คนโบราณว่า นั่งว่างๆ สวดบทสวดสั้นๆ ทั้งกันและแก้สารพัดโรค

สวดบทสวดสั้นๆ ทั้งกันและแก้สารพัดโรค

สวดบทสวดสั้นๆ ทั้งกันและแก้สารพัดโรค

 

คนโบราณว่า นั่งว่างๆ รีบสวดบทสวดสั้นๆ ทั้งกันและแก้สารพัดโรค ครั้งสมัยโบราณแต่กาลก่อน เคยมีโรคระบาดหลายครั้งทั้งเมืองไทยและเมืองนอก แต่สำหรับประเทศไทยเมื่อมีโรคระบาด คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนจะใช้วิธีสวดมนต์เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ บางคนเชื่อว่าอำนาจแห่งมนตราจะบำบัดรักษาโรคร้ายรวมทั้งจะชุบปราณชีวิตให้คนที่เจ็บป่วยหายดีขึ้น จะสวดยาวบางคนอาจสวดไม่ไหว ไม่มีเวลา ฉะนั้นบทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะแนะนำบทสวดสั้น ๆ สำหรับใช้สวดเวลาว่าง

คติความเชื่อคนโบราณว่า การสวดมนต์คือการภาวนาชนิดหนึ่งจิตจะมีสมาธิ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าเมื่อจิตเข้าสมาธิแล้วจะส่งผลให้การงานใดสำเร็จลุล่วงได้ จะสวดตอนไหนได้ทั้งนั้น คนที่สวดมนต์บ่อย ๆ เทวดาจะมารักษา บทสวดสั้น ๆ แต่มีพลังมากคือ “ทะสะ ขะ สะ มัง วิสะตุ” 3 จบ คือบทสวดป้องกันสารพัดพิษ และเชื้อโรคร้ายที่เกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงอย่างพระครูบาบุญชุ่ม จิตจะมีที่เกาะ ผู้สวดจะมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่หวาดกลัว

 

     อย่าลืมว่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ บางคนอาจเจอบ่อยเพราะสุขภาพแย่ ภูมิคุ้มกันไม่ดี และการใช้ชีวิตประมาทติดเชื้อง่าย แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนกลับไม่เคยเจอโรคระบาดเลย เขาอาจมีการป้องกันตัวที่ดี แล้วเคยคิดไหมว่า เขาอาจสวดมนต์บ่อย ๆ และอำนาจแห่งมนตราจะบำบัดรักษาโรคร้ายรวมทั้ง ปราณชีวิตอยู่ในระดับที่ดี

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

ขอบคุณข้อมูล : horoscope.thaiza.com

เรื่องน่าสนใจ

บทสวดบูชาองค์พระพิราพ บรมครูผู้ประทานโชคลาภความสุข ความเจริญ อำนาจบารมี

บทสวดบูชาองค์พระพิราพ บรมครูผู้ประทานโชคลาภความสุข ความเจริญ อำนาจบารมี

บทสวดบูชาองค์พระพิราพ พระพิราพ คือ อวตารปางหนึ่งของ พระอิศวร หรือ ศิวะอวตาร ถือเป็นบรมครูสูงสุดของทั้งฝ่ายนาฏศิลป์และดุริยางค์ศิลป์ โดยเชื่อกันว่า พระองค์นั้นเป็นภาคของ พระอิศวรปางไภรวะ (ปางดุร้าย) เสมือนหนึ่งพระแม่กาลี ซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของ พระอุมา ในคติดั่งเดิมเรียกองค์พระพิราพว่า พระไภรวะ พระไภราวะ หรือ พระไภราพ ซึ่งเป็นคนละองค์กันกับ ยักษ์วิราธ หรือ พระพิราพป่า ในเรื่องรามเกียรติ์ พระองค์ คือ บรมครูยักษ์ เป็นมหาเทพแห่งสงคราม การทำลายล้าง บันดาลได้ทั้งความเป็นและความตาย เป็นมหาเทพปางขจัดความชั่วร้าย และขจัดสิ่งอัปมงคลทั้งหลายให้สิ้นไป โดยในประเทศอินเดียถือว่าพระพิราพ หรือ พระไภรวะ มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับนาฏศิลป์ เพราะท่านเป็นผู้ให้กำเนิดท่ารำที่เรียกว่า วิจิตรตาณฑวะ ซึ่งเป็นท่ารำท่าหนึ่งใน 108 ท่ารำของพระศิวะ ดังนั้นจึงถือว่าท่านเป็น นาฏราช ที่หมู่นาฏศิลป์อินเดียให้ความเคารพยำเกรง เมื่อนาฏดุริยางค์ศิลป์ของไทยนับเอาศาสตร์แขนงนี้มาจากอินเดีย คติการนับถือพระอิศวรนารายณ์ทวยเทพทั้งหลาย รวมไปถึง พระไภรวะ จึงติดตามมา โดยคติการนับถือพระพิราพ กับการแสดงนาฏศิลป์และดุริยางค์ศิลป์ ปรากฏหลักฐานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการบันทึกหลักฐานเป็นที่แน่ชัดในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) บทสวดบูชาองค์พระพิราพ เทพอสูรผู้เป็นบรมครูสูงสุดแห่งนาฏศิลป์ มหาเทพปางขจัดความชั่วร้าย กรมศิลปากรได้มีการชำระประวัติของ พระพิราพ โดยนักวิชาการ และมีการเผยแพร่สร้างความเข้าใจให้แก่บุคคลทั่วไป แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก โดยในปัจจุบันคติการนับถือ พระพิราพ แพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากครูบาอาจารย์ และพระเกจิอาจารย์หลายสำนัก นิยมสร้างวัตถุมงคลที่มีลักษณะของพระพิราพขึ้น โดยส่วนใหญ่มักจะมีบทสวดบูชาดังนี้ อิมัง […]

โบราณสอนหญิง วิธีครองรักครองเรือน อยู่กินกับสามีไปจนตาย

โบราณสอนหญิง วิธีครองรักครองเรือน อยู่กินกับสามีไปจนตาย

โบราณสอนหญิง วิธีครองรักครองเรือน อยู่กินกับสามีไปจนตาย   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ ที่ใช้สอนลูกหลาน มาให้อ่านกัน คุณเคยสังเกตไหมว่าสาว ๆ สมัยใหม่หลายคนแต่งงานอยู่กินกันไม่นานต้องมีเหตุเลิกรากันไป ฝ่ายชายเองใช่ย่อย แต่ขณะที่ฝ่ายหญิงอาจบกพร่องอะไรบางอย่างจนต้องเลิกรากับสามี คนโบราณมีวิธีสอนลูกหลานสาวโดยวิธีที่เชื่อว่าจะลูกหลานสาวตนจะครองรักกับสามีไปจนแก่เฒ่า   รักและบูชาไฟ คติความเชื่อคนโบราณว่าไฟที่หญิงสาวจะต้องเจอคือการออกเรือนไปอยู่กับสามีนอกจากสามีแล้วคือพ่อแม่ฝ่ายสามี ที่บางครั้งต้องมีการกระทบกระทั่งกันกับสะใภ้บ้าง คนเฒ่าคนแก่จะสอนให้รักสามี เอาใจพ่อแม่สามี อย่าโกรธเปรียบกับการเคารพบูชาไฟ ไฟในอย่านำออกไฟนอกอย่านำเข้า สมัยก่อนการติฉินนินทาจากคนนอกบ้าน และการทะเลาะเบาะแว้ง เรื่องไม่ดีในบ้านมีอยู่เช่นเดียวกัน ลูกหลานสาวไม่ควรนำเรื่องที่ไม่ดีในบ้านสามีออกไปนินทาให้คนนอกฟังและอย่านำเรื่องที่คนนอกยุแหย่เรื่องคนในบ้านมาใส่ใจ คนโบราณว่าจะครองเรือนอยู่กับบ้านสามีได้นาน ควรให้และไม่ควรให้ เรื่องการหยิบยืมอะไรต่าง ๆ รวมทั้งเงินทอง เชื่อไหมว่าคนสมัยก่อนมีไม่แพ้คนสมัยใหม่ เพราะคนไทยขี้สงสาร แต่อย่าลืมว่าการยืมแล้วไม่ได้คืนครั้งต่อไปไม่ควรให้โดยเฉพาะเรื่องเงินทองจะส่งผลเรื่องความบาดหมางใจกันระหว่างครอบครัว แต่การให้ทาน การให้ลูกจ้าง ข้าทาสจะส่งผลเรื่องบารมีควรให้ คนโบราณจะเตือนลูกหลานสาวว่าก่อนแต่งงานควรตระหนักเรื่องการให้ กินนอนอย่างมีสุข คนโบราณจะสอนลูกหลานสาวเรื่องสำคัญคือการนอนหญิงสาวควรให้สามีนอนก่อน การกินควรทำครัวให้พ่อแม่สามีและสามีกินก่อน แล้วตนค่อยกิน คือคติความเชื่อคนจีนและไทยโบราณจะสอนลูกหลานสาวเวลาออกเรือนไป สงสัยไหมว่าทำไมคนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนอยู่กินกันนานกว่าคนรุ่นใหม่ เพราะฝ่ายหญิงมีวิธีครองเรือนและฝ่ายชายรักให้เกียรติฝ่ายหญิง         ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว […]

คำสมาทานศีล 5 พร้อมคำแปล บทสวดมนต์พร้อมคำแปล สมาธานศีล 5

คำสมาทานศีล 5 พร้อมคำแปล บทสวดมนต์พร้อมคำแปล สมาธานศีล 5

คำสมาทานศีล 5 พร้อมคำแปล   ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และใช้ผู้อื่นฆ่า อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากการพูดไม่จริง สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจาการดื่มสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท และสุจริต ๑๐ ประการ (มงคลอันประเสริฐของการประพฤติธรรม) ประกอบด้วย กายสุจริต ๓ / วจีสุจริต ๔ / มโนสุจริต ๔ นี้รวมเรียกว่า “กรรมบท ๑๐” คือ กายสุจริต ๓ 1.ไม่ฆ่าสัตว์ 2.ไม่ลักทรัพย์ […]

ว่าด้วยเรื่องหมอดู ทำไมต้องเรียกเงินค่าครูที่ลงท้ายด้วยเลข 9

ว่าด้วยเรื่องหมอดู ทำไมต้องเรียกเงินค่าครูที่ลงท้ายด้วยเลข 9

ทำไมต้องเรียกเงินค่าครูที่ลงท้ายด้วยเลข 9   สงสัยไหมว่าตอนที่คุณไปดูหมอดู เพื่อทำนายอนาคต แก้ปัญหาธุรกิจและชีวิตที่ประสบอยู่ แล้วโดนเรียกเงินจำนวนหนึ่ง บางครั้งมาก บางครั้งน้อย เงินที่ว่านี้หมอดูหรือโหรทำไมต้องเรียกค่าดูลงท้ายด้วยเลขเก้า เช่น 499 บาท 899 บาท เคยตั้งข้อสังเกตหรือเปล่าแล้วเงินที่จ่ายไปเอาไปทำอะไรตอนไหน อย่างไรกันบทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบายเรื่องที่คุณรู้แล้วต้องอึ้ง ไม่ว่าจะโหรที่เชี่ยวชาญการทำนายดูดวงบ้านเมือง หมอดูที่ดูดวงบุคคลอนาคต แก้ปัญหาชีวิต หาฤกษ์ยามให้ผู้มารับบริการจะเรียกเงินค่าคายของ หรือค่ายกครูจากผู้มารับบริการทุกครั้ง คือธรรมเนียม เงินที่ว่าโหรผู้เชี่ยวชาญวิชาความรู้และหมอดูเอาไปทำอะไรบ้างและทำไมต้องลงท้ายด้วยเลข 9 เสมอ      เซ่นไหว้ครู เงินส่วนที่หนึ่งหมอดูจะนำไปซื้อเครื่องเซ่นไหว้ครูรุ่นก่อนที่สอนวิชาให้ เพราะคนโบราณจะยกย่องครูที่สอนวิชาความรู้คือบุคคลที่อยู่เหนือหัวรองมาจากพ่อแม่ ฉะนั้นการไหว้วิญญาณครูรุ่นก่อนเชื่อว่าคือการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูรุ่นก่อน ในวงการโหร และหมอดูเชื่อว่าจะทำให้วิชาตนเองแกร่งกล้ามาก เรียนง่ายเข้าใจเร็ว ดั่งมีครูต้นตำรับมาสอนเอง  บริจาคทำบุญ ส่วนสองสำหรับหมอดูจะนำไปบริจาคทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรของผู้มารับบริการเพราะการที่หมอดูแนะนำวิธีหลีกเลี่ยง เคราะห์กรรม สิ่งเลวร้ายที่จะเกิด จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตาม จองเวรคนมารับบริการไม่ทัน จะหันมาจองเวรหมอดูแทน บังเอิญความเชื่อตรงกันกับความเชื่อหมอดูจีนโบราณ ว่าการดูดวงจะเผยสติสวรรค์ให้ผู้มารับบริการทราบก่อน จะทำให้หมอดูอายุสั้นต้องหาเครื่องสังเวยฟ้าดิน เลี้ยงชีพ ส่วนสุดท้ายคือเงินเลี้ยงชีพโหรและหมอดูเองเพราะอาชีพนี้ไม่มีรายได้เลี้ยงชีพแน่นอน บางครั้งต้องอด บางครั้งขัดสนปัจจัยดำรงชีพ ลองสังเกตหมอดูและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญความรู้ศาสตร์ใดที่เก่ง ๆ นำเงินสองส่วนแรกไปปฏิบัติเรื่อย ๆจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ให้ประกอบอาชีพต่อไป เคยตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าส่วนใหญ่ผู้ประกอบอาชีพดังกล่าว […]