ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อเรื่องจอมปลวก จากปากคนโบราณ

ความเชื่อเรื่องจอมปลวก จากปากคนโบราณ

ความเชื่อเรื่องจอมปลวก จากปากคนโบราณ   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน ปลวกคือแมลงที่อยู่คู่มนุษยชาติมานานแล้ว และคนโบราณมีความเชื่อมากมายว่าปลวกมีอำนาจลึกลับและจอมปลวกขึ้นที่ใด คือลางบอกเหตุอะไร   คติความเชื่อคนโบราณว่าจอมปลวกคือที่อยู่เทพเทวดา เทพารักษ์ บางพื้นที่ว่าคือที่อยู่ภูติ ผี วิญญาณร้าย มีการห้ามปลูกบ้านค่อมจอมปลวก จะมีอุปสรรคต่าง ๆ เข้ามาในชีวิต ห้ามปัสสาวะรดจอมปลวกอวัยวะเพศจะบวมโต และคนโบราณว่าบ้านใดมีจอมปลวกขึ้นทางทิศตะวันออก ทิศตะวันตกเฉียงใต้จะมีเงินทอง แต่เมื่อจอมปลวกขึ้นที่บ้านใครทางทิศตะวันตกจะมีเรื่องเดือดร้อน และทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จะมีเรื่องไฟไหม้บ้าน การทำลายจอมปลวกจะต้องมีผู้ที่มีวิชาอาคมมาสวดมนต์ทำพิธี มิเช่นนั้นผู้อยู่อาศัยจะมีเรื่องเดือดร้อนมาเยือน   คนสมัยก่อนจะสอนลูกหลานตอนที่ปลวกเข้ามาทำลายบ้าน ไม่ควรฆ่าปลวกจะแนะนำวิธีไล่ปลวกโดยใช้วิธีนำใบขี้เหล็กผสมน้ำอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งโขลกแล้วใช้ผ้าขาวกรองนำเฉพาะน้ำใบขี้เหล็กไปรดบริเวณที่มีปลวก ในพืชสวนไร่นา ในที่อยู่อาศัยต้นไม้ทำซ้ำประมาณ ห้าวันปลวกจะหนีไป วิธีที่สองที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายสมัยก่อนคือ การนำใบขี้เหล็กแก่มาโขลกผสมแป้งดินสอพอง ปั้นจนมีลักษณะก้อนจะเก็บไว้ได้นาน เวลาจะใช้ให้ทุบแป้งที่ผึ่งแห้งให้ละเอียด นำผงไปโรยบริเวณที่มีปลวก ปลวกจะหายไปเองโดยไม่ต้องไปฆ่า   ปลวกมีชีวิตและรักชีวิตเช่นเดียวกัน คนโบราณจะออกอุบายให้ลูกหลานตนเองป้องกันการฆ่าทำลาย เพราะ การฆ่าปลวกที่ระบาดในบ้านคือการทำลายชีวิตจำนวนมาก ฉะนั้นคนสมัยก่อนจะสร้างองค์ความรู้มาใช้ไล่ปลวกแบบวิธีธรรมชาติและออกอุบายว่าจอมปลวกศักดิ์สิทธิ์ให้เลี่ยงการทำลายจอมปลวก แต่แปลกเมื่อจอมปลวกขึ้นบ้านใครทิศใดจะมีเหตุตามความเชื่อที่กล่าวมาข้างต้น       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย […]

วัดระดับอาการแพ้กลางคืนของคนที่รู้ใจใกล้ๆ ตัว ไปดูคำทำนายกัน

วัดระดับอาการแพ้กลางคืนของคนที่รู้ใจใกล้ๆ ตัว ไปดูคำทำนายกัน

วัดระดับอาการแพ้กลางคืนของคนที่รู้ใจใกล้ๆ ตัว วัดระดับอาการแพ้กลางคืนของคนที่รู้ใจใกล้ๆ ตัว ไปดูคำทำนายกัน จะแม่นแค่ไหน เราชวนเพื่อนๆ ทุกคนมาวัดระดับอาการแพ้กลางคืนของคนที่รู้ใจใกล้ๆ ตัวกันครับ ลองเช็คดูสิว่าคนรักของคุณ หรือคนที่กำลังคุยด้วยเข้าข่ายแพ้กลางคืนหรือบ้าง รู้ไว้ใช่ว่า ไปดูคำทำนายกันเลยดีกว่าครับ   3. คนเกิดวันที่ 2 คุณเป็นคนเข้าใจยาก เหมือนมีสองคนในร่างเดียว ร่างหนึ่งก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของคุณ และไม่คิดจะสนใจเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเช่นกัน ส่วนอีกร่างก็เป็นคนเข้าสังคมเก่ง ชอบแฮงค์เอ้าท์ มีเพื่อนเยอะ มีแนวโน้มว่าค่าพลังงานของคุณจะค่อนข้างสดใสช่วงกลางวัน แต่พอกลางคืนที่ต้องอยู่คนเดียวกลับเหงาขึ้นมาดื้อๆ แถมอารมณ์แปรปรวนใส่คนอื่นซะงั้น อาจทำให้คนรอบข้างมองว่าคุณเอาแต่ใจตัวเองได้     2. คนเกิดวันที่ 28 คุณเป็นคนชิลๆ ใช้ชีวิตตามสบาย แต่มีอารมณ์เซนซิทีฟ อ่อนไหวกับเรื่องต่างๆ ง่ายเป็นพิเศษ รักคนง่าย ไว้ใจคนง่าย สงสารคนก็ง่าย เพราะเนื้อแท้เป็นคนรักความสงบ อยากเห็นทุกฝ่ายปรองดองกัน รักเพื่อนฝูงยืนหนึ่ง ไม่ว่าชีวิตจะยุ่งวุ่นวายแค่ไหน คุณจะต้องเจียดเวลาเผื่อไว้ให้เพื่อนเสมอ ปกติแล้วยามกลางวันคุณจะชอบแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน แต่พอตกกลางคืน เพื่อนๆ ต้องไปพักผ่อนเมื่อไหร่ คุณจะว้าเหว่ขึ้นมาทันควัน     1. คนเกิดวันที่ […]

ผลไม้ที่ห้ามนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะอาจทำให้ชีวิตพังไม่รู้ตัว !

ผลไม้ที่ห้ามนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะอาจทำให้ชีวิตพังไม่รู้ตัว !

ผลไม้ที่ห้ามนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผลไม้ที่ห้ามนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะอาจทำให้ชีวิตพังไม่รู้ตัว สำหรับใครที่ชอบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายอยู่บ่อยๆ ห้ามพลาดเลยนะ! วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีข้อห้ามเกี่ยวกับ “ผลไม้ที่นำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์” มาฝาก โดยคนโบราณเชื่อกันว่า หากใครนำผลไม้ที่เป็นอัปมงคล มาไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะส่งผลให้ชีวิตของคนนั้น มีแต่สิ่งร้ายๆ ติดๆขัดๆ พบเจอแต่อุปสรรค ซึ่งได้แก่ ผลไม้ดังต่อไปนี้ !   ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาไหว้ ได้แก่…. ละมุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักไม่โดดเด่น ปิดๆ ซ่อนๆ มังคุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไปไม่ถึงที่สุด มันกุด ๆ ด้วน ๆ ไม่โดดเด่น พุทรา เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วดีในช่วงแรกๆ ช่วงหลังๆ ซาซา มะเฟือง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักฝืดเคือง ไม่อะไรก็อะไร สักอย่าง มะไฟ เชื่อกันว่าทำอะไรแล้วมักต้อง เร่งๆ รีบๆ เหมือนไฟลน ไม่ได้คุณภาพ   น้อยหน่า เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว […]

ชาวบ้านพบโครงกระดูกมนุษย์ ตามที่ร่างทรงบอก เชื่อเป็นพ่อปู่คำแสน แม่ย่าผมหอม

ชาวบ้านพบโครงกระดูกมนุษย์ ตามที่ร่างทรงบอก เชื่อเป็นพ่อปู่คำแสน แม่ย่าผมหอม

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ เลขเด็ดออนไลน์ วันนี้ทางทีมงานมีข่าวสารประจำวันมาอัพเดตให้ได้รับชมรับอ่านกัน สำหรับแฟนๆที่ติดตามเว็บไซต์ของเรามาโดยตลอดข่าวสำหรับวันนี้จะเป็นข่าวเกี่ยวกับอะไรไปรับชมเนื้อหาข่าวสารกันได้เลยค่ะ!! เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ที่ผ่าน ชาวบ้านพบโครงกระดูกมนุษย์ ซึ่งเป็นที่นาของ นางสาวณัฐฐกาณฑ์ อายุ 52 ปี ตั้งอยู่ทิศใต้ของหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าของที่นาได้พบกับผู้สื่อข่าวและได้พากันไปจุดที่พบโครงกระดูกดั่งกล่าว และได้นำธูปจำนวน 9 ดอกไปด้วยเพื่อเป็นการขอขมา และได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูรอบๆ บริเวรจุดที่พบโครงกระดูกครั้งแรก พบว่ามีอีกสองจุดที่คิดว่าจะมีโครงกระดูก และยังพบเศษเครื่องปั้นดินเผาที่คาดว่าจะเป็นหม้อดิน ไหดิน อยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วยอีกจำนวนมาก ชาวบ้านพบโครงกระดูกมนุษย์ บนที่นาทำให้ผู้คนระแวงใกล้เคียงขนลุกไปตามๆ กัน !!! นางสาวณัฐฐกาณฑ์ อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ม.1 บ.แวงน้อย ต.แวงน้อย อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า บริเวณนี้เรียกว่าโนนสาวเอ้ ซึ่งเรียกกันมาตั้งแต่โบราณ โดยเป็นโนนบ้านเก่า ตนเองซื้อที่นาผืนนี้มาตั้งแต่เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่ผ่านมา จำนวน 12 ไร่ 2 งาน ที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่มีความรู้สึกว่าเป็นที่ที่แรง ลักษณะเหมือนมีความรู้สึกอะไรบางอย่าง […]