บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ บทแผ่เมตตาให้ตนเอง สวดแล้วชีวิตดีขึ้น สวดเลย !!

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ 

การสวดมนต์ บทแผ่เมตตา เป็นการตั้งและส่งความปราถนาดีไปยังหมู่มวลมนุษย์และสรรพสัตว์ ตลอดจนเทพเทวา ภูติ ผีปีศาจไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขตกำหนด ไร้ซึ่งพรมแดนขวางกั้น ไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้น หรือสรรพสัตว์นั้นๆ จะมีเชื้อชาติใด ศาสนาใด จะเกี่ยวข้องกับเราโดยความเป็นญาติ หรือสิ่งใดก็ตามแต่ จุดประสงค์ คือ ขอให้เขาได้มีความสุข อย่าได้มีความทุกข์ระทมขมขื่น

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่

บทแผ่เมตตา

หากย้อนความตามหลักการแผ่เมตตาในทางพระพุทธศาสนานั้น ในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งต่างมีสิ่งที่ตนปราถนาคล้ายกัน คือ ความสุข รวมถึงการหลีกเลี่ยงจากภัยอันตรายต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ หากตนมีความปราถนาในความสุขฉันใด ผู้อื่น หรือสรรพสัตว์อื่นๆ ต่างก็ต้องการความสุขฉันนั้น พระพุทธเจ้าจึงได้สอนให้เรานำความรู้สึกของตนเองเป็นเครื่องเปรียบเทียบ เข้าใจผู้อื่น จะทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ มีเมตตาต่อผู้อื่นและสรรพสัตว์ที่มีอยู่บนโลกมากขึ้น ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน การแผ่เมตตาจึงสมควรกระทำให้แก่ตนเองและผู้อื่น ตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยตั้งความปราถนาดี ความปราถนาที่จะให้ทุกชีวิตมีความสุขเสมอกัน

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ สวดแล้วชีวิตดีขึ้น

บทสวดแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่

 

วันนี้ สนุก ! Horoscope จึงได้นำเอา บทแผ่เมตตา ที่เป็นแบบพรหมวิหารสี่มาฝากกัน ซึ่ง พรหมวิหาร หมายถึง ธรรมของพรหมหรือของท่านผู้เป็นใหญ่ พรหมวิหารเป็นหลักธรรมสำหรับทุกคน เป็นหลักธรรมประจำใจที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์ ซึ่งคนทั่วไปมักจะคุ้นเคยกันในชื่อเรียกที่ว่า “พรหมวิหารสี่” อันได้แก่ เมตตา , กรุณา , มุฑิตา และ อุเบกขา อาจอธิบายความหมายหลักทั้ง 4 ได้ดังนี้

  • เมตตา ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข
  • กรุณา ความปราถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
  • มุทิตา ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
  • อุเบกขา การรู้จักวางเฉย

ก่อนที่จะเริ่ม บทแผ่เมตตา ควรนั่งสมาธิอย่างน้อย 3 – 5 นาทีตามโอกาส เพื่อให้จิตใจของเราเกิดความอ่อนโยน สะอาด ผ่องแผ้ว อันเกิดมาจากการทำสมาธิ ที่ถึงแม้ว่าจะใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่ก็เป็นจิตที่ว่างจากการความพยาบาทอาฆาต ความอิจฉาริษยา กามราคะ และว่างเว้นจากความเศร้าซึม การนั่งสมาธิจะช่วยเสริมให้จิตมีพลัง เหมาะเป็นอย่างยิ่งก่อนการเริ่มปฏิบัติโดย บทแผ่เมตตา นั้นถูกแบ่งออกเป็น 4 บท ดังนี้

บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่

 

บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่

บทเมตตา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่มีเวรแก่กันและกันเถิด
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กาย ทุกข์ใจเถิด
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงเป็นผู้มีสุข พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

บทกรุณา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ จงพ้นจากทุกข์เถิด

บทมุทิตา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
มา ลัทธะสัมปัตติโต วิมุจจันตุ จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด

บทอุเบกขา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งสิ้น
กัมมัสสะกา เป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน
กัมมะทายาทา เป็นผู้รับผลของกรรม
กัมมะโยนิ เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด
กัมมะพันธุ เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
กัมมะปะฏิสะระณา เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กระทำกรรมอันใดไว้
กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา ดีหรือชั่ว
ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

ในการแผ่เมตตาแต่ละครั้งอาจไม่จำเป็นต้องกล่าวเป็นภาษาบาลีเสมอไป การสวดบทแผ่เมตตาเป็นภาษาไทยก็สามารถทำได้ ขอให้เป็นภาษาของความรู้สึกนึกคิด นึกถึงสิ่งๆ นั้นที่เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ มีความเมตตาต่อการเกิดของตนเองที่ในบางครั้งอาจต้องเผชิญกับความทุกข์ ความเศร้า โรคภัยไข้เจ็บ และต้องเผชิญกับความแก่ ความเจ็บ ความตายวนเวียนไปเป็นวัฐจักร หากการแผ่เมตตานั้นถึงแม้จะใช้ถ้อยคำเป็นภาษาบาลี แต่ความรู้สึกนึกคิดในระหว่างการแผ่เมตตานั้นไม่ได้เป็นไปตามภาษาที่กล่าว การแผ่เมตตาก็จะไม่มีประโยชน์อะไร

ทำไมต้องกรวดน้ำหลังแผ่เมตตา ?

การกรวดน้ำเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล แต่ก็ไม่อาจจะระบุเป็นช่วงเวลาได้ ในสมัยก่อนเวลาที่จะมอบสิ่งของใดๆ ให้แก่กัน หากเป็นของใหญ่ที่ไม่สามารถยกมอบให้ได้ ผู้คนในสมัยนั้นก็มักจะใช้สิ่งแทน หรือสิ่งอื่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการมอบให้ โดยเป็นสิ่งที่สามารถหาได้ง่ายรอบตัว อย่างเช่น น้ำ ผู้คนโบราณมักจะพกน้ำติดตัวไปไหนมาไหนอยู่เสมอ เพราะเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย ฉะนั้น คนโบราณจะให้ น้ำ เป็นสิ่งแทนการให้สิ่งของใหญ่ๆ ที่ยกไม่ไหว มักเรียกน้ำนั้นกันว่า น้ำทักขิโณทก หรือ ทักษิโณทก แม้ในการถวายที่ดิน ถวายอาราม หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน คือ ไม่สามารถยกมอบให้ได้ ก็ใช้วิธีการเทน้ำลงมือผู้รับก็เป็นอันเสร็จ

หากเป็นปัจจุบัน คนเราอาจใช้สิ่งอื่นที่ไม่ใช่น้ำเป็นสิ่งแทนในการมอบของ เช่น มอบรถ ก็อาจใช้กุญแจรถ หรือป้ายทะเบียนรถ มอบบ้าน ก็อาจใช้เป็นกระดาษโฉนดที่ดิน ซึ่งทั้งหมดแล้วก็แตกต่างกันไปตามยุคสมัย เพราะฉะนั้นแล้ว การกรวดน้ำ เปรียบเสมือนเป็นการทำสัญลักษณ์การมอบสิ่งของให้แก่ผู้รับ เป็นเรื่องของพิธีการ หรือการสื่อความหมายที่ชัดเจน ประมาณว่า “ข้าพเจ้าให้ท่านแล้วนะ” โดยเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา นับว่าเป็นการให้ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เมื่อวกกลับเข้ามาที่เรื่องของการทำบุญแล้วกรวดน้ำ ก็เพื่อทำให้เป็นการแผ่เมตตาที่แน้นแฟ้น เป็นรูปธรรมมาขึ้นเช่นเดียวกัน

จุดประสงค์ของการกรวดน้ำ

การกรวดน้ำ ทำเพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล หรือเป็นการแผ่เมตตาไปยังผีเจ้ากรรมนายเวร ผีเปรตทั่วไป หรือผีเปรตที่เป็นญาตของเรา ไปจนถึงสรรพสัตว์อื่นๆ ทั้งหลายที่เราต้องการจะแบ่งส่วนบุญให้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผู้รับ หรือผู้ที่เราจะอุทิศให้หากอยู่ในสถานะที่พึงจะได้รับแล้วล่ะก็ ต่อให้เราไม่กรวดน้ำเขาก็ได้รับอยู่ดี แต่หากผู้รับไม่ได้อยู่ในสถานะที่พึงจะได้รับ แม้จะกรวดน้ำให้เขาก็อาจไม่ได้รับ อาจมองในภาพรวมได้ว่าการกรวดน้ำเป็นการให้ผลทางใจ เพื่อให้การอุทิศส่วนบุญนั้นมีความแน่นแฟ้น เป็นรูปธรรมมากขึ้น นอกจากนั้นเราก็ควรเปล่งวาจาเพื่ออุทิศส่วนบุญนั้นด้วย แสดงออกถึงใจที่มอบให้ เปล่งวาจาออกมาให้ตนและผู้อื่นได้ยิน มีน้ำที่เทลงดินให้ตนและผู้อื่นเห็น นับเป็นการให้ที่สมบูรณ์ ทั้งยังเป็นการให้ทานน้ำแก่พวกสัตว์เล็ก ๆ มีมด และไส้เดือน รวมถึงทำให้ดินชุ่มชื้น เป็นประโยชน์แก่พืชต่าง ๆ อีกด้วย ที่สำคัญการกรวดน้ำเพื่อแผ่เมตตานั้น น้ำที่เทลงไปจะเทที่ไหนก็ได้ที่ไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

อานิสงส์จากการสวดบทแผ่เมตตา

  • นอนหลับเป็นสุข
  • ตื่นขึ้นก็เป็นสุข
  • ไม่ฝันร้าย
  • เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย
  • เป็นที่รักของอมนุษย์(ยักษ์)
  • เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา
  • ศัสตราวุธ ไฟป่า ยาพิษ ไม่อาจทำอันตรายได้
  • เมื่อได้ปฏิบัติธรรมสมาธิจะเกิดเร็ว
  • มีหน้าตาผ่องใสเบิกบานเป็นปกติ
  • ไม่หลงตาย
  • เมื่อตายไปแล้วจะไปเกิดในพรหมโลก

 

 

 

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

 

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.tlcthai.com

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อเรื่องพิธีปิด เปิดยุ้งฉาง

ความเชื่อเรื่องพิธีปิด เปิดยุ้งฉาง

ความเชื่อเรื่องพิธีปิด เปิดยุ้งฉาง   พิธีปิดยุ้ง เป็นการขอให้แม่โพสพบันดาลให้ข้าวมีมากมาย กินไม่รู้จักหมด พิธีนี้จะทำเมื่อนวดข้าวเสร็จเรียบร้อย และนำข้าวเก็บเข้ายุ้งฉางแล้ว โดยจะเหลือข้าวไว้ที่ลานนวดข้าว 1 ขันเพื่อทำพิธี ในการทำพิธีจะทำในวันศุกร์ มีเครื่องสังเวยเป็นขนมต้มขาว ข้าวปากหม้อและไข่ โดยจะเลือกชายหรือหญิงที่เกิดปีมะโรงตามความเชื่อโบราณที่ว่า ปีมะโรงเป็นนักษัตรที่ไม่ทำอันตรายแก่พืชธัญญาหาร เป็นผู้ทำพิธีที่ลานนวดข้าว โดยเอาทัพพีตักข้าวเปลือกที่เหลือในลานข้าวใส่ในขัน ตักไปพลางพูดไปว่า “ขอให้แม่โพสพช่วยบันดาลให้มีข้าวมากมาย ตักตวงเท่าไหร่ไม่หมด” เมื่อได้ข้าวเต็มขันแล้ว นำขันข้าวไปเทใส่ลงในยุ้งที่เก็บข้าวเป็นข้าวเชื้อของแม่โพสพ เมื่อเซ่นสังเวยเสร็จก็เป็นอันเสร็จพิธีปิดยุ้ง ส่วนพิธีเปิดยุ้ง จะเกี่ยวกับการขายข้าวออกจากยุ้ง ห้ามทำในวันศุกร์ พิธีเปิดยุ้งทำโดยเอาขันตักบาตรตักข้าวเปลือกไว้ 1 ขันแล้วเอ่ยคำบอกแม่โพสพว่า “อย่าตระหนกตกใจขอเชิญมิ่งขวัญอยู่กับเหย้าเฝ้ากับนา ตักตวงข้าวให้ได้ร้อยเกวียน พันเกวียน” กล่าวเสร็จแล้วก็ตักข้าวขายต่อไปได้ ส่วนข้าวที่ตักไว้ขันหนึ่งนั้น นำไปสีซ้อมเป็นข้าวสาร แล้วหุงใส่บาตรถวายพระให้หมด ในบางท้องถิ่นเช่นจังหวัดราชบุรีถือเคล็ดว่าเมื่อนำข้าวขึ้นยุ้งแล้วจะไม่ เปิดยุ้งเอาข้าวออกมาบ่อยๆ จะเปิดเมื่อจำเป็นต้องใช้ข้าวจำนวนมาก หรือเมื่อจะขายข้าวเท่านั้น เพราะเกรงว่าแม่โพสพจะโกรธและหนีไป ดังนั้นก่อนการนำข้าวขึ้นยุ้งจะต้องแบ่งข้าวไว้กินให้พอต่อความต้องการจะได้ ไม่ต้องเปิดยุ้งโดยไม่จำเป็น       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย […]

เคล็ดลับ ปิดทองพระ ตำแหน่งไหน เสริมโชคลาภ ชีวิตรุ่งเรือง ให้มั่นคง

เคล็ดลับ ปิดทองพระ ตำแหน่งไหน เสริมโชคลาภ ชีวิตรุ่งเรือง ให้มั่นคง

คุณเคยสังเกตบ้างไหมว่า ทุกครั้งที่เราไปทำบุญที่วัด เรามักจะเห็นผู้คน หรือแม้แต่ตัวเราเองเมื่อไหว้แล้วจะต้องนำทองคำเปลวขนาดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไปปิดพระพุทธรูปต่างๆ ปิดทองพระ องค์เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ขึ้นอยู่จำนวนพระพุทธรูปในวัดนั้นๆ แล้วเคยสงสัยกันไหมว่า เราปิดทองพระไปทำไม เพื่ออะไร แล้วปิดตรงตำแหน่งไหน เสริมดวงเสี่ยงโชค หรือจะช่วยเสริมในเรื่องใด เลขเด็ดออนไลน์ มีคำตอบ สำหรับการปิดทองคำเปลวลงบนองค์พระพุทธรูปนั้น ชาวพุทธมีความเชื่อว่าเป็นการสร้างบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ โดยมีคติความเชื่อว่าผู้ที่ได้มีโอกาสปิดทองพระไม่ว่าจะเกิดภพชาติใดจะมีผิวพรรณผ่องใสงดงาม มีสง่าราศี เป็นที่ถูกเนื้อต้องใจของผู้ที่พบเห็น ส่วนอานิสงค์ผลบุญที่ให้เห็นในชาตินี้ นอกจากนี้ ชาวพุทธยังมีคติความเชื่อเรื่องการปิดทองที่องค์พระในจุดต่างๆ มาตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งไว้ 9 ตำแหน่ง ดังนี้ คาถาขอโชคลาภ 2566 เรียกทรัพย์ เงินทอง ท่องแล้วรวย เฮงแน่นอน ความฝันบอกเหตุ ฝันแบบไหนที่เรียกว่าดี มีโชค จะเป็นเศรษฐี ความเชื่อ วันห้ามต่างๆของไทย วันต้องห้ามตามคติโบราณ เชื่อแล้วจะดี ปิดทองพระ ตำแหน่งไหน เคล็ดลับ เสริมโชคลาภ ชีวิตรุ่งเรือง ให้มั่นคง เคล็ดลับ ปิดทองพระ 9 ตำแหน่ง 1.ปิดทองพระที่พระเศียร […]

ทำนายฝัน ฝันเห็นจิ้กจก บอกลางร้าย หรือลางดี !! ฝันเห็นจิ้งจกเกาะตัว ฝันเห็นจิ้งจกตกใส่ตัว

ทำนายฝัน ฝันเห็นจิ้กจก บอกลางร้าย หรือลางดี !! ฝันเห็นจิ้งจกเกาะตัว ฝันเห็นจิ้งจกตกใส่ตัว

ทำนายฝัน ฝันเห็นจิ้กจก บอกลางร้าย หรือลางดี !! ทำนายฝัน ฝันเห็นจิ้กจก บอกลางร้าย หรือลางดี !! ความฝัน คือการแสดงออกของความนึกคิด ความรู้สึก และเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในสมอง ในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่ คนเรามักจะฝันกันคืนละสองสามครั้ง แต่มีเพียงบางคนเท่านั้นที่จดจำความฝันของตัวเองได้ ความฝันสามารถใช้ในการทำนายเหตุการณ์ดีร้ายล่วงหน้าได้ ในการฝันแต่ละครั้งเมื่อรู้สึกตัวตื่นแล้ว ไม่ควรลุกจากที่นอนทันทีทันใด เพราะสาระแห่งความฝันนั้นอาจจะเลือนหายไปหรือความจำคลาดเคลื่อนได้ ให้นอนต่อไปอีกสักครู่หนึ่งแล้วจึงลุกขึ้นทบทวนความฝันนั้น และดูคำพยากรณ์ตามตำราทํานายฝัน ทํานายความฝัน ทํานายฝัน   ผลคำทำนาย ฝันเห็น ทํานายฝันเห็นจิ้งจก ระวังสิ่งของที่คนแปลกหน้านำมาให้นี้อาจมีเจตนาอื่นแฝงอยู่ ระวังเรื่องอารมณ์ของคุณให้ดี เพราะมันจะนำมาซึ่งความเลวร้าย อยู่ในช่วงเวลาของความลุ่มหลง รักสนุก พบปะสังสรรค์เฮฮา   ความรัก ช่วงนี้ควรระวังเนื้อระวังตัวให้มาก อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวเกินไป ระวังจะเกิดอาการรักสั่นคลอน เพราะไม่รู้จะเลือกใครดี ค่อยๆคิดไปก่อน ถ้าไม่ระวังตัว ระวังใจของตัวคุณเองให้ดีๆ จิตใจของคุณเองนั่นแหละที่จะทำให้คุณคิดเลยเถิดไปไกล   ดวงการเงิน การงาน ที่กำลังทำเรื่องขอกู้ยืมเงินจากธนาคารระมัดระวังเรื่องเอกสารสัญญาไม่สมบูรณ์ขาดตกบกพร่องทำให้เกิดปัญหาตามมาไม่รู้จบ ระวังจะเกิดความผิดพลาดจากน้ำมือของคุณเพราะว่าไปหลงเชื่อคนผิด ธุรกิจต้องอาศัยผู้ใหญ่คอยเป็นที่ปรึกษาหรือดูแลผลประโยชน์ให้ งานจึงจะไปได้ดี     […]

ประเพณีเดือนสาม นมัสการองค์พระธาตุพนม

ประเพณีเดือนสาม นมัสการองค์พระธาตุพนม

ประเพณีเดือนสาม นมัสการองค์พระธาตุพนม   พุทธศาสนิกชนคนใดที่ได้มาเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนมในวันเพ็ญเดือนสาม และได้ตักบาตรสวรรค์ต่ออายุครบ ๗ ปีติดต่อกัน จะได้ขึ้นสวรรค์ได้เป็นลูกองค์พระธาตุพนม นึกคิดสิ่งใดที่ดีงาม ก็จะได้ตามใจปรารถนา ..แต่มีข้อแม้ว่า ต้องประพฤติปฏิบัติดีทั้ง กาย วาจา ใจ ละเว้นชั่ว ประพฤติดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ความสำคัญ พุทธศาสนิกชนต้องแสดงออกถึงความเคารพต่อสถานที่ อันเป็นตัวแทนพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่และเป็นอมตะ ทุกปีต้องมาแสดงความเคารพอย่างน้อย ๑ ครั้ง (เวียนเทียน ๓ รอบ ในวันเพ็ญเดือน ๓) พระธาตุพนมเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นพระธาตุสำคัญคู่บ้านคู่เมืองเป็นมิ่ง ขวัญของชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และของชาวลุ่มแม่น้ำโขงทุกคน พระธาตุพนมประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม ตามตำนานกล่าวว่าสร้างมานานไม่น้อยกว่า ๒๓๐๐ ปี ในเทศกาลเพ็ญเดือน ๓ ของทุกปี พุทธศาสนิกชนจะหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ นับเป็นจำนวนแสน พากันมาสมโภชและนมัสการพระธาตุพนม งานนมัสการพระธาตุประจำปีถือเอาวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๒ ของทุกปี เป็นวันแรกของงานไปสิ้นสุดเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือน […]