ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

เลขทะเบียนรถคนดัง

เลขทะเบียนรถคนดัง

เลขทะเบียนรถคนดัง เรื่องของตัวเลขกับเรื่องของหวยนี่ดูมันจะเป็นสิ่งที่เข้ากันได้มากทีเดียว ปกติรถทุกคันที่ใช้วิ่งบนท้องถนนในเมืองไทยจะต้องมีการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเชื่อว่าหลายบ้านเองก็ต้องมีรถเป็นของตนเอง ไม่ก็เป็นรถของครอบครัวอยู่แล้ว คิดง่าย ๆ กันก่อนครั้งแรกที่เราไปถอยรถมาจากศูนย์บริการ สิ่งแรกที่คนจำนวนมากมักทำคือดูว่าทะเบียนรถของเราตอนออกมาใหม่ ๆ เป็นทะเบียนอะไร อย่างคนที่ออกมือ 1 จะโชคดีหน่อยตรงที่มีทะเบียน 2 รอบ คือ ทะเบียนป้ายแดงกับทะเบียนป้ายปกติ ทำให้สามารถมองหา เลขเด็ด จากทะเบียนรถได้อย่างน้อย 3-4 งวด ขั้นต่ำ เลขทะเบียนรถคนดัง เช่น นายยกฯ ดารา ทุกๆครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับเลขทะเบียนรถจากคนดังหรือเลขทะเบียนรถจากสื่อต่าง ๆ ที่พอคนเห็นก็ต้องเอาไปจับเป็น  เลขเด็ด ซึ่งถามว่าการนำเอาเลขแบบนี้มาแทง มันน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน มองว่ามันเป็นเรื่องวิจารณญาณของแต่ละคนมากกว่า มันอาจไม่เชิงเป็นเรื่องของความเชื่องมงาย เพียงแต่ทะเบียนรถมันเป็นสิ่งที่เราสามารถมองเห็นได้ตลอดและมันก็เป็นตัวเลขตรง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องตีค่าอะไรให้วุ่นวายเหมือนกับการมองหาเลขดี ๆ จากวิธีอื่น จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนมากมองว่าเวลาเขาเห็นเลขเหล่านี้แล้ว การตีหวยมันง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ยกตัวอย่างสมมุติไปดูหยดน้ำตาเทียนในขันน้ำมนต์ก็ตียาก, ไปดูสัตว์แปลก ๆ ก็ตีได้หลายเลข สู้ตีเลขจากทะเบียนรถที่เขียนกันโต้ง ๆ แบบนี้เลยดีกว่า สิ่งเหล่านี้มันคือส่วนหนึ่งด้านความเชื่อคนไทยและน่าจะอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ถ้าหากคุณมั่นใจใน เลขเด็ด […]

ความเชื่อเรื่องการขอพรพระจันทร์

ความเชื่อเรื่องการขอพรพระจันทร์   เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องการขอพรพระจันทร์หรือการขอพรในวันจันทร์เพ็ญและวันจันทร์ดับ หรือเรียกอีกอย่างว่า วันเดือนดับ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวันเกิดจันทรคราส หรือ สุริยคราส แต่เป็นปรากฏที่เกิดขึ้นประจำเดือนละครั้ง สำหรับวันเดือนดับในทางโหราศาสตร์โบราณนั้นเรียกว่า”วันอมาวสี” ส่วนในภาษาอังกฤษเรียกว่า “วันนิวมูน” (New Moon) แต่วันจันทร์เพ็ญจะเรียกกันว่า “วันปุรณมี” ซึ่งวันนี้จะเป็นวันที่ตำแหน่งองศาของพระจันทร์กับพระอาทิตย์ทับกันสนิท เหมาะอย่างยิ่งที่จะทำการขอพรฟ้าหรือขอพรพระจันทร์ โดยความเชื่อนี้มีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลเลยทีเดียว หมายเหตุ ปฏิทินวันขอเงินจากพระจันทร์จะมีการปรับเปลี่ยนไปแต่ละปี ผู้ที่จะทำการขอพร ควรตรวจดูวันและเวลาที่แม่นยำตามปีพ.ศ.ปัจจุบัน      ปฏิทินวันขอเงินจากพระจันทร์ ประจำปี 2556 วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ตรงกับ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 เวลา 02.45 น. วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 ตรงกับ แรม 15 ค่ำ เดือน 2 เวลา 14.22 น. วันอังคารที่ 12 […]

ความเชื่อเรื่องค้าขายร่ำรวย ด้วยวิธีไหว้เจ้าแม่ทับทิม

ความเชื่อเรื่องค้าขายร่ำรวย ด้วยวิธีไหว้เจ้าแม่ทับทิม

ความเชื่อเรื่องค้าขายร่ำรวย ด้วยวิธีไหว้เจ้าแม่ทับทิม   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน เมื่อเศรษฐกิจย่ำแย่ การค้าซบเซา บางคนค้าขายขาดทุน ต้องปิดกิจการไป คนที่ค้าขายอยู่หลายคนมีความท้อแท้หมดกำลังใจ คติความเชื่อชาวจีนเชื่อว่าการได้ไหว้เจ้าแม่ทับทิม เทพเจ้าแห่งท้องทะเลจะส่งผลบุญให้ค้าขายร่ำรวย จะไหว้อย่างไร   ชาวจีนโพ้นทะเลมีความศรัทธาเจ้าแม่ทับทิม โดยจะเรียกพระองค์ว่า องค์หม่าโจ้ว เพราะสมัยก่อนชาวจีนที่อพยพมาเมืองไทยมีอาชีพชาวประมง ก่อนออกทะเลหาปลาจะไหว้สักการะ เชื่อว่าพระองค์จะปกปักรักษาก่อนออกทะเล และชาวจีนโบราณยังเชื่อว่ามีอำนาจเรื่องการค้าขาย เจ้าแม่ทับทิมมีสามปาง คือปางเด็กสาว เพราะสมัยเด็กพระองค์ชอบปฏิบัติธรรม ผู้ที่บูชาแล้ว คนจีนสมัยก่อนเชื่อว่าจะการเดินทางราบรื่นชีวิตไร้อุปสรรค ความรักสดชื่นสมหวัง ฉะนั้นหนุ่มสาวคู่ใดที่มี ความรักแต่ประสบปัญหาโดนกีดกัน ควรไปสักการะเจ้าแม่ทับทิมปางเด็กสาว   ผู้ที่มีอาชีพค้าขายควรสักการะเจ้าแม่ทับทิมปางผู้ใหญ่ คนจีนเชื่อว่าจะค้าขายร่ำรวย เงินทองไหลเข้ามา แต่เจ้าแม่ทับทิมปางเทพสวมชุดจักรพรรดิ ชุดคล้ายชุดผู้ชาย มีหมวกแบบฮ่องเต้ มีม่านมุกปิดใบหน้า คนจีนโบราณเชื่อว่า ผู้ที่เจ็บป่วยร้ายแรง ที่ได้ไปไหว้ สุขภาพจะแข็งแรง ครอบครัวอบอุ่นร่มเย็น     วิธีการไหว้เจ้าแม่ทับทิมทั้งสามปาง คือจุดธูปเก้าดอก พวงมาลัยดอกไม้ เป็ดไก่ ผ้าสี เจ็ด สี ยาวเจ็ดศอก […]

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นโชค เส้นวาสนา

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นโชค เส้นวาสนา

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นโชค เส้นวาสนา   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับ ทำนายโชคชะตา เส้นโชค เส้นวาสนา มาฝากกัน ไปดูกันเลย..   เส้นโชค (เส้นวาสนา) กำเนิดเส้นโชค(เส้นวาสนา) ส่วนใหญ่เส้นจะลากยาวไปยังตำแหน่งเนินเสาร์(โคนนิ้วกลาง) เส้นโชคบอกเกี่ยวกับงาน ลักษณะของงาน ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดว่าเกิดจากเนินใด และมีเส้นอิทธิพลใดเข้ามาเกี่ยวข้อง เส้นโชค รูปที่1 ตำแหน่งที่1 เส้นขาดโดยปลายเส้นยังซ้อนกันอยู่ หมายถึงเกิดการเปลี่ยนงานโดยจะทราบล่วงหน้า แต่ถ้าขาดจากกันชัดเจน จะตกงาน นานหรือไม่นั้น ต้องดูช่องว่างระหว่างเส้นโชคที่ขาด ถ้าห่างมาก แสดงว่าต้องว่างงานหลายปี ตำแหน่งที่2 มีเส้นวิ่งเข้าหาเส้นโชคตามรูป 2-2 ให้ทายว่าจะมีความรักเข้ามาในชีวิตในช่วงอายุประมาณ31ปี เข้ามาเกี่ยวพันในชีวิต จนได้แต่งงานกันในช่วงอายุ 37ปี แต่ถ้าปลายเส้นที่ตำแหน่งที่2 แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้เส้นโชคซีดจาก การแต่งงานมีผลต่อการงาน   เส้นโชค รูปที่2 ตำแหน่งที่1 ใกล้กับข้อมือ แสดงถึงอาชีพที่ทำอยู่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากทางบ้าน หรือรับช่วงกิจการต่อจากบิดามารดา เส้นโชคที่ยาวตรงตามรูปแสดงถึงความสำเร็จในอาชีพไปจนแก่เฒ่า     เส้นโชค รูปที่3 ตามรูปเส้นโชคเกิดที่ตำแหน่งกลางฝ่ามือ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของมือดิ้นรนหางานด้วยตนเอง     […]