5 วิธีเช็ค ชีวิตทำงานยังสดใสหรือทำไปวันๆ ไฟในการทำงานยังมีไหม !!

5 วิธีเช็ค ชีวิตทำงานยังสดใสหรือทำไปวันๆ

5 วิธีเช็ค ชีวิตทำงานยังสดใสหรือทำไปวันๆ

 

ทำงานมาก็หลายปีดีดักแต่ก็ยังรู้สึกไปไม่ถึงไหน โอกาสหน้าฟ้าใหม่มาถึงก็ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งกับเขาสักที แล้วถ้าคุณไม่อยากย่ำอยู่กับที่ ก็ให้หมั่นสำรวจตัวเองดูค่ะ แน่นอนว่าการสำรวจความผิดพลาดที่เกิดขึ้นของตัวเอง ย่อมเป็นสิ่งแรกที่พึงกระทำก่อนจะไปตีโพยตีพายถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือบริษัทที่จ้างงาน ถ้าอย่างนั้นลองตาม UndubZapp ไปเช็กตัวเองด้วย 5 ข้อนี้ดู เพราะถ้าใช่! จะปรับแก้ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ

 

5 วิธีเช็ค ชีวิตทำงานยังสดใสหรือทำไปวันๆ

 

1. ขาดเป้าหมาย หรือแรงจูงใจในการทำงาน

เมื่อก่อนไฟแรงเฟร่อ! เดี๋ยวนี้ไฟมอดจุดติดก็ยาก! ลองสังเกตตัวเองดูดีๆ เพราะคุณน่าจะเข้าใจตัวเองดีที่สุดแล้ว ว่าทุกวันนี้คุณขาดซึ่งเป้าหมายในการทำงาน มาทำงานเพียงให้ผ่านพ้นไปวันๆ เพื่อแลกกับเงินเดือนแค่นั้นหรือเปล่าล่ะ แล้วแบบนี้หัวหน้าที่ไหนจะเล็งเห็นความสำคัญและพิจารณาเลื่อนขั้นให้คุณ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงให้ลองตั้งเป้าหมายดูนะ เช่น อีก 3 เดือน จะฝึกฝนรื่องที่ยังไม่เก่งพอ เพื่อนำมาพัฒนางานของตัวเอง เพื่อทีม? เพื่อบริษัท? และเพื่อตำแหน่งใหม่ๆ

 

2. คุณไม่เคยแชร์ไอเดียเจ๋งๆ บ้างเลย

ไม่ว่าคุณจะเก่งหรือขยันมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าทั้งชีวิตที่อยู่ในออฟฟิศคุณยังไม่เคยเสนอไอเดียเจ๋งๆ ออกมา ก็เห็นทีว่าคุณจะไม่น่าสนใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากในวงการการทำงานบริษัทต้องการพนักงานที่กล้าจะแสดงความคิดเห็นหรือร่วมแชร์ไอเดียดีๆ ที่จะสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดให้กับทีมและบริษัทได้บ้าง อย่าคิดว่ามันไม่ใช่หน้าที่ เพราะถ้ามัวแต่นั่งเงียบๆ ในห้องประชุม ตัวตนแบบนี้ก็ยิ่งขาดความโดดเด่นเข้าไปอีก  เหมือนถูกกลืนหายไป ใครๆ ก็พูดข้ามหัวคุณไปมา แบบนี้บริษัทไม่มีคุณก็ยังดำเนินต่อไปได้นะ

 

3. ทำงานพลาดบ่อยๆ

สำรวจตัวเองดูว่าคุณเป็นแบบที่ว่าหรือเปล่า และเมื่อคุณทำงานผิดพลาดบ่อยเข้า หัวหน้าจะเพ่งเล็งคุณเป็นพิเศษ และหากความผิดพลาดเริ่มวนซ้ำๆ ติดกัน จนมีเรื่องให้ถูกตำหนิได้ตลอด ผลงานป่วยบ่อยๆ แบบนี้ ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ฉุดรั้งไม่ให้คุณก้าวขึ้นตำแหน่งใหม่ได้สักที

 

4. พึ่งพาแต่ทีม มากกว่าพยายามด้วยตัวเอง

ระบบการทำงานนั้นมีการประเมินงานทุกๆ ที่อยู่แล้วค่ะ แต่การที่คุณมักให้เพื่อนร่วมงานช่วยทำงานในความรับผิดชอบของตัวเอง ก็ดูจะไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่นัก แรกๆ ที่ให้ช่วยสอนงานให้ก็พอเข้าใจได้อยู่นะคะ เพราะอาจจะมีบางอย่างที่คุณไม่รู้หรือไม่เข้าใจมาใหม่ก็ถือเป็นธรรมดาแหละ แต่ถ้าบ่อยจนติดเป็นนิสัยมันแปลว่าคุณยังบกพร่องในเรื่องดังกล่าวอยู่มาก ส่งผลต่อภาพลักษณ์แน่นอน เป็นเหตุให้หัวหน้าเห็นว่าคุณไม่มีศักยภาพเพียงพอในเรื่องไหนบ้าง แบบนี้โอกาสน้อยมากถ้าหวังเลื่อนขั้น บางทีอาจติดลบไปเลยก็ได้

 

5. ไม่มีการพัฒนาเลย

ลองสังเกตตัวเองดูดีๆ ก่อนนะ ว่าคุณเป็นประเภทที่น้ำเต็มแก้วหรือเปล่า ถ้าใช่คนประเภทนี้ต่อให้ใครมาเตือนเพราะหวังดีเขาก็ไม่รับ หรือคุณปิดโอกาสการเรียนรู้เพราะคิดว่าตัวเองเก่งหรือดีอยู่แล้วหรือเปล่า ยิ่งไม่มีการพัฒนาเกิดขึ้น ทำให้คุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ยังคงผลงานและมาตรฐานเท่าเดิม และก็คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงยังย่ำอยู่ตำแหน่งเดิม

 

5 วิธีเช็ค ชีวิตทำงานยังสดใสหรือทำไปวันๆ

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

ภาพ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ "ผงชูรส" ที่คนมักเข้าใจผิด มาดูกันว่า ผงชูรสทํามาจากอะไร ?

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ผงชูรส” ที่คนมักเข้าใจผิด มาดูกันว่า ผงชูรสทํามาจากอะไร ?

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ผงชูรส” ที่คนมักเข้าใจผิด   รายการพลพรรคนักปรุง รายการทางทีวีช่องหนึ่ง บอกว่า “ผงชูรสอันตรายเพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติจนเข้มข้น” ในโภชนาการด้านวิทยาศาสตร์ ผงชูรส เป็นสารปรุงแต่งที่ใช้มันสำปะหลังไปเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย     รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝากบอกถึง คุณพล ตัณฑเสถียรว่า คลิปรายการดังกล่าวไม่ถูกนะ ที่ไปบอกว่า จริงๆ ผงชูรสไม่ได้สกัดจากมันสำปะหลังหรือวัตถุดิบธรรมชาติอะไรครับ วัตถุดิบธรรมชาติเหล่านั้นเอาไปเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย ให้ผลิตสารตั้งต้นสำหรับทำผงชูรสต่างหาก ในคลิปรายการของคุณพลนี้ มีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ (ซึ่งไม่ระบุชื่อและสังกัด ว่าเป็นใคร ทำงานที่ไหน) มาบอกว่า ผงชูรสเป็นสารที่สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น มันสำปะหลัง ทำให้มันเข้มข้นสูง เมื่อคนกินเข้าไป จึงเป็นอันตราย คล้ายกับเกิดภาวะ overdose ของยา… โดยยกตัวอย่างเรื่อง สารเบต้าแคโรทีน ที่สกัดจากแครอทมาเป็นเม็ดอาหารเสริม ซึ่งถ้ากินมากไปก็จะ overdose     แต่กระบวนการผลิตผงชูรสไม่ใช่แบบนั้น จริงๆ แล้วผงชูรสผลิตโดยการหมักเชื้อจุลินทรีย์ ให้เชื้อผลิตกรดอะมิโนกลูตามิคออกมา โดยเชื้อจุลินทรีย์จะถูกเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อ ซึ่งประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการผลิตสาร … […]

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่

ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราว เกี่ยวกับ “ความเชื่อคนโบราณ กว่าจะเป็นคำว่า แม่” มาฝากกัน.. แม่ คนโบราณให้ความสำคัญกับคนเป็นแม่มาก เพราะเรียกสายน้ำว่าแม่น้ำ เรียกตำแหน่งจอมทัพว่าแม่ทัพ ความจริง คำว่า “แม่”คนโบราณบัญญัติขึ้น ใช้เรียกหญิงที่คลอดบุตรแล้วลูกอยู่รอดเป็นทารก แต่หญิงบางรายเจ็บปวดแสนสาหัสปางตายก่อนที่จะได้รับเกียรติเป็นแม่คน   เนื่องจากสมัยโบราณการคลอดบุตรยากและต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ยุ่งยากกว่าปัจจุบันมาก และมีเรื่องเล่าว่าหญิงบางรายเสียชีวิตขณะคลอดบุตรก็มี ที่ว่ากระบวนการคลอดบุตรยุ่งยากเป็นอย่างไร แต่ละที่อาจต่างกันออกไป เมื่อหญิงใดมีท้องครบกำหนดคลอด แล้วเกิดเหตุปวดท้องสามีหรือคนใกล้ชิดจะไปตามหมอตำแย มาทำคลอด เมื่อหมอตำแยมาตรวจอาการแล้วพบว่าหญิงนั้นจะคลอดแน่นอน จะสั่งให้สามีไปต้มน้ำร้อนเตรียมล้างตัวเด็ก หมอตำแยจะจุดธูปขอขมาเจ้าที่เพราะการคลอดบุตรจะก่อมลทินแก่ที่นั้น และคนโบราณเชื่อว่าเจ้าที่จะปัดเป่าภัยต่าง ๆให้ จากนั้นหมอตำแยจะหาทิศทางที่เหมาะสม ให้หญิงสาวกำลังจะคลอดหันหัว โดยทิศที่เหมาะคือทิศเหนือ คนโบราณบางที่จะดูทิศไก่ไข่ กล่าวคือไก่ไข่ หันหัวไปทางทิศใดก็ให้หันไปตามทิศที่ไก่ไข่หันหัวไปเพราะเป็นความเชื่อจากคนโบราณว่าจะคลอดง่าย หมอตำแยจะโยงผ้าให้หญิงจับ และเป่าเวทมนต์จนกว่าจะคลอดขั้นนี้หญิงจะเจ็บปวดมากโดยเฉพาะท้องแรก   เมื่อเด็กตกฟากลงบนพื้นหมอตำแยจะนำผ้ามาห่อทันที สั่งให้พ่อเด็กจำเวลาตกฝาก ไว้ตรวจดวงชะตาและหมอตำแยจับเครื่องเพศ ไม่ว่าเด็กทารกเป็นชายหรือหญิงก็ตาม คนโบราณเชื่อว่าจะทำให้เครื่องเพศงดงาม หมอตำแยจะฟังเสียงเด็กร้อง หากไม่ร้องจะเอามือควักเมือกออกจากปาก เมื่อเด็กร้องหมอตำแยจะตัดสาย สะดือ และอาบน้ำให้เด็ก หญิงสาวที่กลายเป็นแม่เด็กจะอยู่ไฟ […]

ผลไม้ที่ห้ามนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะอาจทำให้ชีวิตพังไม่รู้ตัว !

ผลไม้ที่ห้ามนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะอาจทำให้ชีวิตพังไม่รู้ตัว !

ผลไม้ที่ห้ามนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผลไม้ที่ห้ามนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะอาจทำให้ชีวิตพังไม่รู้ตัว สำหรับใครที่ชอบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายอยู่บ่อยๆ ห้ามพลาดเลยนะ! วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีข้อห้ามเกี่ยวกับ “ผลไม้ที่นำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์” มาฝาก โดยคนโบราณเชื่อกันว่า หากใครนำผลไม้ที่เป็นอัปมงคล มาไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะส่งผลให้ชีวิตของคนนั้น มีแต่สิ่งร้ายๆ ติดๆขัดๆ พบเจอแต่อุปสรรค ซึ่งได้แก่ ผลไม้ดังต่อไปนี้ !   ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาไหว้ ได้แก่…. ละมุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักไม่โดดเด่น ปิดๆ ซ่อนๆ มังคุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไปไม่ถึงที่สุด มันกุด ๆ ด้วน ๆ ไม่โดดเด่น พุทรา เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วดีในช่วงแรกๆ ช่วงหลังๆ ซาซา มะเฟือง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักฝืดเคือง ไม่อะไรก็อะไร สักอย่าง มะไฟ เชื่อกันว่าทำอะไรแล้วมักต้อง เร่งๆ รีบๆ เหมือนไฟลน ไม่ได้คุณภาพ   น้อยหน่า เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว […]

โบราณว่า ห้ามนอนขวางประตู อาจส่งผลต่อสุขภาพ เจ็บป่วยบ่อย

โบราณว่า ห้ามนอนขวางประตู อาจส่งผลต่อสุขภาพ เจ็บป่วยบ่อย

โบราณว่า ห้ามนอนขวางประตู อาจส่งผลต่อสุขภาพ เจ็บป่วยบ่อย   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ ที่ใช้สอนลูกหลาน มาให้อ่านกัน คนสมัยก่อนจะสอนลูกหลานว่าเวลานอนอย่านอนขวางประตู ให้ระวังเรื่องการนอน ควรเลือกที่นอน เพราะอะไร แล้วนอนท่าไหนไม่ดี ท่าไหนดี ไปดูกันเลย   คติความเชื่อคนโบราณตระหนักเรื่องการนอน เพราะชีวิตคนจะนอนเกินกว่าค่อนชีวิต บางคนนอนมาก ทั้งกลางวัน กลางคืน และการแอบนอนในที่ทำงาน ทราบไหมว่ามีความเชื่อมากมายโดยเฉพาะการนอน แบบที่หันเท้าชี้ไปทางประตู ความเชื่อคนสมัยก่อนว่าประตูห้องนอนคือทางผ่านวิญญาณ ไม่ควรหันเท้าชี้ไปเพราะจะทำให้วิญญาณออกจากร่าง และปกติแล้วคนโบราณจะจัดท่าการนอนคนตายโดยหันเท้าไปทางประตู เพราะเหตุนี้คนโบราณเชื่อว่าการนอนขวางประตูวิญญาณจะออกจากร่าง ฉะนั้นผู้ใดที่นอนหันเท้าชี้ไปทางประตูคือการนอนขวางประตูควรหลีกเลี่ยง ความเชื่อคนโบราณเชื่อว่าวิญญาณจะออกจากร่างแล้วล่องลอยไป จะไม่กลับสู่ร่าง   การนอนตรงตำแหน่งประตูสุขภาพจะไม่แข็งแรง ตื่นนอนยามดึก ฝันบ่อย ตื่นแล้วอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง อาจเจ็บป่วยบ่อย ๆ คนจีนสมัยก่อนจะชอบนอนรวมกันในห้องใหญ่การนอนตรงประตู เวลามีสมาชิกเดินเปิดประตูไปเข้าห้องน้ำ จะรบกวนผู้ที่นอนอยู่ในตำแหน่งตรงประตู เผลอตื่นยามดึก นอนไม่หลับทำให้ฝันบ่อย ตื่นแล้วอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิการทำงานทำให้มีเรื่องเดือดร้อนบ่อย ส่วนคนไทยโบราณจะจัดห้องนอนแบบมีธรณีประตูสูง ต้องระวังข้ามก่อนเดิน แล้วยังต้องระวังคนที่นอนขวางเพิ่ม ในยามค่ำคืนสมัยก่อนไม่มีไฟฟ้า อาจเหยียบโดนคนนอน ฉะนั้น คนโบราณอาจออกอุบายไว้สอนลูกหลานว่าอย่านอนเอาเท้าชี้ไปทางประตู ฉะนั้นผู้ที่นอนเตียง […]