ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

คาถาขอโชคลาภ 2566 เรียกทรัพย์ เงินทอง ท่องแล้วรวย เฮงแน่นอน

คาถาขอโชคลาภ 2566 เรียกทรัพย์ เงินทอง ท่องแล้วรวย เฮงแน่นอน

คาถาขอโชคลาภ 2566 การขอพร ขอโชค เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่ชั่วลูกชั่วหลาน สำหรับใครที่มีความเชื่อเรื่องการขอพร ขอโชค วันนี้ทาง เลขเด็ดออนไลน์ มีคาถาขอโชคลาภ 7 วัน 7 บท ที่คนโบราณเชื่อว่า มีความศักดิ์สิทธิ์มาก สามารถบันดาลโชคลาภต่าง ๆ ให้เป็นจริงได้อย่างอัศจรรย์ มาฝาก โดยแต่ละวัน ควรท่องคาถาดังต่อไปนี้ ไปดูกันเลย. 5 คาถาเรียกเงิน เรียกทรัพย์ ท่องก่อนซื้อหวย ค้าขายร่ำรวย คาถามหาเศรษฐี สวดบูชาประจำ ร่ำรวย นำโชคลาภ เงินทอง สายมูห้ามพลาด เวลาฝันบอกเหตุ ทำนายฝัน ฝันวันไหนบอกอะไรคุณได้บ้าง ? คาถาขอโชคลาภ 2566 ท่องคาถาขอโชคทุกวัน เรียกทรัพย์มีเงินใช้ไม่ขาดมือ   วันอาทิตย์ให้ภาวนา 6 จบ คาถาขอโชคลาภ 2566 สิมพะลี จะมหานามัง สัพพะลาภัง ภะวิสสติ เถรัสสา นุภาเวนะ สะทาโหน์ติ ปิยังมะมะ […]

สายสะดือเด็กแรกเกิดกับความเชื่อ

สายสะดือเด็กแรกเกิดกับความเชื่อ

สายสะดือเด็กแรกเกิดกับความเชื่อ   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมาให้ได้อ่านกันเช่นเคย ขอพูดถึงเรื่องสายสะดือกันเสียหน่อย เพราะเห็นว่าน่าสนใจจากการอ่านตำราการเลี้ยงลูกในสมัยก่อน เห็นว่ามีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องสายสะดือเด็กดังนี้.. แบบไทย : เมื่อลูกอายุประมาณ 7-10 วัน สายสะดือก็จะหลุด สมัยก่อนมักโรยขมิ้นแล้วเก็บไว้ในภาชนะ – บ้างก็ว่าเมื่อมีลูกคนต่อไป ให้นำสายสะดือนี้มาต้ม ให้เด็กๆ ดื่มน้ำ พี่น้องจะได้รักกัน – เมื่อมีใครป่วยหนักกินยาอะไรก็ไม่หายสักที จะฝนสายสะดือแห้งที่เก็บเอาไว้ เป็นน้ำกระสาย กับยา หรือใช้สายสะดือแห้งฝนกับน้ำมะนาว ทาแก้พิษแมลงกัดต่อย เยอรมัน : พ่อของเด็กจะเก็บสายสะดือที่หลุดแล้วเอาไว้ ยิ่งรักษาได้นานเท่าไหร่ เด็กจะเจริญเติบโต แข็งแรง อังกฤษ : ถือว่าสายสะดือนี้เป็นของขลัง ใครมีติดตัวจะเป็นสิ่งนำโชค เดินทางไปไหน ก็ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ในปัจจุบัน ความเชื่อหรือข้อปฎิบัติเหล่านี้คงเหลือน้อยเต็มที เรารู้แล้วว่าความสำคัญของสายสะดือคือ เป็นเสมือนเครื่องมือหล่อเลี้ยงชีวิตลูกน้อยระหว่างอยู่ในครรภ์ แต่เมื่อ คลอดออกมาแล้วคุณหมอทำการตัดสายสะดือและผูกให้เรียบร้อย ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของคุณแม่ที่ต้องดูแลให้สะอาดที่สุด (ตามหลักการแพทย์ในปัจจุบัน) เพราะตราบใดที่สาย สะดือยังไม่หลุดออกไป โอกาสที่ลูกน้อยจะติดเชื้อทางสายสะดือมีมาก ถ้าใครมาบอกให้คุณแม่นำน้ำลายก่อนการล้างหน้า แปรงฟันมาหยอดใส่สะดือลูกที่จวนจะหลุด เพราะเชื่อว่า จะทำให้สายสะดือหลุดออกมา หรือให้ทาแป้งบริเวณสะดือ ให้ปิด สะดือไว้ด้วยผ้าไม่ให้น้ำเข้า […]

ไขข้อข้องใจ ทำไมคนโบราณต้องใช้เหล้าขาวในการเซ่นไหว้

ไขข้อข้องใจ ทำไมคนโบราณต้องใช้เหล้าขาวในการเซ่นไหว้

ไขข้อข้องใจ ทำไมคนโบราณต้องใช้เหล้าขาวในการเซ่นไหว้   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านทราบ ว่าทำไมคนโบราณต้องใช้เหล้าขาวในการเซ่นไหว้.. คุณเคยสังเกตไหมว่าเวลาไหว้เจ้าที่เจ้าทาง รุกขเทวา ศาลพระภูมิทำไมต้องไหว้เครื่องเซ่นสังเวย ด้วยเหล้าขาว ทั้ง ๆ ที่คือสุราเครื่องดื่มมึนเมา ไปดูกัน   เครื่องเซ่นสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนโบราณจะต้องเซ่นไหว้ด้วยเนื้อสัตว์ หัวหมู เป็ด ไก่ ปลานึ่ง โดยเซ่นไหว้ทั้งตัวหรือบางชิ้นตามฐานะ ควรทำการล้างทำความสะอาดเหมือนเตรียมไว้ทำอาหารกินแบบปกติบนจาน และจัดวางให้สวยงาม นอกจากนี้ยังวางเครื่องเซ่นสังเวย เครื่องดื่มอย่างอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ เหล้า น้ำชา น้ำอัดลม และน้ำเปล่า   แต่เคยสงสัยไหมว่าเหล้า ทำไมต้องเลือกเหล้าขาวเป็นเครื่องเซ่นสังเวย เพราะคนสมัยก่อนจะชอบดื่มเมรัย คือเครื่องดื่มลักษณะคล้ายสุราแต่ทำจากน้ำตาลเมา หรือส่วนประกอบที่มีแป้งหรือน้ำตาล เผือก มัน น้ำผึ้ง ผสมสมุนไพรหรือเครื่องเทศ หรือผลผลิตทางการเกษตรอื่นด้วยแอลกอฮอล์น้อยกว่าสุราร้อยละโดยปริมาตร ความแรงแอลกอฮอล์ไม่เกิน 15 ดีกรีแล้วเมื่อเสียชีวิตไป ความรู้สึกผูกพันในพื้นที่ ที่ตนเคยอาศัยอยู่วิญญาณจะไม่ไปไหนจะวนเวียนอยู่บริเวณนั้น คติความเชื่อคนไทยโบราณสมัยก่อนจึงเชื่อว่าจะคอยปกปักษ์รักษาลูกหลาน จนต้องกราบไหว้เรียกดวงวิญญาณผู้นั้นว่า เจ้าที่เจ้าทาง รุกขเทวา ฉะนั้นต้องทำศาลพระภูมิไว้ และต้องเครื่องเซ่นสังเวย โดยเฉพาะวันสำคัญต้องเซ่นไหว้ด้วย […]

ความเชื่อในวันพระ อาถรรพ์วันพระ วันปล่อยผี วันปล่อยของ

ความเชื่อในวันพระ อาถรรพ์วันพระ วันปล่อยผี วันปล่อยของ

ความเชื่อในวันพระ อาถรรพ์วันพระ วันปล่อยผี วันปล่อยของ   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน สมัยโบราณ คนไทยบางท้องถิ่นมีความเชื่อเรื่องดวงวิญญาณ และนำมาซึ่งอีกหลายความเชื่อในปัจจุบันที่ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อเรื่องวันโกน วันพระ วันปล่อยผี และวันปล่อยของนั่นเอง ความเชื่ออาถรรพ์ในวันพระ คืน วันโกน และคืน วันพระ เป็นคืนอาถรรพ์ และในเดือนหนึ่งจะมีวันพระอยู่ 4 วัน ได้แก่ ขึ้น 8 ค่ำ,แรม 8ค่ำ และ ขึ้น 15 ค่ำ,แรม 15 ค่ำ โดยคืนก่อนวันพระ เรียกว่า วันโกน ซึ่งก็คือ ขึ้น 7 ค่ำ,แรม 7ค่ำ และ ขึ้น 14 ค่ำ,แรม 14 ค่ำ นั่นเอง และว่ากันว่า ในวันโกนและวันพระนั้น นอกจากจะมี การปล่อยของ ของผู้ศึกษาไสยศาสตร์มนต์ดำแล้ว ยังเป็นการ ปล่อยผี อีกด้วย หากท่านได้ยินเสียงแปลกประหลาด […]