คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน จะเดินทาง เข้าป่า หมั่นภาวนา

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน
พุทธังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
ธรรมมังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
สังฆังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิโส ภะคะวา ฯ|

คาถาบทนี้ เป็นคาถาที่พ่อท่านคล้าย ท่านใช้สวดภาวนาเวลาออกเดินทาง เดินธุดงค์ในป่า เดินบิณฑบาต หรือเมื่อจะเข้าผจญภัย เป็นคาถาแคล้วคลาดปลอดภัย ศักดิ์สิทธิ์นักแลฯ

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน จะเดินทาง เข้าป่า หมั่นภาวนา เห็นผลทันตา

ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน เทวดาเมืองคอน

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน วัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย” ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน วัตถุมงคลพ่อท่านคล้าย

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” นามตามสมณศักดิ์ท่านคือ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช พ่อท่านคล้าย นามเดิมว่า “คล้าย สีนิล” เกิดตรงกับ วันที่27ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด จ.ศ.1238 ร.ศ.95 ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์ พ่อท่านคล้าย มีลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก เมื่ออายุ ๑๕ ปี หลวงพ่อคล้าย ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ

ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลงไป (เสียตั้งแต่สมัยเด็กๆ โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่ ขาเป็นหนองเลยต้องตัดทิ้ง โดยท่านใช้มีดปาดตาลตัดเอง) ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2438 (อายุ 19 ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ

 

พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ พระเกจินครศรีธรรมราช

ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.2439 ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ อุทกุกเขปสีมา (ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย คังคสุ วัณโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สังข์ สิริรตโน เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดวังม่วงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีพระอาจารย์ล้อม ถิรโชโต เป็นผู้ให้สรณคมน์และศีล ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี

การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมาก

ต่อมาปี พ.ศ.2441 พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา 2 พรรษา

ปี พ.ศ.2443 ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน

ปี พ.ศ.2445 พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น

ปี พ.ศ.2447 พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม

ปีพ.ศ.2448 พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี) ตลอดเวลาที่ท่านจำพรรษา ณ ที่ใดก็ตาม ท่านได้ศึกษาค้นคว้าภาษา บาลี วิชาโหราศาสตร์ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกันมาโดยมิได้ประมาท ด้านการก่อสร้างก็ได้สร้างใว้ตามวัดต่างๆพอสมควร

พ่อท่านคล้าย เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขัน

ในปี พ.ศ.2448 พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง ขอแต่งตั้ง”พ่อท่านคล้าย”เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระศิริธรรมมุนี เจ้าคณะเมือง ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา

 

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

 

สมณศักดิ์พ่อท่านคล้าย

ได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในนามสมณศักดิ์เดิม แต่ประชาชนทั่วไปเรียกท่านตามชื่อเดิมว่า พ่อท่านคล้าย
ตำแหน่ง
– ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๔๕ จนมรณภาพ
– เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย ใน พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่า วัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นเจ้าอาวาส เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว วัดนี้ก็เป็นที่ประดิษฐานสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว

 

งานด้านศาสนา

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นผู้นำในการสร้างวัดพระเจดีย์ พระพุทธรูป และร่วมกันในการปฏิสังขรณ์บูรณะศาสนสถานเป็นจำนวนมาก ผลงานสำคัญ ดังเช่น สร้างวัด พ่อท่านคล้ายเห็นความสำคัญของปูชนียสถาน จึงได้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง ได้แก่ วัดมะปรางงาม ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๐ ทายาทอึ่งค่ายท่าย ถวายที่ดิน และวัดที่สำคัญที่สุดคือวัดพระธาตุน้อย หรือคนทั่วไปเรียกว่า วัดพ่อท่านคล้าย

 

พ่อท่านคล้าย สร้างวัดพระธาตุน้อยและเจดีย์

ปี พ.ศ.2505 นายกลับ งามพร้อม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง ได้ยกที่ดินโคกไม้แดง มีเนื้อที่40ไร่ ถวายพ่อท่านโดยมอบให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ที่ดินแปลงนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟคลองจันดี ประมาณ1กิโลเมตร พระครูพิศิษฐ์อรรถการได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นในที่ดินแปลงนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อ 14 มกราคม 2505 ตรงกับวันขึ้น 9ค่ำ เดือนยี่ ปีฉลู เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่นายประคอง ช่วยเพ็ชร ถวายมาจากกว๊านพะเยา (ปัจจุบันเป็นจังหวัดพะเยา) โดยยึดรูปแบบมาจากวัดพระมหาธาตุทั้งหมด ทุนรอนในการก่อสร้างได้มาจาก พ่อค้า คหบดี ข้าราชการ และประชาชน ฝ่ายสงฆ์มีพระใบฏีกาครื้น โสภโณ เจ้าอาวาสวัดจันดีในสมัยนั้น เป็นผู้อำนวยการสร้าง ฝ่ายฆราวาสมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช

เป็นประธาน พระเจดีย์องค์นี้มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ27เมตร สูง 70เมตร การก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ องค์พระเจดีย์ มองเห็นเด่นแต่ไกล ถ้านั่งรถไฟเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ก่อนขบวนรถจะถึงสถานีคลองจันดี จะมองเห็นพระเจดีย์อยู่ทางซ้ายมือ
พ่อท่านคล้ายได้สร้างพระเจดีย์ไว้หลายองค์ ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขัน เจดีย์บ้านควรสวรรค์ ตำบลนาแว อำเภอฉวาง เจดีย์วัดยางค้อม อำเภอพิปูน และที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขันอำเภอพระแสง และเจดีย์หน้าถ้ำขมิ้น บนภูเขาอำเภอนาสาร

 

งานด้านพัฒนาท้องถิ่น

พ่อท่านคล้าย จัดได้ว่าเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ตลอดชีวิต ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้เดินทางไปพัฒนาในที่ต่าง ๆ มากมาย สร้างถนน สะพานมากมาย ด้วยเมตตาบารมีและความเคารพศรัทธาของศิษย์และประชาชน ดังเช่น

สร้างถนนเข้าวัดจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปพิปูน

ถนนจากวัดสวนขันไปยังสถานีรถไฟคลองจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปนาแว

ถนนระหว่างหมู่บ้านในตำบลละอาย

สะพานข้ามคลองคุดด้วนเข้าวัดสวนขัน

สะพานข้ามแม่น้ำตาปีจากตลาดทานพอไปนาแว

สะพานข้ามคลองเสหลา หน้าวัดมะปรางงาม

สะพานข้ามคลองจันดี เป็นต้น

 

ด้านความมีเมตตาและวาจาสิทธิ์

ศิษย์ยานุศิษย์และประชาชนที่เคารพนับถือ ศรัทธาพ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น พ่อท่านคล้ายจะพูดจากับทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและแจ่มใสอารมณ์เยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา ท่านมักจะให้พรกับทุกคน “ขอให้เป็นสุข เป็นสุข” ผู้ที่เคารพนับถือท่านต่างพากันกลัวคำตำหนิ เพราะผู้ที่ถูกตำหนิทุกรายล้วนแต่พบความวิบัติ คนส่วนมากจึงหวังที่จะได้รับคำอวยพร เพราะคำเหล่านั้นเป็นการพยากรณ์ที่แม่นยำทั้งในทางดีและทางเสื่อมเสีย

คนที่ไปนมัสการ”พ่อท่านคล้าย”หวังที่จะได้วัตถุมงคล พระเครื่อง บ้างขอน้ำมนต์ ชานหมาก แหวน ผ้ายันต์ เหรียญ รูปหล่อ รูปพิมพ์ ซึ่งพ่อท่านคล้ายก็ได้มีเมตตาให้กับทุกคน ยิ่งชานหมากของท่านหากใครได้รับจากมือท่านเป็นต้องหวงแหนอย่างที่สุด

พ่อท่านคล้าย มรณภาพ

พ่อท่านคล้ายหรือพระครูพิศิษฐ์อรรถการ เมื่อครั้นถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2513 ตรงกับแรม 9ค่ำ เดือน12 ปีจอ พ่อท่านจะต้องเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เนื่องในงานพุทธาภิเษกที่คณะพุทธบริษัท จังหวัดนั้นนิมนต์ไว้ เวลา 16.00 น. ของวันเดินทาง คณะศิษย์เป็นว่าพ่อท่านอาพาธกระทันหัน จึงนิมนต์พ่อท่านขึ้นรถด่วนเข้ากรุงเทพ ถึงวันรุ่งขึ้นได้นำพ่อท่านเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎในวันนั้น แพทย์ได้พยายามรักษาจนเต็มความสามารถ เป็นเวลา14วัน อาการมีแต่ทรงกับทรุด ครั้งถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2513 เวลา23.05 น. พ่อท่านคล้าย มรณภาพด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ ๙๖ ปี เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน

 

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม www.tumsrivichai.com

และ tnews

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อโบราณ เสริมเสน่ห์สายดำ ด้วยวิธีเลี้ยงผีกะ

ความเชื่อโบราณ เสริมเสน่ห์สายดำ ด้วยวิธีเลี้ยงผีกะ

ความเชื่อโบราณ เสริมเสน่ห์สายดำ ด้วยวิธีเลี้ยงผีกะ   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ที่สืบทอดกันตั้งแต่โบราณ มาฝากกัน หลายคนเริ่มรู้จักผีกะ และเชื่อว่าเริ่มสงสัยคืออะไรกันแน่ ความจริงผีกะเหมือนผีปอบ แต่มีบางอย่างที่คติความเชื่อคนทางภาคเหนือว่าต่างจากผีปอบ อย่างไร เลี้ยงแบบไหนจะสร้างเสน่ห์แก่ผู้เลี้ยง จริงไหม   ผีกะ คือ ผีตามคติความเชื่อคนทางภาคเหนือจะเข้าสิงร่างคน และชอบกินของคาว ดิบแบบสด ๆ คล้ายผีปอบ แต่สำหรับผีกะนั้นคนมีวิชาอาคม จะเลี้ยงเอาไว้ใช้งาน โดยจะเลี้ยงเอาไว้ในหม้อดินใช้ผ้ายันสีขาวปิดเอาไว้เพื่อใม่ให้ออกมาข้างนอก และจะมีการเลี่้ยงด้วยไข่ดิบโดยให้กินวันละหนึ่งฟอง   คนสมัยก่อนริเริ่มเอาผีกะมาเลี้ยง คือกลุ่มนักแสดง โดยเชื่อกันว่าหากใครเลี้ยงผีกะเอาไว้ผีกะจะช่วยเหลือนักแสดงคนไหนที่ขี้เหล่ แต่เลี้ยงผีกะเอาไว้ตอนกลางคืน ผีกะที่เลี้ยงเอาไว้จะออกมาเลียหน้าทำให้หน้าตาที่ขี้เหล่ สวยหล่อขึ้นมาทันที และน้ำลายผีกะจะรักษาอาการบาดเจ็บได้ทุกอย่าง ทำให้ผีกะคือผีที่มีความคงกระพัน ใครที่เลี้ยงผีกะไม่ดีปล่อยให้อดอยากผีกะจะสิงร่างคนแล้วไปกินของดิบๆ คาวๆ   วิธีการปราบผีกะที่เข้าสิงร่างคน ใช้ผู้มีอาคมจะขู่ ให้ผีกะ บอกชื่อ และสาเหตุที่มาทำร้ายคนและไล่ให้ออกจากร่างไป โดยจะใช้กะลามะพร้าวสวมศีรษะ คนที่โดนเข้าสิง แล้วท่องบทสวดเอามีดขูดกะลามะพร้าว เมื่อผีกะออกไปแล้ว รุ่งเช้า ผมคนที่เป็นเจ้าของผีกะจะร่วงตามมีด ฉะนั้นชาวบ้านก็จะทราบได้เลยว่าคนที่ผมร่วงนั้นคือเจ้าของผีกะ แต่ผีกะไม่ยอมออก จากร่างผู้ที่มีอาคมเป่าพริกแห้งที่ตำแล้ว ใส่ตาคนที่ถูกผีกะเข้าสิงเมื่อผีกะออกจากร่างแล้ว รุ่งเช้า คนที่เป็นเจ้าของผีกะนั้นก็จะตาแดงจนไม่กล้าออกไปข้างนอกบ้าน […]

ความเชื่อ ฝันเห็นจระเข้ โดนจระเข้ทำร้าย สื่อถึงเรื่องอะไร

ความเชื่อ ฝันเห็นจระเข้ โดนจระเข้ทำร้าย สื่อถึงเรื่องอะไร

ความเชื่อ ฝันเห็นจระเข้ โดนจระเข้ทำร้าย สื่อถึงเรื่องอะไร   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับความฝัน มาให้อ่านกัน จระเข้ เพชรฆาตใต้น้ำ หากใคร ฝันถึงจระเข้ ฝันเห็นจระเข้ ฝันว่าถูกจระเข้ทำร้าย ฝันว่าวิ่งหนีจระเข้ หมายความว่าอะไรได้บ้าง จะให้โชคหรือไม่   ฝันเห็นจระเข้ คนสมัยก่อนมี ความเชื่อ กันว่า ในหนึ่งคืนผู้คนจะ ฝัน ถึงเหตุการณ์บางอย่าง และเชื่อกันว่าจะเป็น ลางบอกเหตุ ทั้งดีและร้าย คนโบราณจึงให้ความสำคัญกับ ความฝัน ที่มีเรื่องราวเสมือนจริงมาก จึงกลายเป็นศาสตร์ ทำนายฝัน ที่สอดแทรกอยู่ในวัฒนธรรมทุกชนชาติ     ฝันเห็นจระเข้ ทำนายฝันว่า  คุณและคนในครอบครัวจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น อาจจะมีเรื่องราวของการเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้ ให้ระมัดระวัง เลขให้โชค ได้แก่  39 , 55 ฝันเห็นจระเข้หลายตัว ทำนายฝันว่า  ช่วงนี้คุณอาจจะถูกเพื่อนร่วมงานหักหลังได้ ให้ระวังคนใกล้ตัวจะนำเคราะห์มาให้ เลขให้โชค ได้แก่  03 , 36 ฝันว่าถูกจระเข้กัด  ทำนายฝันว่า  คุณจะได้รับเคราะห์จากผู้ที่คิดร้ายกับคุณ อาจจะถูกทำร้าย ควรใช้ชีวิตด้วยความระวังระมัดในเรื่องของทรัพย์สิน เพราะอาจสูญหายได้ เลขให้โชค ได้แก่  39 , 43     ฝันเห็นจระเข้ตาย ทำนายฝันว่า  […]

เช็คลิสต์ ! สีชุดชั้นในที่ชอบใส่ บอกนิสัยได้อย่างเเม่นยำ สาวๆทั้งหลาย ห้ามพลาด !!

เช็คลิสต์ ! สีชุดชั้นในที่ชอบใส่ บอกนิสัยได้อย่างเเม่นยำ สาวๆทั้งหลาย ห้ามพลาด !!

สีชุดชั้นในที่ชอบใส่ บอกนิสัยได้อย่างเเม่นยำ สีชุดชั้นในที่ชอบใส่ บอกนิสัยได้อย่างเเม่นยำ สวัสดี สาวๆ มีเรื่องสนุกๆมาให้ลองทำกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะชวนคุณสาวๆมาเช็กลิสต์ เลือกชุดชั้นในสีโปรดของคุณ หรืออาจจะเป็นของคนใกล้ตัว ที่สามารถทายใจและนิสัยได้อย่างแม่นยำ ถ้าไม่เชื่อลองไปดูพร้อมๆ กันเลย     สีดำ สำหรับสาวๆที่ชอบชุดชั้นในสีดำ แม้ภายนอกดูเหมือนจะเป็นคนเปิดเผย ชอบเป็นที่สนใจ อยากให้คนอื่นจับจ้อง และบางครั้งก็โชว์ออฟจนหน้าหมั่นไส้ แต่ลึกๆแล้วซ่อนความไม่มั่นใจในตัวเองเอาไว้ มักประสบความสำเร็จในความรัก ถึงไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ก็จะมีคนเข้ามาให้คุยไม่ขาด มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม แต่อย่าคิดจะมาจีบ เพราะเธอไม่ชอบอะไรที่ได้มาง่ายๆ เป็นคนทะเยอทะยาน ถ้ารู้สึกชอบหรืออยากได้อะไรจะลุยเอง  สไตล์สาวสวยและเก่ง     สีม่วง คนที่ชอบใส่ชุดชั้นในสีม่วง มักจะเป็นคนที่ดูน่าเชื่อถือ พูดจามีเหตุผล ฟังดูมีน้ำหนักอย่างน่าประหลาด ฉลาดวางตัวดี มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ เป็นที่ยำเกรงและเคารพของคนอื่น ถ้ามีแฟนก็จะสามารถคุมแฟนได้อยู่หมัด แม้จะแสดงออกแบบนั้น แต่ลึกๆก็มีความกังวล และขี้กลัวอยู่เหมือนกัน สีฟ้า มักจะเป็นคนของสังคม เพื่อนเยอะ เป็นคนรักเพื่อน และยังมีความรักเหลือเฟือ มากพอที่จะส่งต่อให้คนรอบตัว มองโลกในแง่ดี ใครอยู่ด้วยก็มักจะมีความสุข ไม่ชอบเห็นใครเดือดร้อน […]

โบราณว่าไว้ ทำอะไร วันไหนแล้วจะดี มีโชคลาภ! ตำราวันดี-ร้าย ทั้ง 7 วัน

โบราณว่าไว้ ทำอะไร วันไหนแล้วจะดี มีโชคลาภ! ตำราวันดี-ร้าย ทั้ง 7 วัน

โบราณว่าไว้ ทำอะไร วันไหนแล้วจะดี มีโชคลาภ โบราณว่าไว้ ทำอะไร วันไหนแล้วจะดี มีโชคลาภ ตำราวันดี-ร้าย ทั้ง 7 วัน ความเชื่อถึงแม้จะพิสูจน์ไม่ได้แต่ก็อยู่กับคนไทยมาตั้งแต่ชั่วลูกชั่วหลาน สำหรับใครที่มีความเชื่อคำกล่าวของคนโบราณ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีตำรา วันดี-วันร้าย ตามคำโบราณ ที่คนสมัยก่อนใช้เป็นฤกษ์ดี สำหรับจัดงานมงคล ออกศึก พิธีกรรมต่างๆ รวมไปถึงการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ตัดเล็บ ตัดผม ใส่เสื้อตัวใหม่ มาฝาก ดังนี้!!!   วันดี – วันไม่ดี วันอาทิตย์ วันอาทิตย์ ถือกันว่าเป็นวันที่ร้อน เป็นเทพเจ้าแห่งความร้อนแรง ก็พระอาทิตย์ให้ความร้อนยังไงล่ะ ห้ามทำการอะไรที่เป็นการเริ่มต้น ห้ามย้ายบ้าน เพราะจะทำให้ย้ายบ้าน บ่อยๆ คือ ย้ายแล้วย้ายอีกอยู่นั่นแหละ ลองสังเกตดูว่าทำไม บางทีก็ทำให้จัดบ้านไม่เสร็จสักที แต่ในหลักความจริงและความเป็นไปได้ วันอาทิตย์เป็นวันหยุด เป็นวันที่สะดวกที่สุดแล้ว เหมาะแก่การขนย้ายใช่มั้ยล่ะ เราถือว่าอาทิตย์เนี่ยค่อนข้างยิ่งใหญ่ จะเป็นแหล่งพลังงานของการสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ เราจึงยกวันอาทิตย์ให้เป็นเรื่องของเกียรติยศ ชื่อเสียง […]