การบูชาพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน พร้อมคาถาบูชา

การบูชาพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน

การบูชาพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน

การบูชาพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน พร้อมคาถาบูชา

พระประจำวันเกิด มาดูกัน พระประจำวันเกิดของเราเป็นปางไหน พร้อมคาถาบูชา สำหรับคนเกิดวันทั้ง 7 คือ คนเกิดวันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธกลางวัน/วันพุธกลางคืน วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์

การบูชาพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน

ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ชาวไทยนิยมบูชาพระประวันเกิดกันเป็นจำนวนมาก เพราะถือว่าพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เป็นดั่งสัญลักษณ์ของแต่ละวัน และถือว่าการบูชาพระประจำวันเกิดเป็นมงคลอันสูงยิ่งอีกประการหนึ่ง โดยบางคนก็บูชาเพื่อสะเดาะเคราะห์หรือปัดเป่าให้รอดพ้นภัยพิบัติ ซึ่งพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน จะเป็นองค์ไหน มีความเป็นมาที่น่าสนใจแค่ไหน เรามีข้อมูลมาฝากแล้ว

การบูชาพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน

1. ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ พระประจำวันเกิด คือ ปางถวายเนตร

ลักษณะพระพุทธรูป

พระพุทธรูปปางนี้อยู่ในพระอิริยาบถยืน ลืมพระเนตรทั้งสองข้างเพ่งไปข้างหน้า ทอดพระเนตรดูต้นศรีโพธิ์พฤกษ์ พระหัตถ์ทั้งสองลงมาประสานกันอยู่ข้างหน้าระหว่างพระเพลา พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย อยู่ในอาการสังวร

ประวัติและความสำคัญ

ครั้นพระบรมโพธิสัตว์เจ้า ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ก็เสด็จประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ที่ต้นศรีมหาโพธิ์ 7 วันแล้ว ก็เสด็จจากร่มพระศรีมหาโพธิ์ไปประทับยืนกลางแจ้ง ทางทิศอีสานของต้นศรีมหาโพธิ์นั้น ทรงทอดพระเนตรต้นศรีมหาโพธิ์โดยไม่กะพริบพระเนตร ด้วยพระอิริยาบถนั้น 7 วัน สถานที่เสด็จประทับยืนทอดพระเนตรต้นศรีมหาโพธิ์นั้นเป็นนิมิตมหามงคล ปรากฏชื่อว่า อนิมิสสเจดีย์ พระพุทธจริยาที่ทรงเพิ่งจ้องพระเินตรดูต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้ทรงกะพริบพระเนตรถึง 7 วันนี้เป็นเหตุแห่งการสร้างพระพุทธรูปปางนี้ เรียกว่า ปางถวายเนตร นิยมสร้างเป็นพระพุทธรูป เพื่อสักการบูชาประจำของคนเกิดวันอาทิตย์ อนึ่งต้นไม้อสัตถโพธิ์พฤกษ์อันเป็นสถานที่กำเนิด พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าและสัจธรรมอันบริสุทธิ์ สำหรับชำระกิเลสและปลดเปลื้องความทุกข์แก่ชาวโลก จึงได้มีนามตามการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าว่า ต้นพระศรีมหาโพธิ์พฤกษ์

คาถาสวดบูชา

อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง

ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง เย พราหะมะณา เวทะคุ

สัพพะธัมเม เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา นะโม

วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสนา ฯ

สวดวันละ 6 จบ จะมีความรุ่งเรืองและความสุขสวัสดีตลอดกาล


การบูชาพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน

2. ผู้ที่เกิดวันจันทร์ พระประจำวันเกิด คือ ปางห้ามญาติ

ลักษณะพระพุทธรูป

พระพุทธรูปปางนี้นอยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองข้างยกขึ้นเสมอพระอุระ ตั้งฝ่าพระหัตถ์ยื่นออกไปข้างหน้า เป็นกิริยาทรงห้าม เป็นแบบทรงเครื่องก็มี

ประวัติและความสำคัญ

ณ พระนครกบิลพัสดุ์ อันเป็นแว่นแคว้นที่ประทับของเจ้าศากยะ ซึ่งเป็นพระญาติข้างฝ่ายพระพุทธบิดา กับพระนครเทวทหะอันเป็นแว่นแคว้นที่ประทับอยู่ของเจ้าโกลิยะ ซึ่งเป็นพระญาติข้างฝ่ายพระพุทธมารดา ทั้งสองพระนครนี้ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโรหิณี ชาวนาของ 2 พระนครนี้ อาศัยน้ำในแม่น้ำโรหิณีนี้ ทำนาร่วมกันมาโดยปกติสุข ต่อมาสมัยหนึ่งฝนแล้ง น้ำน้อย น้ำในแม่น้ำโรหิณีเหลือน้อย ชาวนาทั้งหมดต้องกั้น ทำนบทดน้ำในแม่น้ำโรหิณีขึ้นมาทำนา แม้ดังนั้นแล้ว น้ำก็ยังไม่พอ เป็นเหตุให้มีการแย่งน้ำกันทำนาขึ้น ขั้นแรกก็เป็นการวิวาทกันเฉพาะเพียงบุคคลต่อบุคคล แต่เมื่อไม่มีการระงับด้วยสันติวิธี การวิวาทนั้นก็ลุกลามมากขึ้นจนถึงคุมสมัครพรรคพวกเข้าไปประหารกัน และด่าว่ากระทบถึงชาติ โคตร และลามปามไปถึงราชวงศ์

ในที่สุดกษัตริย์ผู้เป็นพระญาติของพระพุทธเจ้าทั้งสองเมือง ก็ยกกำลังพลเข้าประชิดกัน เพื่อแย่งน้ำ โดยหลงเชื่อคำยุยุงพูดเท็จของอำมาตย์ที่กำลังเคียดแค้น มิทันได้ทรงวินิจฉัยให้ถ่องแท้แน่นอนว่า เมื่อเรื่องเล็กน้อยเช่นนั้นเกิดขึ้น ควรจะระงับด้วยสันติวิธี พระพุทธเจ้าทรงทราบก็ทรงพระมหากรุณาเสด็จมาห้ามสงครามการแย่งน้ำระหว่างพระญาติทั้งสองฝ่าย โดยทรงแสดงโทษคือความพินาศย่อยยับของชีวิตมนุษย์ โดยเหตุอันไม่สมควรที่พระราชาจะต้องมาล้มตายทำลายเกียรติของตน เพียงเพราะแย่งน้ำกันทำนาเพียงเล็กน้อย ครั้นแล้วพระญาติทั้งสองฝ่ายก็ทำความเข้าใจกันได้และหันมาสามัคคีกัน

พระพุทธจริยาที่ทรงโปรดพระญาติ เพื่อห้ามมิให้ทะเลาะวิวาท สู้รบกัน เพราะเหตุแห่งการแย่งน้ำนี้ เป็นมงคลแสดงอนุภาพแห่งธรรมที่พระองค์ทรงแสดง พุทธศาสนิกชนผู้หนักในธรรมคำสอน เล็งเห็นคุณอัศจรรย์แห่งอนุสาสนีปาฎิหาริย์ จึงถือเป็นเหตุในการสร้าง พระพุทธรูปขึ้น เรียกว่า ปางห้ามญาติบ้าง ปางห้ามสมุทรบ้าง

คาถาสวดบูชา

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห

ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ฯ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห

ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ฯ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห

ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ฯ

สวดวันละ 15 จบ จะมีความสุข ความเจริญปราศจากโรคาพยาธิทั้งปวง


 

3. ผู้ที่เกิดวันอังคาร พระประจำวันเกิด คือ ปางไสยาสน์

ลักษณะพระพุทธรูป

พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถบรรทมตะแคงขวา เมื่อคราวจะปรินิพพาน หลับพระเนตร พระเศียรหนุนพระเขนย พระหัตถ์ซ้ายทอดทายไปตามพระวรกายเบื้องซ้าย พระหัตถ์ขวาหงายวางอยู่ที่พื้นข้างพระวรกาย พระบาทซ้ายทับพระบาทขวาลักษณะตั้งซ้อนกัน

ประวัติและความสำคัญ

พระพุทธเจ้าครั้นโปรดสุภัททปริพาชกให้บรรพชาอุปสมบทและให้สำเร็จเป็น พระอริยเจ้าเป็นปัจฉิมสาวกแล้ว ต่อมาพระอานนท์จึงได้ทูลถามพระองค์ว่า พระฉันนะถือตัวว่าเป็นข้าเก่า ติดตามพระองค์คราวเสด็จออกบวช เป็นคนว่ายากสอนยาก แม้จะกรุณาเตือนแล้วก็ตาม เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว ยิ่งจะว่ายากขึ้นไปอีก หาผู้ยำเกรงมิได้ ข้าพระองค์จะพึงปฏิบัติต่อพระฉันนะนั้นอย่างไร พระพุทธเจ้าได้ตรัสสั่งให้สงฆ์ลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะ คือ ไม่พึงว่ากล่าว ไม่พึงโอวาท ไม่พึงสั่งสอน เมื่อถูกพรหมทัณฑ์แล้ว จะสำนึกผิดเอง

ครั้นแล้วพระพุทธเจ้าได้ตรัสปัจฉิมโมวาท เตือนว่า ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรม เธอทั้งหลาย จงทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ ด้วยความไม่ประมาทเถิด ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว ในลำดับแห่งการพิจารณาองค์แห่งจตุถฌาน ก็บังเกิดมหัศจรรย์แผ่นดินใหญ่ไหวสะเทือนสะท้าน เกิดการโลมชาติ ชูชันขนพองสยองเกล้า กลองทิพย์ก็บันลือลั่นในอากาศ พร้อมกับการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า บรรดาพุทธบริษัททั้งหลายพากันเศร้าโศก ร่ำไห้ คร่ำครวญถึงพระองค์ พระอานนท์และพระอนุรุทธเถระได้แสดงธรรมเพื่อปลอบโยนมหาชน พุทธศาสนิกชนเมื่อรำลึกถึงการเสด็จปรินิพพานของพระองค์ จึงได้สร้างพระพุทธรูปปางนี้ขึ้น เพื่อบูชาพระพุทธองค์

คาถาสวดบูชา

ยัสสานุสสะระเณนาปิ อันตะลิก เขปิ ปาณิโน ปะติฏฐะมะธิ คัจฉันติ ภูมิยัง วิยะ สัพพะทา

สัพพูปัททะวะชาลัมหา ยักขะโจราทิ สัมภะวา คะณะนานะ จะ มุตตานัง ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ

สวดวันละ 8 จบ จะเกิดผลดี


 

4. ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน พระประจำวันเกิด คือ ปางอุ้มบาตร

ลักษณะพระพุทธรูป

พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน ส้นพระบาททั้งสองชิดติดกัน พระหัตถ์ทั้งสองข้างชิดกัน พระหัตถ์ทั้งสองยกประคองบาตรราวสะเอว มีบาตรอยู่ฝ่าพระหัตถ์ในท่าประคอง

ประวัติและความสำคัญ

ประวัติที่เป็นเรื่องราวนั้นสืบเนื่องต่อมาจากพระพุทธรูปปางแสดงอิทธิปาฎิหาริย์ กล่าวคือ เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จไปยังพระนครกบิลพัสดุ์ ครั้งแรกทรงทำอิทธิปาฎิหาริย์ เหาะขึ้นไปบนอากาศ ทรมานให้พระประยุรญาติได้ถวายบังคมแล้วเสด็จลงมาประทับนั่ง บนพระบวรพุทธอาสน์ ยังฝนโบกขรพรรษให้ตกลงในท่ามกลางสมาคมพระญาติ แล้วทรงประกาศมหาเวสสันดรชาดก ยกขึ้นเป็นเทศนา

ครั้นพระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้ว บรรดาพระญาติทั้งหลาย มีพระเจ้าสุทโธทนะพระพุทธบิดาเป็นประธาน ก็ได้เบิกบานปีติปาโมทย์ เปิดพระโอษฐ์แซ่ซ้องสาธุการแล้ว พระญาติทั้งหลายก็กราบทูลลาคืนยังพระราชสถานแห่งตน มิได้มีพระญาติสักองค์หนึ่ง ได้กราบทูลอาราธนาให้ทรงรับอาหารบิณฑบาตในยามเช้าพรุ่งนี้ แม้แต่พระเจ้าสุทโธทนะ ก็เพียงแต่ทูลลามิได้ทูลอาราธนาเสวยพระกระยาหารเช้าเช่นกัน ด้วยทรงนึกไม่ถึงว่า ธรรมดาพระจะต้องอาราธนา จึงจะได้มารับบิณฑบาตในบ้านซึ่งเป็นปกติของสามัญชนธรรมดาทั่วไป พระเจ้าสุทโธทนะพระพุทธบิดา ทรงรู้สึกอย่างเป็นพระญาติที่สนิทว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโอรส พระสงฆ์สาวกเหล่านั้นก็เป็นศิษย์ของพระโอรสแล้วพระโอรสจะเสด็จไปไหนเสีย เมื่อไม่มายังพระราชนิเวศน์ของพระองค์ จึงไม่จำเป็นต้องทูลอาราธนา

พระเจ้าสุทโธทนะทรงแน่พระทัยเป็นอย่างยิ่งว่า พระบรมศาสดาจะต้องพาพระสาวกทั้งหลายมาเสวยพระกระยาหารในพระราชนิเวศน์ของพระองค์แน่นอน จึงไม่ทรงทูล อาราธนา ยิ่งไปกว่านั้นยังกลับเห็นว่า หากออกพระกระแสรับสั่งอาราธนา ก็จะกลายเป็นว่า พระบรมศาสดาเป็นคนอื่นมิใช่พระโอรส ครั้นพระเจ้าสุทโธทนะเสด็จถึงพระราชนิเวศน์ จึงโปรดให้พนักงานจัดแจงตกแต่งอาหารอันประณีตเป็นพิเศษไว้พร้อมมูล เพื่อถวายพระบรมศาสดาและพระภิกษุสงฆ์สาวกทั้งมวลในวันพรุ่งนี้ ตลอดเวลาเย็นถึงเวลารุ่งเช้า เมื่อไม่ปรากฏว่ามีใครมาอาราธนาพระบรมศาสดาไปเสวยที่ใดแล้ว พระองค์ก็ทรงพิจารณาว่า พระพุทธเจ้าในปางก่อน เมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระนครของพระพุทธบิดาแล้ว ทรงปฎิบัติอย่างไร ก็ทรงทราบด้วยพระญาณว่า พระพุทธเจ้าในปางก่อนได้เสด็จไปบิณฑบาตตามลำดับตรอก ครั้นพระพุทธองค์ทรงทราบอย่างนี้แล้ว จึงทรงถือเอาบาตรและจีวรพาภิกษุสงฆ์ เสด็จพระดำเนินไปตามท้องถนนหลวง ปรากฏแก่ประชาราษฎร์ ต่างได้มีโอกาสชมพระบารมี และมีความปีติยินดีประณมหัตถ์นมัสการ นับเป็นครั้งแรกที่ชาวเมืองกบิลพัสดุ์ได้เห็น พระบรมศาสดาทรงอุ้มบาตร เสด็จพระพุทธลีลาโปรดประชาสัตว์ เป็นการเพิ่มพูนความปีติ โสมนัสพระพุทธจริยาตอนนี้เป็นเหตุให้พุทธบริษัทสร้างพระพุทธรูป เรียกว่า ปางอุ้มบาตร

คาถาสวดบูชา

สัพพาสีวิสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง

เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง อาณัก เขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา

สัพพะปาณินัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ

สวดวันละ 17จบจะมีความสุขสวัสดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

ผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน พระประจำวันเกิด คือ ปางป่าเลไลย์

ลักษณะพระพุทธรูป

พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งบนก้อนศิลา ห้อยพระบาททั้งสองข้างลง ทอดพระบาทเล็กน้อย พระหัตถ์ซ้ายคว่ำวางบนพระชานุซ้าย พระหัตถ์ขวาหงายวางบนพระชานุขวาเป็นกิริยาทรงรับ มีช้างหมอบถือน้ำยื่นถวาย และมีลิงหมอบถือรวงผึ้งถวายอยู่ข้างหน้า

ประวัติและความสำคัญ

ณ เมืองโกสัมพี มีพระภิกษุ 2 ฝ่ายอยู่ในวิหารเดียวกันคือฝ่ายพระวินัยธร ที่ถือเคร่งครัดทางพระวินัย และฝ่ายพระธรรมธร ที่ถือการแสดงธรรมเป็นใหญ่ แต่ละฝ่ายก็มีลูกศิษย์เป็นบริวารมากมาย วันหนึ่งพระธรรมธรได้เข้าไปในห้องน้ำ ใช้น้ำแล้วเหลือไว้นิดหนึ่ง เมื่อพระวินัยธรเข้าไปเจอน้ำเหลือไว้ จึงได้ตำหนิพระธรรมธร ตัวพระธรรมธรเองก็ได้ยอมรับผิดต่อพฤติกรรมนั้น แต่พระวินัยกลับนำเรื่องเพียงเล็กน้อยนี้เป็นพูดกับอันเตวาสิกของตนว่า พระธรรมธรขนาดทำผิดแล้วยังไม่รู้สึกตัวอีก

ต่อมาอันเดวาสิกของพระธรรมธรก็ได้พูดถากถาง ทำนองเดียวกันกับอันเดวาสิกของพระธรรมธร ว่าอาจารย์ของพวกท่านทำผิดแล้วยังไม่รู้อีก น่าละอายนัก ฝ่ายลูกศิษย์ก็นำเรื่องนี้ไป ปรึกษากับพระธรรมธร พระธรรมธรได้ฟังดังนั้น จึงพูดว่าทำไมพระวินัยธรจึงพูดอย่างนี้ เราทำผิดกฎก็ยอมรับผิดและแสดงอาบัติไปแล้ว ไฉนจึงพูดกลับกลอกเช่นนี้เล่าจึงพูดกับอันเตวาสิกว่า พระวินัยธรพูดเท็จและทั้งสองฝ่ายก็ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน เพราะเหตุเพียงเล็กน้อยเอง เมื่อไม่สามารถจะระงับกันได้ พระพุทธเจ้าได้แสดงเหตุของการแตกแยก และคุณของความสามัคคี แต่ก็หาเชื่อต่อพระพุทธเจ้าไม่ ซ้ำยังแสดงคำพูดที่ไม่เหมาะสมว่า ขอให้พระพุทธเจ้าอยู่เฉยอย่ามายุ่ง

พระพุทธองค์เห็นว่าไม่สามารถจะระงับได้ จึงส่งพระโมคคัลลานะ ไปช่วยระงับ แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ยอมเชื่อฟัง ทำให้พระพุทธองค์เกิดความเบื่อหน่ายระอาใจต่อเหตุการณ์นี้เป็นอย่างยิ่ง แม้ชาวบ้านเองก็แตกเป็น 2 ฝ่ายตามพระที่ตนเองนับถือ ส่วนพุทธศาสนิกชนที่มีศีลก็ระอาพากันคว่ำบาตร ไม่ให้การบำรุงพระสงฆ์เหล่านั้น เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ฝ่ายพระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จไปอยู่ ณ ป่าได้มีช้างปาริไลยกะและลิงคอยทำการอุปัฏฐาก มีความพระเกษมสำราญในการอยู่คนเดียว จากเหตุการณ์นี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์อันน่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงพฤติกรรมของพระ 2 ฝ่ายในขณะนั้น ไม่เชื่อฟังแม้กระทั้งพระพุทธเจ้า พุทธศาสนิกชนจึงได้สร้างพระปางนี้ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจถึงการแตกสามัคคี การทะเลาะวิวาทกัน

คาถาสวดบูชา

กินนุ สันตะระมาโนวะ ราหุ จันทัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป

อาคัมมะ กินนุ ภีโต ติฏฐะสีติ สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง

ละเภ พุทธาคาถาภิคิโตมหิ โนเจ มุญเจยะ จันทิมันติ

สวดวันละ 12 จบ จะมีความเจริญสุขสวัสดี


 

5. ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี พระประจำวันเกิด คือ ปางตรัสรู้ หรือปางสมาธิ

ลักษณะพระพุทธรูป

พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองหงายวางซ้อนกัน บนพระเพลา คือพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระชงฆ์ขาวทับพระชงฆ์ซ้าย

ประวัติและความสำคัญ

เมื่อพระมหาบุรุษบรมโพธิสัตว์ ทรงกำจัดพญามาร และเสนามารให้ปราชัยด้วยพระบารมี ตั้งแต่เวลาสายัณห์มิทันพระอาทิตย์จะอัสดง ก็ทรงเบิกบานพระทัยได้ปีติเป็นกำลังภายในสนับสนุนเพิ่มพูนแรงปฎิบัติภาวนาให้ยิ่งขึ้น ดังนั้น พระองค์จึงมิได้ทรงพักให้เสียเวลาทรงเจริญสมาธิภาวนาทำจิตใจให้ปราศ จากอุปกิเลสจนจิตสุขุมเข้าโดยลำดับ ไม่ช้าก็ได้บรรลุปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน อันเป็นส่วนรูปสมบัติตามลำดับ

ต่อจากนั้น ก็ทรงเจริญญานอันเป็นองค์ปัญญาชั้นสูง 3 ประการ ยังองค์พระโพธิญาณให้เกิดขึ้นเป็นลำดับ ตามลำดับแห่งยามสามอันเป็นส่วนราตรี นั้นคือ ในปฐมยาม ทรงบรรลปุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกอดีตชาติที่พระองค์ทรงบังเกิดมาแล้วทั้งสิ้นได้ ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุจตูปปาตญาณ หรือทิพจักขุญาณ สามารถหยั่งรู้การเกิด การตาย ตลอดจนการจุติและปฎิสนธิของสัตว์ทั้งหลายได้หมด ในปัจฌิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ทรงพระปรีชาสามารถทำอาสวะกิเลสทั้งหลายให้หมดสิ้นไป ด้วยปัญญาพิจารณาในปัจจยาการแห่งปฏิจจสมุปบาท โดยอนุโลมและปฏิโลมทั้งฝ่ายเกิดและฝ่ายดับสาวไปข้างหน้าและสาวกลับไปมาแล้ว ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลาปัจจุสสมัยรุ่งอรุโณทัย ทรงเบิกบานพระหฤทัยอย่างสูงสุดในการตรัสรู้อย่างไม่เคยมีมาก่อน ถึงกับทรงเปล่งอุทานเย้ยตัณหา อันเป็นตัวการก่อให้เกิดสงสารวัฏฏทุกข์แก่พระองค์หลายเอนกชาติว่า “นับแต่ตถาคตท่องเที่ยวสืบเสาะหานายช่างเรือนคือตัณหา ตลอดชาติอันจะนับประมาณมิได้ ก็มิได้พบท่านเลย นับแต่นี้ไป ท่านจะทำเรือนให้ตถาคตไม่ได้อีกแล้ว กลอนเรือนเราก็ได้รื้อเสียแล้ว ช่อฟ้าเราก็ทำลายแล้ว จิตของเราปราศจากสังขารเครื่องปรุงแต่งมีกิเลสไปปราศแล้ว เราถึงความดับสิ้นไปแห่งตัณหาแล้ว”

ในขณะนั้นมหาอัศจรรย์ก็บังเกิดมีขึ้น กล่าวคือ พื้นมหาปฐพีอันกว้างใหญ่ก็หวั่นไหว พฤกษาชาติทั้งหลายก็ผลิตดอกออกช่องามตระการตา เทพเจ้าทุกข์ชั้นฟ้าก็แซ่ซ้องสาธุการโปรยปรายบุปผามาลัยทำสักการบูชา เปล่งวาจาว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นแล้วในโลก ด้วยปีติยินดีเป็นเหตุอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เรื่องนี้จึงเป็นมูลเหตุให้มีการสร้างพระพุทธรูปปางตรัสรู เพื่อเป็นพุทธานุสสติ ฉะนี้แล

คาถาสวดบูชา

ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง เยนะ สังวิหิตารักขัง มหาสัตตัง

วเนจรา จิรัสสัง วายะมันตาปิ เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง ฯ

สวดวันละ 19 จบ จะมีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป


 

6. ผู้ที่เกิดวันศุกร์ พระประจำวันเกิด คือ ปางรำพึง

ลักษณะพระพุทธรูป

พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองประสานยกขึ้นประทับที่พระอุระ พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระบาททั้งสองประทับยืนชิดติดกัน

ประวัติและความสำคัญ

เมื่อตปุสสะและภัลลิกะ 2 พาณิชกราบทูลลาไปแล้ว พระพุทธองค์เสด็จกลับจากร่มไม้ราชายตนะ ไปประทับเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้อชลปาลนิโครธอีกครั้งหนึ่ง และทรงรำพึงถึงธรรม ที่พระองค์ได้ตรัสรู้แล้วนั้นว่า เป็นธรรมประณีตละเอียดสุขุมคัมภีรภาพ ยากที่บุคคลจะรู้ได้ ทำให้ท้อแท้พระทัยถึงกับทรงดำริจะไม่แสดงธรรมแก่มหาชน ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหม ทราบวาระจิตของพระพุทธองค์ จึงร้องประกาศชวนเทพยดาทั้งหลาย พากันไปเฝ้าพระพุทธองค์ยังที่ประทับ ฯ ควงไม้อชปาลนิโครธ ถวายอภิวาทแล้วกราบ ทูลอาราธนาพระพุทธองค์ ขอให้ทรงแสดงธรรมโปรดประชาชน เพื่อบุคคลผู้มีธุลีในนัยน์ตาน้อย ทั้งมีอุปนิสสัยอันจะเป็นพุทธสาวก จะได้ตรัสรู้ธรรมบ้าง

พระพุทธองค์ทรงรำพึงถึงธรรมเนียม ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแต่ปางก่อนว่า ได้ตรัสรู้แล้วย่อมทรงแสดงธรรมโปรดประชาชนทั้งหลาย ประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้แผ่ไพศาล เพื่อประโยชน์สุขแก่ปัจฉิมชนผู้เกิดมาภายหลัง แล้วจึงเสด็จปรินิพพาน จึงได้น้อมพระทัยไปในอันแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ในโลก แล้วพระพุทธองค์ ทรงพิจารณาอีกว่า จะมีผู้รู้ถึงธรรมนั้นบ้างหรือไม่ ก็ทรงทราบถึงอุปนิสัยของบุคคลทั้งหลาย ในโลกนี้ย่อมมีต่าง ๆ กัน คือ ทั้งประณีต ปานกลางและหยาบ ที่มีนิสัยดีมีกิเลสน้อยเบาบาง มีบารมีที่ดีสั่งสมอบรมมาแล้ว ซึ่งพอจะตรัสรู้ธรรมตามพระองค์ได้ก็มีอยู่ ผู้มีอินทรีย์ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิปัญญากล้าก็มี ผู้มีอินทรีย์อ่อนก็มี เป็นผู้จะพึงสอนให้รู้ได้โดยง่ายก็มี เป็นผู้จะพึงสอนให้รู้ได้โดยยากก็มี เป็นผู้สามารถจะรู้ได้ก็มี เป็นผู้ไม่สามารถจะรู้ได้ก็มี บุคคลจึงเปรียบเหมือนดอกบัวที่เกิดในน้ำเจริญในน้ำ น้ำเลี้ยงอุปถัมภ์ไว้ บางเหล่ายังจมอยู่ในน้ำ บางเหล่าอยู่เสมอน้ำ บางเหล่าขึ้นพ้นน้ำแล้วในดอกบัว 3 เหล่านั้น ดอกบัวที่ขึ้นพ้นน้ำแล้วนั้นคอยสัมผัสรัศมีพระอาทิตย์อยู่จักบาน ณ เช้าวันนี้ ดอกบัวที่ตั้งอยู่เสมอน้ำ จักบาน ณ วันพรุ่งนี้ ดอกบัวที่ยังไม่ขึ้นจากน้ำ ยังอยู่ภายในน้ำ จักบานในวันต่อ ๆ ไป ดอกบัวที่จะบานมีต่างชนิดฉันใด เวไนยสัตว์ที่จะตรัสรู้ธรรมก็มีต่างกัน ฉันนั้นเหมือนกัน คือ ผู้มีกิเลสน้อยเบาบาง มีอินทรีย์แก่กล้า เป็นผู้ที่พึงสอนให้รู้ได้โดยง่าย และอาจจะรู้ธรรมพิเศษนั้นได้โดยฉับพลัน ผู้มีคุณสมบัติเช่นนั้นเป็นประมาณปานกลาง

เมื่อได้รับอบรมในปฏิปทาอันเป็นบุพพาค จนมีอุปนิสสัยแก่กล้าดังกล่าว แต่ยังอ่อน ก็ยังควรได้รับการแนะนำในธรรมเบื้องต่ำต่อไปก่อนเพื่อบำรุงอุปนิสัย เมื่อเป็นเช่นนี้ พระธรรมเทศนาของพระองค์คงไม่ไร้ผล จักยังประโยชน์ให้สำเร็จแก่คน ทุกหมู่เหล่า เว้นแต่จำพวกปทปรมะ ซึ่งมิใช่เวไนย คือ ไม่รับการแนะนำ ซึ่งเปรียบด้วยดอกบัวอ่อน อันจะเป็นภักษาหารของปลาและเต่าต่อไป ครั้นพระพุทธองค์ทรงพิจารณาด้วยพระปรีชาญาณ หยั่งทราบเวไนยสัตว์ผู้จะรับประโยชน์จากพระธรรมเทศนาแล้ว ก็ทรงอธิษฐานพระหฤทัยในอันจะแสดงธรรมสั่งสอนไวไนยสัตว์ และตั้งพุทธปณิธานจะใคร่ดำรงพระชนม์อยู่จนกว่าจะได้ประกาศพระพุทธศาสนา ให้แพร่หลายประดิษฐานให้มั่นคงสำเร็จประโยชน์แก่ชนนิกรทุกหมู่เหล่าต่อไป พระพุทธจริยาที่ทรงรำพึงถึงธรรมที่จะแสดงโปรดชนนิกรผู้เป็นเวไนยบุคคลนั้นแล เป็นเหตุให้สร้างพระพุทธรูปที่เรียกว่า ปางรำพึง

คาถาสวดบูชา

อัปปะสันเนหิ นาถัสสะ สาสะเน สาธุ สัมมะเต อะมะนุสเนหิ จัณเฑหิ สะทา กิพพิ

สะการิภิ ปะริสานัญจะ ตัสสันนัง มะหิงสายะ จะ คุตติยา ยันเทเสหิ มะหาวีโร ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ

สวดวันละ 21 จบ จะมีความสุขสวัสดีตลอดกาลนาน


 

7. ผู้ที่เกิดวันเสาร์ พระประจำวันเกิด คือ ปางนาคปรก

ลักษณะพระพุทธรูป

พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิราบ ทรงหงายพระหัตถ์ทั้งสองแบวางซ้อนกัน บนพระเพลา พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย มีพญานาคแผ่พังพานปกคลุมเบื้องพระเศียร

ประวัติและความสำคัญ

ครั้นพระพุทธองค์เสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้อชปาลนิโครธสิ้น 7 วัน แล้วพระองค์ก็เสด็จไปประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขยังร่มไม้จิก อันมีชื่อว่า มุจจลินท์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศอาคเนย์ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ วันนั้นเกิดฝนตกพรำอยู่ไม่ขาดสายตลอด 7 วัน พญานาคมุจจลินท์ ผู้เป็นราชาแห่งนาค ได้ออกจากนาคพิภพ ทำขนดล้อมพระวรกาย 7 ชั้น แล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องบน เหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยความประสงค์มิให้ฝนและลมหนาวสาดต้องพระวรกาย ทั้งป้องกันเหลือบ ยุง บุ้ง ร่าน ริ้น และสัตว์เลื้อยคลานทั้งมวลด้วย ครั้งฝนหายแล้ว พญามุจจลินท์นาคราช จึงคลายขนดจากที่ล้อมพระวรกาย พระพุทธเจ้า จำแลงเพศเป็นมาณพน้อยยืนทำอัญชลีถวายนมัสการพระพุทธองค์ ในที่เฉพาะพระพักตร์ ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเปล่งอุทานว่า สุโข วิเวโก ตุฏฺฐัสสะ สุตะธัมมัสสะ ปัสสะโต อัพยาปัชชัง สุขัง โลเก ปาณะภูเตสู สัญญะโม สุขา วิราคะตา โลเก กามานัง สะมะติกฺกะโม อัสมิมานัสสะ วินะโย เอตัง เว ปะระมัง สุขัง ฯ ความว่า ความสงัดเป็นสุขของบุคคลผู้มีธรรมอันได้สดับแล้ว รู้เห็นสังขารทั้งปวงตามเป็นจริงอย่างไร ความเป็นคนไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และความเป็นคนปราศจากความกำหนัด คือความก้าวล่วงกามทั้งปวงเสียได้ เป็นสุขในโลกความนำออกเสียซึ่งอัสมินมานะ คือความถือตัวตนให้หมดได้นี้เป็นสุขอย่างยิ่ง

พระพุทธจริยาที่เสด็จประทับนั่งเสวยวิมุตติสุข ภายในวงขนดของพญานาคมุจจลินท์นาคราชที่ขดแวดล้อมพระกายอยู่นี้ เป็นเหตุให้สร้างพระพุทธรูปปางนี้ขึ้นมา เรียกว่า ปางนาคปรก เรื่องพระปางนาคปรกนี้ นิยมสร้างเป็นพระนั่งบนขนดตัวพญานาคเหมือนเอานาคเป็นบัลลังก์ดูสง่า องอาจเป็นพระเกียรติอำนาจของพระองค์อย่างหนึ่ง ได้ลักษณะเป็นอย่างพระเจ้าของพราหมณ์ ถ้าจะรักษาลักษณะของพระพุทธรูปตามประวัติ ก็จะเป็นไปอีกในลักษณะหนึ่งคือ พระพุทธรูปจะมีพญานาคพันรอบพระวรกายด้วยขนดตัวพญานาคถึง 4-5 ชิ้น จนบังพระวรกายมิดชิด เพื่อป้องกันฝนและลม จะเห็นได้ก็เพียงพระเศียร พระศอ และพระอังสาเป็นอย่างมาก ทั้งเบื้องบนก็มีหัวพญานาคแผ่พังพานปกคลุมอีกด้วย

คาถาสวดบูชา

ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา

โวโรเปตา เตน สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ คัพภัสสะ ฯ

สวดวันละ 10 จบ จะมีความสุขความเจริญและเกิดความสวัสดีมีมงคลตลอดกาลนาน

 

การบูชาพระประจำวันเกิดของทั้ง 7 วัน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบคุณแหล่งที่มา และ ภาพสวยๆ : gangbeauty

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อเรื่องเบญจเพส แท้จริงมีทั้งด้านดีและด้านร้าย ไม่รู้ลองอ่าน ทำนาย เบญจเพส

ความเชื่อเรื่องเบญจเพส แท้จริงมีทั้งด้านดีและด้านร้าย ไม่รู้ลองอ่าน ทำนาย เบญจเพส

ความเชื่อเรื่องเบญจเพส แท้จริงมีทั้งด้านดีและด้านร้าย ความเชื่อเรื่องเบญจเพส แท้จริงมีทั้งด้านดีและด้านร้าย ไม่รู้ลองอ่าน พูดถึงเบญจเพสแล้วต้องนึกถึงช่วงวัยอายุ 25 ที่บอกต่อๆกันมาว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นทั้งปีในช่วงอายุเท่านี้! ทั้งอุบัติเหตุ การสูญเสีย และอะไรต่างๆนานๆอีกมากมาย แต่จะแท้จริงแค่ไหนกับคำบอกเล่านั้น วันนี้พี่อะเครุมาแชร์ความรู้ดีๆเกี่ยวกับเบญจเพสกันครับ ว่าที่จริงแล้วก็ไม่ได้แย่เสมอไปหรอก   เบญจเพสคืออะไร? ปีเบญจเพสเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ มีความเชื่อกันว่าช่วงอายุที่ลงท้ายด้วยเลข 5 จะเป็นช่วงที่ทำให้ชีวิตของเราเจอแต่เรื่องไม่ดีเข้ามาและรู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ และช่วงที่หนักที่สุดคือวัย 25 ปีเต็ม ไปจนถึงอายุ 26 ปี เรื่องต่างๆในปีเบญจเพสนี้อาจจะเชื่อมโยงกับกรรมในอดีต ที่กลับมาส่งผลต่อเราในปัจจุบัน แต่ความจริงแล้วเบญจเพสนั้นไม่ได้แย่เสมอไป เพราะมีทั้งเบญจเพสในด้านดี และเบญจเพสในด้านร้าย แตกต่างกันออกไปแล้วแต่บุคคลครับ   ทำไมต้องอายุ 25 ปี? “เบญจเพส” เบญจ แปลว่า ห้า / เพส แปลว่า ยี่สิบ ความเชื่อของคนโบราณในสมัยก่อนหมายถึง ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ยมบาลกำลังเช็คกรรม ห้ามทำอะไรที่ไม่ดีเด็ดขาดเชียว คุณจะอยู่ในช่วงที่ดวงตกสุดๆ เพราะฉะนั้นใครที่ทำความผิดอะไรไว้ ในปีเบญจเพสจะทำให้คุณรู้สึกแย่เป็นพิเศษเลยละครับ เบญจเพสดี อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าเบญจเพศไม่ได้มีแต่เรื่องร้ายๆเท่านั้น บางคนเมื่อก้าวเข้าสู่วัย 25 […]

5 วิธีถูกหวย รวยแบบไม่ต้องรอความหวัง !! รวยได้จริงลองวิธีนี้ดู..

5 วิธีถูกหวย รวยแบบไม่ต้องรอความหวัง !! รวยได้จริงลองวิธีนี้ดู..

5 วิธีถูกหวย รวยแบบไม่ต้องรอความหวัง !!   คนไทยเป็นนักเสี่ยงโชค โดยเฉพาะสามตัวตรง สองตัวล่างนี่ไม่มีทางที่จะพลาดนักเก็งเลขระดับท็อปหลายสำนักไปได้ แต่โอกาสที่จะถูกหวย คำนวณแล้วมันมีอยู่เพียงไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ดังนั้นการจะหวังความรวยจากการถูกหวยคงเป็นไปได้ยาก เลขเด็ดออนไลน์ มีวิธีถูกหวยทางลัดมาฝาก รับรองว่ารวยง่ายกว่าเดิมเยอะ   หวยงวดที่ 1 สุขภาพ เหล้า เบียร์ และบุหรี่เป็นสิ่งย่ำแย่ที่ทำลายสุขภาพร่างกาย และคร่าชีวิตคนมามากนัก อีกทั้งยังมีราคาสูง จะเสพสมอารมณ์เมาทั้งทีเป็นอันต้องเสียเยอะตลอด หากเป็นการดื่มเพื่อฐานะทางสังคมที่มีนานๆ ครั้งมันก็เข้าใจได้ แต่การดื่มทุกวันจนกลายเป็นกิจวัตร เสียร่างกาย เสียเงินอีกต่างหาก จนสิคะรออะไร   หวยงวดที่ 2 ครอบครัวรู้ประหยัด แม้ครอบครัวของเธอจะมีเงินอยู่เป็นถุงเป็นถัง แต่การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเพราะประมาทนั้นก็นับเป็นหนทางสู่ความจนได้ง่ายๆ ทางที่ดี รณรงค์เรื่องเงินทองกันในบ้านซะ พ่อแม่ลูกช่วยกันประหยัด รู้จักคุณค่าของเงินทอง รู้จักเก็บหอมรอมริบ ซื้อแต่สิ่งของที่จำเป็นต่อชีวิต เหมาะสมกับฐานะ ไม่เกินตัวให้ต้องเป็นหนี้ อนาคตรับประกันความรวย!   หวยงวดที่ 3 ฉลาดลงทุน เมื่อยามที่เรามีเงิน อย่าได้คิดถึงแค่เงินที่เรามี ให้คิดยาวๆ ต่อยอดไปจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต […]

เปิดลักษณะผู้ชายที่ดี ชี้เป้าโหงวเฮ้งสามีแห่งชาติ

เปิดลักษณะผู้ชายที่ดี ชี้เป้าโหงวเฮ้งสามีแห่งชาติ

เปิดลักษณะผู้ชายที่ดี ชี้เป้าโหงวเฮ้งสามีแห่งชาติ   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ มาฝากกัน อ.ชัญญา ไพ่จิตสัมผัส เผยโหงวเฮ้งผู้ชายที่เหมาะเป็นคู่ชีวิต เจอแล้วให้รีบคว้าเป็นพ่อของลูก จะเป็นยังไงไปดูกัน   หน้าผาก ลักษณะของหน้าผากต้องเต็ม อูม อิ่ม เนื่องจากหน้าผาก เป็นโหงวเฮ้งของเรื่องหน้าที่การงาน ความเจริญรุ่งเรือง หากทีหน้าผากที่ดี ก็หมายถึง ผู้ชายที่จะมีหน้าที่การงานดีนั่นเอง ปาก ลักษณะปากต้องเอิบอิ่ม จะส่งผลให้มีทักษะในการพูดเจรจาต่อรอง เสียง ต้องมีเสียงที่นุ่ม ทุ้ม น่าฟัง ดูกังวาน ส่งผลให้ชีวิตมีอำนาจ มีตำแหน่งใหญ่โต ลูกน้องให้ความเคารพ คิ้ว คิ้วที่ดีของผู้ชาย จะต้องมีหว่างคิ้วที่ไม่แคบจนเกินไป หรือหากใช้ 2 นิ้ววางลงตรงหว่างคิ้ว จะต้องเหลือพื้นที่เล็กน้อย ผู้ชายที่มีลักษณะคิ้วแบบนี้ จะเป็นคนที่รักครอบครัว และให้ความสำคัญกับครอบครัวเสมอ ส่วนผู้ชายที่มีคิ้วเข้ม เขาจะเป็นคนที่มีความรักที่เข้มข้น และก็พลังทางเพศก็จะจัดเต็ม ตา ผู้ชายที่ตาโต เชื่อว่า จะเป็นคนเจ้าชู้ มักมีปัญหาในเรื่องรักใคร่ ส่วนผู้ชายที่ตาตี่ เป็นคนที่คิดนาน คิดเยอะ จมูก ลักษณะจมูกที่ดีต้องเป็นจมูกที่สวยกำลังดี เวลาหลับตาและลูบตั้งแต่ดั้งลงมา ไม่มีฮัมพ์ หรือไม่มีโด่งปูดเหมือนป้องอ้อย ถ้าอย่างนั้นเขาจะมีปัญหากับคู่ […]

ความเชื่อของชาวตะวันตก ก้าวเท้าขวาก่อนจะโชคดี

ความเชื่อของชาวตะวันตก ก้าวเท้าขวาก่อนจะโชคดี

ความเชื่อของชาวตะวันตก ก้าวเท้าขวาก่อนจะโชคดี   ทราบหรือไม่ว่าชาวตะวันตกนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันมากมายไม่แพ้คนไทยอย่างเราๆ โดยเฉพาะเรื่องขอบงการเดินนั้น ชาวตะวันตกเชื่อกันว่าเราจะต้องก้าวเท้าขวาก่อนจะโชคดี (Right Foot First) นี่คือเคล็ดความเชื่อของชาวตะวันตกถึงกิริยาเมื่อยามเดินทางว่า “จงก้าวเท้าขวาออกก่อนเท้าซ้าย จะนำความโชคดีมาให้” ในสมัยกลางของยุโรป บรรดาอัศวินเมื่อถึงเวลาออกศึกจะมีเคล็ดความเชื่อเรื่องโชคลางว่า “ให้ขึ้นม้าด้วยเท้าข้างขวา” แล้วจะโชคดีมีชัยชนะในสงคราม    ที่มา : สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเชื่อกันว่าร่างกายด้านซ้ายของมนุษย์เป็นพลังงานลบที่อ่อนแอกว่าด้านขวา หากก้าวด้วยเท้าซ้ายขึ้นม้าจะนำพาโชคร้ายมาสู่ตน แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม นี่ก็ถือเป็นธรรมเนียมเก่าแก่ที่ถือปฏิบัติกันมานานตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ในศาสนาอิสลามก็มีบันทึกเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยให้ชาวมุสลิมชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อนทำละหมาด และให้ล้างมือขวาและเท้าขวาก่อนด้านซ้ายทุกครั้ง       ความเชื่ออื่นที่แตกต่าง : ในธรรมเนียมของโลกตะวันตกเกี่ยวกับการอุ้มเจ้าสาวข้ามธรณีประตูในวันแต่งงาน เป็นอีกเคล็ดความเชื่อหนึ่งที่ถือกันว่า ร่างกายด้านขวาสำคัญกว่าด้านซ้าย ความเชื่อดังกล่าวถูกตีความไปว่าจะเป็นลางร้ายอย่างยิ่งหากเจ้าสาวก้าวเข้าสู่เรือนหอด้านเท้าซ้าย และหากมองในด้านสรีระของผู้หญิง การก้าวเท้าซ้ายเข้าสู่ตัวบ้านก่อน อาจทำให้เธอเสียหลักจนสะดุดหกล้ม ซึ่งนั่นก็จะเป็นลางไม่ดีเลยสำหรับวันวิวาห์ ด้วยเหตุนี้จึงกลายมาเป็นเหตุผลหนึ่งที่สนับสนุนความเชื่อว่า ให้เจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวก้าวข้ามธรณีประตู และเมื่อวางลง ให้เจ้าสาววางเท้าขวาลงสู่พื้นก่อนเท้าซ้าย เชื่อกันว่า หากทำดังนี้แล้วจะนำพาโชคดีมาให้แก่ชีวิตของคู่บ่าวสาว       การปฏิบัติ : นอกจากนี้ในเคล็ดความเชื่อเกี่ยวกับอากัปกิริยาในด้านขวาต่างๆไม่ว่าจะเป็น “เมื่อเริ่มเดินทางให้ก้าวเท้าขวาออกก่อน”,”เมื่อยามตื่นให้ลุกจากเตียงทางด้านขวา” และ “จงวางเท้าที่ดีที่สุดขิงคุณไปเบื้องหน้า” เคล็ดความเชื่อต่างๆเหล่านี้ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นในทุกๆสิ่ง สิ่งที่ดีที่สุดต้องเริ่มจากเท้าขวา และการก้าวออกจากบ้านก็ให้ก้าวออกด้วยเท้าขวาก่อน แต่ถ้าหากว่าคุณทำผิดพลาดไปล่ะจะทำอย่างไร? ตัวอย่างเช่นตอนเช้าๆเวลาตื่นนอน ถ้าเผอิญก้าวเท้าซ้ายลงจากเตียง ให้คุณเลี่ยงจากเรื่องร้ายๆในวันนั้นด้วยการแก้เคล็ดคือ ให้สวมถุงเท้าหรือรองเท้าด้านขวาก่อน แล้วค่อยก้าวเท้าขวาลงตาม […]