คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน จะเดินทาง เข้าป่า หมั่นภาวนา

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน
พุทธังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
ธรรมมังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
สังฆังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิโส ภะคะวา ฯ|

คาถาบทนี้ เป็นคาถาที่พ่อท่านคล้าย ท่านใช้สวดภาวนาเวลาออกเดินทาง เดินธุดงค์ในป่า เดินบิณฑบาต หรือเมื่อจะเข้าผจญภัย เป็นคาถาแคล้วคลาดปลอดภัย ศักดิ์สิทธิ์นักแลฯ

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน จะเดินทาง เข้าป่า หมั่นภาวนา เห็นผลทันตา

ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน เทวดาเมืองคอน

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน วัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย” ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน วัตถุมงคลพ่อท่านคล้าย

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” นามตามสมณศักดิ์ท่านคือ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช พ่อท่านคล้าย นามเดิมว่า “คล้าย สีนิล” เกิดตรงกับ วันที่27ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด จ.ศ.1238 ร.ศ.95 ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์ พ่อท่านคล้าย มีลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก เมื่ออายุ ๑๕ ปี หลวงพ่อคล้าย ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ

ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลงไป (เสียตั้งแต่สมัยเด็กๆ โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่ ขาเป็นหนองเลยต้องตัดทิ้ง โดยท่านใช้มีดปาดตาลตัดเอง) ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2438 (อายุ 19 ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ

 

พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ พระเกจินครศรีธรรมราช

ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.2439 ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ อุทกุกเขปสีมา (ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย คังคสุ วัณโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สังข์ สิริรตโน เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดวังม่วงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีพระอาจารย์ล้อม ถิรโชโต เป็นผู้ให้สรณคมน์และศีล ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี

การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมาก

ต่อมาปี พ.ศ.2441 พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา 2 พรรษา

ปี พ.ศ.2443 ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน

ปี พ.ศ.2445 พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น

ปี พ.ศ.2447 พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม

ปีพ.ศ.2448 พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี) ตลอดเวลาที่ท่านจำพรรษา ณ ที่ใดก็ตาม ท่านได้ศึกษาค้นคว้าภาษา บาลี วิชาโหราศาสตร์ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกันมาโดยมิได้ประมาท ด้านการก่อสร้างก็ได้สร้างใว้ตามวัดต่างๆพอสมควร

พ่อท่านคล้าย เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขัน

ในปี พ.ศ.2448 พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง ขอแต่งตั้ง”พ่อท่านคล้าย”เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระศิริธรรมมุนี เจ้าคณะเมือง ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา

 

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

 

สมณศักดิ์พ่อท่านคล้าย

ได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในนามสมณศักดิ์เดิม แต่ประชาชนทั่วไปเรียกท่านตามชื่อเดิมว่า พ่อท่านคล้าย
ตำแหน่ง
– ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๔๕ จนมรณภาพ
– เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย ใน พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่า วัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นเจ้าอาวาส เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว วัดนี้ก็เป็นที่ประดิษฐานสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว

 

งานด้านศาสนา

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นผู้นำในการสร้างวัดพระเจดีย์ พระพุทธรูป และร่วมกันในการปฏิสังขรณ์บูรณะศาสนสถานเป็นจำนวนมาก ผลงานสำคัญ ดังเช่น สร้างวัด พ่อท่านคล้ายเห็นความสำคัญของปูชนียสถาน จึงได้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง ได้แก่ วัดมะปรางงาม ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๐ ทายาทอึ่งค่ายท่าย ถวายที่ดิน และวัดที่สำคัญที่สุดคือวัดพระธาตุน้อย หรือคนทั่วไปเรียกว่า วัดพ่อท่านคล้าย

 

พ่อท่านคล้าย สร้างวัดพระธาตุน้อยและเจดีย์

ปี พ.ศ.2505 นายกลับ งามพร้อม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง ได้ยกที่ดินโคกไม้แดง มีเนื้อที่40ไร่ ถวายพ่อท่านโดยมอบให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ที่ดินแปลงนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟคลองจันดี ประมาณ1กิโลเมตร พระครูพิศิษฐ์อรรถการได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นในที่ดินแปลงนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อ 14 มกราคม 2505 ตรงกับวันขึ้น 9ค่ำ เดือนยี่ ปีฉลู เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่นายประคอง ช่วยเพ็ชร ถวายมาจากกว๊านพะเยา (ปัจจุบันเป็นจังหวัดพะเยา) โดยยึดรูปแบบมาจากวัดพระมหาธาตุทั้งหมด ทุนรอนในการก่อสร้างได้มาจาก พ่อค้า คหบดี ข้าราชการ และประชาชน ฝ่ายสงฆ์มีพระใบฏีกาครื้น โสภโณ เจ้าอาวาสวัดจันดีในสมัยนั้น เป็นผู้อำนวยการสร้าง ฝ่ายฆราวาสมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช

เป็นประธาน พระเจดีย์องค์นี้มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ27เมตร สูง 70เมตร การก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ องค์พระเจดีย์ มองเห็นเด่นแต่ไกล ถ้านั่งรถไฟเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ก่อนขบวนรถจะถึงสถานีคลองจันดี จะมองเห็นพระเจดีย์อยู่ทางซ้ายมือ
พ่อท่านคล้ายได้สร้างพระเจดีย์ไว้หลายองค์ ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขัน เจดีย์บ้านควรสวรรค์ ตำบลนาแว อำเภอฉวาง เจดีย์วัดยางค้อม อำเภอพิปูน และที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขันอำเภอพระแสง และเจดีย์หน้าถ้ำขมิ้น บนภูเขาอำเภอนาสาร

 

งานด้านพัฒนาท้องถิ่น

พ่อท่านคล้าย จัดได้ว่าเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ตลอดชีวิต ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้เดินทางไปพัฒนาในที่ต่าง ๆ มากมาย สร้างถนน สะพานมากมาย ด้วยเมตตาบารมีและความเคารพศรัทธาของศิษย์และประชาชน ดังเช่น

สร้างถนนเข้าวัดจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปพิปูน

ถนนจากวัดสวนขันไปยังสถานีรถไฟคลองจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปนาแว

ถนนระหว่างหมู่บ้านในตำบลละอาย

สะพานข้ามคลองคุดด้วนเข้าวัดสวนขัน

สะพานข้ามแม่น้ำตาปีจากตลาดทานพอไปนาแว

สะพานข้ามคลองเสหลา หน้าวัดมะปรางงาม

สะพานข้ามคลองจันดี เป็นต้น

 

ด้านความมีเมตตาและวาจาสิทธิ์

ศิษย์ยานุศิษย์และประชาชนที่เคารพนับถือ ศรัทธาพ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น พ่อท่านคล้ายจะพูดจากับทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและแจ่มใสอารมณ์เยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา ท่านมักจะให้พรกับทุกคน “ขอให้เป็นสุข เป็นสุข” ผู้ที่เคารพนับถือท่านต่างพากันกลัวคำตำหนิ เพราะผู้ที่ถูกตำหนิทุกรายล้วนแต่พบความวิบัติ คนส่วนมากจึงหวังที่จะได้รับคำอวยพร เพราะคำเหล่านั้นเป็นการพยากรณ์ที่แม่นยำทั้งในทางดีและทางเสื่อมเสีย

คนที่ไปนมัสการ”พ่อท่านคล้าย”หวังที่จะได้วัตถุมงคล พระเครื่อง บ้างขอน้ำมนต์ ชานหมาก แหวน ผ้ายันต์ เหรียญ รูปหล่อ รูปพิมพ์ ซึ่งพ่อท่านคล้ายก็ได้มีเมตตาให้กับทุกคน ยิ่งชานหมากของท่านหากใครได้รับจากมือท่านเป็นต้องหวงแหนอย่างที่สุด

พ่อท่านคล้าย มรณภาพ

พ่อท่านคล้ายหรือพระครูพิศิษฐ์อรรถการ เมื่อครั้นถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2513 ตรงกับแรม 9ค่ำ เดือน12 ปีจอ พ่อท่านจะต้องเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เนื่องในงานพุทธาภิเษกที่คณะพุทธบริษัท จังหวัดนั้นนิมนต์ไว้ เวลา 16.00 น. ของวันเดินทาง คณะศิษย์เป็นว่าพ่อท่านอาพาธกระทันหัน จึงนิมนต์พ่อท่านขึ้นรถด่วนเข้ากรุงเทพ ถึงวันรุ่งขึ้นได้นำพ่อท่านเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎในวันนั้น แพทย์ได้พยายามรักษาจนเต็มความสามารถ เป็นเวลา14วัน อาการมีแต่ทรงกับทรุด ครั้งถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2513 เวลา23.05 น. พ่อท่านคล้าย มรณภาพด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ ๙๖ ปี เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน

 

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม www.tumsrivichai.com

และ tnews

เรื่องน่าสนใจ

ฝันเห็นร่างทรง จะมีโชคไหม? ทำนายฝัน พร้อมส่องเลขเด็ดงวดนี้

ฝันเห็นร่างทรง จะมีโชคไหม? ทำนายฝัน พร้อมส่องเลขเด็ดงวดนี้

รวมความหมาย ทำนายฝัน ฝันเห็นร่างทรง ฝันนี้ดีหรือร้าย เลขเด็ดออนไลน์ พร้อมแนะนำเลขเด็ดๆ ไปดูกันเลย ฝันเห็นร่างทรง อยู่ดี ๆ ก็ฝันเห็นร่างทรง ช่างเป็นฝันที่น่าสนใจและเป็นฝันที่แปลกเสียจริงง ร่างทรงมีลักษณะท่าทางแปลก ๆ ราวกับว่ามีสิ่งที่มองไม่เห็นเข้าประทับร่าง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มาเข้าฝันเพื่ออะไรกัน ความฝันนี้ มีความหมายว่าอย่างไร ฝันเห็นร่างทรงผู้ชาย ฝันเห็นร่างทรงผู้หญิง ฝันเห็น ร่างทรงหลายคน ฝันเห็นม้าทรง ความฝันเหล่านี้เราได้รวบรวมความหมายของความฝัน ในแต่ละรูปแบบมาให้แล้ว ทำนายฝันจะมีความหมายว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด ๆ แนวทางในการซื้อหวย รับโชค อย่ารอช้า ฝันว่าเป็นขอทาน ทำนายฝัน เป็นลางร้ายหรือไม่ แนะนำเลขเด็ดนำโชค ฝันเห็นเงา ฝันนี้ดีหรือร้าย เลขเด็ดออนไลน์ พร้อมแนะนำเลขให้โชค ฝันว่าขี่รถล้ม ทำนาย ฝันนี้ดีหรือร้าย เลขเด็ดออนไลน์ พร้อมแนะนำเลขเด็ดๆ ฝันเห็นร่างทรง จะมีโชคไหม? ทำนายฝัน พร้อมส่องเลขเด็ดงวดนี้ ทำนายความฝัน ฝันเห็นร่างทรงตีเป็นเลข ทำนายว่า เป็นฝันไม่ค่อยดีนัก ให้ระวังเรื่องการพบปะผู้คน จะนำเรื่องเสียหายมาสู่ตนได้ ถ้าเป็นผู้ขายให้ระวังลูกค้า […]

ปลูกต้นตีนตุ๊กแก ดูดสารพิษ ฟอกอากาศ บ้านเย็น

ปลูกต้นตีนตุ๊กแก ดูดสารพิษ ฟอกอากาศ บ้านเย็น

ปลูกต้นตีนตุ๊กแก ดูดสารพิษ ฟอกอากาศ บ้านเย็น   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำข้อมมูลเกี่ยวกับ การปลูก ต้นตีนตุ๊กแก มาฝากกัน โดยปลูกเพื่อให้เกาะผนังบ้าน หรือปลูกให้เกาะกับตัวบ้าน จะทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ จริงหรือเปล่า? และจะทำให้ผนังบ้านมีความแข็งแรงลดลงหรือเปล่า     การปลูก ต้นตีนตุ๊กแก โดยปลูกให้เกาะผนังบ้าน ช่วยให้เย็นขึ้นได้จริง… แต่เมื่อมีต้นไม้อยู่ติดกับผนัง ความชื้นก็จะตามมาด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม การปลูกต้นตีนตุ๊กแกไม่ก่อให้เกิดปัญหากับโครงสร้างของกำแพง เพียงแต่ทำให้ผิวหน้าของกำแพงที่ฉาบไว้ผุกร่อนหรือเป็นรอย ซึ่งคงไม่สวยงามเวลาที่คุณต้องการจะรื้อต้นไม้ออก โดยวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น อาจติดแผงตาข่ายลวดหรือใช้ลวดขึงเป็นแนวติดกำแพงไว้ เพื่อให้รากของต้นตีนตุ๊กแกเกาะกับลวด แทนการเกาะติดโดยตรงกับผิวกำแพง     มารู้จัก ต้นตีนตุ๊กแกกัน ตีนตุ๊กแก เป็นไม้เลื้อยเกาะ อยู่ในวงศ์เดียวกับต้นไทรต่างๆ คือ วงศ์ Moraceae ตีนตุ๊กแกในปัจจุบันที่นำเข้ามาปลูกในบ้านเรา มีหลายชนิด ทั้งพันธุ์ใบเล็กละเอียดสวยงาม ชนิดใบใหญ่ไม่ค่อยสวยเท่าไร และพันธุ์ใบด่าง วัตถุประสงค์เพื่อนำมาปลูกให้เกาะเลื้อยผนังตึกกำแพงบ้าน หรือแนวกำแพงที่ทำเป็นฉากกั้นแบ่งสวน (ในต่างประเทศนิยมทำกัน) ส่วนต้นพันธุ์ ลองไปหาซื้อที่ตลาดนัดสวนจตุจักรช่วงวันพุธและพฤหัสบดีน่าจะมีขาย หรือถ้าไปเจอที่เขาปลูกไว้ตามบ้านคนหรือสถานที่ต่างๆ ลองขอตัดกิ่งหรือลำต้น ยาวประมาณ 8 – 10 […]

รู้ไหมว่า เส้นก๋วยเตี๋ยว ที่คุณชอบกิน บอกนิสัยและตัวตนคุณได้อย่างชัดเจน! ทายนิสัย คน ชอบ กินเส้น

รู้ไหมว่า เส้นก๋วยเตี๋ยว ที่คุณชอบกิน บอกนิสัยและตัวตนคุณได้อย่างชัดเจน! ทายนิสัย คน ชอบ กินเส้น

รู้ไหมว่า เส้นก๋วยเตี๋ยว ที่คุณชอบกิน บอกนิสัยและตัวตนคุณได้ รู้ไหมว่า เส้นก๋วยเตี๋ยว ที่คุณชอบกิน บอกนิสัยและตัวตนคุณได้อย่างชัดเจน คุณจะเชื่อไหมว่า….เส้นก๋วยเตี๋ยวที่เราชอบกินกันทุกวัน สามารถบอกเรื่องราวความเป็นตัวตนของคุณได้ ลองอ่านความหมายของเส้นก๋วยเตี๋ยวที่คุณชอบกินดูสิ ว่าจะตรงหรือไม่ ไปเช็คกัน   ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ – คุณเป็นพวกจริงจังมาก เป็นพวกเงียบๆ รักสันโดษ ส่วนลึกในจิตใจของคุณจะค่อนข้างอ่อนไหว อะไรนิด อะไรหน่อยก็เก็บไปคิด ชอบช่วยเหลือคนอื่น อย่าเครียดนักนะ ต้องปล่อยวางบ้าง   ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก – คุณน่ะชอบสังคม มีเพื่อนมาก ไม่คิดมาก มีอารมณ์ขัน ข้อเสียของคุณก็คือไม่ค่อยจะมั่นใจในตัวเองซักเท่าไหร่เลยล่ะ เจ้าชู้เหมือนกันนะคุณนี่ ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ – คุณชอบอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ชอบอ่านหนังสือ ไปไหนมาไหนคนเดียวก็ได้นะ ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะโรแมนติกเหมือนกัน….แต่ขี้งอนชะมัด   ก๋วยเตี๋ยวเส้นบะหมี่ – โอ้โห..อย่าซนนักสิ ชอบนักล่ะเรื่องท้าทาย ไม่เคยกลัวเลย แถมยังชอบตะลอนๆ ไปโน่นมานี่ไม่หยุด วันๆ ยุ่งอยู่กันเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่ค่อยมีเวลาให้หวานใจนะ   บะหมี่สำเร็จรูป – โถ….อย่าหยิ่งนักเลยจ๊ะ อย่าหวังนะว่าฉันจะยอมก้มหัวให้ใคร ไม่ว่ายากแค้นลำบากลำบนแค่ไหน ก็ยังหยิ่งเสมอต้นเสมอปลาย เรื่องง้อเขาก่อนนี่ […]

5 เคล็ดลับ การเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหา มองกี่คราก็ไม่เบื่อ ผู้หญิงมีเสน่ห์ ผู้ชายชอบผู้หญิงแบบไหน

5 เคล็ดลับ การเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหา มองกี่คราก็ไม่เบื่อ ผู้หญิงมีเสน่ห์ ผู้ชายชอบผู้หญิงแบบไหน

5 เคล็ดลับ การเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหา เคยได้ยินกันมั้ย เวลาที่ถามถึงสเปคสาวๆ กับเหล่าผู้ชาย เรามักจะได้ยินคำว่า ชอบคนที่ดูน่าค้นหา แล้วคนที่ดูน่าค้นหาต้องเป็นยังไงล่ะ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีเคล็ดลับมาบอกแล้วจ้า สำหรับสาวๆ ที่อยากจะเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเอง ต้องมาดู 5 ข้อนี้ รับรองว่าหนุ่มๆ ต้องอยากเข้าไปทำความรู้จักคุณแน่นอน   1.ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ก่อนอื่นเลย สาวๆ ต้องดูแลตัวเองให้ดูดีน่ามองก่อน เพราะด้านแรกที่ผู้ชายจะมองเราก็คือรูปลักษณ์ภายนอกนั่นเอง หันมาใส่ใจออกกำลังกาย ดูแลเรื่องอาหารการกิน และบำรุงผิวพรรณให้สวยสดใสมีออร่า เพื่อดึงดูดสายตาพวกเขาให้ได้ก่อน   2.เสื้อผ้าหน้าผมเรียบง่าย ไม่ต้องเยอะ แต่งตัวเน้นความเรียบหรูดูแพง แต่งเรียบๆ เบาๆ ไม่เอาอลังการ แต่งหน้าอ่อนๆ โทนธรรมชาติ ผมธรรมชาติ น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้เข้าไว้ค่า   3.พูดให้น้อยเข้าไว้ อาศัยการยิ้ม อยากเป็นสาวน่าค้นหาต้องอย่าพูดมาก ทำตัวมีความลับเข้าไว้ อย่าเปิดเผยตัวเองไปจนหมดเปลือก ใครถามก็ตอบแบบกระชับ ได้ใจความสั้นๆ บ้างก็ยิ้มตอบเบาๆ บุคลิกแบบนี้แหละ ที่ผู้ชายหลงใหล   4.มีความสนใจเฉพาะด้านของตัวเอง คุณต้องมีความชอบกับอะไรบางอย่าง และอยู่กับสิ่งนั้นให้เขาสังเกตได้ หนุ่มๆ เขาจะชอบแอบมองเวลาที่คุณมีสมาธิให้กับเรื่องอะไรสักอย่าง เช่น […]