ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อชาวญี่ปุ่น ปลาดุกยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

 

หมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ตลอดทั้งปี

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อสืบทอดกันมาแต่โบราณว่าอาการดิ้นพล่านของปลาดุกเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว โดยชาวญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณมีความเชื่อว่าในใต้พิภพนี้มีปลาดุกยักษ์อาศัยอยู่ เมื่อปลาดุกดิ้นครั้งใด ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ความเชื่อนี้หาได้เป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่

ในปีคศ.2011 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คณะกรรมาธิการวุฒิสภาตรวจสอบการบริหารราชการ ได้เชิญศาสดาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยโกเบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปลาดุกกับแผ่นดินไหว

ศาสดาจารย์ท่านนั้นได้ให้ข้อมูลว่า ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อกระแสไฟฟ้าและความสั่นสะเทือน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาการดิ้นพล่านของปลาดุก กับปฏิกริยาที่ไวต่อกระแสไฟฟ้าและการสั่นสะเทือนนี้ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรือไม่อย่างไร

สัตว์หลายชนิดมีสัญชาติญาณและประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้ถึงความผิดปกติของภัยธรรมชาติ เช่น การที่มดขนไข่หนีก่อนที่จะเกิดฝนตกน้ำท่วม เป็นต้น

   ภัยแผ่นดินไหวเองก็เช่นกัน เรามักได้จะยินข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดๆของสัตว์ ในยามก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ที่จังหวัด Ibaragi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในสมัย 660 ปีก่อนคริสตกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า Kashima (鹿島神宮 : Kashima jinguu) เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า Kashima เพื่อขอให้พิทักษ์ภัยจากแผ่นดินไหว โดยการใช้หินขนาดใหญ่เรียกว่า Kaname ishi (要石) กดทับปลาดุกยักษ์นั้นไว้

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีแท่งหินฝังลึกลงไปในดิน โดยเทพเจ้าจะใช้หินนี้กดทับหัวและหางของปลาดุกยักษ์ใต้พิภพเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

แต่ยามใดที่เทพเจ้าชะล่าใจหรือต้องไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าองค์อื่นหินที่กดทับไว้ก็จะหลวม ทำให้ปลาดุกยักษ์ขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

หินส่วนที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินนั้น เล่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ไม่มีทางที่จะขุดออกมาได้โดยเด็ดขาด ถึงขนาดที่ Tokugawa Mitsukuni เจ้าเมืองมิโตะ ได้สั่งให้คนขุดหินนั้นขึ้นมา โดยใช้เวลาถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถขุดถึงโคนหินได้

ความเชื่อเรื่องปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว จะเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานบันทึกไว้โดยแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแต่โบราณแล้ว เพียงแต่เริ่มเชื่อถือมากขึ้นในช่วงต้นของสมัยเอโดะ (คศ. 1603-1867) เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองขนาดใหญ่ เช่น เอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน) จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำเรื่องนี้มาเล่าขานสืบต่อ จนกลายเป็นความเชื่อฝังใจในปลายสมัยเอโดะ และเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี คศ.1855 เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว Ansei Edo ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 4,700 – 11,000 คน ได้มีการพิมพ์ภาพสีเป็นรูปปลาดุกยักษ์ โดยมีหินขนาดใหญ่ คือ Kaname ishi กดทับเพื่อสะกดแผ่นดินไหวไว้ ออกมาจำหน่ายจ่ายแจกเป็นจำนวนมาก จึงยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่สะพัดมากยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง คือ บันทึกประสบการณ์อันเซ (安政見聞誌 : Ansei kenbunshi) ซึ่งเขียนขึ้นในปีที่ 3 ของสมัยอันเซ (คศ.1856) คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Ansei Edo ผ่านไป 1 ปี

ในบันทึกนี้ได้กล่าวไว้ว่า

“ชายผู้หนึ่งนามว่า Shinozaki เป็นคนที่ชอบจับปลา ทุกเย็นจะต้องไปจับปลาที่แม่น้ำอยู่เสมอ ตอนค่ำวันที่ 2 (ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว) ชายผู้นี้ได้ออกไปจับปลาไหลโดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ปรากฏว่าคืนนี้ปลาดุกดิ้นพล่านเป็นการใหญ่ ทำให้ปลาไหลหนีไปหมด จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงตกปลาดุกขึ้นมาได้ 3 ตัว และรู้สึกประหลาดใจว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมปลาดุกจึงได้ดิ้นพล่านดั่งนี้ และนึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินว่าการที่ปลาดุกดิ้นพล่าน เป็นสัญญาณบอกเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก คงจะลำบากเป็นแน่แท้ จึงรีบกลับบ้าน และขนเครื่องเรือนทรัพย์สมบัติต่างๆออกมาไว้ข้างนอกบ้าน ข้างฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่หลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนบ้านพังราบหมด แต่ทรัพย์สินที่ขนมาไว้ข้างนอกปลอดภัย ฝ่ายเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็เป็นคนที่ชอบจับปลา คืนนั้นก็ออกไปหาปลาที่แม่น้ำ และเห็นปลาดุกดิ้นพล่านเช่นกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงหาปลาต่อไป จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบกลับบ้านด้วยความตกใจ แต่พบว่าทั้งบ้านและโกดังพังพินาศลงหมดแล้ว สูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปหมด…”

ซึ่งถ้าบันทึกนี้ เป็นความจริงปรากฏการณ์นี้ก็ถือเป็นการพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ในปี คศ.1923 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Kantou ซึ่งเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100,000 คน มหาวิทยาลัย Touhoku ได้ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก และได้สรุปผลวิจัยว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้า จะเกิดสัญญาณผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของปลาดุกประมาณ 80%

ในปี คศ.1976-1992 สถานีทดลองทางทะเลของกรุงโตเกียว ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินไหวกับปลาดุก รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 16 ปี โดยติดตั้งระบบตรวจสอบอาการผิดปกติของปลาดุกตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระหว่างปี คศ.1978-1992 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนที่กรุงโตเกียวได้สูงกว่าระดับ 3 รวมทั้งสิ้น 91 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ไม่ได้ทำการทดลอง

ผลการทดลอง 87 ครั้ง พบว่าในจำนวนนี้ ปลาดุกมีอาการแสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว เป็นจำนวน 27 ครั้ง หรือเท่ากับ 31%

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ปลาดุก เป็นสัตว์ที่มีความไวในการรับรู้กระแสไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยจะรับรู้กระแสไฟฟ้าได้ไวกว่ามนุษย์หรือปลาคาร์ปถึง 1 ล้านเท่า หากโยนถ่านไฟฟ้าลงไปในทะเลสาบ เพียง 1 ก้อน ปลาดุกที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร ก็สามารถรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายก้อนนั้นได้

การเกิดแผ่นดินไหวหรือการขยับเลื่อนของเปลือกโลก ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้น การที่ปลาดุกจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดิน และแสดงอาการดิ้นพล่านผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ทว่าการแสดงอาการผิดปกติของปลาดุก ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าใต้พื้นดินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆอีกมาก จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 สิ่งนี้ จะมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

แต่ขณะเดียวกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อแต่ครั้งโบราณ เรื่องปลาดุกกับแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา.. j-campus

เรื่องน่าสนใจ

ตําราทํานายฝัน 108 นิมิตฝัน ทำนายฝัน 108 ข้อ – ความฝันต่างๆ ฝันเห็นสิ่งนี้ มีความหมายอย่างไร

ตําราทํานายฝัน 108 นิมิตฝัน ทำนายฝัน 108 ข้อ – ความฝันต่างๆ ฝันเห็นสิ่งนี้ มีความหมายอย่างไร

ตําราทํานายฝัน 108 นิมิตฝัน ความเชื่อเกี่ยวกับความฝันมาเปิด ตําราทํานายฝัน 108 ข้อ ชี้คำทำนายที่หลากหลายมีทั้งความหมายดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับลักษณะของความฝัน คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงนิยมนำความฝันไปเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องลางบอกเหตุการให้โชคลาภ รวมถึงตีความเป็นเลขเด็ดต่างๆตามความเชื่อส่วนบุคคล ทางเลขเด็ดออนไลน์ได้รวมข่าวสารเลขเด็ดที่ไหนเด็ดที่ไหนดัง ทางเว็บไซต์ของเราได้รวบรวมมาให้ท่านแล้วและได้มาพบกับบริการใหม่กับทางเว็บไซต์ เกมส์พนันออนไลน์ , เว็บพนันออนไลน์  ถูกต้องตามกฏหมายของคนไทย วันนี้เราได้รวบรวมความสุขมาให้คุณแล้ว สำหรับลูกค้าที่ชอบในการซื้อหวยออนไลน์ หรือ ล็อตเตอรี่ออนไลน์ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชมที่เว็บไซต์ของ กองสลากพลัส, กองสลาก.com , หงส์ทอง.com , และ มังกรฟ้า ซึ่งเป็นเเหล่งซื้อขายหวยดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฏหมายและราคาก็ได้ตามที่รัฐบาลตั้งไว้ สารบัญ  นิมิตฝัน ทำนายฝัน 108 ข้อ ความฝัน 108 ข้อ ชุด ที่ 2 ตำราฝัน 108 ข้อ ชุด ที่ 3 ตำราความฝัน 108 ข้อ ชุด ที่ 4 ความฝัน 108 ข้อ ชุด ที่ 5 ความฝัน […]

ฝันเห็นยา ทำนายฝันร้ายหรือดี พร้อมตีเลขเด็ดแม่นๆ งวดนี้

ฝันเห็นยา ทำนายฝันร้ายหรือดี พร้อมตีเลขเด็ดแม่นๆ งวดนี้

เปิดคำพยากรณ์ ทำนายฝัน ฝันดีหรือร้าย ใช่ลางบอกเหตุหรือไม่ ตำราโบราณ ตีความฝันที่ทุกท่านฝันเมื่อคืน ไม่ว่าฝันยอดฮิต ฝันดีสุขสมหรือฝันร้ายสยดหยอง ทุกรูปแบบที่นิมิตรถึงยามหลับใหล ตีความหมาย ฝันเหล่านี้บอกเหตุอะไร ฝันเห็นยา ช่างเป็นความฝันที่ดูแปลก ฝันเห็นยา ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกิดจากที่เรามีโรคภัยไข้เจ็บ จึงต้องพึ่งยาเพื่อรักษา เหตุใดจึงฝันเช่นนี้ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้ป่วยแต่อย่างใด เป็นลางว่าอย่างไร ตีเลขหวยได้เป็นอะไร วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้รวบรวมความหมายของความฝัน ในแต่ละรูปแบบมาฝากกัน ว่าจะมีความหมายว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ดแม่นๆน่าซื้อ ไปดูกันเลย. ความฝันบอกเหตุ ฝันแบบไหนที่เรียกว่าดี มีโชค จะเป็นเศรษฐี คาถาขอโชคลาภ 2566 เรียกทรัพย์ เงินทอง ท่องแล้วรวย เฮงแน่นอน ฝันเห็นเพชรพลอย ความหมาย ตีเลขเด็ดจากความฝัน รับโชคลาภ ฝันเห็นยา ทำนายฝันร้ายหรือดี จะมีเคราะห์หรือเปล่า พร้อมตีเลขเด็ดแม่น ๆ งวดนี้ ฝันเห็นยา สามารถทำนายความฝันและตีเลขหวยจากฝันได้ดังนี้ ทำนายว่า จะมีสุขภาพดีขึ้น ไม่มีเคราะห์ร้ายใดๆ ครอบครัวมีความสุข มีโชคลาภจากการเสี่ยง ถือว่าฝันดี […]

6 เทคนิคช่วยให้ "แบตเตอรี่" อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น

6 เทคนิคช่วยให้ “แบตเตอรี่” อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น

6 เทคนิคช่วยให้ “แบตเตอรี่” อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น   โทรศัพท์มือถือ…เรียกได้ว่าเป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์อย่างเราๆเลยก็ว่าได้ ยิ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าแบบฉุนไม่อยู่ แค่มีโทรศัพท์เครื่องเดียวคุณก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ แต่แน่นอนว่าเจ้าโทรศัพท์เนี้ยก็มีอายุการใช้งานของมันรวมไปถึงแบตแบตเตอรี่ก็เช่นกัน เชื่อว่าหลายๆคนพบปัญหาเดียวกันคือ แบตเตอรี่หมดแล้วมากกกก เพราะฉะนั้น วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ เลยมีเทคนิคดีๆเพื่อประหยัดแบตจาก เว็บ Brightside มาฝากไปดูกันเลยยย   1. ทำความสะอาดรูชาร์จแบต :อย่าลืมเช็คช่องชาร์จแบตด้วยล่ะ เพราะบางครั้งอาจจะมีเศษกระดาษติดอยู่ และอาจทำให้คุณชาร์จแบตไม่เข้าได้   2. ใช้ภาพหน้าจอเป็นโทนสีสว่าง :ภาพพื้นหลังที่มีโทนสว่างๆ หรือมีสีสันมากเกินไป ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เปลืองแบตเตอรี่ได้เช่นกันนะ   3. ถือโทรศัพท์ไว้ตลอดเวลา :การถือโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาในวันที่อากาศร้อนนั้นก็อาจจะทำให้คุณสิ้นเปลืองแบตเตอร์รี่ไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะอุณหภูมิที่สูงนั้นจะทำให้เครื่องร้อนและเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้แบตลดลง   4. เปิดโหมดหมุนหน้าจอ อัตโนมัติไว้ตลอดเวลา :โทรศัพท์ของคุณสิ้นเปลืองพลังงานได้โดยง่าย เพราะการทำงานของมันนั้นต้องอาศัยเซ็นเซอร์ต่างๆ ซึ่งแนะนำว่าควรปิดมันแล้วค่อยเปิดในตอนจำเป็นจะดีกว่านะ   5. เปิดแอพพลิเคชั่นค้าง :การที่โปรแกรมเหล่านั้นยังคงทำงานอยู่มันจะทำให้แบตคุณลดลง ดังนั้นต้องหมั่นเคลียร์แอพบ่อยๆ   6. เปิดความสว่างแบบสุด :ปรับความสว่างของหน้าจอให้ลดเหลือประมาณ 30-40 […]

ฮวงจุ้ยบ้านอยู่แล้วจน ลักษณะบ้านอยู่แล้วจน

ฮวงจุ้ยบ้านอยู่แล้วจน ลักษณะบ้านอยู่แล้วจน

ฮวงจุ้ยบ้านอยู่แล้วจน   บ้านที่เราทุกคนอยู่นั้นล้วนเป็นบ้านที่มีพลังส่งเสริมอยู่ไม่ว่าจะเป็นในทางที่ดีหรือในทางที่ไม่ดีก็ตาม ซึ่งสามารถส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นบ้านที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่งเพราะจะทำให้ผู้อยู่อาศัยอับโชค ยากจน ฐานะทางการเงินย่ำแย่   บ้านที่ตั้งอยู่บนที่ดินรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน บ้านที่ตั้งอยู่บนที่ดินที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนนั้นตามหลักฮวงจุ้ยนั้นถือว่าไม่ดีนัก จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยเจอแต่เรื่องเดือดร้อน เสียเงินเสียทองอยู่เรื่อยไป เนื่องจากรูปที่ดินที่เป็นรูปขนมเปียกปูนนั้นไม่ว่าจะสร้างบ้านให้อยู่ในตำแหน่งใดก็จะทำให้เหลือพื้นที่เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมแหลมเสมอและพื้นที่นั้นไม่สามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้เท่าที่ควร ซึ่งถือว่าไม่ดีตามหลักฮวงจุ้ย   ที่ตั้งของบ้านที่ทำให้อยู่แล้วจนไม่ร่ำรวย บ้านที่ตั้งอยู่ในสิ่งแวดล้อมต่างๆ ล้วนส่งผลต่อพลังทางด้านการเงินด้วยกันทั้งนั้น สำหรับบริเวณที่ตั้งของบ้านที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยยากจน ฐานะไม่ดีนั้นมีดังนี้   – บ้านที่อยู่ใต้สะพานหรือถนนยกระดับ ที่มีลักษณะคล้ายสะพานทำให้บดบังบ้าน ไม่สามารถมองเห็นหน้าบ้านได้ถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีจะทำให้ไม่มีโชคลาภเข้ามา ทั้งนี้อาจจะสามารถแก้ไขได้โดยการยกบ้านให้สูงขึ้นหรือโดดเด่นขึ้นมา   – บ้านที่อยู่สูงกว่าหรือต่ำกว่าถนนมากจนเกินไป สำหรับบ้านที่อยู่สูงกว่าถนนมากจนเกินไปจะทำให้โชคลาภไม่สามารถไหลเข้าบ้านได้ แต่หากบ้านอยู่ต่ำกว่าถนนมากกว่าครึ่งฟุตจะทำให้เกิดภาวะลาภล้น กล่าวคือ โชคลาภจะไหลไปมาอยู่ภายนอกบ้านแต่ก็ไม่สามารถเข้าบ้านได้สะดวก สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำลานหน้าบ้านเพื่อกักเก็บพลังแห่งโชคลาภมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้บ้านต้องไม่ต่ำจากถนนมากนัก   – บ้านที่มีสิ่งแวดล้อมสกปรกรกรุงรัง หรือมีที่ว่างเปล่าแวดล้อมอยู่ สภาพแวดล้อมบริเวณบ้านในลักษณะนี้จะทำให้ไม่มีพลังของโชคลาภเข้ามา หากเข้ามาก็อาจจะถูกบ้านที่มีฮวงจุ้ยที่ดีกว่าดูดโชคลาภไปจนหมด นอกจากนี้แล้วบ้านที่อยู่บริเวณที่มีน้ำเสีย ขยะ หรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ จะส่งผลทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องทำงานหนัก แต่ก็ไม่สามารถเก็บเงินได้ เพราะเนื่องจากบ้านที่มีลักษณะเช่นนี้นอกจากจะไม่มีพลังแห่งโชคลาภไหลเข้ามากนักแล้ว พลังโชคลาภยังไหลออกมากกว่าอีกด้วย     บริเวณหน้าบ้านที่ส่งผลให้อยู่แล้วจน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นทางผ่านหรือทางเข้าของโชคลาภเงินทองเลยทีเดียว ดังนั้นจึงควรดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ หากปล่อยให้ประตูบ้านชำรุดหรือบริเวณทางเข้าสกปรกจะทำให้อับโชค โชคลาภไม่เข้าบ้าน นอกจากนี้หากพื้นที่บริเวณทางประตูเข้าบ้านมีลักษณะคับแคบจะทำให้โชคลาภเข้าบ้านได้ไม่สะดวก เนื่องจากพลังแห่งโชคลาภนั้นต้องอาศัยความโล่งโปร่งสบายและบ่อพักสำหรับเก็บพลังงาน จึงจะทำให้พลังแห่งโชคลาภเข้าบ้านได้มากยิ่งขึ้น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ หากลองเปิดประตูบ้านแล้วมองเข้าไปเจอกับบันได หน้าต่างหลังบ้าน […]