ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นสะโพกหรือต้นขาขวา-ซ้าย

ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นสะโพกหรือต้นขาขวา-ซ้าย

ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นสะโพก   คนในสมัยก่อนมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการเขม่น ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายของเราอยู่เสมอ โดยอาการเขม่นหรือกระตุกตามกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ สามารถบอกเหตุดี เหตุร้าย หรือที่เราเรียกกันว่า นิมิตลาง…ให้เราทราบได้เช่นกัน… หากคุณเกิดอาการเขม่นบริเวณสะโพกหรือต้นขาขวา คนโบราณมีความเชื่อว่าคนผู้นั้นจะต้องเจอเรื่องยุ่งยากใจ มีคนมาสร้างปัญหาให้ หรือจะเกิดการทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกับเพศตรงข้าม ส่วนคนที่มีอาการเขม่นบริเวณสะโพกหรือต้นขาซ้าย คนโบราณท่านมีวคามเชื่อว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ หรือคนผู้นั้นอาจต้องเกิดการทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกับเพศเดียวกัน     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน *** ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<     ข้อมูลจาก : horoscope.thaiza.com ภาพจาก : Pixabay บทความแนะนำ ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นหน้าอก ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง […]

รวมเลขเด็ด ลุงพล

รวมเลขเด็ด ลุงพล

รวมเลข ลุงพล   ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับวันที่หลายๆคนรอคอย สำหรับการประกาศผลรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาลระจำวันที่ 1 กรกฎาคม 63 เชื่อว่าหลายๆคนคงมีเลขในใจอยู่แล้ว และหลายๆคนคงกำลังมองหาเลขกันอยู่ วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลมาฝากกัน หลงมีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้ออกมารวเลข ลุงพล ซึ่งเป็นลุงของน้องชมพู่ งานนี้ทำแฟนๆแห่ซื้อตามกันเป็นจำนวนมาก     โพสต์ดังกล่าว เลขสวย     ลุงพล       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com   เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน *** ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<     งานนี้ใครที่กำลังมองหาเลขสวยๆอยู่ เอาไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะ ขอบคุณที่มาจาก Jamey’Jame […]

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก ?

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก ?

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก   สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก เวลาไปงานแต่งงานคุณเคยสังเกตที่หน้าผากเจ้าบ่าว เจ้าสาวไหมว่าทำไมต้องมีจุดสามจุด จนเป็นสัญลักษณ์การแต่งงาน และสัญลักษณ์ที่ว่ามีความหมายว่าอะไร มีขั้นตอนและพิธีการเจิมอย่างไร บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบาย   จุดทั้งสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายว่าแก้วสามประการ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จุดประสงค์คือเป็นกระบวนการเพื่อสร้างสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แทนการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่โดยญาติทั้งคู่บ่าวสาวจะเลือกใช้ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตคู่ที่ดี ประสบความสำเร็จเรื่องการงาน การครองเรือนที่น่ายกย่อง มีรักเดียวไม่เคยมีปากเสียงกัน มีบุตรธิดาที่เลี้ยงง่าย เป็นผู้เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาว การเจิมจะเริ่มจากจุดกลางหน้าผากก่อนแล้วค่อยเจิมจุดซ้ายขวา ก่อนที่ธรรมเนียมไทยคู่บ่าวสาวจะนั่งคู่กันแล้วพนมมือรับน้ำสังข์จากญาติผู้ใหญ่และแขกผู้มาร่วมพิธี เมื่อจบพิธีกรรม ความเชื่อคนโบราณจะให้ผู้ใหญ่ที่เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาวปูผ้าปูเตียงในห้องหอ เป็นความเชื่อว่าจะครองคู่ไปจนตลอดกาล   การเจิมแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน บางความเชื่อให้พระสงฆ์เจิมให้ฝ่ายชายก่อน แล้วให้พระจับมือฝ่ายชายเจิมให้ฝ่ายหญิงต่อ ส่วนประเพณีการเจิมหน้าผากคนโบราณจะใช้แป้งกระแจะ คือพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมนำเปลือกราก เนื้อไม้มาบดรวมกันกับแป้งร่ำ และเครื่องหอมบางชนิด เรียกรวมว่าแป้งกระแจะจันทร์ คุณสมบัติพิเศษคือมีกลิ่นหอม สาว ๆ โบราณชอบนำมาทาตัว จากนั้นคนโบราณจะนำแป้งกระแจะจันทร์ไปปลุกเสกโดยผสมน้ำมนต์ลงไปก่อนนำไปเจิมให้คู่บ่าวสาว   การแต่งงาน คือการที่ชายและหญิงตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน ร่วมกันทุกข์ร่วมสุขสร้างครอบครัว พิธีแต่งงานเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณทุกชาติพันธุ์ เพราะเป็นการสืบวงศ์ตระกูล ที่สำคัญจะตระหนักเรื่องไม่ชิงสุกก่อนห่าม ประพฤติตนอยู่ในประเพณีที่ดีงาม ลูกหลานคนรุ่นใหม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง     ติดตามอ่านความเชื่อ […]

จริงหรือไม่ คนไทยบางกลุ่มกับความเชื่อเรื่องห้ามกิน...เป็ด !!

จริงหรือไม่ คนไทยบางกลุ่มกับความเชื่อเรื่องห้ามกิน…เป็ด !!

คนไทยบางกลุ่มกับความเชื่อเรื่องห้ามกิน…เป็ด   คนไทยเลี้ยงเป็ดเป็นอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเนื้อเป็ดรสชาตินุ่มลิ้น อร่อยปาก นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหารแทนเนื้อสัตว์ใหญ่ได้อย่างดี รวมทั้งชาวจีนนิยมนำมาเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้า ลองสังเกตเวลามีเทศกาลไหว้เจ้า เป็ดคือหนึ่งในซาแซหรือโหง้วแซ เครื่องเซ่นไหว้ที่ทุกครัวเรือนจะต้องมีไว้บนโต๊ะไหว้เจ้าเสมอ แต่ทำไมคนไทยบางกลุ่มมีความเชื่อสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วว่า “ห้ามกินเป็ด” บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะไขข้อข้องใจว่าที่แท้จริงความเชื่อนี้มีที่มาอย่างไรลองอ่าน ข้อห้ามที่ห้ามกันมานานจากรุ่นสู่รุ่นคือการกินเนื้อเป็ดจะทำให้เกิดการแตกความสามัคคี ผิดใจกัน คนเป็นเพื่อนกันเวลาออกไปกินข้าวนอกบ้านและทำอาหารเลี้ยงเนื่องในโอกาสเทศกาลสำคัญ ห้ามสั่งหรือปรุงอาหารที่ทำจากเนื้อเป็ดโดยเด็ดขาด โดยอ้างว่าเป็ดร้องเสียงดัง ตื่นตกใจง่าย คล้ายกับการพฤติกรรมการโกรธ กล่าวคือคนจะแสดงเสียงโวยวายไม่น่าฟัง การกินเนื้อเป็ดจะทำให้คนที่เคยคบหากันมีเหตุต้องผิดใจกันอย่างเช่นเอกลักษณ์พฤติกรรมอย่างเป็ด ความเชื่อนี้แฝงกลอุบายว่า เป็ดเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายเกษตรกรบางแห่งเลี้ยงแบบไร่ทุ่ง โตเร็ว ไม่มีสารพิษเจือปน เวลานำไปประกอบอาหารรสชาติดี บางสายพันธ์เลี้ยงขายได้ราคา เหตุนี้อาจทำให้เกิดอุบายการหวงเนื้อเป็ดไว้ ขาย และประกอบอาหารกินกันเองในครอบครัว เพราะไม่มีข้อห้ามมิให้คนในครอบครัวเดียวกันกินเนื้อเป็ด ความเชื่อห้ามเฉพาะเพื่อนกันเท่านั้น นอกจากนี้บนภัตตาคารดัง ๆ มีเมนูอาหารที่ทำชื่อเสียงคือเป็ดย่าง เป็ดปักกิ่ง เป็ดอบหม้อดิน และมีคนฐานะดีสั่งอาหารเหล่านี้อยู่ทุกครั้งไป เป็ดเป็นสัตว์ปีกสองเท้าครึ่งบกครึ่งน้ำว่ายน้ำได้แต่ไม่เก่งอย่างปลา บินได้แต่ไม่เก่งอย่างนก และเดินได้แต่ไม่เก่งอย่างคน คนโบราณบางคนจะเปรียบเทียบคนที่ทำงานไม่ได้เรื่องเอาดีอะไรไม่ได้ว่าเป็นเป็ด อย่างไรก็ตามความเชื่อเรื่องการกินเป็ดแล้วอาจทำให้เพื่อนที่รักกันเกิดการโกรธเคืองกัน รวมทั้งแตกความสามัคคีในกลุ่มเพื่อน เป็นความเชื่อที่แฝงกลอุบายที่แยบยลเท่านั้น ที่จริงความสามัคคีสร้างได้จากสามัญสำนึกจากคนในชาติ และจะแตกสามัคคีได้จากความคิดต่าง แต่ละกลุ่มจะเกิดความขัดแย้งในที่สุดคนไทยควรตระหนักเรื่องความสามัคคีจะก่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวชาติจะมั่นคง     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com […]