อาถรรพ์วันโกน ความเชื่อคืนก่อน "วันพระ" ทำบุญเสริมดวง โชคร้าย กลายเป็นดี -


อาถรรพ์วันโกน ความเชื่อคืนก่อน “วันพระ” ทำบุญเสริมดวง โชคร้าย กลายเป็นดี

อาถรรพ์วันโกน ความเชื่อคืนก่อน "วันพระ" ทำบุญเสริมดวง เปลี่ยนโชคร้าย กลายเป็นดี

อาถรรพ์วันโกน ความเชื่อคืนก่อน “วันพระ” ทำบุญเสริมดวง

โชคร้าย กลายเป็นดี

ตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยว่าวันพระนั้น ถือเป็นพิเศษในทางพระพุทธศาสนา  เรียกวันพระ อีกชื่อหนึ่งว่า  “วันธรรมสวนะ”  หรือ วันอุโบสถ  เป็นวันแห่งการถือศีล ฟังธรรม ประกอบคุณงามความดีในคติพุทธ โดยในเดือนหนึ่งจะมีวันพระอยู่ทั้งหมด ๔ วันได้แก่ วันขึ้น ๘ ค่ำ ขึ้น ๑๕ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ แรม ๑๕ ค่ำ หรือแรม ๑๔ ค่ำในเดือนขาด

สมัยก่อนหากถึงวันพระ พุทธศาสนิกชนก็มักจะเดินทางไปที่วัด เพื่อฟังพระธรรมเทศนา สืบเนืองมาจนในปัจจุบัน ก็ยังคงให้ความสำคัญกับวันพระ หลายคนถือเอาวันพระเป็นวันของการถือศีล เป็นวันทำบุญใส่บาตร และอื่นๆอีกมาก วันพระจึงเป็นวันสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ และมีความเชื่อเกี่ยวกับอาถรรพ์ของวันพระที่มักจะเกิดเหตุ 2 ประการ คือ

วันปล่อยผี บางท้องถิ่นจะมีความเชื่อว่า วันพระเป็นวันปล่อยผี หรือปลดปล่อยดวงวิญญาณ อีกทั้งเชื่อว่า ในวันพระ ในวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำ ยมโลกจะงดการทรมานสัตว์ที่ได้รับโทษทัณฑ์หนึ่งวันและเปิดโอกาสให้สัตว์นรกเหล่านั้นสามารถรับบุญจากมนุษย์ได้ จึงทำให้เชื่อว่าในวันพระใหญ่จะมีวิญญาณออกมามากมายกว่าปกติ เพื่อมาขอส่วนบุญกับมนุษย์ จึงเป็นที่เล่าขานกันในสมัยโบราณว่ามักจะมีเปรตออกมากรีดร้อง มาขอส่วนบุญในวันพระ ขณะที่ในบางความเชื่อก็ว่า ในยมโลกจะหยุดทรมานสัตว์นรกเท่านั้นแต่ไม่ได้ปล่อยให้ออกมา ส่วนในมหานรก หรือนรกขุมใหญ่ สัตว์นรกก็ยังคงรับกรรมของตนตามปกติ

อย่างไรก็ดี ความเชื่อนี้ เป็นสิ่งที่คนสมัยก่อนบอกเล่าสืบมา เพื่อให้ลูกหลานได้ทำบุญถือศีลในวันพระ แล้วอุทิศบุญให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือวิญญาณทั้งหลายที่ไม่ใช่ญาติก็ตาม ซึ่งการอุทิศบุญให้วิญญาณ ก็เป็นการทำบุญอีกประการหนึ่งเช่นกัน

วันปล่อยของ โดยความเชื่อแล้วการปล่อยของของผู้ที่เล่นวิชาทางไสยศาสตร์ จะมีทั้งปล่อยของในวันอังคาร วันเสาร์ หรือไม่ก็วันโกน วันพระ เพื่อไม่ให้ของนั้นเข้าตัว เพราะหากไม่ปล่อยของ ก็จะเกิดความเดือดร้อนแก่ตนเอง ทำให้ตนเองต้องมีอันเป็นไปต่างๆนานา จึงต้องปล่อยของออกไป โดยไม่จำเพาะเจาะจงว่าจะต้องทำใส่ใคร คือปล่อยออกไปแล้ว ก็สุดแท้แต่เวรกรรมของผู้ใดที่จะโดนของนั้นๆ  เรียกว่า ลมเพลมพัดนั่นเอง  ซึ่งคนที่จะถูกลมเพลมพัด โดนของที่ถูกปล่อยมาได้ จะต้องมีวาระกรรมที่มาถึงตัวแล้วเท่านั้น จะหลบอย่างไรก็หลบไม่พ้น และต้องหาทางแก้หรือการถอนของกันต่อไป

แต่หากผู้ใดยังไม่มีวาระกรรมที่จะมาถึงก็จะไม่ถูกลมเพลมพัด ขณะเดียวกันก็มีวิธีป้องกันตามที่คนโบราณบอกไว้ เช่น หากวันพระวันโกน มีเสียงดังอะไรเกิดขึ้น ก็อย่าไปทัก เพราะอาจจะเป็นของที่ถูกปล่อยออกมา หากไปทักเข้าของนั้นก็อาจจะเข้าตัวได้

ดังนั้นเพื่อป้องกันสิ่งไม่ดีและอาถรรพ์ต่างๆ คนสมัยก่อนจะให้ความสำคัญกับวันพระ คือ ในวันพระจะงดกิจทั้งปวง ทั้งการทำงาน การเดินทางไกลต่างๆ เข้าวัดฟังธรรมอย่างเดียวเท่านั้น  ความเชื่อในเรื่องนี้ที่ได้ยินได้ฟังสืบต่อกันมา ก็เพื่อจูงใจให้คนเข้าวัด ถือศีล ทำความดี  ละเว้นความชั่ว เป็นการสร้างบุญให้เกิดแก่ตนเอง โดยไม่ต้องหวังพึ่งเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ นั้นเอง

ขอขอบคุณที่มาและรูปภาพจาก : www.tnews.co.th

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่พราย ได้นำมาเล่าให้ทุกคนฟังในวันนี้

ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่านด้วยนะคะ

สามารถติดตามบทความเรื่องลี้ลับ ข่าวสารเลขเด็ดออนไลน์ได้เพิ่มเต็มทางเว็บไซต์  เลขเด็ดออนไลน์  *

อัพเดทข่าวหวย ดวงรายวัน เลขเด็ดวันนี้ เลขมงคล ทำนายฝัน คลิกติดตามได้ที่นี่

เรื่องน่าสนใจ

ตำนานวัดป่าคำชะโนด กับความศรัทธาที่ไม่สิ้นสุด !!

ตำนานวัดป่าคำชะโนด  “เมืองพญานาค” กับความศรัทธาที่ไม่สิ้นสุด !!  มีเรื่องเล่ามากมายมานานแสนนาน ของคนแก่คนเฒ่า สืบทอดมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน กำตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครๆก็ต่างพากันพูดถึงเรียกได้ว่าของแบบนี้เชื่อไม่เชื่ออย่าได้ลบหลู่เป็นเด็ดขาด “หนองกระแส” หรือ “หนองแส” ในอดีต ดินแดนที่ตั้งอยู่เหนือขึ้นไปในเขตประเทศลาว เล่าลือสืบต่อๆกันมานมนานแล้วว่าที่นั่นคือดินแดน “เมืองพญานาค” ว่ากันว่า…ดินแดนส่วนหนึ่งมี “เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ” ปกครองอยู่ ส่วนที่เหลือก็ตกอยู่ในอำนาจครอบครองของ “เจ้าพ่อสุวรรณนาค” ดินแดนทั้งสองขั้วอำนาจอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีอาหารก็แบ่งกัน มีทุกข์ร้อนก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปตามประสา แต่มีข้อตกลงสำคัญกันว่า “ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดออกไปล่าเนื้อหาอาหาร อีกฝ่ายจะต้องไม่ออกไปเพราะอาจเกิดทะเลาะเบาะแว้งกันได้” หาอาหารมาได้ก็แบ่ง 2 ส่วน เอามาแบ่งกัน ตำนานวัดป่าคำชะโนด กับความศรัทธาที่ไม่สิ้นสุด !! อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดปัญหา เมื่อมีข้อขัดข้องหมองใจเรื่องการแบ่งสรรปันอาหาร กระทั่งแคลงใจกัน คิดว่าอีกฝ่ายเล่นไม่ซื่อ มีนอกมีใน ไม่ปฏิบัติตามสัญญา แม้ว่าอีกฝ่ายจะชี้แจงแถลงไขแต่ก็ไม่ยอมเชื่อ จนเกิดแตกหัก ทะเลาะกัน ถึงขั้นประกาศสงครามกันในที่สุด การต่อสู้เอาเป็นเอาตายหวังชนะก็เกิดขึ้น ทำให้พื้นที่เสียหายมหาศาลถึงขั้นที่ว่า…พื้นโลกสะเทือน เกิดแผ่นดินไหว เทวดาน้อยใหญ่ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนไปทั้ง 3 ภพ ความล่วงรู้ไปถึงหู “พระอินทร์” จึงลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตรัสโองการให้นาคทั้งสองฝ่ายหยุดรบ […]

คืนปล่อยผี เปิดตำนาน “วันสารทจีน” นรกปล่อบผีมารับส่วนบุญ !!

คืนปล่อยผี เปิดตำนาน “วันสารทจีน” นรกปล่อบผีมารับส่วนบุญ “วันสารทจีน” ถือเป็นวันสำคัญของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนอีกวันหนึ่ง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 5 ก.ย.60 ลูกหลานจะได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษด้วยการสรรหาของมงคลต่างๆ มาเซ่นไหว้ และยังถือเป็นเดือนที่น่ากลัวที่สุด เพราะเป็นเดือนที่ “ประตูนรกเปิด” ให้วิญญาณทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้ จึงทำให้ “เทศกาลสารทจีน” มีสีสันการจับจ่ายใช้สอยของเซ่นไหว้กันอย่างคับคั่ง ตามธรรมเนียมของไหว้จะประกอบไปด้วยชุดอาหาร 3 ชุด ดังนี้ 1. อาหารสำหรับไหว้เจ้าที่ ชาวจีนจะทำการไหว้ตอนเช้า ซึ่งมีทั้งอาหารคาวหวานที่นิยมไหว้ คือ ขนมถ้วยฟู กุยช่าย ขนมเทียน ขนมเข่ง ต้องมีจุดสีแดงแต้มไว้ตรงกลาง เนื่องจากชาวจีนเชื่อกันว่าสีแดง คือสีแห่งความเป็นศิริมงคล นอกจากนั้นควรจะมี น้ำชา ผลไม้ เหล้าจีน หรือกระดาษเงิน กระดาษทอง 2. อาหารสำหรับไหว้บรรพบุรุษ อาหารนี้ก็แทบจะไม่ต่างกับอาหารที่ไหว้เจ้าที่ แต่อาจเพิ่มรายการที่บรรพบุรุษชอบ เช่น เป็ด ไก่ หมู ขนมถ้วยฟู ขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้ น้ำชา แก่บรรพบุรุษ รวมไปถึงกระดาษเงิน […]

ทําบุญยังไงให้ได้บุญ ได้รับอานิสงส์ ครบ 9 ประการ

ทําบุญยังไงให้ได้บุญ ได้รับอานิสงส์ ครบ 9 ประการ หากจะกล่าวถึง “การทำบุญ” ย่อมเป็นเรื่องที่ดี ทำแล้วไม่มีคำว่าผลเสียอย่างแน่นอน แต่กลับสร้างแต่ความสบายใจและ ทำให้เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ แต่หลายท่านก็คงจะมีความสงสัยไม่น้อย ว่าแล้วเราจะได้บุญจริงหรือ? แล้วเราจะต้องทำบุญแบบไหน กับอะไร เราถึงจะได้รับ ผลบุญและอานิสงส์ครบ 9ประการ ในวันนี้เรามีคำแนะนำในการทำบุญ 10 ประการแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้มาฝากกันค่ะ ให้อภัย ทำด้วยใจ หากมีสิ่งใดตกค้างขัดขวางอยู่บ้าง ก็สลัดออกไป ให้ด้วยความตั้งใจ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ทำใจให้ว่าง จิตใจต้องไม่เป็นทุกข์ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน คือวิธีการลดตัวตนชนิดหนึ่ง ไม่ยืดติดว่าเราเป็นใคร เต็มใจช่วยเหลือผู้อื่น มีความปรารถนาดีให้แก่ผู้อื่นเสมอ การตั้งใจฟังธรรมจากพระสงฆ์ที่แสดงธรรม ล้วนเป็นการทำบุญ การมอบความดีให้แก่กันและกันตั้งใจเผื่อแผ่ความดีนั้นไปให้แก่ผู้อื่น ยินดีกับผู้อื่นเป็นการสร้างกำลังใจให้แก่สังคม สลายความอิจฉาจากใจ ไม่ตกนรก นั่งนอนเป็นสุข ใช้สติพิจารณา กิจกรรมที่ผ่านมาในชีวิตแล้ว ทบทวนว่า สิ่งใดดีควรจะเพิ่มเติม มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ […]

ตำนานนางตะเคียน ความเฮี้ยน ความศรัทธา หรือแค่งมงาย

ตำนานนางตะเคียน ความเฮี้ยน ความศรัทธา หรือแค่งมงาย คนไทยมีความเชื่อกันมาตั้งแต่โบราณกาลแล้วว่า ต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาวนานปี มักจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่ทุกต้นรุกขเทวดาที่ประจำอยู่ตามต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ บางองค์มีฤทธิ์อำนาจสูง สามารถบันดาลความสุขความสำเร็จมาสู่ผู้คนที่กราบไหว้บูชาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถนำความหายนะต่างๆมาสู่ผู้คนที่โค่นล้มทำลายจนถึง ตายได้เช่นกัน ดังเช่นเหตุการณ์อาถรรพณ์ในหลายครั้งที่เราท่านเคยได้ยินได้ฟังมา ด้วยเหตุนี้เราจึงเชื่อกันตลอดมาว่า ความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพณ์แห่งต้นไม้ใหญ่นั้นนับว่ามีอยู่มากมาย โดยเฉพาะ ต้นตะเคียน ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งชั้นดี มีขนาดลำต้นเสมอกันตรงตลอดจรดปลาย ซึ่งจัดว่าเป็นไม้หายากมีไม่มากนักในป่า ไม้ตะเคียนนั้น ถือว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีรุกขเทวดาสถิตอยู่ ซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้หญิง แต่ภาษาชาวบ้านเรียกขานกันว่า “นางตะเคียนทอง” ด้วยสรรพคุณพิเศษของต้นตะเคียนดังกล่าวนี้เอง ในสมัยก่อนต้นตะเคียนจึงกลายเป็นไม้มงคล และในขณะเดียวกันก็มีความอาถรรพณ์แรงกล้า ดังปรากฎเป็นตำนานจากบันทึกในประวัติศาสตร์ยืนยันแน่ชัดว่ามีอยู่จริงๆหลาย เรื่อง เช่น เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรือพระที่นั่งซึ่งใช้ไม้ตะเคียนขุดขึ้นมาทั้งลำและเก็บไว้ในคูน้ำที่แยกออก มาจากคลองรอบพระนคร ตั้งแต่เมื่อมีการนำเรือพระที่นั่งลำดังกล่าวเข้าไปจอดเก็บอยู่นั้น ก็มักมีคนได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาบ่อยครั้ง จนกระทั่งต่อมามีผู้คนเรียกขานชื่อคูน้ำแห่งนี้ว่า คูไม้ร้อง จนต้องยอมรับว่าอาถรรพณ์วิญญาณ นางตะเคียน ซึ่งสถิตอยุ่ในไม้ที่นำมาชุดเป็นเรือพระที่นั่งนั้นเฮี้ยนเอาเรื่องมากที เดียว ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้ผู้คนที่ได้รับฟังแล้วขนหัวลุกชันขึ้นมาทันตาเห็น ก็เป็นตำนานของ “เสาร้องไห้” ที่จังหวัดสระบุรี หรือที่เรียกกันติดปากจนกลายเป็นชื่ออำเภอ “เสาไห้” นั่นเอง ตามตำนานกล่าวว่า ครั้งหนึ่งได้มีเสาตะเคียนทองต้นหนึ่งจมอยู่ในแม่น้ำมานาน พออยู่มาก็เกิดแสดงอิทธิฤทธิ์ร้องไห้โหยหวน มาของเสาตะเคียนดังกล่าวนี้ มีมาตั้งแต่สมัยที่ทางราชการมีโองการให้ค้นหาไม้ตะเคียนมาเพื่อทำเสาชิงช้า ที่บริเวณวงเวียนเสาชิงช้า […]