ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อเรื่องศาลวิญญาณ

ความเชื่อเรื่องศาลวิญญาณ

ความเชื่อเรื่องศาลวิญญาณ   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อลึกลับ มาฝากกันเช่นเคย.. ศาลวิญญาณ เป็นลักษณะความเชื่อ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับวิญญาณ หลังจากที่เผาศพแล้วเจ้าของบ้านเชื่อว่าจะมีวิญญาณของผู้ตายมาอาศัยอยู่ใน บริเวณบ้าน จึงจัดหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้มีการบวงสรวงบูชา เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ระหว่างที่รอการเผาศพนั้น เจ้าของบ้านจะจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อสร้างศาลวิญญาณก่อนที่จะเผาศพ มีศาลที่สร้างขึ้น มีธูป เทียน อาหารคาวหวาน เช่น ไก่ ข้าวต้ม กล้วยน้ำว้า มะพร้าวอ่อน เมื่องานเผาศพเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำพิธีเซ่นไหว้เก็บอัฐิทำบุญอุทิศส่วนกุศล หลังจากนั้นก็จะรื้อศาลวิญญาณ หรือสร้างศาลพระภูมิให้แทน       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน *** ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<     […]

ฝันว่าชักเย่อ บอกเหตุร้าย หรือจะให้โชค พร้อมทำนาย เลขหวยแม่นๆ

ฝันว่าชักเย่อ บอกเหตุร้าย หรือจะให้โชค พร้อมทำนาย เลขหวยแม่นๆ

ฝันว่าชักเย่อ กีฬาที่หลาย ๆ คนต้องเคยเล่น หรือเคยได้ยินอย่างแน่นอน และช่างเป็นความฝันที่ต้องลงแรงเป็นอย่างมาก ฝันว่าชักเย่อ แข่งขันกันฝ่ายตรงข้าม เพื่อดึงเชือกให้ได้มากที่สุด ความฝันนี้มีความหมาย จะเป็นลางว่าอย่างไร ฝันว่าชักเย่อ ตีเลขหวย ฝันว่าชักเย่อ ทำนายฝัน ฝันว่าชักเย่อหมายถึงอะไร ทำนายฝัน เล่นดึงชักเย่อ เลขเด็ดฝันเห็นชักเย่อ ทำนายฝันชักเย่อ แม่น ๆ เลขเด็ดออนไลน์ ได้รวบรวมความหมายของความฝัน ในแต่ละรูปแบบมาฝากกัน ว่าจะมีความหมายว่าอย่างไร พร้อมกับ เลขเด็ดเสี่ยงโชค รับทรัพย์หวย อย่ารอช้า ไปดูกันเลย. ฝันว่าไปเที่ยวทะเล จะได้โชคไหม พร้อมคำทำนาย ตีเลขหวยแม่นๆ ฝันว่าซื้อไอโฟน ทำนายฝัน พร้อมความหมาย ตีเลขเด็ด รับทรัพย์ ฝันว่าได้ตีกอล์ฟ ความฝันนี้หมายถึงอะไร พร้อมตีเลขเด็ดรับโชคจากความฝัน ฝันว่าชักเย่อ บอกเหตุร้าย หรือจะให้โชค พร้อมทำนาย เลขหวยแม่นๆ ทำนายฝัน ตีเลขเด็ด ฝันว่าชักเย่อ ทำนายว่า จะหมดเคราะห์ ที่เจ็บป่วยจะหายคลายกังวล ความฝันนี้ […]

จริงหรือ !! โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี

จริงหรือ !! โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี

โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คุณคงทราบดีแล้วว่าคนโบราณห้ามมีเพศสัมพันธ์กันในวันพระ เพราะคือวันสำคัญที่ชาวพุทธจะต้องสำรวมจิตใจ ระลึกคุณพระรัตนตรัย ทำความดีละเว้นความชั่ว และคนสมัยก่อนจะสร้างอุบายห้ามมิให้ชายหญิงที่แต่งงานกัน รวมทั้งพวกลักลอบมีเพศสัมพันธ์กันในวันพระ เชื่อว่าจะบาป มีมลทินติดตัว แล้วคุณสงสัยไหมว่าคนสมัยก่อนจะให้มีอะไรกันได้ในวันไหน ไปดูกัน..   คืนข้างขึ้นพระจันทร์เต็มดวง คืนวันพระจันทร์เต็มดวงคนไทยสมัยก่อนเชื่อว่ามีอำนาจลึกลับ และแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่กระตุ้นสิ่งที่ซ่อนเร้นภายในจิตใจคน ให้ระอุออกมา สิ่งที่ว่าคือความรุนแรง การเข่นฆ่า อาชญากรรม และตัณหา ราคะ ซึ่งข่าวการฆาตกรรม ข่มขืน ปล้นฆ่า ส่วนใหญ่เมื่อตรงวันพระจันทร์เต็มดวงจะสำเร็จ ฉะนั้นคนเฒ่าคนแก่จะแนะนำให้ชายหญิงที่แต่งงานกันแล้วมีเพศสัมพันธ์กัน   วันสมสู่ คนสมัยก่อนจะเรียกคืนวันส่งตัวที่โหรหาฤกษ์แต่งงานให้บ่าวสาวว่าคือฤกษ์สมสู่ ความหมายในวันสมสู่จะหมายความว่าวันที่เหมาะสมจะหนุ่มสาวควรมีเพศสัมพันธ์กัน เพราะโหรจะหาวันเวลาที่ดวงฝ่ายชายฝ่ายหญิงแต่งงานกันแล้วจะอยู่ครองคู่อยู่กันนาน ๆ โหรจะคำนวณคืนสมสู่ไปพร้อม คนโบราณแนะนำวันเวลาที่ว่าเหมาะกับหนุ่มสาวคู่อื่นด้วย ฉะนั้น วันที่คุณไปงานแต่งงานเพื่อน ญาติพี่น้องใครที่แต่งงาน คืนที่กลับมาคือคืนที่คนโบราณแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์กัน วันจันทร์ ตำราโหราจารย์สมัยโบราณจะใช้อิทธิพลดาวจันทร์ในการกำหนดพิธีกรรมเรื่องความรัก เช่น คืนไปหาและปลุกเสกน้ำมันพราย คืนวันทำเสน่ห์ เพราะดาวจันทร์ที่คนสมัยก่อนแทนด้วยวันจันทร์ คนโบราณจะแนะนำว่าคือวันที่เหมาะสมที่หนุ่มสาวจะมีเพศสัมพันธ์กัน             สรุป […]

รวม 12 ข้อดีของการ "ดื่มเบียร์" ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ถ้าดื่มในขนาดที่พอดี !!

รวม 12 ข้อดีของการ “ดื่มเบียร์” ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ถ้าดื่มในขนาดที่พอดี !!

รวม 12 ข้อดีของการ “ดื่มเบียร์” ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า เบียร์นั้นมีทั้งประโยชน์และโทษต่อร่างกาย หลายๆคนมักอ้างว่าการดื่มเบียร์ถือเป็นยา ใช่ค่ะคำพูดนั้นถูกต้อง แต่คุณควรดื่มในขนาดที่พอดีไม่มากจนเกินไป เพราะถ้าหากคุณดื่มเป็นประจำหรือดื่มมากเกินไปจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ ทั้งยังส่งผลเสียต่อผิวแทนที่จะเป็นการบำรุง และยังส่งผลเสียต่อฮอร์โมนอีกด้วยโดยเฉพาะเพศชาย !!     1. เบียร์ช่วยย่อยอาหาร เบียร์ทั่วไป โดยเฉพาะเบียร์ดำมีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำอยู่ประมาณ 1 กรัมต่อเบียร์ 300 มล. ต่างกับไวน์ที่ไม่มีไฟเบอร์เลย ไฟเบอร์มีบทบาทสำคัญในการทำงานของลำไส้ (หากขาดไฟเบอร์ อาจทำให้เกิดความผิดปกติในระบบย่อยอาหารและลำไส้ เช่น ท้องผูกหรือท้องร่วง) 2. เบียร์ช่วยลดคอเลสเตอรอล ไฟเบอร์ในเบียร์มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ 3. เบียร์ทำให้ผิวสวยขึ้น ข้อนี้น่าจะถูกใจสาวๆ เพราะเบียร์ประกอบด้วยวิตามินสำคัญมากมายที่ช่วยเสริมสร้างผิวให้แข็งแรง มีน้ำมีนวลและดูเปล่งปลั่งอีกด้วย 4. เบียร์ช่วยเพิ่มระดับวิตามิน B เพราะเบียร์ประกอบด้วยวิตามิน B1, B2, B6 และ B12 นอกจากนี้งานวิจัยยังระบุว่าคนดื่มเบียร์มีปริมาณวิตามิน B6 ในร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์ประมาณ 30% ส่วนคนที่ดื่มไวน์มีปริมาณวิตามิน B6 ในร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์ประมาณ 15% […]