ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ฝันเห็นกิ้งกือ เลขเด็ด ทำนายฝัน พร้อมบอกความหมาย

ฝันเห็นกิ้งกือ เลขเด็ด ทำนายฝัน พร้อมบอกความหมาย

ฝันเห็นกิ้งกือ ความเชื่อเกี่ยวกับการ ฝันเห็นกิ้งกือ มีคำทำนายที่หลากหลาย มีทั้งความหมายดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับลักษณะของความฝันอื่นๆ คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงนิยมนำความฝันไปเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องลางบอกเหตุการให้โชคลาภ รวมถึงตีความเป็นเลขเด็ดต่างๆตามความเชื่อส่วนบุคคล ทางเลขเด็ดออนไลน์ได้รวมข่าวสารเลขเด็ดที่ไหนเด็ดที่ไหนดัง ทางเว็บไซต์ของเราได้รวบรวมมาให้ท่านแล้วและได้มาพบกับบริการใหม่กับทางเว็บไซต์ เกมส์พนันออนไลน์ , เว็บพนันออนไลน์  ถูกต้องตามกฏหมายของคนไทย วันนี้เราได้รวบรวมความสุขมาให้คุณแล้ว สำหรับลูกค้าที่ชอบในการซื้อหวยออนไลน์ หรือ ล็อตเตอรี่ออนไลน์ ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชมที่เว็บไซต์ของ กองสลากพลัส, กองสลาก.com , หงส์ทอง.com , และ มังกรฟ้า ซึ่งเป็นเเหล่งซื้อขายหวยดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฏหมายและราคาก็ได้ตามที่รัฐบาลตั้งไว้ ฝันเห็นกิ้งกือ ทำนายฝันเห็น “กิ้งกือ” ถ้าค่ำคืนนี้กิ้งกือโผล่มาในฝันของคุณ มันสื่อความได้ว่าอย่างไรบ้าง เจ้าสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่ไวต่อการสัมผัสขั้นสุด เพียงถูกสัมผัสมันก็จะขดตัวทันที จุดเด่นของมันคือขาหลายร้อยคู่ที่อาจทำให้ใครหลายคนหวาดกลัว กิ้งกือในฝันกำลังส่งสัญญาณเตือนให้กับคุณ ไม่ว่าจะฝันเห็นกิ้งกือตัวใหญ่ เห็นหลายตัว เยอะมาก หรือบางคนแปลกหน่อยฝันเห็นกิ้งกือสีดำตัวใหญ่เกาะตัว การฝันเห็นกิ้งกือมีหลายแบบพร้อมความหมายที่แตกต่างกัน เข้ามาอ่านทำนายฝันเห็นกิ้งกือได้ที่นี่ ทำนายฝันเห็นกิ้งกือ หมายถึงอะไร มีเลขเด็ดนำโชคแบบไหนบ้าง หากฝันเห็นกิ้งกือ กิ้งกือตัวใหญ่ เห็นหลายตัว เยอะมาก กิ้งกือเกาะตัว กิ้งกือสีดำ สีชมพู กิ้งกือและตะขาบ กิ้งกือ 1 ตัว 2 ตัว […]

4 ขั้นตอนแก้ปัญหา Wifi บ้านช้า ไม่มีสะดุด สัญญาณแรงกว่าเดิมเยอะ !!

4 ขั้นตอนแก้ปัญหา Wifi บ้านช้า ไม่มีสะดุด สัญญาณแรงกว่าเดิมเยอะ !!

4 ขั้นตอนแก้ปัญหา Wifi บ้านช้า ไม่มีสะดุด   สำหรับใครที่รู้สึกว่า WiFi ของบ้านตัวเองมักจะช้า หรือเล่นๆ ไปก็ชอบสะดุดขาดตอนเป็นประจำ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีขั้นตอนแก้ปัญหาง่ายๆ ที่จะช่วยให้สัญญาณ WiFi ของคุณแรงขึ้นได้อีก แถมยังส่งไปได้ไกล อยู่หน้าบ้าน หลังบ้าน หรือในห้องน้ำก็เล่นได้แบบไหลลื่น     สิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ WiFi กันก่อนคือ.. 1. สัญญาณ WiFi โดยทั่วไปแล้ว จะมีความยาวคลื่นเพียง 12 cm. เท่านั้น 2. สัญญาณ WiFi ไม่สามารถทะลุผ่านผนัง หรือกำแพงต่างๆ ได้ และด้วย 2 ข้อที่กล่าวไปข้างต้นนั้น ตำแหน่งในการจัดวางโมเด็ม จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก.. โดยเราจะมาเรียนรู้ตำแหน่งการวางโมเด็มที่ถูกต้องกันดังนี้   ขั้นตอนกระจายสัญญาณ WiFi     1. วางโมเด็มไว้กลางบ้าน จะช่วยให้สัญญาณ WiFi กระจายไปได้อย่างทั่วทั้งบ้าน […]

คนโบราณสอนวิธีทำบุญใหญ่ ในเทศกาลออกพรรษา

คนโบราณสอนวิธีทำบุญใหญ่ ในเทศกาลออกพรรษา

คนโบราณสอนวิธีทำบุญใหญ่ ในเทศกาลออกพรรษา   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ ที่ใช้สอนลูกหลาน มาให้อ่านกัน เมื่อระยะเวลาเข้าพรรษาผ่านไป สามเดือนคนโบราณจะกำหนดวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดคือวันทำบุญวันพระใหญ่ที่วัด คือเทศกาลออกพรรษาจะนำลูกหลานไปทำบุญที่วัด เพราะเชื่อว่าจะหมดเคราะห์เสริมบารมี แล้วคนสมัยก่อนทำบุญใหญ่อย่างไร   การทอดกฐิน การตักบาตรยามเช้า การให้ทานคนยากไร้ คือการทำบุญเล็กน้อย แต่การทอดกฐินคือการทำบุญใหญ่ที่พระสงฆ์จะกำหนดว่าต้องทำภายในหนึ่งเดือนก่อนวันลอยกระทง ทำบุญสังฆทาน ลองสังเกตว่าเทศกาลออกพรรษาจะต้องมีการทำบุญสังฆทานเพราะคนโบราณเชื่อว่าจะหมดเคราะห์กรรมที่ติดตามตัวคุณมาตั้งแต่ปางก่อนจะหมดไป และได้อานิสงส์ เมื่อจัดสิ่งที่ไปทำบุญตรงกับสภาพกรรมประจำตน อย่างผู้ที่มีโรคผิวหนังผิวพรรณ ไม่สวย คือสภาพกรรมผู้ที่ปางก่อนชอบทำความสกปรกแก่วัด ลานวัด ศาลเจ้า ควรนำสบู่ ผงซักฟอก ไม้กวาดเป็นสังฆทานอานิสงส์ที่ได้จะทำให้คุณผิวพรรณดี ไม่เป็นโรคผิวหนัง โรคภัยไข้เจ็บ บางคนที่คิดน้อยใจว่าตนเองสุขภาพไม่ดี เพราะชาติก่อนหรือผลกรรมชาตินี้ที่ผิดศีลเรื่องการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิตเบียดเบียนสัตว์ ควรเลือกยารักษาโรค เป็นสังฆทาน เพราะอานิสงส์ที่ได้จะทำให้คุณสุขภาพดี ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บ     บริจาคค่าน้ำค่าไฟ สมัยก่อนคนจะนำเทียนไปที่วัดเพราะยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่สมัยใหม่วัดจะใช้ไฟฟ้า ศึกษาพระธรรม ระหว่างพระจำวัด วัดต้องใช้น้ำใช้ไฟ เมื่อเทศกาลออกพรรษาวัดต้องชำระค่าน้ำค่าไฟ และค่าน้ำค่าไฟคือหนี้สงฆ์ คติความเชื่อคนโบราณว่าการบริจาคจะแก้กรรมคนที่ไม่มีลาภลอย สำหรับคนที่อิจฉาคนอื่น ว่าทำไมซื้อฉลากกินแบ่งหรือกินรวบคราใดมีแต่เสียเงิน ไม่ได้เงินเหมือนคนอื่น ควรนำธนบัตรใส่ไปในตู้รับบริจาค […]

5 วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ ในงบ 30,000 บาท เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย ก็ไปได้ !!

5 วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ ในงบ 30,000 บาท เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย ก็ไปได้ !!

5 วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ ในงบ 30,000 บาท ในช่วงนี้ไม่ว่าจะเลื่อนหน้าฟีดเฟซบุ๊คหรืออินสตาแกรมไปทางไหน ก็เห็นแต่คนหนีร้อนไปเที่ยวต่างประเทศกันทั้งนั้น ก็แหม…สภาพอากาศบ้านเรามันช่างร้อนแรงเสียยิ่งกว่าอะไร ถ้าได้ไปคลายร้อน รับลมเย็น สัมผัสความหนาวที่ต่างประเทศก็คงจะฟินน่าดู แต่พอดูเงินในบัญชีตอนนี้คงมีพอแค่เที่ยวแต่ในประเทศ เห็นทีคงต้องเร่งเก็บเงินเที่ยวซะแล้วล่ะ ว่าแล้ววันนี้เราก็มีเทคนิคเคล็ดลับดีๆ ในการเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศในงบ 30,000 บาทมาฝากกัน มาดูกันว่าจะมีวิธีใดบ้าง   ตั้งเป้าหมายในการเก็บเงิน อย่างที่บอกไปว่าในครั้งนี้ เราจะเก็บเงินไปเที่ยวต่างประเทศให้ได้ในงบประมาณ 30,000 บาท ซึ่งเราก็ต้องวางแผนกันก่อนว่า เราจะไปเที่ยวที่ไหน วันไหน ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไร แล้วจะมีเวลาเก็บเงินอีกนานไหม ซึ่งถ้าจะดีแนะนำว่าควรวางแผนเที่ยวล่วงหน้าสัก 1 ปี จะได้มีเวลาเก็บเงิน ค่อยๆ เก็บสะสมวันละนิดวันหน่อย จะได้ไม่หนักจนเกินไปค่ะ และที่สำคัญคือควรดูพวกโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน โปรโมชั่นที่พัก หรือเที่ยวแบบแพ็กเกจทัวร์ ก็จะช่วยประหยัดงบในการท่องเที่ยวได้เหมือนกัน     วางแผนการออมเงิน สมมติว่าเรามีเวลาเหลืออีก 6 เดือนที่จะต้องเก็บเงินเพื่อไปเที่ยว แบบนี้ก็สามารถแบ่งเงินออมในแต่ละวันออกมาได้ เช่น เก็บเงินวันละ 200 บาท x 6 เดือน หรือประมาณ 180 วัน ก็จะได้เงินเก็บเท่ากับ 36,000 บาท ซึ่งมากกว่าที่เราตั้งเป้าไว้เสียอีก หรือถ้าไม่สะดวกเก็บรายวัน จะเก็บเป็นรายเดือนก็ได้ โดยหักจากเงินเดือน เดือนละ 5,000-6,000 บาท เท่านี้ก็เก็บเงินไปเที่ยวได้สมใจแล้ว   งดใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือย เมื่อรู้แผนแล้วว่าต้องเก็บเงินวันละเท่าไร หรือเดือนละเท่าไร […]