ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

เปิดวิธี จุดธูป 36 ดอก ไหว้ขอขมากรรมกลางแจ้ง

เปิดวิธี จุดธูป 36 ดอก ไหว้ขอขมากรรมกลางแจ้ง

เปิดวิธี จุดธูป 36 ดอก ไหว้ขอขมากรรมกลางแจ้ง   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ เกี่ยวกับวิธี จุดธูป 36 ดอก ขอขมาเจ้ากรรมนายเวรกลางแจ้ง คนเราเกิดมาแต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่ต่างกัน จึงควรสวดเพื่อขอขมา ต่อเจ้ากรรมนายเวร ทั้งอดีตชาติที่ผ่านมา จุดธูป 36 ดอก หมายถึงไตรภูมิทั้ง 36 ชั้น ประกอบด้วย 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน อบายภูมิ 4 มนุษย์โลก 1 รวมทั้งหมด 36 ชั้น(ทุกชั้นภูมิจะได้รับทราบอย่างทั่วถึง)   คำขอขมา และอธิฐานจิต สำหรับอธิฐานต่อหน้าพระพุทธรูป การขอขมากรรมมิใช้การลดกรรม แต่อย่างใด แต่เป็นการขอขมาต่อสิ่งที่เคยล้วนเกินมา ทุกภพ ทุกชาติของตัวเราโดยไม่รู้หรือไม่ตั้งใจ เพื่อให้เขาเหล่านั้น อโหสิกรรมให้แก่เรา เตรียมดอกบัว 1 กำ ไหว้พระแก้วมรกตหลังทำพิธีนี้ด้านนอกแล้ว ดอกบัวหรือดอกไม้ เมื่อทำเสร็จ ถวายแก่ศาลพระภูมิเจ้าที่หรือพระบูชาในบ้านก็ได้และกล่าว (นะโม 3 จบ)     จุดธูป36ดอก น้ำ1แก้ว นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต […]

ฝันเห็นสมเด็จโต วัดระฆัง ทำนายฝัน หาเลขเด็ด พารับโชคลาภก้อนโต

ฝันเห็นสมเด็จโต วัดระฆัง ทำนายฝัน หาเลขเด็ด พารับโชคลาภก้อนโต

ว่าด้วยการทำนายความฝัน คืออะไร มีที่มายังไง การทำนายความฝันเป็นความเชื่อที่มีกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งการทำนายความหมายของความฝันแต่ละแบบ ก็จะแตกต่างกันออกไป ตามขนบธรรมเนียม และประเพณีในแต่ละท้องที่ ซึ่งการทำนายความฝัน นอกจากจะเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่เราฝันถึงแล้ว ยังเกี่ยวเนื่องกับวันและเวลาที่เราฝันด้วย การพยากรณ์ความฝัน การทำนายฝัน ตามตำราโบราณนั้น ถือว่าความฝันเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อชีวิต สามารถบ่งบอก ถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่จะเกิดขึ้น ซึ่งความฝันจะเป็นจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโชคชะตา และวาสนาของแต่ละบุคคล ฝันเห็นสมเด็จโต วัดระฆัง ฝันเห็นพระสมเด็จวัดระฆัง ฝันเห็นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ฝันเห็นพระสมเด็จ1องค์ ฝันเห็น เหรียญสมเด็จโต ฝันเห็นพระสมเด็จ ตีเป็นเลขอะไร ความฝันเหล่านี้จะมีความหมาย หรือเป็นลางบอกเหตุอะไร เลขเด็ดออนไลน์ ได้รวมความหมายของความฝัน ในแต่ละรูปแบบ พร้อมแนวทางสำหรับ เสี่ยงดวงซื้อหวย มาให้แล้ว ไปดูเลขรับทรัพย์กันเลย. เคล็ดลับ ปิดทองพระ ตำแหน่งไหน เสริมโชคลาภ ชีวิตรุ่งเรือง คาถาขอหวย สวดแล้วเฮง เพิ่มโชคลาภ ฝันเห็นเลขเด็ด ให้ได้ ให้โดน คาถายันทุน เสริมดวงชะตา สวดคุ้มครอง จากภัยพิบัติทั้งปวง ลอดท้องช้าง ความเชื่อโบราณ […]

ฝันว่าซักผ้า รวมความฝันว่าซักผ้า บอกความหมาย พร้อมเลขเด็ดรับโชค

ฝันว่าซักผ้า รวมความฝันว่าซักผ้า บอกความหมาย พร้อมเลขเด็ดรับโชค

ทำนายฝัน ฝันว่าซักผ้า พยากรณ์ว่าเป็นฝันดี เป็นช่วงเวลาของการหมดเคราะห์กรรม อาการเจ็บป่วยจะทุเลาลง พร้อมมีโชคลาภด้านการเงินขึ้นมาเล็กน้อย ให้หมั่นทำบุญตักบาตรเสริมดวง ตีเลขเด็ดมงคลฝันว่าซักผ้ามีอะไรบ้าง เปิดคำทำนายฝันตามตำราโบราณเกี่ยวกับความฝัน ฝันว่าซักผ้า กับทาง เลขเด็ดออนไลน์ จัดว่ามีความหมายโดยรวมว่าชีวิตกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดีมีการเปลี่ยนแปลง แต่ให้ระวังเพื่อนที่เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างจากเรา ทั้งนี้การฝันว่าซักผ้าสามารถเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น ฝันว่าซักผ้าตากผ้า ฝันว่าซักผ้าด้วยมือ ด้วยเท้า ด้วยเครื่อง ฝันว่าปั่นซักผ้าที่เปื้อนรอยประจำเดือน ฝันว่าซักผ้าวันต่าง ๆ ได้แก่ วันจันทร์ วันศุกร์ วันเสร์ และวันอาทิตย์ แต่ไม่เสร็จหรือซักผ้าเยอะมากเสร็จ อย่างไรก็ตามการฝันว่าซักผ้าประเภทต่าง ๆ สามารถตีความหมายรวมถึงเลขเด็ดแตกต่างกันออกไป เตรียมถูกหวยรางวัลที่ 1 งวดนี้เลย ความฝันบอกเหตุ ฝันแบบไหนที่เรียกว่าดี มีโชค จะเป็นเศรษฐี วิธีจุดธูปขอหวย จุดยังไงให้ได้ผล วิธีขอหวยให้ถูก เสริมดวงรับทรัพย์ กองสลากพลัส วิธีซื้อหวยออนไลน์ ต้องทำอย่างไร ฝันว่าซักผ้า รวมความฝันว่าซักผ้า บอกความหมาย พร้อมเลขเด็ดรับโชคงวดนี้ ฝันว่าซักผ้า การทำความสะอาดเสื้อผ้าคือหนึ่งในหน้าที่หลักของพ่อบ้านอย่างเรา ไม่ว่าจะต้องลงนั่งซักผ้าในกะละมัง ซักผ้าให้ตัวเองหรือให้คนอื่น ปริมาณผ้าที่ซักก็ไม่ใช่น้อย […]

ความเชื่อโบราณ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน ห้ามทักเด็กแรกเกิดที่ยังเล็กว่าน่ารัก มีความหมายว่าอย่างไร ?

ความเชื่อโบราณ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน ห้ามทักเด็กแรกเกิดที่ยังเล็กว่าน่ารัก มีความหมายว่าอย่างไร ?

ห้ามทักเด็กแรกเกิดที่ยังเล็กว่าน่ารัก เป็นความเชื่อโบราณที่มีความเกี่ยวข้องกับลางบอกเหตุหรือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ความเชื่อนี้มักมีความเชื่อมโยงกับเรื่องของความโชคร้ายหรือการสูญเสีย แต่ในมุมมองที่หลากหลายก็มีการตีความเชิงบวกได้เช่นกัน ทำไมโบราณห้ามชม ห้ามทักเด็กแรกเกิดที่ยังเล็กว่าน่ารัก ? “เด็กคนนี้มันน่าเกลียดน่าชังนัก” คำพูดเลี่ยง ๆ ของปู่ย่าตายายเวลาชมเจ้าหนูที่เป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวทั้ง ๆ ที่ในใจท่านก็อยากจะชมหลานตัวน้อยคนนี้ว่า “น่ารัก” มิหนำซ้ำเมื่อเราจะชมสมาชิกตัวน้อยว่าน่ารักพวกท่านจะต้องว่ากล่าวให้เปลี่ยนคำพูดดังกล่าวแล้วเลี่ยงบาลีเป็นคำอื่นเสีย สิ่งนี้สร้างความสงสัยให้เราเสมอมา แต่เราก็เลือกที่จะทำตาม ๆ ไปเนื่องจากไม่อยากจะเถียงให้มากความ จนวันหนึ่งก็ติดเป็นนิสัยที่พบลูกเล็กเด็กแดงที่ไหนเราก็จะทักว่า “น่าเกลียดน่าชัง” แทน ความเชื่อที่ว่าไม่ให้ชมเด็ก ๆ ว่า “น่ารัก” คุณยายเล่าให้เราฟังว่ามันเป็นคำสอน ความเชื่อ ที่บอกต่อ ๆ กันมา ว่าเหล่าภูติผีนั้นต้องการวิญญาณเด็ก ๆ ที่น่าตาดี น่ารักไปอยู่ด้วย ดังนั้น ถ้าเมื่อใดที่เราชื่นชมเด็ก ๆ ว่า “น่ารัก” ภูตผีนั้นจะล่วงรู้และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาเด็กคนนั้นไปอยู่ด้วย อาจจะมาเอาชีวิต หรือทำให้เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ จนจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร นั่นแหละไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ เรื่องนี้ก็น่าขนลุกสำหรับเราอยู่ดี ดังนั้นเพื่อให้สบายใจเราจึงติดที่จะชมเด็ก ๆ ว่า “น่าชัง” เสียมากกว่า จุดประสงค์ที่ซ่อนไว้ของความเชื่อเรื่องไม่ให้ชมเด็ก […]