คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน จะเดินทาง เข้าป่า หมั่นภาวนา

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน
พุทธังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
ธรรมมังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
สังฆังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิโส ภะคะวา ฯ|

คาถาบทนี้ เป็นคาถาที่พ่อท่านคล้าย ท่านใช้สวดภาวนาเวลาออกเดินทาง เดินธุดงค์ในป่า เดินบิณฑบาต หรือเมื่อจะเข้าผจญภัย เป็นคาถาแคล้วคลาดปลอดภัย ศักดิ์สิทธิ์นักแลฯ

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน จะเดินทาง เข้าป่า หมั่นภาวนา เห็นผลทันตา

ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน เทวดาเมืองคอน

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน วัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย” ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน วัตถุมงคลพ่อท่านคล้าย

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” นามตามสมณศักดิ์ท่านคือ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช พ่อท่านคล้าย นามเดิมว่า “คล้าย สีนิล” เกิดตรงกับ วันที่27ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด จ.ศ.1238 ร.ศ.95 ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์ พ่อท่านคล้าย มีลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก เมื่ออายุ ๑๕ ปี หลวงพ่อคล้าย ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ

ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลงไป (เสียตั้งแต่สมัยเด็กๆ โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่ ขาเป็นหนองเลยต้องตัดทิ้ง โดยท่านใช้มีดปาดตาลตัดเอง) ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2438 (อายุ 19 ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ

 

พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ พระเกจินครศรีธรรมราช

ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.2439 ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ อุทกุกเขปสีมา (ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย คังคสุ วัณโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สังข์ สิริรตโน เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดวังม่วงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีพระอาจารย์ล้อม ถิรโชโต เป็นผู้ให้สรณคมน์และศีล ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี

การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมาก

ต่อมาปี พ.ศ.2441 พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา 2 พรรษา

ปี พ.ศ.2443 ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน

ปี พ.ศ.2445 พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น

ปี พ.ศ.2447 พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม

ปีพ.ศ.2448 พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี) ตลอดเวลาที่ท่านจำพรรษา ณ ที่ใดก็ตาม ท่านได้ศึกษาค้นคว้าภาษา บาลี วิชาโหราศาสตร์ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกันมาโดยมิได้ประมาท ด้านการก่อสร้างก็ได้สร้างใว้ตามวัดต่างๆพอสมควร

พ่อท่านคล้าย เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขัน

ในปี พ.ศ.2448 พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง ขอแต่งตั้ง”พ่อท่านคล้าย”เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระศิริธรรมมุนี เจ้าคณะเมือง ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา

 

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

 

สมณศักดิ์พ่อท่านคล้าย

ได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในนามสมณศักดิ์เดิม แต่ประชาชนทั่วไปเรียกท่านตามชื่อเดิมว่า พ่อท่านคล้าย
ตำแหน่ง
– ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๔๕ จนมรณภาพ
– เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย ใน พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่า วัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นเจ้าอาวาส เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว วัดนี้ก็เป็นที่ประดิษฐานสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว

 

งานด้านศาสนา

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นผู้นำในการสร้างวัดพระเจดีย์ พระพุทธรูป และร่วมกันในการปฏิสังขรณ์บูรณะศาสนสถานเป็นจำนวนมาก ผลงานสำคัญ ดังเช่น สร้างวัด พ่อท่านคล้ายเห็นความสำคัญของปูชนียสถาน จึงได้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง ได้แก่ วัดมะปรางงาม ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๐ ทายาทอึ่งค่ายท่าย ถวายที่ดิน และวัดที่สำคัญที่สุดคือวัดพระธาตุน้อย หรือคนทั่วไปเรียกว่า วัดพ่อท่านคล้าย

 

พ่อท่านคล้าย สร้างวัดพระธาตุน้อยและเจดีย์

ปี พ.ศ.2505 นายกลับ งามพร้อม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง ได้ยกที่ดินโคกไม้แดง มีเนื้อที่40ไร่ ถวายพ่อท่านโดยมอบให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ที่ดินแปลงนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟคลองจันดี ประมาณ1กิโลเมตร พระครูพิศิษฐ์อรรถการได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นในที่ดินแปลงนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อ 14 มกราคม 2505 ตรงกับวันขึ้น 9ค่ำ เดือนยี่ ปีฉลู เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่นายประคอง ช่วยเพ็ชร ถวายมาจากกว๊านพะเยา (ปัจจุบันเป็นจังหวัดพะเยา) โดยยึดรูปแบบมาจากวัดพระมหาธาตุทั้งหมด ทุนรอนในการก่อสร้างได้มาจาก พ่อค้า คหบดี ข้าราชการ และประชาชน ฝ่ายสงฆ์มีพระใบฏีกาครื้น โสภโณ เจ้าอาวาสวัดจันดีในสมัยนั้น เป็นผู้อำนวยการสร้าง ฝ่ายฆราวาสมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช

เป็นประธาน พระเจดีย์องค์นี้มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ27เมตร สูง 70เมตร การก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ องค์พระเจดีย์ มองเห็นเด่นแต่ไกล ถ้านั่งรถไฟเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ก่อนขบวนรถจะถึงสถานีคลองจันดี จะมองเห็นพระเจดีย์อยู่ทางซ้ายมือ
พ่อท่านคล้ายได้สร้างพระเจดีย์ไว้หลายองค์ ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขัน เจดีย์บ้านควรสวรรค์ ตำบลนาแว อำเภอฉวาง เจดีย์วัดยางค้อม อำเภอพิปูน และที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขันอำเภอพระแสง และเจดีย์หน้าถ้ำขมิ้น บนภูเขาอำเภอนาสาร

 

งานด้านพัฒนาท้องถิ่น

พ่อท่านคล้าย จัดได้ว่าเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ตลอดชีวิต ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้เดินทางไปพัฒนาในที่ต่าง ๆ มากมาย สร้างถนน สะพานมากมาย ด้วยเมตตาบารมีและความเคารพศรัทธาของศิษย์และประชาชน ดังเช่น

สร้างถนนเข้าวัดจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปพิปูน

ถนนจากวัดสวนขันไปยังสถานีรถไฟคลองจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปนาแว

ถนนระหว่างหมู่บ้านในตำบลละอาย

สะพานข้ามคลองคุดด้วนเข้าวัดสวนขัน

สะพานข้ามแม่น้ำตาปีจากตลาดทานพอไปนาแว

สะพานข้ามคลองเสหลา หน้าวัดมะปรางงาม

สะพานข้ามคลองจันดี เป็นต้น

 

ด้านความมีเมตตาและวาจาสิทธิ์

ศิษย์ยานุศิษย์และประชาชนที่เคารพนับถือ ศรัทธาพ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น พ่อท่านคล้ายจะพูดจากับทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและแจ่มใสอารมณ์เยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา ท่านมักจะให้พรกับทุกคน “ขอให้เป็นสุข เป็นสุข” ผู้ที่เคารพนับถือท่านต่างพากันกลัวคำตำหนิ เพราะผู้ที่ถูกตำหนิทุกรายล้วนแต่พบความวิบัติ คนส่วนมากจึงหวังที่จะได้รับคำอวยพร เพราะคำเหล่านั้นเป็นการพยากรณ์ที่แม่นยำทั้งในทางดีและทางเสื่อมเสีย

คนที่ไปนมัสการ”พ่อท่านคล้าย”หวังที่จะได้วัตถุมงคล พระเครื่อง บ้างขอน้ำมนต์ ชานหมาก แหวน ผ้ายันต์ เหรียญ รูปหล่อ รูปพิมพ์ ซึ่งพ่อท่านคล้ายก็ได้มีเมตตาให้กับทุกคน ยิ่งชานหมากของท่านหากใครได้รับจากมือท่านเป็นต้องหวงแหนอย่างที่สุด

พ่อท่านคล้าย มรณภาพ

พ่อท่านคล้ายหรือพระครูพิศิษฐ์อรรถการ เมื่อครั้นถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2513 ตรงกับแรม 9ค่ำ เดือน12 ปีจอ พ่อท่านจะต้องเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เนื่องในงานพุทธาภิเษกที่คณะพุทธบริษัท จังหวัดนั้นนิมนต์ไว้ เวลา 16.00 น. ของวันเดินทาง คณะศิษย์เป็นว่าพ่อท่านอาพาธกระทันหัน จึงนิมนต์พ่อท่านขึ้นรถด่วนเข้ากรุงเทพ ถึงวันรุ่งขึ้นได้นำพ่อท่านเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎในวันนั้น แพทย์ได้พยายามรักษาจนเต็มความสามารถ เป็นเวลา14วัน อาการมีแต่ทรงกับทรุด ครั้งถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2513 เวลา23.05 น. พ่อท่านคล้าย มรณภาพด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ ๙๖ ปี เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน

 

คาถาแคล้วคลาด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม www.tumsrivichai.com

และ tnews

เรื่องน่าสนใจ

ฮือฮาเลขเด็ด น้ำตาเทียน

ฮือฮาเลขเด็ด น้ำตาเทียน

ฮือฮาเลขเด็ด น้ำตาเทียน ใกล้ถึงวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล นักเสี่ยงโชคจากทั่วสารทิศ พากันส่องเลขเด็ดตามแหล่งต่างๆ ที่เค้าบอกว่า เด็ด ดี และมีโชค สำหรับที่เกาะคำชะโนด ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไหว้ขอพรจากปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว ไม่ว่าที่จุดบวงสรวงหน้าเกาะคำชะโนด ก็มีนักท่องเที่ยวมาเป็นคณะ โดยขอโชคลาภตามความเชื่อ หลังจากนั้น ที่พลาดไม่ได้ก็ต้องเข้าไปกราบไหว้ขอโชคลาภและหาเลขเด็ดกันที่บริเวณต้นมะเดื่อยักษ์ อายุนับร้อยปี ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะนำลูกหลานมาหาเลขเด็ด เพื่ออาศัยดวงเด็ก ตามความเชื่อของแต่ละคน หลังจากนั้นก็ต้องไปที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำน้ำกลับบ้านและลูบไล้ตามร่างกายเชื่อว่ารักษาโรคได้ ฮือฮาเลขเด็ด น้ำตาเทียน ขณะที่มีการสวดมนต์ประกอบพิธี พร้อมกับใช้น้ำตาเทียนหยดลงในอ่างน้ำมนต์ ปรากฏว่า น้ำตาเทียนที่หยดลงไปรวมตัวกันมีลักษณะเป็นเลขขึ้นมาให้ทุกคนเห็น และพากันใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อไปดู ซึ่งเลขที่ปรากฏ ดูคล้ายกับเลขอะไร ?? ดูเอาเองเลยครับ สร้างความฮือฮาให้กับคอหวยแถวสามจังหวัดเป็นอย่างมาก เซียนหวยยิ่งสนใจตัว เลขเด็ด ในขันน้ำมนต์ของผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 รายนี้ ซึ่งมาทำพิธีบวงสรวง และทุกคนที่มามุงดูพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามองเห็นเลขในขันน้ำมนต์เป็นเลข….ดูเอาเอง   บทความแนะนำ น้ำตาเทียน 16/11/62 หวยซอง น้ำตาเทียน 1/12/62 “เลขเด็ด” ตะเคียนทอง วัดอ่างทองพัฒนา แจกเลขเด็ดเข้าเน้นๆ ห้ามพลาด หวยน้ำตาเทียน 16/11/62

เปิดตำราทำนายฝัน ฝันว่ามดขึ้นบ้าน ทำนายอะไรได้บ้าง หรือสื่อถึงเลขโชคลาภอะไร เช็กเลย!

เปิดตำราทำนายฝัน ฝันว่ามดขึ้นบ้าน ทำนายอะไรได้บ้าง หรือสื่อถึงเลขโชคลาภอะไร เช็กเลย!

เคยไหม ฝันว่ามดขึ้นบ้าน หมายถึงอะไร มีเลขเด็ดอย่างไร เว็บเลขเด็ดออนไลน์ หาคำตอบมาให้จากตำราทำนายฝันเลยทีเดียว ทางเว็บไซต์ของเราได้รวบรวมมาให้ท่านแล้วและได้มาพบกับบริการใหม่กับทางเว็บไซต์ เกมส์พนันออนไลน์ , เว็บพนันออนไลน์  ถูกต้องตามกฏหมายของคนไทย วันนี้เราได้รวบรวมความสุขมาให้คุณแล้ว สำหรับลูกค้าที่ชอบในการซื้อหวยออนไลน์ หรือ ล็อตเตอรี่ออนไลน์ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชมที่เว็บไซต์ของ กองสลากพลัส, กองสลาก.com , หงส์ทอง.com , และ มังกรฟ้า ซึ่งเป็นเเหล่งซื้อขายหวยดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฏหมายและราคาก็ได้ตามที่รัฐบาลตั้งไว้ ฝันว่ามดขึ้นบ้าน หมายถึงอะไร มีเลขเด็ดอย่างไร ตำราทำนายฝัน ฝันว่ามดขึ้นบ้านทำนายว่า ในช่วงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษกับเรื่องสุขภาพของผู้ใหญ่ที่จะไม่ค่อยปกติและเป็นเหตุ ทำให้ท่านกังวลใจ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องงานและเรื่องที่อยู่อาศัย แนะนำให้ระวังเรื่องความเครียดจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ความรัก ถ้าคุณมีความเชื่อมั่นในกันและกันทั้งสองฝ่าย ความสุขจะบังเกิดกับคุณทันที คุณอาจจะพบคนที่ถูกใจแล้ว แต่มันยังไม่ใช่จังหวะที่จะเจอเนื้อคู่ เรื่องรักของคุณไม่ถือว่าราบรื่น มีงอน มีหึงหวง มีทะเลาะเบาะแว้งบ้าง เรียกว่าคู่ทรหดก็คงได้ ดวงการเงิน การงาน ระวังช่วงนี้คุณจะทำงานพลาดบ่อย ส่งผลให้ถูกตำหนิจากหัวหน้างาน หรือ บุคคลรอบข้างได้ คุณจะมีเรื่องเสียเงินเพราะความใจอ่อนให้กับเพศตรงข้ามที่ไม่ค่อยจริงใจกับคุณเท่าไหร่ ระวังจะมีคนคิดอยากจะก๊อปปี้งานในแบบของคุณ แล้วนำไปเสนอหัวหน้าแล้วแอบอ้างว่าเป็นผลงานของเค้า เลขนำโชค ฝันว่า “มดขึ้นบ้าน” เลขมงคล เด่นนำโชค 1 3 6 […]

ความเชื่อโบราณ ลักษณะคนที่ไม่น่าคบเป็นเพื่อน !!

ความเชื่อโบราณ ลักษณะคนที่ไม่น่าคบเป็นเพื่อน !!

ความเชื่อโบราณ ลักษณะคนที่ไม่น่าคบเป็นเพื่อน !!   คนหลายเสียง โบราณท่านว่าคนเราปกติถ้าไม่เสียงเรียบ ก็จะเสียงทุ้มหรือเสียงแหลมไปเลย ไม่มีใครมาพูดหลายเสียงในเวลาเดียวกันหรอก(ยกเว้นคนที่ทำอาชีพต้องใช้เสียง) ถ้าใครที่พูดหลายเสียงเดี๋ยวสูง เดี๋ยวต่ำ เดี๋ยวแหลม เดี๋ยวทุ้ม คนแบบนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ ดูแล้วไม่มีความมั่นคง ไม่มีความรับผิดชอบ เพราะขนาดน้ำเสียงของตนยังควบคุมไม่ได้เลย เฒ่าคนแก่จึงบอกว่าคนหลายเสียงไม่ควรเอามาเป็นคู่ครองนั่นเอง   คนหัวล้าน ความเชื่อที่ว่าคนหัวล้านไม่น่าคบ มาจากเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน ลักษณะของขุนช้างที่หัวล้าน รูปร่างอ้วน นิสัยเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายทำทุกอย่างเพื่อให้ได้นางวันทองเมียของขุนแผนมาเป็นเมียของตน นั่นเป็นสาเหตุให้คนหัวล้าน รูปร่างอ้วน (บรรดาอาเสี่ยทั้งหลาย) ถูกมองว่าคบไม่ได้เพราะบ้ากามและเจ้าเล่ห์นั่นเอง แต่ในวรรณคดี ขุนช้างเขารวยมากนะ ไม่รู้ว่าถ้าคู่ครองของคุณหัวล้าน รูปไม่หล่อ แต่รวย และนิสัยดี คุณจะยังเห็นว่าเป็นคนไม่น่าคบมั้ย คนผมหยิก หน้าก้อ คอต่อ คิ้วสั้น คบไม่ได้ คำโบราณที่คนรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันแล้ว คนโบราณท่านเชื่อกันว่าคนที่ผมหยิกมาก หน้าป้อมๆ หักๆ คอสั้นๆ (ไม่มีคอเพราะอ้วนรึเปล่า?) คิ้วก็สั้นๆ ดูรวมๆ แล้วหน้าตาคงแปลกๆ ไม่น่ามองนัก ท่านก็เลยบอกว่าไม่น่าคบ แต่เดี๋ยวนี้คนเราคบกันไม่แคร์หน้าตาแล้วเนอะ อย่าตัดสินกันที่ภายนอกอย่างเดียวต้องดูที่นิสัยด้วย     […]

ความเชื่อเรื่องตะกวด ประวัติความเป็นมา !!

ความเชื่อเรื่องตะกวด ประวัติความเป็นมา !!

ความเชื่อเรื่องตะกวด   นอกจาก จ.สุรินทร์ จะมีความสัมพันธ์กับช้างแล้ว สัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ชาวสุรินทร์ใน ต.ตรึม ต.แตล อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์มีความรู้สึกผูกพันธ์ คือ ตะกวด หรือ ชาวเขมรเรียก ตะโกด กลุ่มกูยเรียก ตะก๊อด กลุ่มลาวเรียก แลน ตะกวดมีรูปร่างคล้ายเหี้ย หนังหยาบเป็นเกล็ด แต่ลำตัวสีเทาอมเหลือง จึงดูสีเหลืองอ่อนทั้งตัว ไม่มีลายคาดตามขวาง ชอบอาศัยตามป่าโปร่งและเนินเขา ว่ายน้ำไม่เก่งเท่าเหี้ย ชอบอาศัยใกล้แหล่งน้ำ แต่จะซุกตัวอยู่ในโพรงต้นไม้ ขึ้นต้นไม้ได้รวดเร็ว เป็นสัตว์ไม่ดุร้าย ตะกวดชอบกินสัตว์เล็กกว่าเป็นอาหาร ได้แก่ ปลา ลูกไก่ ลูกนก กบ เขียด หนู แมลง และซากเน่าเปื่อย แหล่งที่พบ หมู่ที่ 1 ต.ตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เป็นหมู่บ้านที่มีตะกวดนับพันตัว อาศัยอยู่ตามโพรงไม้ต้นมะขามใหญ่ในหมู่บ้าน และอยู่ในป่าช้างท้ายหมู่บ้าน ชอบเดินเพ่นพ่านในหมู่บ้าน คอยแอบกินลูกไก่ของชาวบ้าน ความสัมพันธ์กับชุมชน เนื่องจากบ้านตรึมเป็นหมู่บ้านชาวกูย ชาวกูยมีความเชื่อว่าตะกวดเป็นสื่อแทนวิญญาณของผีปู่ตาประจำหมู่บ้าน ตะกวดตัวโตขนาดยาว […]