7 วิธี “สลัดความขี้เกียจ” สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง แรงจูงใจในการใช้ชีวิต !!

7 วิธี “สลัดความขี้เกียจ” สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง

7 วิธี “สลัดความขี้เกียจ” สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง

 

ความรู้สึก “ขี้เกียจ” สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ถ้าปล่อยให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้ตลอดเวลา ก็จะทำให้ขาดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้ กลายเป็นคนที่ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะต้องล้มเลิกลงกลางคัน

หากไม่อยากต้องกลายเป็นคนที่ล้มเหลว ทำอะไรไม่เคยสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน ก็จำเป็นต้องสลัดความขี้เกียจที่มีอยู่ในตัวออกไปให้ได้ และสร้างแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้กับตนเอง

 

ตั้งเป้าหมายที่สมเหตุสมผล
บางครั้งการที่เราขี้เกียจอาจเป็นเพราะเป้าหมายที่ตั้งไว้ทำได้ยากเกินไป จึงเกิดความรู้สึกท้อจนไม่อยากจะทำอะไร สุดท้ายเลยพาลขี้เกียจไม่ทำไปเสียเลย ดังนั้น การลดเป้าหมายลงมาให้ดูสมเหตุสมผล และมีความเป็นไปได้มากขึ้น ก็จะช่วยให้เกิดแรงฮึดขึ้นมาได้

ทำอะไรให้ต่างไปจากเดิม
การที่เราทำกิจวัตรประจำวันที่เหมือนเดิมในทุกวัน อาจจะส่งผลให้เกิดความรู้สึกขี้เกียจขึ้นมาได้ หากลองทำอะไรให้แตกต่างไปจากชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ ก็จะช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองได้ เช่น สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ในที่ทำงาน เพื่อให้รู้สึกเกิดความแปลกใหม่ขึ้นมาบ้าง

ทำสิ่งเล็ก ๆ ให้สำเร็จ
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้สำเร็จถือเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างแรงจูงใจได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเกิดความรู้สึกดี ๆ กับสิ่งที่ทำได้สำเร็จแล้ว ก็จะกลายเป็นพลังบวกที่ทำให้กล้าทำสิ่งอื่น ๆ ตามมา แม้ว่าบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่กลัวหรือไม่แน่ใจก็ตาม

7 วิธี “สลัดความขี้เกียจ” สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง

ใช้เทคนิค Pomodoro
เทคนิค Pomodoro เป็นกลยุทธ์ในการบริหารจัดการเวลาที่จะช่วยให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการแบ่งเวลาสำหรับการทำงาน 25 นาที จากนั้นให้พัก 3-5 นาที โดยให้ทำวนไปแบบนี้จนครบ 4 รอบ จากนั้นค่อยพักยาว ๆ สัก 15-20 นาที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับตัวเองด้วย

ให้รางวัลกับตัวเอง
การสร้างแรงจูงใจด้วยการให้รางวัลกับตัวเองหากทำอะไรได้สำเร็จ ถือเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลเช่นกัน หากเมื่อใดรู้สึกว่าเริ่มขี้เกียจ หรือไม่มีแรงจูงใจที่จะทำงานยาก ๆ ตรงหน้าให้สำเร็จลุล่วง การตั้งรางวัลให้กับตัวเอง และทำให้ได้จะช่วยให้มีอารมณ์อยากทำงานมากขึ้น

ลาพักร้อนสลัดความขี้เกียจ
การลาพักร้อนหรือมีวันหยุดพักผ่อนสัก 2-3 วัน จะช่วยสลัดความขี้เกียจในตัวออกไปได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากเรื่องต่าง ๆ ได้พักอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องทำอะไร จึงช่วยปลุกความ Productive ในตัวให้กลับมาอีกครั้งเมื่อกลับมาเริ่มทำงานอีกครั้ง

อยู่ใกล้คนที่มีแรงจูงใจ
เรื่องของทัศนคติและพลังงานสามารถส่งต่อกันได้ หากแวดล้อมไปด้วยคนที่ขี้เกียจ หรือคนที่มีทัศนคติลบ ๆ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะแชร์ความรู้สึกแย่ ๆ ที่มีให้แก่กัน และชวนกันขี้เกียจไปด้วย ต่างจากการอยู่ใกล้ ๆ กันคนที่ขยัน มีแรงจูงใจและมองโลกในแง่ดี จะทำให้เรามีแรงกระตุ้นที่อยากจะทำให้ตัวเองขยันขึ้นมาบ้าง

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : sanook.com

ภาพสวยๆ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

ปี่เซี๊ยะ คือ สัตว์มงคลจีน เครื่องรางเรียกทรัพย์ ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย กับความหมายมงคลที่ควรรู้

ปี่เซี๊ยะ คือ สัตว์มงคลจีน เครื่องรางเรียกทรัพย์ ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย กับความหมายมงคลที่ควรรู้

ปี่เซี๊ยะ คือ รู้จัก “ปี่เซียะ” สัตว์มงคลจีน เครื่องรางเรียกทรัพย์ ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ปี่เซียะ เป็นหนึ่งในเครื่องรางของขลังที่ได้รับอิทธิพลจากความเชื่อของชาวจีน หลายคนนิยมใช้ปี่เซียะเป็นเครื่องประดับที่พกติดตัว หรือวางไว้ในตำแหน่งสำคัญของบ้าน โดยเชื่อว่าจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลและช่วยเรียกทรัพย์ได้ (ตามความเชื่อส่วนบุคคล) บทความนี้  เว็บเลขเด็ดออนไลน์ จึงนำสาระดีๆ เกี่ยวกับความเป็นมาของ “ปี่เซียะ” มาฝากกัน แนะนำเลขมงคลที่จะช่วยอัพโชค พร้อมเว็บ  heng99 หวยออนไลน์ยอดนิยมที่มาแรงที่สุดในตอนนี้จ่ายบาทละ 1000   ปี่เซี๊ยะ คือ รู้จัก “ปี่เซียะ” สัตว์มงคลตามความเชื่อชาวจีน ปี่เซียะ คือ สัตว์มงคลโบราณตามความเชื่อของชาวจีน ในภาษาจีนเรียกว่า “ผีซิว” เชื่อว่าปี่เซียะเป็นลูกตัวที่ 9 ของมังกร ซึ่งเป็นตัวแทนของความมงคล รูปร่างมีลักษณะของสัตว์หลายชนิดผสมกัน ทั้งมังกร สิงโต กวาง นก และปลา สัตว์มงคลชนิดนี้ ตัวผู้จะเรียกว่า “ปี่” ส่วนตัวเมียจะเรียกว่า “เซียะ” โดยลักษณะที่ดีของปี่เซียะมี 8 ประการ ดังต่อไปนี้ 1. ปากอ้ารับทรัพย์ 2. […]

6 ประโยชน์จากการกินเจ ที่คนจีนโบราณสอน

6 ประโยชน์จากการกินเจ ที่คนจีนโบราณสอน

6 ประโยชน์จากการกินเจ ที่คนจีนโบราณสอน   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ มาให้อ่านกันเช่นเคย สมัยก่อนคนจีนจะหลงใหลในความเชื่อเรื่องการกินเจว่ามีประโยชน์มากมายและมีการดำเนินประเพณีกินเจสืบทอดกันมาจนชั่วลูกชั่วหลาน เพราะชาวจีนมีความเชื่อว่าจะได้บุญกุศล แล้วบุญที่ว่ามีอะไรบ้าง   ได้บุญ การละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ เพราะการได้มาซึ่งเนื้อสัตว์สักชิ้นสำหรับมนุษย์บริโภคจะต้องเสียชีวิตสัตว์ตัวนั้นไป เท่ากับว่าสนับสนุนนำชีวิตหนึ่งมาต่อให้กับอีกชีวิตหนึ่ง ในทางศาสนาพุทธเชื่อว่าเป็นบาป เพราะหนึ่งในศีลห้า คือ การละเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต   อายุยืน การกินเจจะกินเฉพาะพืชผักจะได้ขับของเสียออกนอกร่างกาย สารพิษจำพวกอนุมูลอิสระไม่คงเหลือ การก่อมะเร็งก็ไม่เกิดกับร่างกายผู้ที่กินเจ และสารตกค้างอื่นไม่หลงเหลือ การก่อโรคภัยไข้เจ็บกับลำไส้ก็ไม่มี โรคภัยจะไม่เบียดเบียน   จิตใจสงบ ไม่โหดร้าย การสวดมนต์ระหว่างพิธีกรรมกินเจ อวัยวะสำคัญภายในอย่างหัวใจสงบจากเหตุการณ์การวุ่นวายใจ คติความเชื่อคนจีนโบราณว่าการกินเจต้องมีผู้ที่เชือดสัตว์ และธรรมชาติสัตว์ก่อนที่จะสิ้นใจทุกตัวจะเกิดอาการกลัวและหลั่งสารพิษออกมา สารนี้ก่อให้คนกินเนื้อสัตว์เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวโมโหง่าย จิตใจจะโหดร้าย ฉะนั้นการละเว้นการกินเนื้อสัตว์จะทำให้จิตใจสงบ จิตใจเยือกเย็น     แก้โรคร้าย ธรรมเนียมการกินเจจะห้ามมิให้เสพสารเสพติด ฉะนั้นคนกินเจปอดจะหยุดรับสารพิษจากยาเสพติดชนิดสูบ ความเชื่อจากแพทย์แผนโบราณยังกล่าวอีกว่าการกินเจร่างกายจะทนทานกับสารพิษจากไอเสีย สารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ฝุ่นละอองจากมลพิษในเมืองกรุงส่วนตับได้หยุดขับแอลกอฮอล์ การกินเจจะทำให้ได้รับสารเมทิโอนีน สารนี้ขับของเสียออกจากตับการขาดสารชนิดนี้ทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำ มีริ้วรอยและสุดท้ายลำไส้ได้พักจากการย่อยเนื้อสัตว์ สะอาดจากการล้างด้วยกากไยผัก ส่งผลให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ   มีเสน่ห์ การกินเจนอกจากร่างกายจะได้รับโปรตีนและสารอื่นที่มีประโยชน์ทางโภชนาการจากพืชมากขึ้นเป็นต้นว่าไลซีน กลูตามิก สารสองชนิดออกฤทธิ์ต้านความซึมเศร้า ส่งเสริมให้เกิดอาการกระปี้กระเป่า กระชุ่มกระชวย เสริมบุคลิกผู้กินเจให้แลดูมีเสน่ห์ […]

ฝันเห็นนักบวช ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันเห็นนักบวช ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันเห็นนักบวช ทำนายฝันโชคดีหรือร้าย ทำนายฝันถึงเลขโชคลาภเลขอะไรบ้างเช็กเลย heng99 เรามีคำตอบมาฝากกัน ในบทความนี้ เว็บเลขเด็ดออนไลน์ เราจะพา มาดูกันว่าความหมายฝัน เห็นนักบวช และทำนายฝันในด้านการเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ อย่างไรบ้าง พร้อมส่องเลขเด็ด เลขนำโชคกัน ฝันเห็นนักบวช ฝันเห็นนักบวชสามารถตีความได้หลายวิธี ความหมายของความฝันจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของความฝันการทำนายฝันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล มาดูกันว่า ฝันเห็นนักบวชเป็นลางดี หรือลางร้าย วันนี้เว็บ เลขเด็ดออนไลน์ จะมาเผยคำทำนายฝันแม่นๆ พร้อมเลขโชคลาภของความฝันกัน การงาน ติดต่ออะไรกับใครก็จะประสบความสำเร็จดูทุกอย่างง่ายไปหมด คนที่ติดขัดอยู่ก็จะผ่านมีคนช่วยเหลือตามกาลเวลา ใครคิดอยากเปลี่ยนงานจะมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุน การเงิน มีเงินให้ใช้อยู่ตลอดซื้อความสุขทุกสิ่งที่อยากได้ มีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค ความรัก มีความสุขกับครอบครัวจะได้เดินทางไปร้านอาหารหรือภัตตาคารรวมถึงห้างสรรพสินค้าพร้อมครอบครัวใหญ่ คนโสดมีโอกาสพบรักกับชาวต่างชาติหน้าตาดี สุขภาพ แข็งแรงดูแลเอาใจใส่ตัวเองเป็นพิเศษคนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น เลขมงคล เด่นนำโชค ฝันเห็น “นักบวช” เลขเด่น 2 ตัว 81 – 88 – 68 เลขเด่น 3 ตัว 681 – 688 […]

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไฟ

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไฟ

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไฟ   คนดิถีธาตุไฟ (ปีมะเส็ง (งูเล็ก)  และ ปีมะเมีย (ม้า)) เป็นคนที่มีนิสัยกระตือรือร้น มองโลกชัดเจน มีมารยาท รักพวกพ้อง ตรงไปตรงมา โปร่งใส ใจกว้าง มีน้ำใจ ช่วยเหลือ เฉลียวฉลาด มีความเคารพผู้ใหญ่ มีน้ำใจกับผู้น้อย ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม เดินเร็ว พูดเร็ว น่าเกรงขาม แข็งแรง ใจร้อน ทำคุณบูชาโทษ (ทำดีแต่คนไม่เข้าใจ)   ถ้าไฟมากเกินไป จิตใจร้อน ขี้โมโห ลุยไม่รู้จักหยุด ยกตนข่มท่าน ถ้าไปน้อยเกินไป จะเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม ขี้อิจฉา เริ่มต้นกระตือรือร้น แต่เบื่อง่ายเลิกก่อนสำเร็จ คนธาตุไฟเหมาะจะทำงานซึ่งตนได้เป็นศูนย์กลางความสนใจ เป็นผู้บงการ ชอบการที่จะได้เป็นผู้นำทางความคิด แทนที่จะยอมเป็นเพียงส่วนหนึ่งในทีม ซึ่งธุรกิจด้านบันเทิง หรือวงการโฆษณาจัดว่าน่าจะเหมาะสมที่สุดเพราะสามารถปลดปล่อยพลังอันเริงโลดเหมือนเด็กๆได้ ส่วนอาชีพการสอนก็จัดว่าดีสำหรับคนธาตุไฟ แต่ไม่สู้จะมีความอดทนมากพอในการที่จะสู้รบปรบมือลูกศิษย์ที่นอกลู่นอกทางที่คอยยั่วโทสะ ถ้าสามารถจัดสมดุลระหว่างพลังบันดาลใจอันสูงลิ่วของธาตุไฟ กับประโยชน์ของธาตุไม้กับธาตุดินได้ ก็จะพบว่าสามารถจัดการกับแรงบันดาลใจและมโนภาพนั้นให้ไปด้วยกันได้ดีกับการทำกิจการตนเอง หรือกับการอยู่หน้าเวทีที่มีไฟส่องหน้า คนธาตุไฟที่ดิถีแข็งแรงควรจัดความสมดุลพลังงานในตัวให้อาชีพการงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเสริมธาตุดินเติมใส่เข้าไปในสภาพแวดล้อมของตนด้วยการนำก้อนหิน […]