักมีความคิดที่ค้ลายกัน ประหนึ่งว่าเป็นคน ๆ เดียวกัน มีใจตรงกันอย่างบอกไม่ถูก ในลักษณะที่มีความคิดคล้ายกัน ใช่การพยายามเลียนแบบจะเป็นเหมือนอีกคน     3. คุณและเขาเข้ากันได้ดี เป็นส่วนที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน เปรียบเสมือนแจกันกับดอกไม้ เช่น คนหนึ่งมักใจร้อนเป็นฟืนไฟ แต่อีกคนกลับกลายเป็นคนใจเย็นนิ่งดั่งสายน้ำ 4. แม้คุณและเขาจะมีปากเสียงหรือทะเลาะกันคราวใด ก็ไม่มีทางทิ้งกันไปไหนพ้น สุดท้ายแล้วก็ปรับความคิดให้เข้าใจกันได้ดีดังเดิม 5. ระยะทางไม่สามารถทำอะไรความรักของคุณทั้งคู่ได้ หรือแม้มีอุปสรรคใดมาขวางกั้น คุณและเขาก็อุ่นใจทุกครั้งที่นึกถึงกัน ราวกับว่าจิตใจผูกพันกันมากกว่าร่างกาย 6. คุณและเขามีความสุขมากกว่าความทุกข์ที่ร่วมกัน บางครั้งไม่ต้องพูดเปร่งวาจา ก็สามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร เป็นสิ่งที่บอกได้ว่าคุณและเขาใจตรงกันมานานแล้ว 7. คุณและเขามักจะชวนกันเข้าวัดทำบุญ […]