ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

5 พระเครื่องดัง ห้อยแล้วแคล้วคลาดปลอดภัย

5 พระเครื่องดัง ห้อยแล้วแคล้วคลาดปลอดภัย

5 พระเครื่องดัง ห้อยแล้วแคล้วคลาดปลอดภัย   พระเครื่อง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้การขับรถของคุณนั้นเป็นไปด้วยความอุ่นใจมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะบูชาพระเครื่ององค์ไหนก็เข้ามาอ่านดูก่อนได้ การมีพระเครื่องติดตัว ทำให้เรามั่นใจ การขับรถเป็นไปได้อย่างร่มเย็นสบายใจ ยิ่งช่วงนี้ฝนตกทุกวัน เรียกได้ว่าพระพิรุณทำงานอย่างขยันขันแข็งเลยทีเดียว   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะมาแนะนำ 5 พระเครื่องที่ควรห้อยเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย มีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย พระเครื่อง อันดับ 1 หลวงปู่ทวด หากถามคนทั่วไปว่าพระเครื่ององค์ใดให้คุณในด้านปกปักษ์รักษา แคล้วคลาดปลอดภัย กว่า 90% จะตอบว่า พระเครื่องของ ‘หลวงปู่ทวด’ แน่นอน หลวงปู่ทวดคือใคร? ตามประวัติที่พิมพ์เผยแพร่กล่าวว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่ทวดเชื่อกันว่าพระเครื่องที่สร้างเนื่องด้วยท่านจะมีอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้มีพระเครื่องหลวงปู่ทวดในครอบครอง ส่วนในเรื่องของปาฏิหารย์สำหรับผู้ที่ห้อยพระเครื่องหลวงปู่ทวดนั้นก็มีออกข่าวมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น “ปิกอัพฝ่าที่กั้น รถไฟชนกระเด็น คนขับไร้รอยขีดข่วนเพราะห้อยหลวงปู่ทวด” , “ฮ.ตก 7 นักบินรอดตายปาฏิหารย์ เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดรุ่นชนะมารที่นักบินห้อยช่วยไว้” ฯลฯ   พระเครื่อง อันดับ 2 หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งยุค ที่แม้ปัจจุบันท่านจะละสังขารจากไปแล้ว แต่ท่านก็ทิ้งความดีเอาไว้มากมาย นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวปาฏิหารย์เกี่ยวกับ “เหรียญหลวงพ่อคูณ”ที่เล่ากันปากต่อปากอีกด้วย […]

คนอายุ 28-32 ปี แต่งงานแล้วจะมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว !! จริงหรือไม่ ?

คนอายุ 28-32 ปี แต่งงานแล้วจะมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว !! จริงหรือไม่ ?

5 ข้อยืนยัน คนอายุ 28-32 ปี แต่งงานแล้วจะมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว !! ผลการวิจัยของนักสังคมวิทยา นิค วูล์ฟฟิงเกอร์ จากมหาวิทยาลัยยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า.. ช่วงอายุที่เหมาะสมแก่การเริ่มต้นชีวิตคู่มากที่สุดคือ 28-32 ปี เพราะมีอัตราการหย่าร้างน้อยมากๆ กว่าคู่รักที่อยู่ในช่วงอายุอื่น และวันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ก็ได้มีเหตุผลดีๆ 5 ข้อจากการวิจัยในครั้งนี้ มาให้เพื่อนได้ทราบกันแล้วว่าทำไมช่วงอายุที่ว่าจึงทำให้อยู่กันได้อย่างยืดยาว   1. คนที่อยู่ในวัยนี้สามารถรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเองว่าเข้ากับอีกฝ่ายได้จริงหรือเปล่า ประมาณว่าแยกแยะความรู้สึกรัก – หลงได้ชัดเจน 2. ถือได้ว่าเป็อช่วงอายุที่ต่างฝ่ายก็ต้องการที่จะเลือกทางเดินชีวิตที่มั่นคงแล้ว และเริ่มที่จะมีความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ สูงขึ้น 3. มีความมั่นคงทางการงาน และการเงินในระดับหนึ่ง คือสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว 4. เป็นช่วงอายุที่สามารถปรับตัวได้ดี รวมไปถึงนิสัย รูปแบบการใช้ชีวิต และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้เข้ากับอีกฝ่ายได้อย่างสบาย 5. ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในช่วงอายุนี้ จะไม่ค่อยมีลูกหรือภาระที่ต้องผูกพันมากมาย ดังนั้นถือเป็นช่วงอายุที่ดีในการเริ่มต้นชีวิตคู่     งานวิจัยจากต่างประเทศยืนยันขนาดนี้แล้ว สาวๆ ที่ยังโสดและอยู่ในช่วงอายุนี้พอดี ก็คงต้องรีบหาคนที่เหมาะกับเราได้แล้วนะ เพราะหากปล่อยให้เวลาผ่านไปและอายุเพิ่มมากขึ้น […]

ประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร วิธีทำไม้ค้ำโพธิ์

ประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร วิธีทำไม้ค้ำโพธิ์

ประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับความเชื่อ “ประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร” ความเชื่อเรื่องประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร เมื่อคนป่วย มีอาการนอนไม่หลับ ผอมเหลือง ทำงานไม่ได้ ปวดหัวตัวร้อนตลอดเวลาต้องพึ่งพระ ให้จัดหาไม้คูณ ไม้ยอ ถากกลบเท่า ประมาณขาของคนป่วย ยาวประมาณ 1-2 วา เมื่อถึงวันพระ 15 ค่ำ กลางเดือน นำดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู บุหรี่ ข้าวตอกดอกไม้ นำผู้ป่วยไปจัดเพื่อประกอบพิธี นิมนต์เจ้า อาวาส พร้อมลูกวัด 4 รูป ร่วมพิธีรับศีล ชุมนุมเทวดา ประกาศรุกขเทวดารักษาต้นโพธิ์ ต้นไทร ขอให้อาการป่วย บรรเทาต่ออายุให้ยืนยาว แล้วนำไม้เสานั้นค้ำโพธิ์ ค้ำไทร พระสงฆ์สวดอนุโมทนา ผู้ป่วยกรวดน้ำ ความเชื่อเรื่องประเพณีสูตรธาตุ-ชะตา เมื่อมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย นอนอาการหนักจนผู้มีความรู้เห็นว่าชะตาถึงฆาต ดวงชะตาขาด ควรสูตรชะตา ซึ่งใช้ภาชนะสองอัน ภาชนะ อันหนึ่งใช้ดินเหนียวทำเป็นเจดีย์เล็ก […]

ความเชื่อโบราณ วิธีป้องกันผีกระสือ

ความเชื่อโบราณ วิธีป้องกันผีกระสือ

ความเชื่อโบราณ วิธีป้องกันผีกระสือ   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน เวลามีการตายแบบแปลก ๆ ในหมู่บ้าน ผีกระสือคือหนึ่งในบรรดาผีไทยทั้งหลายที่โดนกล่าวหาว่าคือสาเหตุหนึ่ง แต่คนรุ่นใหม่บางคนยังไม่ทราบว่าผีกระสือตามความเชื่อคนไทยโบราณมีลักษณะอย่างไร แล้วสมัยก่อนจะป้องกันผีกระสือแบบไหน   คติความเชื่อคนไทยโบราณเชื่อว่า ผีกระสือมีลักษณะผีเพศหญิง มีแต่หัวกับตับไตไส้พุง ออกหากินตอนกลางคืนเคลื่อนที่ไปพร้อมกับดวงไฟกลมสีแดง เขียวแวววับ จะกลับเข้าร่างตอนฟ้าสาง ยามกลางวันมีลักษณะคล้ายคนทั่วไป แต่จะไม่สบตาคน ไม่พูดจากับใครอยู่คนเดียว คนไทยโบราณเรียกว่าผีลากไส้ คนสมัยก่อนเชื่อว่าใครที่เรียนวิชาไสยศาสตร์แล้วผิดการห้ามจะมีสภาพผีกระสือ คติความเชื่อคนโบราณเชื่อว่าใครที่มีวิญญาณเข้าร่างจนกลายสภาพกระสือแล้ว จะยากที่จะกลับมาสู่ร่างคนปกติ แล้วก่อนตายจะส่งร่างโดยน้ำลายสู่ทายาท คนไทยสมัยก่อนจะปลูกต้นสับปะรดไว้ที่รั้วบ้าน เพราะเชื่อว่าต้นสับปะรดมีลักษณะพิเศษคือพืชที่มีผลคล้ายหนามชี้สูงประมาณหนึ่งเมตร ใบหยาบหนา บ้านใดที่เพิ่งคลอดลูกจะมีคาวเลือด ก่อนคลอดชาวบ้านจะหาหน่อส่วนจุกยอดฝังกลบไว้ที่รั้วบ้าน เพราะจะกันกระสือจะเข้ามากินตับไตไส้พุงเด็กทารกและหญิงเพิ่งคลอด บางบ้านจะนำเคียวเกี่ยวข้าวผูกไว้ที่อู่เด็กทารกเพราะ กระสือกลัวว่าจะโดนเกี่ยวไส้ตนเองเวลาลอยเข้ามาใกล้ เรื่องผีกับความเชื่อมีอยู่ทั้งทางฝั่งเอเชียและยุโรป เพราะมนุษย์จะฝังแน่นเรื่องตายแล้ววิญญาณยังคงอยู่วิญญาณร้ายคือผี อย่างเรื่องผีกระสือวิทยาศาสตร์อธิบายว่าอาจคือกาซมีเทนที่พื้นดินตามธรรมชาติปล่อยออกมาลอยขึ้นไปในอากาศเมื่อพื้นที่ใดมีมากเกินไป จะปล่อยออกมาคล้ายดวงไฟที่ชาวบ้านเรียกว่าผีกระสือ       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน […]