บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ บทแผ่เมตตาให้ตนเอง สวดแล้วชีวิตดีขึ้น สวดเลย !!

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ 

การสวดมนต์ บทแผ่เมตตา เป็นการตั้งและส่งความปราถนาดีไปยังหมู่มวลมนุษย์และสรรพสัตว์ ตลอดจนเทพเทวา ภูติ ผีปีศาจไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขตกำหนด ไร้ซึ่งพรมแดนขวางกั้น ไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้น หรือสรรพสัตว์นั้นๆ จะมีเชื้อชาติใด ศาสนาใด จะเกี่ยวข้องกับเราโดยความเป็นญาติ หรือสิ่งใดก็ตามแต่ จุดประสงค์ คือ ขอให้เขาได้มีความสุข อย่าได้มีความทุกข์ระทมขมขื่น

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่

บทแผ่เมตตา

หากย้อนความตามหลักการแผ่เมตตาในทางพระพุทธศาสนานั้น ในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งต่างมีสิ่งที่ตนปราถนาคล้ายกัน คือ ความสุข รวมถึงการหลีกเลี่ยงจากภัยอันตรายต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ หากตนมีความปราถนาในความสุขฉันใด ผู้อื่น หรือสรรพสัตว์อื่นๆ ต่างก็ต้องการความสุขฉันนั้น พระพุทธเจ้าจึงได้สอนให้เรานำความรู้สึกของตนเองเป็นเครื่องเปรียบเทียบ เข้าใจผู้อื่น จะทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ มีเมตตาต่อผู้อื่นและสรรพสัตว์ที่มีอยู่บนโลกมากขึ้น ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน การแผ่เมตตาจึงสมควรกระทำให้แก่ตนเองและผู้อื่น ตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยตั้งความปราถนาดี ความปราถนาที่จะให้ทุกชีวิตมีความสุขเสมอกัน

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ สวดแล้วชีวิตดีขึ้น

บทสวดแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่

 

วันนี้ สนุก ! Horoscope จึงได้นำเอา บทแผ่เมตตา ที่เป็นแบบพรหมวิหารสี่มาฝากกัน ซึ่ง พรหมวิหาร หมายถึง ธรรมของพรหมหรือของท่านผู้เป็นใหญ่ พรหมวิหารเป็นหลักธรรมสำหรับทุกคน เป็นหลักธรรมประจำใจที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์ ซึ่งคนทั่วไปมักจะคุ้นเคยกันในชื่อเรียกที่ว่า “พรหมวิหารสี่” อันได้แก่ เมตตา , กรุณา , มุฑิตา และ อุเบกขา อาจอธิบายความหมายหลักทั้ง 4 ได้ดังนี้

  • เมตตา ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข
  • กรุณา ความปราถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
  • มุทิตา ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
  • อุเบกขา การรู้จักวางเฉย

ก่อนที่จะเริ่ม บทแผ่เมตตา ควรนั่งสมาธิอย่างน้อย 3 – 5 นาทีตามโอกาส เพื่อให้จิตใจของเราเกิดความอ่อนโยน สะอาด ผ่องแผ้ว อันเกิดมาจากการทำสมาธิ ที่ถึงแม้ว่าจะใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่ก็เป็นจิตที่ว่างจากการความพยาบาทอาฆาต ความอิจฉาริษยา กามราคะ และว่างเว้นจากความเศร้าซึม การนั่งสมาธิจะช่วยเสริมให้จิตมีพลัง เหมาะเป็นอย่างยิ่งก่อนการเริ่มปฏิบัติโดย บทแผ่เมตตา นั้นถูกแบ่งออกเป็น 4 บท ดังนี้

บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่

 

บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่

บทเมตตา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่มีเวรแก่กันและกันเถิด
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กาย ทุกข์ใจเถิด
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงเป็นผู้มีสุข พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

บทกรุณา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ จงพ้นจากทุกข์เถิด

บทมุทิตา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
มา ลัทธะสัมปัตติโต วิมุจจันตุ จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด

บทอุเบกขา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งสิ้น
กัมมัสสะกา เป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน
กัมมะทายาทา เป็นผู้รับผลของกรรม
กัมมะโยนิ เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด
กัมมะพันธุ เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
กัมมะปะฏิสะระณา เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กระทำกรรมอันใดไว้
กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา ดีหรือชั่ว
ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

ในการแผ่เมตตาแต่ละครั้งอาจไม่จำเป็นต้องกล่าวเป็นภาษาบาลีเสมอไป การสวดบทแผ่เมตตาเป็นภาษาไทยก็สามารถทำได้ ขอให้เป็นภาษาของความรู้สึกนึกคิด นึกถึงสิ่งๆ นั้นที่เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ มีความเมตตาต่อการเกิดของตนเองที่ในบางครั้งอาจต้องเผชิญกับความทุกข์ ความเศร้า โรคภัยไข้เจ็บ และต้องเผชิญกับความแก่ ความเจ็บ ความตายวนเวียนไปเป็นวัฐจักร หากการแผ่เมตตานั้นถึงแม้จะใช้ถ้อยคำเป็นภาษาบาลี แต่ความรู้สึกนึกคิดในระหว่างการแผ่เมตตานั้นไม่ได้เป็นไปตามภาษาที่กล่าว การแผ่เมตตาก็จะไม่มีประโยชน์อะไร

ทำไมต้องกรวดน้ำหลังแผ่เมตตา ?

การกรวดน้ำเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล แต่ก็ไม่อาจจะระบุเป็นช่วงเวลาได้ ในสมัยก่อนเวลาที่จะมอบสิ่งของใดๆ ให้แก่กัน หากเป็นของใหญ่ที่ไม่สามารถยกมอบให้ได้ ผู้คนในสมัยนั้นก็มักจะใช้สิ่งแทน หรือสิ่งอื่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการมอบให้ โดยเป็นสิ่งที่สามารถหาได้ง่ายรอบตัว อย่างเช่น น้ำ ผู้คนโบราณมักจะพกน้ำติดตัวไปไหนมาไหนอยู่เสมอ เพราะเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย ฉะนั้น คนโบราณจะให้ น้ำ เป็นสิ่งแทนการให้สิ่งของใหญ่ๆ ที่ยกไม่ไหว มักเรียกน้ำนั้นกันว่า น้ำทักขิโณทก หรือ ทักษิโณทก แม้ในการถวายที่ดิน ถวายอาราม หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน คือ ไม่สามารถยกมอบให้ได้ ก็ใช้วิธีการเทน้ำลงมือผู้รับก็เป็นอันเสร็จ

หากเป็นปัจจุบัน คนเราอาจใช้สิ่งอื่นที่ไม่ใช่น้ำเป็นสิ่งแทนในการมอบของ เช่น มอบรถ ก็อาจใช้กุญแจรถ หรือป้ายทะเบียนรถ มอบบ้าน ก็อาจใช้เป็นกระดาษโฉนดที่ดิน ซึ่งทั้งหมดแล้วก็แตกต่างกันไปตามยุคสมัย เพราะฉะนั้นแล้ว การกรวดน้ำ เปรียบเสมือนเป็นการทำสัญลักษณ์การมอบสิ่งของให้แก่ผู้รับ เป็นเรื่องของพิธีการ หรือการสื่อความหมายที่ชัดเจน ประมาณว่า “ข้าพเจ้าให้ท่านแล้วนะ” โดยเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา นับว่าเป็นการให้ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เมื่อวกกลับเข้ามาที่เรื่องของการทำบุญแล้วกรวดน้ำ ก็เพื่อทำให้เป็นการแผ่เมตตาที่แน้นแฟ้น เป็นรูปธรรมมาขึ้นเช่นเดียวกัน

จุดประสงค์ของการกรวดน้ำ

การกรวดน้ำ ทำเพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล หรือเป็นการแผ่เมตตาไปยังผีเจ้ากรรมนายเวร ผีเปรตทั่วไป หรือผีเปรตที่เป็นญาตของเรา ไปจนถึงสรรพสัตว์อื่นๆ ทั้งหลายที่เราต้องการจะแบ่งส่วนบุญให้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผู้รับ หรือผู้ที่เราจะอุทิศให้หากอยู่ในสถานะที่พึงจะได้รับแล้วล่ะก็ ต่อให้เราไม่กรวดน้ำเขาก็ได้รับอยู่ดี แต่หากผู้รับไม่ได้อยู่ในสถานะที่พึงจะได้รับ แม้จะกรวดน้ำให้เขาก็อาจไม่ได้รับ อาจมองในภาพรวมได้ว่าการกรวดน้ำเป็นการให้ผลทางใจ เพื่อให้การอุทิศส่วนบุญนั้นมีความแน่นแฟ้น เป็นรูปธรรมมากขึ้น นอกจากนั้นเราก็ควรเปล่งวาจาเพื่ออุทิศส่วนบุญนั้นด้วย แสดงออกถึงใจที่มอบให้ เปล่งวาจาออกมาให้ตนและผู้อื่นได้ยิน มีน้ำที่เทลงดินให้ตนและผู้อื่นเห็น นับเป็นการให้ที่สมบูรณ์ ทั้งยังเป็นการให้ทานน้ำแก่พวกสัตว์เล็ก ๆ มีมด และไส้เดือน รวมถึงทำให้ดินชุ่มชื้น เป็นประโยชน์แก่พืชต่าง ๆ อีกด้วย ที่สำคัญการกรวดน้ำเพื่อแผ่เมตตานั้น น้ำที่เทลงไปจะเทที่ไหนก็ได้ที่ไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

อานิสงส์จากการสวดบทแผ่เมตตา

  • นอนหลับเป็นสุข
  • ตื่นขึ้นก็เป็นสุข
  • ไม่ฝันร้าย
  • เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย
  • เป็นที่รักของอมนุษย์(ยักษ์)
  • เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา
  • ศัสตราวุธ ไฟป่า ยาพิษ ไม่อาจทำอันตรายได้
  • เมื่อได้ปฏิบัติธรรมสมาธิจะเกิดเร็ว
  • มีหน้าตาผ่องใสเบิกบานเป็นปกติ
  • ไม่หลงตาย
  • เมื่อตายไปแล้วจะไปเกิดในพรหมโลก

 

 

 

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

 

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.tlcthai.com

เรื่องน่าสนใจ

หินโมรา อัญมณีหินประหลาด เสริมดวงแก้โรคร้าย

หินโมรา อัญมณีหินประหลาด เสริมดวงแก้โรคร้าย

หินโมรา อัญมณีหินประหลาด เสริมดวงแก้โรคร้าย   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับอัญมณีหิน มาฝากกัน ความเชื่อเรื่อง “หินโมรา” หินสีประหลาด ในสมัยก่อนคนเฒ่าคนแก่ว่าหินสีจะช่วยเสริมดวงมงคลแด่ชีวิต คนไทยโบราณเชื่อว่าหินสีแต่ละชนิดจะแก้ดวงร้ายต่างกันไป ฉะนั้นหินหลายชนิด หลากสียังคงโดนสร้างกระแสมากมาย แต่หินสีชนิดหนึ่งอย่าง หินโมรา หินไทยโบราณ ยังคงอยู่คู่คติความเชื่อคนไทย เสริมดวงอะไรบ้าง..   หินโมรา คือหินประหลาด ทรงสีแปลกเพราะ ประกอบด้วยซิลิกาขนิดผลึกเนียนละเอียดสลับกับ ควอตซ์ผลึกเล็ก ละเอียดผลึกหลากหลายของสี หินโมราพบได้ทั่วโลกเกิดจากโพรงในหินที่มีรอยเลื่อนหรือ ลาวาในสมัยโบราณ ลักษณะโครงสร้างประหลาดเพราะ ในระหว่างการเย็นตัวลงลาวา ไอน้ำและก๊าซอื่นๆจะเกิดฟอง ฟองดังกล่าวเย็นตัวลงและแข็งตัวอยู่ในโพรง ส่งผลให้หินโมราจะเปร่งแสงสดใส สีฟ้าและสีแดงสด สีแดง ลักษณะโปร่งแสง หินโมราจะช่วยป้องกันผู้สวมใส่จากพลังงานเชิงลบ ช่วยกำจัดความหวาดระแวงและความวิตกกังวล อัญมณีชนิดนี้ช่วยให้จิตคุณสงบ ในช่วงเวลาที่เครียดหรือมีอารมณ์โมโห กระตุ้นความนุ่มนวล     หินโมรา ตะวันตกเรียกชื่อมอนแทนาอาเกต นอกจากนี้หินโมรายังช่วยให้มีแรงบันดาลใจในการพูดความคิด สร้างแรงบันดาลใจของผู้ครอบครอง ในทางการแพทย์ยุคอียิปต์โบราณเชื่อว่าหินโมรา ช่วยรักษาระบบไหลเวียนโลหิตและปรับสมดุลอวัยวะเพศของร่างกาย และรักษาปัญหาเม็ดเลือด         ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ […]

กระต่ายตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น

กระต่ายตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น

กระต่ายตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อของ กระต่าย สัตว์เลี้ยงน่ารักที่ใครหลายๆคนชื่นชอบ แต่นอกเหนือจากการเป็นสัตว์เลี้ยงสุดโปรดแล้วนั้น กระต่ายยังเป็นสัตว์ในความเชื่อของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย โดยกระต่ายตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นนั้นแสดงถึงการสมหวังในความรักและความสุข ดังนั้น การมอบรูปลักษณ์ของกระต่ายจึงถือเป็นการมอบความปรารถนาให้โชควาสนาให้แก่กัน..   ตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์ ครั้งหนึ่งชายชราบนดวงจันทร์ได้มองลงมาที่ป่าใหญ่บนโลกมนุษย์ เขาเห็นกระต่าย ลิง และ สุนัขจิ้งจอก ทั้งสามอาศัยอยู่ด้วยกันที่นั่น และต่างเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ชายชราอยากรู้ว่าสัตว์ตัวไหนใจดีที่สุดจึงแปลงตัวเป็นขอทาน แล้วลงจากดวงจันทร์ไปยังป่าที่สัตว์ทั้งสามอาศัยอยู่นั้น    ” โปรดช่วยผมด้วย ผมหิว หิวเหลือเกิน” เขาพูดกับสัตว์ทั้งสาม สัตว์ทั้งสามรู้สึกสงสาร ต่างแยกกันไปหาอาหารมาให้ขอทาน ลิงนำผลไม้มาจำนวนมาก สุนัขจิ้งจอกจับได้ปลาตัวใหญ่ แต่กระต่ายไม่สามารถหาสิ่งใดมาได้เลย กระต่ายร้องคร่ำครวญ แต่แล้วก็ได้ความคิดขึ้นมา         ” ได้โปรดเถอะ คุณลิง ช่วยกรุณานำไม้ฟืนมาให้ฉันหน่อย ส่วนคุณสุนัขจิ้งจอก ขอได้โปรดนำไม้ฟืนกองนั้นก่อไฟกองใหญ่ให้ฉันด้วย” สัตว์ทั้งสองทำตามคำขอของกระต่าย เมื่อไฟลุกไหม้สว่างดีแล้ว กระต่ายก็พูดกับขอทานว่า ” ผมไม่มีสิ่งใดจะให้คุณ ดังนั้นผมจะโยนตัวเองลงไปในกองไฟนี้ จากนั้นเมื่อผมถูกไฟเผาจนสุกดีแล้ว ขอให้คุณกินเนื้อของผมแทนก็แล้วกัน” กระต่ายเตรียมพร้อมที่จะกระโจนลงไปในกองไฟและย่างตัวเอง แต่ทันใดนั้นขอทานก็เปลี่ยนร่างเป็นชายชราบนดวงจันทร์ตามเดิม […]

ความเชื่อคนโบราณว่า โรคระบาดมากับลม ต้องไปตามน้ำ

ความเชื่อคนโบราณว่า โรคระบาดมากับลม ต้องไปตามน้ำ

ความเชื่อคนโบราณว่า โรคระบาดมากับลม ต้องไปตามน้ำ   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ที่เล่าขานสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ มาให้อ่านกัน ในอดีตมนุษยชาติต้องเจอโรคระบาดอย่างครั้งพุทธกาล ยุคที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์อยู่ คนโบราณบันทึกว่าเคยเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ขึ้น ในเมืองไพสาลี และในเมืองไทยหลายคนเคยคุ้นเคยเรื่องโรคระบาดมาบ้างแล้ว แต่คนโบราณว่าชอบว่าโรคระบาดมากับลมต้องไปตามน้ำ จริงไหมที่มาวลีที่ว่ามาอย่างไร แล้วโรคที่เจออยู่นี้จะไปตามน้ำหรือ   โรคระบาดทุกโรคอย่างไข้หวัดนก โรคซาร์สล้วนระบาดในฤดูแล้งที่ลมแรงๆทั้งสิ้น คนโบราณจึงไม่ค่อยกลัวโรคนี้ เมื่อรู้ที่ทางของการมา คือ โรคที่มากับลมจะย่อมสลายไปกับน้ำเสมอ เรื่องนี้ที่เมืองเวสาลีที่มีคนตายจำนวนมาก ผู้ปกครองเมืองนี้ทนไม่ไหวจึงต้องไปหาพระเจ้าพิมพิสารเพื่อขอหารือว่าจะทำอย่างไรดีให้โรคนี้ได้ยุติลง โดยพระเจ้าพิมพิสารทรงแนะนำให้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าไปเมืองเวสาลี ครั้นพอฝ่าพระบาทพระองค์เหยียบประทับที่เมืองเวสาลีแล้วนั้น เค้าฝนก็ส่อเลาะตั้งเค้าตามล่องนภากาศไม่ช้าไม่นานก็สาดเส้นสายลงมาโปรยปราย เช่นนี้อยู่ 7 ราตรี การที่ฝนตกแบบนั้นจึงได้ทำให้เกิดการชำระล้างกวาดเชื้อโรคสิ่งสกปรกออกจากเมืองไปจนหมดสิ้น ด้วยเหตุนี้ที่โบราณเขาจึงมีคำว่า โรคมากับลมย่อมไปกับน้ำ   ฉะนั้นโรคระบาดตอนแล้งแล้วมีฝนตกได้จะฝนจริงฝนเทียมก็ตามแต่สัก 7 วัน ทำตามที่เคยปรากฏมีในครั้งพุทธกาล เมื่อเทียบไข้หวัดโควิด19 อาจเบาบางลง อาจเพราะพุทธบารมี แต่คนไทยควรระวังป้องกันตนเองตามแพทย์แนะนำ ไม่ควรประมาท       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ […]

มาดูวิธี แก้กรรมความรัก ให้ชีวิตคู่ราบรื่นพร้อมวิธีทำบุญเสริมให้รักมั่นคง

มาดูวิธี แก้กรรมความรัก ให้ชีวิตคู่ราบรื่นพร้อมวิธีทำบุญเสริมให้รักมั่นคง

มาดูวิธี แก้กรรมความรัก ให้ชีวิตคู่ราบรื่น   เคยสงสัยไหมว่า ทำไมปรับปรุงตัวให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว แต่ความรักก็ยังพังพินาศเหมือนเดิม ไม่ต้องเครียดไป เพราะมีวิธีแก้ไขปัญหา วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีวิธี แก้กรรมความรัก มาฝาก แต่งานนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ จะทำตามหรือไม่ทำก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ถ้าทำแล้วสบายใจ ก็ทำเลย..   สำหรับคนที่อยากจะเจอรักแท้ แต่พอคบกันไปได้สักพักก็ต้องเลิกลากันไป หรือสำหรับคนที่มีคู่รักอยู่แล้ว แต่ความรักดูไม่มีความมั่นคงเอาเสียเลย เราลองมาดูวิธี แก้กรรมความรัก กันดีกว่า ลองทำดู เผื่ออะไรๆ อาจจะดีขึ้นก็ได้ ใครจะไปรู้ 1. เลิกเป็นคนเจ้าชู้ ถ้าแฟนเรานอกใจเราบ่อยๆ ไม่สนใจ ปล่อยปะละเลยเรา ลองย้อนกลับมามองดูตัวเองก่อนว่าเราเลิกเจ้าชู้หรือยัง ถ้าเราอยากให้คนรอบข้างปฎิบัติตัวแบบไหนกับเรา เราก็ควรทำตัวแบบนั้นกับเขาก่อน ถูกต้องไหมจ๊ะ เลิกเจ้าชู้ มาเป็นคนรักเดียวใจเดียว มันเท่กว่ากันเยอะนะ 2. พาคนรักไปทำบุญร่วมกัน การที่คนสองคนมาเจอกัน มีทั้งทำบุญร่วมกันมาและสร้างกรรมร่วมกันมา ที่ผ่านมาถ้าทุกข์มากกว่าสุข นั่นแปลว่าเราทำกรรมร่วมกันมา แต่ถ้าเรามั่นใจว่าคนนี้คือคนที่ใช่ อยากจะเดินไปด้วยกันต่อ ก็ควรจับมือไปทำบุญเพื่อเป็นการต่อบุญกันนั่นเอง จะนำของไปถวายวัด หรือเติมน้ำมันตะเกียงก็ได้นะจ๊ะแล้วแต่ความสะดวกเลย     […]