ชอบทาลิปสติกสีไหน บ่งบอกนิสัยใจคอได้อย่างแม่นยำ

ชอบทาลิปสติกสีไหน บ่งบอกนิสัยใจคอได้อย่างแม่นยำ

ชอบทาลิปสติกสีไหน บ่งบอกนิสัยใจคอได้อย่างแม่นยำ

 

สาวๆรู้กันไหมเอ่ย ว่าเราสามารถทำนายนิสัยคนรอบตัวได้จาก “สีลิปสติก” ที่เขาชอบทาได้ ถ้ายังไม่เคยรู้ ตามกันมาเลยจ้า วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพาเพื่อนๆไปทำนายนิสัย ทายใจ คนรอบตัว จาก สีลิปสติกที่คนๆนั้นชอบทา ซึ่งเป็นคำทำนายจากเว็บไซต์ Horoworld.com ที่ได้เผยถึงลักษณะนิสัยใจคอของแต่ละคน จากสีลิปสติกที่เขาชอบ โดยสีลิปสติกแต่ละสีนั้น สามารถทำนายนิสัย ได้ดังต่อไปนี้ !!

 

 

ชอบทาลิปสติกสีไหน บ่งบอกนิสัยใจคอได้อย่างแม่นยำ

สีแดง

สำหรับใครที่ชอบทาสีนี้เป็นสีประจำตัว ก็บอกได้เลยว่าคุณเป็นคนมั่นใจ สนุกสนาน และชอบความตื่นเต้นเร้าใจ

 

ชอบทาลิปสติกสีไหน บ่งบอกนิสัยใจคอได้อย่างแม่นยำ

สีชมพู

คุณเป็นคนสนุกสนาน สบายๆ และยังมีความเป็นผู้หญิงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ส่วนใครชอบเฉดสีแซ่บละก็ บอกได้ว่าคุณเป็นสาวสังคมตัวยง ชอบออกไปเฮฮาปาร์ตี้ และชอบทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

ชอบทาลิปสติกสีไหน บ่งบอกนิสัยใจคอได้อย่างแม่นยำ

สีส้ม

เป็นสาวที่มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบผจญภัย เป็นคนใจดี อบอุ่น และใจกว้าง แถมยังชอบแจกรอยยิ้มเสมอเวลาพบเจอผู้คน นอกจากนี้การทาลิปสติกสีส้มยังแสดงออกว่าคุณเป็นคนที่มีความมั่นใจอีกด้วย

 

สีส้มอมชมพู

ทายได้ว่า คุณเป็นนักรัก เป็นคนรักสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น คุณจะชอบประหยัดพลังงานด้วยการเดินหรือขี่จักรยาน แถมยังชอบใช้เวลากับคนที่รักอยู่เสมอๆ

 

ชอบทาลิปสติกสีไหน บ่งบอกนิสัยใจคอได้อย่างแม่นยำ

สีนู้ด

บอกนิสัยได้เลยว่า คุณเป็นสาวขี้อาย และเป็นคนที่พอใครได้รู้จักก็จะรักคุณทันที นอกจากนี้คุณยังเป็นคนอ่อนหวานอ่อนโยน ใจดี และชอบแบ่งปันความสุขให้คนรอบข้างเสมอ

 

ชอบทาลิปสติกสีไหน บ่งบอกนิสัยใจคอได้อย่างแม่นยำ

กลอสใส

คุณเป็นคนที่ชอบใฝ่ฝันถึงความมีชื่อเสียงอยู่เป็นประจำ และเป็นปาร์ตี้เกิร์ลตัวยง ชนิดที่เรียกว่าคุณมักจะเป็นแขกคนแรก และจะเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากงานเสมอ แถมคุณยังเป็นคนที่รอบรู้ในทุกๆ เรื่อง

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับ คำทำนายนิสัยจากสีลิปสติกที่คุณชอบ ที่เรานำมาฝากกัน ถูกใจกันไหมคะ ถ้าชอบฝากติดตามกันด้วยนะ เลขเด็ดออนไลน์ มีดวงแม่นๆอัพเดทให้เพื่อนๆได้อ่านกันทุกวันจ้า

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

ภาพสวยๆ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

หมดปัญหาขาเบียด เคล็ดลับขาเล็ก วิธีลดต้นขาให้เล็ก เคล็ดลับดีๆที่สาวๆ ควรรู้ !!

หมดปัญหาขาเบียด เคล็ดลับขาเล็ก วิธีลดต้นขาให้เล็ก เคล็ดลับดีๆที่สาวๆ ควรรู้ !!

หมดปัญหาขาเบียด เคล็ดลับขาเล็ก เชื่อว่ามีสาวๆหลายคนที่รู้สึกไม่มั่นใจ เมื่อต้องใส่กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้นๆ ทั้งที่อยากใส่แต่ก็ไม่กล้า เพราะอายที่จะให้ใครเห็นว่า ขาของคุณไม่ได้เรียวสวย บางคนประสบปัญหาที่น่าหนักใจกว่าคือขาเบียด เกิดการเสียดสีขณะเดินทำให้รู้สึกอึดอัด วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีเคล็ดลับดีๆมาบอกกัน ตามไปดู เคล็ดลับขาเล็ก ฉบับสาวญี่ปุ่น   สาวญี่ปุ่นที่เราเห็นในซีรี่ย์ หรือวงเกิร์ลกรุ๊ปต่างๆ มักจะมีขาที่เรียวเล็กสวยจนน่าอิจฉา หลายคนคงสงสัยว่าพวกเธอมีเคล็ดลับอย่างไร หรือแค่ออกกำลังกายยังไม่พอ? คำตอบที่ได้จากสาวญี่ปุ่นที่พูดเป็นเสียงเดียวกัน ถึงวิธีการลดต้นขาง่ายๆก็คือ การเดินขึ้นลงบันไดนั่นเอง     ส่วนเหตุผลที่การเดินขึ้นลงบันไดช่วยให้ขาเล็กลงได้ก็เพราะว่า มันเป็นวิธีที่จะไปช่วยขับไล่อาการบวมน้ำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว หรืออากาศเย็นมากๆ การเดินขึ้นลงบันไดจะทำให้ขาแข็งแรง และกระชับขึ้นได้ เปรียบเหมือนการออกกำลังกายขาอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต แม้ว่าการเดินขึ้นลงบันไดมากๆจะทำให้รู้สึกล้า แต่เมื่อกลับถึงบ้านให้ค่อยๆนวด จะช่วยขจัดการบวมน้ำ และอาการปวดเมื่อยสะสมได้ ซึ่งจำนวนขั้นที่ควรจะเดินขึ้นลง ก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานน้ำหนัก และความต้องการของแต่ละคน  รวมไปถึงความถี่ของการเดินขึ้นลงด้วย สื่อต่างประเทศมีการพูดถึงการออกกำลังกาย โดยการเดินขึ้นลงบันไดว่า หากเดินขึ้นบันไดเร็วๆ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากถึง 400 กิโลแคลอรี่ ซึ่งมากกว่าการวิ่ง 1 ชั่วโมง ที่เผาผลาญได้เพียง 350 กิโลแคลอรี่ นี่คงเป็นคำตอบว่าทำไมสาวๆญี่ปุ่นจึงเลือกใช้วิธีนี้ในการลดต้นขา   […]

ความเชื่อโบราณว่า วันเดือนดับ คืนเดือนมืด มีผลต่อโชคลาภ

ความเชื่อโบราณว่า วันเดือนดับ คืนเดือนมืด มีผลต่อโชคลาภ

ความเชื่อโบราณว่า วันเดือนดับ คืนเดือนมืด มีผลต่อโชคลาภ   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน โบราณว่าในแต่ละเดือนการโคจรโลกจะเปลี่ยนไป บางวันจะไม่สมดุลต่อการโคจรดวงจันทร์เพราะวงโคจรดวงจันทร์จะโคจรรอบโลก ส่งผลให้บางพื้นที่บนโลกพบดวงจันทร์มีเงามืด คนโบราณว่าคือวันเดือนดับ แล้วมีอะไรในวันเดือนดับ   คืนเดือนมืด คืนเดือนดับ คือ คืนที่พระจันทร์มืดมิดที่สุด โหราจารย์สมัยโบราณว่ามีผลต่อโชคลาภ สิ่งลี้ลับ เพราะคติความเชื่อคนโบราณว่าประตูมิติจะเปิดเชื่อมโยงกัน กล่าวคือ โลกที่อยู่ในมิติที่สามที่คนไม่เห็น อย่างเมืองบาดาลที่อยู่องค์พญานาคจะเปิดมาสู่โลกมนุษย์ เมืองลับแลเมืองแม่ม่าย ตามความเชื่อจะมีคนเดินมาที่โลกมนุษย์ได้ บางความเชื่อว่าประตูโลกทั้งสามจะไปมาหาสู่กันได้ บางคนเชื่อว่าวันที่พลังร้ายเหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน     วันเดือนดับจะอยู่ในระหว่างปีโหราจารย์สมัยก่อนจะไม่ทำพิธีกรรมใด ๆ เพราะจะไม่เสริมดวงกัน อิทธิพลดวงจันทร์มีผลน้ำขึ้นน้ำลงที่นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า เป็นผลอันเนื่องมาจาก แรงดึงดูดระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ปรากฏการณ์เช่นนี้จะเห็นได้ชัดที่ชายทะเลในยามค่ำคืน ทั้งนี้เพราะดวงจันทร์ได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดของโลก และทฤษฎีแรงดึงดูดระหว่างมวลในวิชาฟิสิกส์ ซึ่งโลกกระทำกับดวงจันทร์ และดวงจันทร์กระทำกับโลก โลกเสมือนแท่งแม่เหล็กอันใหญ่ ที่มีเส้นแรงแม่เหล็กวิ่งผ่านจากขั้วโลกใต้สู่ขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้ และร่างกายมนุษย์ก็มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ ธาตุเหล็กในร่างกายมนุษย์นี้เองคาดว่าจะเกิดการเหนี่ยวนำกับเส้นแรงแม่เหล็กโลก แล้วถ้าเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงจะมีแรงดึงดูดของโลก และดวงจันทร์ขึ้นอีกแรงหนึ่ง อาจมีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งด้านบวกและลบ ซึ่งจะเห็นได้จากความเชื่อของชาวตะวันตกที่ว่ามนุษย์หมาป่าที่มีร่างเป็นสุนัขจิ้งจอกจะคืนร่างเป็นมนุษย์ในคืนพระจันทร์เต็มดวง ลองสังเกตสถิติการเกิดอาชญากรรมที่มักเกิดขึ้น และสำเร็จในคืนพระจันทร์เต็มดวง   อิทธิพลดวงจันทร์บนพื้นผิวโลกส่งผลร่วมกับสนามแม่เหล็กที่ประกอบไปด้วยเส้นแรงแม่เหล็กโลกมากมายจะมีคลื่นแม่เหล็กที่แผ่กระจายออกไปทั่วซึ่งตัวคนเราไม่มีความรู้สึกเพราะเกิดความเคยชินอีกทั้งมีปริมาณที่น้อยมาก หากเส้นแรงแม่เหล็กมีมากเกินไปจะสงผลให้เกิดความเข้มของคลื่นแม่เหล็กโลกทำให้เกิดผลเสียกับร่างกาย […]

คาถาขอแฟน 2565 คาถาขอความรักและเนื้อคู่

คาถาขอแฟน 2565 คาถาขอความรักและเนื้อคู่

คาถาขอแฟน 2565 คาถาขอความรักและเนื้อคู่   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คาถานี้ ท่านอาจารย์เมืองคำ ปภากโร ผู้แก่กล้าในญาณแห่งวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ ได้บอกว่า ใครอยากจะรู้ว่า คู่วาสนาของตนจะมีหรือไม่ ให้ท่องคาถาดังนี้   คาถาขอความรักและเนื้อคู่ ปุพเพวะ สันนิวา เสนะ ปัจจะบันนะ หิเตนะ วา เอวันตัง ชะยะเต เปมัง อุปะลัง วะ ยะโส ธะเก ฯ สวดคาถาเท่าอายุ ในวันพระขึ้น 15 ค่ำ จุดธูปเทียน(เทียน 2 เล่ม ธูป 3 ดอก) ให้ทำในวันพระขึ้น 15 ค่ำยิ่งดี   ให้ตั้งน้ำสะอาด 1 ขัน แล้วสวดคาถานี้เท่าอายุ เช่น อายุ 30 ปี […]

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว เพราะอะไร

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว เพราะอะไร

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับ ฮิกันบานะ มาให้อ่านกัน ดอกไม้แนวอนิเมะแฟนตาซีในญี่ปุ่น ดอกไม้แห่งความตาย ทำไมคนญี่ปุ่นถึงกลัวดอกไม้ชนิดนี้ และสาเหตุของการเป็นดอกไม้แห่งความตายเพราะอะไร ฮิกันบานะ ที่มาของชื่อ ดอกฮิกันบานะ เป็นดอกไม้สีแดงของประเทศญี่ปุ่น จัดเป็นไม้ยืนต้นตระกูลดอกลิลลี่ ดอกไม้ชนิดนี้คนไทยเรียกว่า พลับพลึงสีแดง หรือ พลับพลึงแม่งมุม และที่มาของชื่อ ฮิกันบานะ นั้นมาจากดอกไม้ชนิดนี้จะบานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต และ วันศารทวิษุวัต เป็นวันที่มีการเฉลิมฉลองวันหยุดยาวทางศาสนาพุทธของชาวญี่ปุ่นเป็นเวลา 7 วัน หรือที่เรียกกันว่า ฮิกัน นั่นเอง     นอกจากจะชื่อ ฮิกันบานะ แล้ว ดอกฮิกันบานะ ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มันจูชาเงะ ในศาสนาพุทธถือว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็น ดอกไม้แห่งสวรรค์ เพราะมี ความเชื่อกันว่าหากมีเรื่องที่น่ายินดีหรือเรื่องที่เป็นมงคลเกิดขึ้นดอกไม้สีแดงก็จะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามดอกไม้ชนิดนี้ในประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกที่น่ากลัวหรือสื่อไปในทางที่ไม่ดีอยู่เหมือนกันค่ะ เช่น ชิบิโตะบานะ (ดอกไม้คนตาย), จิโกคุบานะ (ดอกไม้นรก), ยูเรบานะ (ดอกไม้วิญญาณ), คิทสึเนะบานะ (ดอกไม้จิ้งจอก), สุเตโกะบานะ (ดอกไม้เด็กกำพร้า), คามิโซริบานะ (ดอกใบมีดโกน) เป็นต้น     ฮิกันบานะ ความหมายของสีดอกฮิกันบานะ สีแดง หมายถึง อิสรภาพ ความคลั่งไคล้ […]