ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ของมันต้องมี 4 อย่างนี้ที่จะนำโชคลาภเข้าบ้าน ของมงคลเสริมดวง เสริมโชคลาภเงินทอง

ของมันต้องมี 4 อย่างนี้ที่จะนำโชคลาภเข้าบ้าน ของมงคลเสริมดวง เสริมโชคลาภเงินทอง

ของมันต้องมี 4 อย่างนี้ที่จะนำโชคลาภเข้าบ้าน   บ้านที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยสำหรับเรา ใครคนหนึ่งที่คิดจะซื้อบ้าน ถึงแม้แต่มีบ้านเป็นของตัวเองอยู่แล้ว นอกจากเราจะมองกันด้านประโยชน์ใช้สอย และความงามแล้ว สิ่งที่ทุกคนคงหวังอยู่ในใจลึกๆ ก็คือบ้านหลังนี้ คงเป็นบ้านที่อยู่อาศัย แล้วจะนำความสำเร็จมาแก่ทุกๆ คนในครอบครัว   แต่ในความเป็นจริงท่านทราบหรือไม่ว่า ถ้าบ้านมีพลังของ “ฮวงจุ้ย” ที่ดี มันจะมีพลังผลักดันให้เรา พบกับความสำเร็จได้นานัปการ วันนี้เราจะพาไปดูของ 4 อย่างที่ต้องมีในบ้าน ดังนี้? 1. ระฆัง หรือ กระดิ่ง ชื่อกันว่า การแขวนระฆังหรือกระดิ่งเล็กๆ ผูกด้ายแดง ไว้ที่ประตูนอกบ้าน จะช่วยให้เงินทองไหลเข้าบ้าน ของดีๆแบบนี้ รีบไปหามาแขวนด่วน 2. เหรียญจีนโบราณ คือ เหรียญที่มีลักษณะกลม มีรูสี่เหลี่ยมตรงกลาง พร้อมผูกด้วยด้ายสีแดง 3 เหรียญ เชื่อว่าหากนำไปแขวนไว้บริเวณประตูบ้าน จะช่วยเรียกทรัพย์ได้ ที่สำคัญอย่าแขวนมากกว่า 3 เหรียญ เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าให้ผลดี 3. ปลาทอง หรือ รูปธรรมชาติ ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าการเลี้ยงปลาทอง […]

วิธีขอหวย หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม เลขเด็ดให้โชค

วิธีขอหวย หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม เลขเด็ดให้โชค

วิธีขอหวย หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม เลขเด็ดให้โชค หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่กระผม คนดีมาบอกเลข อยากจะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก สำหรับเหล่าคอหวยแล้วคงจะพลาดไม่ได้ที่จะมาขอหวย ขอเลขเด็ดๆกับ กุมารสมบัติ ที่วัดไผ่ล้อม เพราะมีเหล่าคอหวยที่ถูกติดต่อกันมา 4-5 งวดติดกันแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ     เหล่าคอหวยและชาวบ้านบริเวณนั้นมักจะแห่กันเข้ามาขอเลขเด็ดอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะวันที่หวยใกล้ออกจะมากันเยอะเป็นพิเศษ ทำให้มีสิ่งของบูชาติดไม้ติดมือกันมาและยังมีของแก้บนจำนวนมากที่เหล่าคอหวยได้ขอกันไว้ และสมหวังกันถ้วนหน้า ทำให้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคอหวยเป็นอย่างมาก และเป็นที่เล่ากันมากแบบปากต่อปากและแชร์กันในโลกโซเชียลกันนั้นเอง สามารถติดตามกระผม คนดีมาบอกเลขได้ในช่องทางของ เลขเด็ดออนไลน์ นะครับ จะมีข้อมูลของสถานที่ดีๆมาให้เป็นแนวทางกันนะครับ และยังสามารถดูเลขดูหวยเด็ดๆ หรือแม้กระทั้ง วิธีขอหวย ดูดวงทำนายฝัน เป็นต้น   พิกัด: จ.นครปฐม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม 73000 ประเทศไทย สิ่งของที่นำมาบูชา: ผลไม้3อย่าง และน้ำแดงหรือเขียว   คาถาขอหวย คาถาเรียก กุมารทองสมบัติ ของหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ […]

ฝันว่านั่งรถเมล์ เลขเด็ด ทำนายฝันให้โชคเกี่ยวกับฝัน

ฝันว่านั่งรถเมล์ เลขเด็ด ทำนายฝันให้โชคเกี่ยวกับฝัน

หากใครเคย ฝันว่านั่งรถเมล์ อาจจะคิดว่าต้องมีเรื่องของการเดินทางเข้ามาพัวพันในชีวิตแน่ แต่บางครั้งก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะการฝันว่านั่งรถเมล์ในหลากหลายบริบทนั้นนำพาความแตกต่างของชะตาชีวิตมาสู่คุณ ไม่ว่าจะเป็นโชคลาภ ความรัก การเงิน การงาน หรือแม้แต่สุขภาพ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้รวบรวมมาแล้ว จะพาคุณไปดูว่าการฝันว่านั่งรถเมล์นั้นตีความว่าอย่างไร พร้อมทั้ง เลขเด็ดเสี่ยงโชค ฝันว่านั่งรถเมล์ เลขเด็ด ทำนายฝันให้โชคเกี่ยวกับฝัน ฝันว่านั่งรถเมล์ กับเพื่อน ฝันว่านั่งรถเมล์กับเพื่อน คุณมีเกณฑ์ที่จะได้ร่วมลงทุนธุรกิจกับคนอื่น อาจเป็นเพื่อน หรือคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ไม่ว่าจะเป็นใครคุณต้องระมัดระวังเรื่องการทำข้อตกลงหรือสัญญาเอาไว้ให้ดี เพราะถ้าไม่รอบคอบ ต่อให้เป็นเพื่อนรักก็อาจนำพาให้ธุรกิจประสบปัญหาได้ เลขเด็ดนำโชคน่าซื้อ เลขเด็ด ฝันเห็นน้ำท่วมบ้านคนอื่น : ควรมีเลข  8 และ 7 เลขเด็ด 2 ตัว : 71 93 14 เลขเด็ด 3 ตัว : 644 330 759 ฝันว่านั่งรถเมล์กับแม่ ฝันว่านั่งรถเมล์กับแม่ จะคนเก่าแก่ที่คุ้นเคยเดินทางมาเยี่ยมคุณ และอาจมาพร้อมข่าวร้ายที่ทำให้คุณต้องใจสลาย ขอให้คุณอดทนและเข้มแข็งเข้าไว้ หากผ่านพ้นช่วงเวลาร้าย […]

ความเชื่อเรื่องการนอนของคนญี่ปุ่น

ความเชื่อเรื่องการนอนของคนญี่ปุ่น

ความเชื่อเรื่องการนอนของคนญี่ปุ่น   ตามความเชื่อแบบเดิม ๆที่หลายๆ คนรู้มาแต่ไหนแต่ไรและถูกสั่งสอนแต่เด็กว่าไม่ควรนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก ด้วยเหตุผลที่เชื่อกันมานมนานตั้งแต่เราเกิดมาได้รับการปลูกฝังว่าไม่ควรนอนไปยังทิศนี้ เพราะพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก   การนอนทิศตะวันตกจึงไม่นิยม อันเนื่องจากแฝงความรู้สึกถึงความอ้างว้างและสิ้นสุด และมืดมน และสืบทอดกันเป็นความเชื่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นคนไทยเชื่อกันมานาน แต่สิ่งเหล่านี้ในดินแดนแห่งซามูไรมีความเชื่ออย่างไร เหมือนกับบ้านเราหรือเปล่า มาดูกัน ชาวญี่ปุ่นนั้นก็เชื่อในทิศหันหัวในการนอนเช่นกัน แต่มันคนละทิศละทางกับความเชื่อบ้านเรา ซึ่งความเชื่อของเขานั้น เชื่อว่าไม่ควรนอนหันศีรษะไปยังทิศเหนือ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ก็คือ ทิศเหนือเป็นทิศสำหรับคนตายเท่านั้น ฉะนั้นเวลานอนคนญี่ปุ่นจะไม่นอนหันศีรษะไปยังทิศเหนือ   ความเชื่อเรื่องดาวเหนือ ซึ่งเป็นดาวประจำทิศเหนือ ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นดาวแห่งความตาย ฉะนั้นการหันศีรษะไปทางทิศเหนือ ก็เสมือนหันไปทิศแห่งความตาย ถือว่าเป็นสิ่งไม่มงคล ฉะนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงที่จะนอนทางทิศนี้ ความเชื่อเหล่านี้คงคล้าย ๆกับของไทยที่ว่า ห้ามขึ้นบ้านใหม่ในวันเสาร์อย่างใดอย่างนั้น หรือห้ามเผาผีในวันศุกร์ทำนองนั้น ส่วนความเชื่อที่ว่าคนญี่ปุ่นเป็นลูกหลานของพระอาทิตย์ และนับถือเทพแห่งดวงอาทิตย์ นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งในเรื่องนี้ ด้วยทิศที่พระอาทิตย์แสดงแสนยานุภาพมากสุดก็เมื่อผ่านทางทิศใต้นั้นเป็นช่วงที่สว่าง   และร้อนมากสุดสร้างความมีชีวิตชีวาและแสงสว่างนำทางอย่างใดอย่างนั้น ส่วนทิศเหนือซึ่งเป็นทิศตรงข้ามก็เหมือนว่าอยู่ในทิศตรงข้ามกับสิ่งที่เขานับถือ ให้ความรู้สึกห่างเหินกับเทพที่เขานับถือที่สุด นี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาจึงหลีกเลี่ยงในทิศเหนือนี้ ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจเรื่องความเชื่อ การนอนมันสัมพันธ์กันอย่างใดได้ดียิ่งขึ้น     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล […]