12 สิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด ทั้งยังเป็นอันตราย !!!

12 สิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด

12 สิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด

 

การรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจทำให้ใครหลายๆ คนเจอประสบการณ์ อาหารมีเสียงระเบิดในไมโครเวฟ กลิ่นควันไหม้ในไมโครเวฟ หรือไฟลุกไหม้ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จึงมาแนะนำสิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟกันค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายนะ

 

12 สิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด

 

1.พริกเผ็ดร้อน

ใครๆ ก็รู้ดีว่าพริกนั้นเผ็ดร้อนขนาดไหน หากนำไปอบในไมโครเวฟโดยตรงแล้วละก็ ตอนเปิดประตูไมโครเวฟไอร้อนก็จะพัดพาสารที่ให้ความเผ็ดร้อนในพริกกระจายออกมา และทำให้เกิดอาการแสบตา แสบคอ ถึงขั้นหายใจติดขัด หมดอารมณ์ทำกับข้าวต่อกันเลยทีเดียว

 

2.กล่องโฟมหรือกล่องพลาสติก

ขอเตือนไว้เลยว่าไม่ควรนำเอากล่องโฟมหรือกล่องพลาสติกธรรมดาเข้าไปอบในไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะทั้งกล่องโฟมและกล่องพลาสติกต่างก็มีสารประกอบที่สามารถหลอมเหลวและติดไฟได้อย่างรวดเร็ว จนอาจจะเกิดระเบิดเปรี้ยงปร้างขณะอุ่นในไมโครเวฟและทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้นะคะ

 

3.ผักสดและผลไม้สด

ความร้อนจากการปรุงอาหารด้วยวิธีการต่างๆ นั้นทำให้สารอาหารและคุณประโยชน์ในผักหรือผลไม้สดหดหายไปเกือบครึ่ง เช่นเดียวกันถ้าเรานำผักและผลไม้สดๆ เหล่านั้นไปปรุงในไมโครเวฟ เชื่อไหมว่าวิตามินและสารอาหารที่เราจะได้รับมาบำรุงร่างกายก็จะพลันสลายหายไป เหลือแค่กากของผักกับผลไม้ให้กินเท่านั้นแหละ

 

12 สิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด

 

4.ละลายผลไม้แช่แข็งในไมโครเวฟ

เข้าใจดีค่ะว่าการรอให้ผลไม้แช่แข็งละลายนั้น มันนานจนต้องพึ่งไมโครเวฟให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายมากทีเดียว เพราะเมื่อน้ำตาลในผลไม้ถูกรังสีความร้อนของไมโครเวฟ ก็จะไปทำปฏิกิริยาจนเกิดเป็นสารก่อมะเร็ง ที่ค่อยๆ เข้าไปสะสมและเกาะกินร่างกายของเราจนพัง

 

5.ละลายเนื้อสัตว์แช่แข็งในไมโครเวฟ

เป็นอีกหนึ่งอาหารสดแช่แข็งที่ไม่ควรนำไปละลายในไมโครเวฟ เพราะนอกจากจะมีสารก่อมะเร็งที่ได้กลับมาแทนสารอาหารที่มีประโยชน์แล้วนั้น ยังจะสูญเสียวิตามินสำคัญในเนื้อสัตว์ไปอีกด้วย หากเป็นไปได้แนะนำให้เอาเนื้อสัตว์ใส่ภาชนะแล้วตั้งทิ้งไว้ให้ละลายก่อนทำอาหารหรือแช่น้ำเปล่าให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้นแทนก็ได้ค่ะ

 

6.เวฟไข่ไก่ทั้งฟอง

แม้เมนูไข่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทุกคนแต่ก็ใช่ว่าจะนำไปเข้าไปเวฟได้ทั้งฟอง เหมือนกับการต้มไข่ในน้ำร้อน รังสีความร้อนในไมโครเวฟจะทำให้ไข่ร้อนจัดจนระเบิดตัวเองในไมโครเวฟทันที ทางที่ดีควรตอกไข่ใส่ภาชนะให้เรียบร้อยก่อนนำเข้าไปเวฟดีกว่านะคะ

 

7.ถุงกระดาษบรรจุอาหาร

ถุงกระดาษเป็นบรรจุภัณฑ์อีกหนึ่งชนิดที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟ เพราะเนื้อกระดาษบางๆ ค่อนข้างไวต่อความร้อน และอาจทำให้เกิดประกายไฟเมื่อโดนรังสีความร้อนในไมโครเวฟ

 

8.ฟอยล์ห่ออาหาร/ฝาถ้วยบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป

ฟอยล์ห่ออาหารอาจจะเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งในการทำอาหารของใครหลายๆ คน แต่หากคิดจะปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟแนะนำว่าให้เลี่ยงฟอยล์ห่ออาหารเสียเถอะ เพราะนอกจากจะทำให้อาหารสุกเร็ว สุกไว จนไหม้เกรียมได้ง่ายๆ หากไม่ระวังแล้ว รังสีความร้อนที่กระทบลงบนฟอยล์ห่ออาหารยังทำให้เกิดประกายไฟได้อีกด้วยนะ

 

9.จาน-ชามกระเบื้องเคลือบและมีลวดลายสะท้อนแสง

ก่อนจะนำอาหารเข้าอุ่นในไมโครเวฟทั้งภาชนะโปรดสำรวจดูก่อนว่า เครื่องกระเบื้องเหล่านั้นเป็นเคลือบและมีลวดลายหรือไม่ เพราะสีที่ใช้เพ้นท์ลายจาน-ชามส่วนใหญ่ไม่ทนต่อความร้อนและอาจปนเปื้อนมากับอาหารขณะอุ่นด้วยไมโครเวฟ อีกทั้งยังทำให้เนื้อจาน-ชามแตกหักได้ หากเป็นไปได้เช็กที่ฉลากก่อนซื้อจาน-ชามสักนิดว่าสามารถนำเข้าไมโครเวฟได้หรือเปล่า ?

 

10.กระติกน้ำเก็บอุณหภูมิแบบพกพาและภาชนะสเตนเลส

ใช่ว่ากระติกน้ำเก็บอุณหภูมิแบบพกพาที่ทำมาจากสเตนเลสจจะอุ่นด้วยไมโครเวฟได้ เพราะอาจทำให้เกิดประกายไฟขณะที่นำภาชนะเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ อีกทั้งยังส่งผลให้มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายเจือปนมากับน้ำหรืออาหารด้วย

 

11.น้ำนมแม่

ขนาดผักสดและเนื้อสดยังไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟ แล้วนับภาษาอะไรกับน้ำนมแม่ที่ถือว่าเป็นนมที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยมากที่สุดล่ะ หากเผลอนำนมแม่ไปอุ่นด้วยไมโครเวฟ ก็จะทำให้ลูกน้อยไม่ได้รับสารอาหารจากนมแม่อย่างเต็มที่เพราะจะเหลือไออุ่นกับรสชาติที่คุ้นเคยเท่านั้น นอกจากนี้ลูกอาจจะได้รับเชื้ออีโคไลที่เพาะตัวได้ดีด้วยความร้อนจากไมโครเวฟอีกนะเออ

 

12.เสื้อผ้า

อย่าคิดแผลงๆ นำเสื้อผ้าไปฆ่าเชื้อโรคในไมโครเวฟโดยเด็ดขาด เพราะแตกต่างจากการอบด้วยเครื่องอบผ้าโดยสิ้นเชิง เนื่องจากรังสีความร้อนจากไมโครเวฟจะแผดเผาเสื้อผ้าจนทำให้เกิดประกายไฟหรือไม่ก็แห้งกรอบจนใส่ไม่ได้ ส่วนเสื้อผ้าที่มียางยืดก็อาจจะย้วยจนเสียทรง ฉะนั้นใช้วิธีตากแดดหรือทางลัดอื่นเพื่อให้เสื้อผ้าแห้งเร็วขึ้นจะดีกว่า

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบคุณข้อมูล ภาพจาก : gangbeauty.com

ภาพจาก : pixabay.com

เรื่องน่าสนใจ

5 นิสัยคนมีคู่ต้องรู้และต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะ ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

5 นิสัยคนมีคู่ต้องรู้และต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะ ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

5 นิสัยคนมีคู่ต้องรู้และต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะ ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย   หลังแต่งงานจะอยู่บ้านใครไม่ใช่ประเด็น เพราะสำคัญกว่านั้นคือ การย้ายเข้าไปอยู่กับครอบครัวของอีกฝ่าย คุณจะใช้นิสัยแบบเดิมๆ เมื่อครั้งอยู่กับครอบครัวตัวเองไม่ได้เด็ดขาด แล้วมีนิสัยอะไรบ้างล่ะ ที่คุณต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะ ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย มาดูกันเลย.. 1. นอนตื่นสาย ตอนอยู่กับครอบครัวตัวเอง คุณจะทำตัวเป็นคุณนายตื่นสาย หรือเจ้าชายสายเสมอไม่มีใครว่า แต่เมื่อเข้ามาอยู่กับบ้านอีกฝ่ายจะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมว่า แต่ละบ้านก็มีกิจกรรมยามเช้าที่ต่างกัน เช่น การร่วมกันกินข้าวเช้า การทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ ลองคิดดูสิว่า ขณะที่คนทั้งบ้านตื่นมาทำนั่นนี่แต่คุณนอนสายตะวันโด่งกว่าจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว มันดูดีซะที่ไหน   2. ไม่ช่วยงานบ้าน แม้อยู่ที่บ้านของตัวเอง คุณจะมีใครต่อใครทำงานบ้านให้จนคุณแทบไม่ต้องกระดิกตัว แต่เมื่อมาอยู่บ้านอีกฝ่าย ต้องรู้จักหยิบจับทำนั่นนี่ซะบ้าง และแม้ว่าบ้านหลังใหม่ที่คุณย้ายเข้าไป จะมีคนช่วยทำงานบ้านให้ก็เถอะ คุณเองก็ควรช่วยเป็นหูเป็นตา หรือลงมือช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ บ้าง ไม่ใช่เอาแต่ชี้นิ้วสั่ง หรือรอให้ฝุ่นปลิวหายไปเอง   3. ช่างติ แม้คุณจะรู้สึกว่า ที่บ้านคุณไม่ได้มีวิถีชีวิตแบบนี้ก็เถอะ อย่าลืมว่าบ้านใครบ้านมัน บ้านหลังนี้คือครอบครัวใหม่ที่คุณเข้ามาอยู่ การเรียนรู้และเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามสำคัญมาก เห็นอะไรไม่ถูกใจอย่าเพิ่งเปิดปากเอาแต่ติ ลองดูไปสักพักเพื่อให้ได้ข้อมูลก่อนว่า ก่อนคุณจะเข้ามาอยู่ คนที่นี่เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ถ้าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่เข้าท่า […]

ไขปริศนา ยาอายุวัฒนะ มีจริงไหม กินแล้วอายุยืนจริงหรือไม่

ไขปริศนา ยาอายุวัฒนะ มีจริงไหม กินแล้วอายุยืนจริงหรือไม่

ไขปริศนา ยาอายุวัฒนะ มีจริงไหม กินแล้วอายุยืนจริงหรือไม่   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คนสมัยก่อนมีความต้องการเรื่องการอยู่ยงคงกระพัน ไม่ตาย จนกระทั่งแสวงหายาอายุวัฒนะ มาดื่มกิน ความเชื่อที่ว่ามีจริงไหม แล้วยาจะหามาจากไหน มีจริงหรือไม่   ครั้งหนึ่งในสมัยราชวงศ์ฉิน หนึ่งในราชวงศ์จีนโบราณที่มีความเชื่อเรื่องน้ำอมฤตสืบกันมา ครั้นสมัยฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่อย่างจิ๋นซีฮ่องเต้ พระองค์ประสงค์อยากเป็นอมตะไม่อยากตาย พระองค์ทรงบัญชาให้นักพรตนำผู้คนชายหญิงพร้อมอาหารออกเรือไปหาสิ่งที่กินแล้วไม่ตาย ประวัติศาสตร์เชื่อว่าคือยาอายุวัฒนะ แต่ไม่พบนักพรต เกรงว่าจะโดนประหาร เพราะเกรงอำนาจจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงอำนาจมากขณะนั้น เลยพร้อมใจกันอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่ง และผู้คนชายหญิงที่ไปพร้อมกันกับเรือแต่งงานกันจนกระทั่งได้ลูกหลาน ความเชื่อชาวจีนเชื่อว่าเกาะแห่งนั้นคือประเทศญี่ปุ่น เพราะลักษณะท่าทาง และวัฒนธรรมคล้ายคนจีน คติความเชื่อวรรณคดีตะวันออก เชื่อว่าน้ำอมฤตเกิดจากการกวนน้ำในมหาสมุทร มีอสูรและเทวดาสู้รบกันเพื่อแย่งชิงน้ำอมฤตนี้จนกระทั่งทำหยดบนพื้นโลกเกิดเป็นแร่อัญมณีที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ โยคีบางตนพยายามกินแร่เหล่านี้โดยมีความเชื่อว่าจะมีชีวิตอมตะ ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อเรื่องยาอายุวัฒนะว่าหญิงสาวคนหนึ่งได้กินเนื้อสัตว์น้ำครึ่งคนครึ่งปลา ชาวประมงญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าสัตว์น้ำชนิดนี้มีอำนาจให้เกิดพายุในทะเลได้ ใครกินจะมีชีวิตยืนยาวหญิงสาวได้กินจนกระทั่งเธอมีร่างอมตะ แต่ต้องเจอกับลูกหลานตนต้องตายจากไป เธอเศร้าเพราะต้องคอยดูลูกหลานตนเองต้องตายจากไป ตำนานเล่าว่าเธอได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วชีวิตเธอได้หลุดจากความเป็นอมตะและเสียชีวิตเมื่ออายุแปดร้อยปี สรรพสิ่งในโลกใบนี้มีเกิดขึ้น คงอยู่และสูญสลายไป ดั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่มีความเป็นอมตะในความเชื่อชาวพุทธ ยาอายุวัฒนะ และน้ำอมฤตตามศัพท์พจนานุกรมบัญญัติ คนโบราณเชื่อว่าคือน้ำที่ดื่มแล้วส่งผลให้ผู้ดื่มไม่มีวันตาย คือยาอายุวัฒนะแต่ไม่ได้มีอยู่จริงเป็นเพียงเรื่องเล่าขาน ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย […]

ชาวบ้านฮือฮา! ตั้งโต๊ะไหว้ขอโชค เลขเด็ดกล้วยประหลาด 16/3/68 หวีกล้วยโผล่จากพื้นดิน

ชาวบ้านฮือฮา! ตั้งโต๊ะไหว้ขอโชค เลขเด็ดกล้วยประหลาด 16/3/68 หวีกล้วยโผล่จากพื้นดิน

ชาวสิงห์บุรีฮือฮา! พบต้นกล้วยประหลาดออกลูกก่อนออกปลี แถมหวีกล้วยโผล่ขึ้นจากพื้นดิน สร้างความแปลกใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ชาวบ้านไม่พลาดตั้งโต๊ะเซ่นไหว้ ขอโชคลาภและ เลขเด็ดกล้วยประหลาด 16/3/68 ต่างลุ้นกันว่าเลขที่ได้จากต้นกล้วยนี้จะให้โชคหรือไม่ งานนี้คอหวยต้องจับตาดู! เลขเด็ดกล้วยประหลาด 16/3/68 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่บ้านเลขที่ 11/3 หมู่ที่ 14 ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางประภัสสร อายุ 60 ปี มีต้นกล้วยประหลาดมีหน่อโผล่มาจากพื้นดิน จากนั้นก็ออกเป็นเครือกล้วยเลย ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบนายถวัลย์ อายุ 84 ปี ผู้เป็นพ่อ นางสมจิตน น้องสาวเจ้าของบ้าน กำลังเตรื่ยมเครื่องบายศรีเซ่นไหว้ต้นกล้วยดังกล่าว นางประภัสสร เล่าว่า ตนเองปลูกต้นกล้วยเล็บมือนางไว้กินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ พอรากลอยก็ปลูกใหม่ สำหรับต้นนี้ปลูกมาได้ประมาณ 8 เดือน ตนเองเห็นมาหลายวันแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอน้องสาวมาเห็นเลยเป็นเรื่อง ซึ่งพบว่ามีหน่อแทงมาจากพื้นดินแต่ออกเป็นหวีกล้วยเลย และที่แปลกไปอีก คือลูกออกมาก่อนปลี ปลีออกมาทีหลัง ซึ่งปกติแล้วปลีจะออกมาก่อนส่วนลูกจะออกมาทีหลัง มีหนึ่งเครือซึ่งเครือหนึ่งมีประมาณ 3 หวี หวีนึงมีประมาณ 4 ลูก เลยนำเครื่องบายศรี […]

คลายสงสัย จุดสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายอย่างไร

คลายสงสัย จุดสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายอย่างไร

จุดสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายอย่างไร   คลายสงสัย จุดสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว ในพิธีแต่งงานแบบคนไทย เคยสังเกตที่หน้าผากเจ้าบ่าว เจ้าสาวไหมว่าทำไมต้องมีจุดสามจุด จนเป็นสัญลักษณ์การแต่งงาน สัญลักษณ์ที่ว่ามีความหมายว่าอะไร ทำไมต้องมี และมีขั้นตอนและพิธีการเจิมอย่างไร บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบายให้ท่าน..   จุดทั้งสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายคือ แก้วสามประการ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จุดประสงค์คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนคือเพื่อสร้างสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แทนการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่โดยญาติทั้งคู่บ่าวสาวจะเลือกใช้ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตคู่ที่ดี ประสบความสำเร็จเรื่องการงาน การครองเรือนที่น่ายกย่อง มีรักเดียวไม่เคยมีปากเสียงกัน มีบุตรธิดาที่เลี้ยงง่าย คือผู้เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาว การเจิมจะเริ่มจากจุดกลางหน้าผากก่อนแล้วค่อยเจิมจุดซ้ายขวา ก่อนที่ธรรมเนียมไทยคู่บ่าวสาวจะนั่งคู่กันแล้วพนมมือรับน้ำสังข์จากญาติผู้ใหญ่และแขกผู้มาร่วมพิธี เมื่อจบพิธีกรรม ความเชื่อคนโบราณจะให้ผู้ใหญ่ที่เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาวปูผ้าปูเตียงในห้องหอ คือความเชื่อว่าจะครองคู่ไปตลอดกาล   ความเชื่อเรื่องการเจิมสามจุดแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน บางความเชื่อให้พระสงฆ์เจิมให้ฝ่ายชายก่อน แล้วให้พระจับมือฝ่ายชายเจิมให้ฝ่ายหญิงต่อ ส่วนประเพณีการเจิมหน้าผากคนโบราณจะใช้แป้งกระแจะ คือพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมนำเปลือกราก เนื้อไม้มาบดรวมกันกับแป้งร่ำ และเครื่องหอมบางชนิด เรียกรวมว่าแป้งกระแจะจันทร์ คุณสมบัติพิเศษคือมีกลิ่นหอม สาว ๆ โบราณชอบนำมาทาตัว จากนั้นคนโบราณจะนำแป้งกระแจะจันทร์ไปปลุกเสกโดยผสมน้ำมนต์ลงไปก่อนนำไปเจิมให้คู่บ่าวสาว การแต่งงานคือการที่ชายและหญิงตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน ร่วมกันทุกข์ร่วมสุขสร้างครอบครัว พิธีแต่งงานเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณทุกชาติพันธุ์ เพราะเป็นการสืบวงศ์ตระกูล ที่สำคัญจะตระหนักเรื่องไม่ชิงสุกก่อนห่าม ประพฤติตนอยู่ในประเพณีที่ดีงาม […]