ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

กินแบบง่ายๆ เทคนิคผ่าขนุนแบบไม่เปื้อนยาง

กินแบบง่ายๆ เทคนิคผ่าขนุนแบบไม่เปื้อนยาง

เทคนิคผ่าขนุนแบบไม่เปื้อนยาง   ผลไม้ไทยของเรา นอกจากความอร่อยแล้วก็ยังมีอีกอย่างตามมานั้นก็คือ การปอกที่ยากลำบาก กว่าจะกินได้ยากลำบากเหลือกเกิน 1 ในผลไม้นั้นก็คือ “ขนุน” เหลืองทองแสนอร่อยๆ แต่เวลาปอกเปือกมันกลับมีแต่ยางติดมือติดมีดแถมยังล้างออกยากอีก วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเทคนิค สำหรับการปอกเปือกขนุนมาฝาก รับรองไม่เปื้อนมือและมีด ให้ยุ่งยากอย่างแน่นอน   1. ตัวขั้วออกให้ยางมันไหลออกก่อน เมื่อยางแห้งแล้วค่อยผ่าขนุน 2. เอามีดกรีดตงเปลือก แบ่งครึ่งให้เท่าๆกัน แล้วให้รอยผ่าขนุนบรรจบกัน 3. แล้วเอามีดแทงไปที่ไส้ ตรงขั้วขนุน 4. แล้วใช้มือค่อยๆแหกตรงขั้วให้ตี่ออก 5. แล้วก็คว้านไส้ ใช้ถุงพลาสติกเช็ดยางออกโดยไม่ต้องพึ่งน้ำมัน หรือจะใช้ใบขนุนเช็ดยางออกก็ได้เช่นกัน           ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย […]

ฝันว่าอากาศหนาวมาก ฝันว่าหนาวสั่น ลางบอกเหตุ ตีเลขเด็ดให้โชค

ฝันว่าอากาศหนาวมาก ฝันว่าหนาวสั่น ลางบอกเหตุ ตีเลขเด็ดให้โชค

หลายคนมักสงสัยว่า ความฝันที่เราฝันถึงนั้น แท้จริงแล้วสื่อความหมายอะไรได้บ้าง หากต้องการทํานายฝันเลขเด็ด ต้องฝันแบบไหนหรือ วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ จะมาเปิดตำราพยากรณ์ ทำนายฝัน ฝันว่าอากาศหนาวมาก ฝันว่าหนาวสั่น ลางบอกเหตุ ประเทศไทยเข้าสู่หน้าหนาวแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ลมหนาวยะเยือกพัดผ่านผิวกายแก่ผู้คนหลายจังหวัด ทั้งกลางวันและยามค่ำ เวลาหลับหลายคนจึงพาลฝันว่าอากาศหนาว สัมผัสถึงอากาศหนาวมาก รู้หรือไม่ว่าการฝันถึงอุณหภูมิที่ลดเล่นเช่นนี้ ก็สามารถบอกสัญญา ความหมายที่แฝงอยู่ในภวังค์ฝัน และตีหวยเป็นตัวเลข เพื่อไปเสี่ยงดวงได้เช่นกัน มาดูความหมายของฝันเหล่านี้กันเลย ฝันเห็นนายก เลขเด็ด ฝันเห็นนายกคนเก่า ทำนายฝัน หมายถึงอะไร ฝันเห็นลิง เลขเด็ด พร้อมความหมาย ทำนายฝันให้โชคลาภ ฝันว่าเลิกกับแฟน ลางบอกเหตุ ฝันว่าบอกเลิกแฟน เลขเด็ด ทำนายฝัน ฝันว่าอากาศหนาวมาก ฝันว่าหนาวสั่น ลางบอกเหตุ ตีเลขเด็ดให้โชค ฝันว่าอากาศหนาวมาก ฝันว่าอากาศหนาวมากจนทานทนไม่ไหว ท่านทำนายฝันว่า มีโอกาสเจ็บป่วย หรือสูญเสียความมั่งคั่ง ด้านเงินทองที่ครอบครองอยู่ การสูญเสียทรัพย์สินนี้ เป็นไปได้มากกว่าเกิดจาการหลงลืม ทำหล่นหาย ดังนั้นจะต้องมีสติให้มาก […]

สาเหตุที่ชีวิตคุณไม่ราบรื่น ให้ลองสังเกตมีเลขร้ายรอบๆ ตัวคุณไหม

สาเหตุที่ชีวิตคุณไม่ราบรื่น ให้ลองสังเกตมีเลขร้ายรอบๆ ตัวคุณไหม

สาเหตุที่ชีวิตคุณไม่ราบรื่น ให้ลองสังเกตมีเลขร้ายรอบๆ ตัวคุณไหม   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ มาฝากกันเช่นเคย เคยรู้สึกไหมว่าเวลาทำงานการงานทำไมไม่ค่อยราบรื่น เจ้านายค่อยไม่รัก แล้วตกหลุมรักใครบางคน คุณต้องกลายเป็นว่ารักเขาข้างเดียว หรือมีรักครั้งใดก็มีศัตรูหัวใจ รักสามเส้า อกหักรักคุด แฟนมีกิ๊กมีชู้รวมทั้งหาคู่ไม่ได้สักที เดินไปไหนมาไหนเจอคู่รักเดินจูงมือกันไปอย่างมีความสุข ทำไมหนาชีวิตเราไม่เป็นแบบนี้บ้าง รู้สึกอิจฉา คติความเชื่อคนโบราณสอนว่าบางทีรอบ ๆ ตัวคุณอาจมีเลขร้ายบางตัวอยู่ เลขอะไร   เลขศูนย์ คนโบราณจะตีความว่าเกิดความขัดแย้ง โรคภัย อาเพศ ความลี้ลับว่างเปล่า เลขศูนย์จะน่ากลัวเมื่อนำมาวางคู่กับเลขสองในเบอร์โทรใคร จะมีปัญหาความรักไม่สมหวัง รักสามเส้า อ่อนไหวง่าย เพราะอิทธิพลจากเลขสองจะดึงอำนาจแฝงจากเลขศูนย์ โดยเฉพาะตำแหน่งสองตัวสุดท้ายที่เบอร์โทรและเลขที่บ้าน   เลขสอง เลขที่มีอิทธิพลจากดวงจันทร์ส่งผลให้ผู้ที่ใช้เลขสองร่วมในเบอร์โทรสมาทโฟนมีอารมณ์แปรปรวนเดี๋ยวร้ายบ้างดีบ้าง จนคนรอบข้างเบื่อไม่กล้าเข้าใกล้ เพื่อนต่างเพศคบได้ไม่นานเพราะเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ อารมณ์รักรุนแรง เมื่อรวมกับเลขหนึ่งอิทธิพลจากเลขสองจะดึงอำนาจแฝงจากเลขหนึ่ง โดยเฉพาะตำแหน่งสองตัวแรกที่ทะเบียนพาหนะ สมาทโฟน และบ้านเลขที่   เลขแปด ตัวแทนแห่งราหูทางโหราศาสตร์ไทยเชื่อว่าคือ เลขแห่งความขัดแย้ง ทะเลาะวิวาท ขาดความสามัคคี เลขแปดมีพลังแห่งความลุ่มลง ความบ้ากล้าหาญ ความโมโห ไม่เกรงกลัวบาป ความเชื่อมั่นสูง กิเลสตัณหา และการพนัน เมื่อรวมกับเลขสาม เลขที่มีอิทธิพลดาวอังคาร […]

คุณคือคนธาตุใดตามหลักฮวงจุ้ย

คุณคือคนธาตุใดตามหลักฮวงจุ้ย   ในหลักฮวงจุ้ยนั้นจะแบ่งบุคคลออกเป็น 5 ธาตุ ได้แก่ น้ำ ไฟ ทอง ไม้ ดิน ซึ่งแต่ละธาตุนั้นก็จะมีความเกื้อหนุน และความขัดแย้งที่แตกต่างกันไป โดยทางโหราศาสตร์จีนสามารถคำนวณได้ว่า มนุษย์แต่ละคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้จะได้รับการสะสม พลังธรรมชาติของธาตุทั้ง 5 มากน้อยแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัน เดือน ปี และเวลาตกฟากของแต่ละคน หากถามว่าหากรู้ว่าตัวเองเป็นธาตุอะไร แล้วจะมีประโยชน์ตรงไหน? จะตอบคำถามนี้ง่ายว่ามีประโยชน์แน่นอนครับ เพราะจะส่งผลถึงตัวคุณ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมทุกๆ อย่างที่อยู่รอบๆ ตัวคุณ เช่นเรื่อง สี, รูปทรง หรือลักษณะงานที่เหมาะสม เป็นต้น   วิธีการหาดิถีธาตุ (โป๊ยหยีสี่เถียว) นำปี พ.ศ.เกิด บวกด้วย 1 (ยกเว้นคนที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ เนื่องจากการเปลี่ยนรหัสลิบชุน คนเกิดในช่วงวันที่นี้ไม่ต้องบวก 1) นำผลลัพธ์ที่ได้มาหารด้วย 9 ดูเศษที่เหลือว่าตรงกับรหัสใด (ในกรณีหารลงตัวได้เศษ 0 แปลว่า ได้เลขรหัส 9 เนื่องจาก […]