เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

 

วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพามาทำความรู้จักกับ ประวัติของ หลวงปู่โต๊ะ หรือ พระราชสังวราภิมณฑ์ พระเกจิดัง วัดประดู่ฉิมพลี พระผู้มีอภิญญา ผู้เลื่องลือเรื่องปาฏิหาริย์ เป็นผู้สร้างพระปิดตาราคาหลักล้าน ในปัจจุบัน

 

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

 

ประวัติหลวงปู่โต๊ะ

พระราชสังวราภิมณฑ์ หรือ หลวงปู่โต๊ะ เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2430 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นบุตรของนายพลอย และนางทับ รัตนคอน มีพี่น้องอยู่ร่วมกัน 2 คน ซึ่งถึงแก่กรรมไปก่อนหลวงปู่นานมาก ในวัยเด็ก เด็กชายโต๊ะ ได้เข้าเรียนวิชาอยู่ที่วัดเกาะแก้ว ใกล้บ้านเกิดของท่าน เมื่อมารดาถึงแก่กรรม พระภิกษุแก้ว เห็นความขยันหมั่นเพียรของเด็กชายโต๊ะ จึงได้พาเด็กชายโต๊ะ มาฝากอยู่กับพระอธิการสุข เจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลีในสมัยนั้น

ท่านเรียนหนังสืออยู่ที่ วัดประดู่ฉิมพลี อยู่เป็นเวลาอยู่ 4 ปี ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 17 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2447 โดยมีพระอธิการสุขเป็นอุปัชฌาย์ บรรพชาได้วันเดียว “พระอธิการสุข” ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์และผู้อุปการะของท่านก็ได้มรณภาพ นายคล้าย นางพันธ์ ซึ่งเป็นพี่ชายกับพี่สะใภ้ของพระอธิการสุข และมีบ้านอยู่ใกล้วัดประดู่ฉิมพลีจึงได้อุปการะท่านต่อมา เมื่อบรรพชาแล้ว ท่านก็มาเรียนศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ที่ วัดประดู่ฉิมพลี ซึ่งต่อมามีพระอธิการคำ เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา พร้อมทั้งเรียนกรรมฐานกับพระอาจารย์พรหม วัดประดู่ฉิมพลีอีกท่านหนึ่งด้วย

จนกระทั่งเมื่อมีอายุได้ 20 ปี สามเณรโต๊ะ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 ณ พัทธสีมา วัดประดู่ฉิมพลี โดยมีพระครูสมณธรรมสมาทาน (แสง) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “อินทสุวัณโณ

 

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

 

หลวงปู่โต๊ะ สอบได้นักธรรมชั้นตรี ต่อมาพระอธิการคำ ได้มรณภาพลง ทางคณะสงฆ์จึงได้แต่งตั้งท่านให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลี สืบต่อมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 หลวงปู่โต๊ะ มีความมานะพากเพียร ออกธุดงค์จาริกไปทั้วทุกภาคในประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ท่านได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรม โดยได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงหลายท่าน เช่น

  1. หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ
  2. หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน
  3. หลวงพ่อชุ่ม วัดราชสิทธาราม
  4. หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
  5. หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ
  6. หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง
  7. หลวงพ่อกล้าย วัดหงส์รัตนาราม

และต่อจากนั้น ท่านก็เดินทางไปยังภาคใต้ ไปที่จังหวัดปัตตานี และเมื่อหลวงปู่ท่านกลับมาที่ จังหวัดธนบุรี กลับมายังวัดประดู่ฉิมพลี ท่านก็ได้สร้างพระพุทธบาทจำลอง เมื่อครั้งที่หลวงปู่โต๊ะยังมีชีวิตอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้ทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสในปฏิปทาและจริยาวัตรของหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง โดยได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ของทุกๆ พระองค์ ไปยังวัดประดู่ฉิมพลี เพื่อทรงสดับคำสอนของหลวงปู่ และในบางโอกาส ก็ได้กราบอาราธนานิมนต์หลวงปู่ท่านไปแสดงธรรมยังภายในเป็นการส่วนพระองค์อีกด้วย

 

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

 

ปาฏิหาริย์หลวงปู่โต๊ะ

ข้อมูลทั่วไปมักบอกเล่าเหตุการณ์ที่ ครั้งหนึ่ง บุคคลสำคัญระดับสูงของประเทศ ได้ถามเรื่อง “ไสยศาสตร์มีจริงหรือไม่?” กับพระอริยสงฆ์ หรือพระเกจิผู้ใหญ่ท่านนี้  ที่สุด หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ  ท่านจึงหยิบปากกาข้างตัวท่าน มาเขียนนะที่ฝ่ามือ แล้วชูให้ผู้ถามดู

แล้วเอามือที่ลงนะนั้นมาเป่า แล้วชูให้ดูใหม่ ปรากฎว่านะที่ฝ่ามือท่านหายไปแล้ว และท่านก็ชี้ขึ้นไปบนขื่อ เมื่อผู้ถามมองไปตามนิ้วหลวงปู่ ก็ได้เห็นนะที่เมื่อครู่อยู่ที่ฝ่ามือหลวงปู่ ไปติดอยู่ที่บนขื่อแล้ว เป็นอันไม่ต้องอธิบายแล้ว

นอกจากนี้ยังมี บทความ โดยเฟซบุคแฟนเพจ “ศิษย์มีครู” ที่ได้เรียบเรียงขึ้นเพื่อเผยแผ่กิตติคุณเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ เล่าว่าเป็นประสบการณ์รอดตายจากคมกระสุนด้วยบารมีธรรม หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี โดยช่วงปี พ.ศ. 2537 ขณะที่ผู้เล่า และภรรยา ลูกชายคนเล็กอายุสามเดือน พร้อมด้วยพี่สาวภรรยา ได้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากพัทยาเพื่อที่จะไปรับแฟนพี่สาวภรรยา ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นที่สนามบินดอนเมือง

โดยขากลับ ตนเองเกิดอาการเขม่นตาขวามาตลอดทาง จึงสวดคาถาชินบัญชรในใจตลอดเวลา โดยเฉพาะยังขอบารมีหลวงปู่โต๊ะที่ผมและภรรยาแขวนอยู่ เมื่อขับก่อนจะถึงค่ายทหารรักษาพระองค์ รถได้ถูกวางตะปูเรือใบโดยคนร้ายได้ตอกตะปูห้านิ้วไว้กับไม้หน้าสามวางสลับไปมา รถก็เหยียบตะปูเข้าอย่างจัง ยางฉีกขาด จนต้องงจอดรถเข้าข้างทาง

ตอนนั้นผู้เล่ารู้แล้วว่ากำลังจะถูกปล้น แต่จำต้องลงจากรถเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ และได้บอกกับภรรยาว่าให้ยืนดูรอบๆ ขณะที่กำลังจะเปลี่ยนยาง ยังไม่ทันไรก็มีรถที่ขับตามหลังมาถูกตะปูอีกหนึ่งคัน แต่เขาก็ยังขับไปได้อีกประมาณ 50 เมตร จากนั้นภรรยาเขาก็บอกว่าเห็นผู้ชายสองคนแต่งชุดหมีเหมือนพวกช่างกลเป็นวัยรุ่นเดินอยู่อีกฝั่งของถนนอ้อมไปยังรถคันที่จอดอยู่ข่างหน้า แต่ยังไม่ทันเดินไปถึงก็อ้อมกลับมาที่รถของเขา

เมื่อเดินมาถึงทั้งสองคนก็เปิดชายเสื้อชักปืนขึ้นมาจ่อมาที่ผู้เล่า วินาทีนั้น เขาจึงเอามือผลักภรรยาให้หลบอยู่ข้างหลังผม และภรรยาได้ผลักให้ชาวญี่ปุ่นลงไปหลบในคูข้างทาง หนึ่งในคนร้ายได้พูดขึ้นว่าเฮ้ย…มึงมีของมีค่าอะไรถอดมาให้หมด  เขาก็ตอบทันที…กูไม่ให้ ภรรยาก็บอกต่อว่ากูก็ไม่ให้…คนร้ายก็บอกว่าไม่ให้กูยิง….ขณะนี้เองที่ใจของผู้เล่า ได้นึกถึงหลวงปู่โต๊ะในใจว่า (หลวงปู่โต๊ะช่วยลูกด้วย…ขอให้ยิงไม่เข้า)แล้วจึงพูดว่า..ยิงก็ยิงซิว่ะ…

จากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น…เขารู้สึกชาที่ข้อศอกจนแขนสะบัด จากนั้นเขาจะใช้เหล็กเปลี่ยนยางตีสวน แต่ผู้ร้ายก็ยิงอีกที่ไหปลาร้าจนหงายหลัง แต่ด้วย บารมีของหลวงปู่โต๊ะคุ้มครอง เขาจึงกระโดดเข้าสู้ คนร้ายเห็นว่าผมถูกยิงสองนัดไม่เป็นไรก็ตกใจพูดขึ้นว่า…เฮ้ยถอยแล้ววิ่งอ้อมไปทางหลังรถภรรยาก็ตะโกนว่า..ช่วยด้วยๆ ถูกปล้น คนร้ายก็หันมายิงภรรยาเขาอีกหนึ่งนัดถูกที่ขาจนกางเกงยีนทะลุแต่ไม่เข้าแล้วคนร้ายก็วิ่งข้ามถนนเข้าซอยหายไป

ราวตีสาม มีคนมาช่วย แล้วได้ตรวจสอบรอยยิง พบว่า ที่ข้อศอกและที่ไหปลาล้าเป็นรอยบวมเท่าลูกมะนาวแต่ไม่เข้ามีเพียงอาการขัดยอก ทั้งที่เป็นปืนขนาดเก้ามม. อย่างที่รู้กัน หลวงปู่โต๊ะ ท่านเป็นคนที่มีศีลวัตรปฏิบัติอันงดงาม มีกริยามารยาทที่งดงาม มีความสุภาพอ่อนโยน มีความเมตตากรุณาต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

และยังว่ากันว่าท่าน สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตได้ ครั้งหนึ่งท่านได้เคยเจอเกี่ยวกับโรคระบาด หลวงปู่ท่านเห็นคนหลายคนไม่สบาย ท่านก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะท่านเองก็เป็นโรคนี้ด้วยเหมือนกัน ท่านจึงตั้งจิตว่า หากท่านยังมีชีวิตอยู่ ขอให้ท่านจงหายจากโรคนี้ แต่ถ้าท่านหมดบุญแล้ว ก็ขอให้ตายซะ ในตอนกลางคืน ท่านได้นิมิตว่า หลวงพ่อบ้านแหลมได้นำน้ำพระพุทธมนต์มาเจริญให้ ตื่นมาท่านก็มาเจริญน้ำพระพุทธมนต์ และสุดท้ายท่านก็หายจากโรคนี้

อย่างไรก็ดี ในเบื้องปลายชีวิต หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ท่านได้เริ่มอาพาธด้วยโรคชรา ว่ากันว่า สาเหตุหนึ่งเพราะ มีผู้คนมานิมนต์ท่านให้ออกมาให้พร หรือ ขอความช่วยเหลือ ท่านจึงไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน สุขภาพท่านจึงไม่ค่อยแข็งแรง

ท่านได้อาพาธครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 และก่อนมรณภาพได้เพียง 7 วัน ท่านลุกจากเตียงไม่ได้เลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2524 เวลา 9:55 น. ท่านได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยอาการสงบ รวมสิริอายุได้ 93 ปี 73 พรรษา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดให้เชิญศพไปตั้งที่ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตร พระราชทานเกียรติยศศพเป็นพิเศษ เสมอพระราชาคณะชั้นธรรม พระราชทานโกศโถบรรจุศพ พร้อมฉัตรเบญจาเครื่องประกอบเกียรติยศครบทุกประการ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่การศพโดยตลอด ทั้งยังเสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน 50 วัน 100 วัน และตามโอกาสอันควรหลายวาระ

 

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : ศิษย์มีครู

ภาพจาก : โซเชียลมีเดีย

เรื่องน่าสนใจ

บุนนาค ไม้มงคลคู่พุทธศาสนา ตามความเชื่อชาวล้านนา

บุนนาค ไม้มงคลคู่พุทธศาสนา ตามความเชื่อชาวล้านนา

บุนนาค ไม้มงคลคู่พุทธศาสนา ตามความเชื่อชาวล้านนา   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับบุนนาค ไม้มงคลคู่พุทธศาสนา หากพูดถึงไม้มงคลยอดนิยมของคนไทย ดูเหมือน ต้นบุนนาค หรือ สารภีดอย ย่อมเป็นหนึ่งในไม้มงคลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน   บุนนาค มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “สารภีป่า” ชื่อภาษา ไทใหญ่ว่า “ก้ําก่อ” ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Iron wood, Indian rose chestnut มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mesua ferrea Lnn. ในวงศ์ GUTTIFERAE คนไทยมีความเชื่อกันมาแต่โบราณว่าชื่อ “บุนนาค” แสดง ความเป็นมงคล บ่งบอกถึงความสุข ความประเสริฐ มีแต่สิ่ง ที่ดีงาม โชคลาภ และโภคทรัพย์หลั่งไหลเข้ามาหาอย่าง ไม่ขาดสาย และยังมีอํานาจในการป้องภัยจากสัตว์รัายและศัตรู ขับไล่สิ่งอุบาทว์และความอัปมงคล ออกจากชีวิตของเจ้าของ ชาวล้านนานิยมปลูกต้นบุนนาคไว้ในบริเวณบ้านโดยเฉพาะทิศตะวันตก และมักปลูกใน วันเสาร์เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ ในคติทางพระพุทธศาสนาได้ให้ความสําคัญกับดอกบุนนาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถวาย ดอกบุนนาคเป็นพุทธบูชาจะได้อานิสงส์มหาศาล พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน หัวข้อ “ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน” ได้กล่าวถึงผลแห่งการถวาย ดอกบุนนาคของพระปุนนาคปุปผิยเถระว่า “เราเป็นพรานเข้าไปยังป่าใหญ่ […]

เปิดคำทำนาย ฝันเห็นยานอวกาศ ทำนายว่าอย่างไร? พร้อมเลขเด็ดเสี่ยงดวง เเม่น ๆ

เปิดคำทำนาย ฝันเห็นยานอวกาศ ทำนายว่าอย่างไร? พร้อมเลขเด็ดเสี่ยงดวง เเม่น ๆ

หากคุณ ฝันเห็นยานอวกาศ เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต อาจสื่อถึงความก้าวหน้า การแสวงหาความรู้ หรือโอกาสใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความทะเยอทะยานและการเดินทางไปสู่สิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความฝันนี้อาจเป็นลางบอกเหตุที่ดีหรือเตือนให้คุณเตรียมพร้อมรับความท้าทายข้างหน้า ฝันเห็นยานอวกาศ ทำนายฝันว่าอย่างไร ด้านความรัก หากคุณมีคู่รักคู่ครองแล้ว จะมีช่วงห่างกันมากขึ้น คุณต้องเติมช่องว่างให้เต็มอย่าให้ขาด เดี๋ยวจะงานเข้าไม่รู้ตัว จะมีญาติผู้ใหญ่คอยเป็นแม่สื่อ ช่วยผลักดันให้คุณได้ลงเอยกับคนคุณที่ชื่นชอบ ถ้าจะมองหาใครใหม่ ๆ เป็นอันล้มเลิกความคิดไปได้เลย ถ้าคิดจะมีใครก็จะแค่ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น ด้านการเงิน มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเงินขาดมือได้อยู่ตลอดเวลา อย่าใช้จ่ายเกินตัวไป จะส่งผลให้เดือดร้อนได้ในอนาคต ประหยัดได้ควรประหยัดไปก่อน ด้านการงาน เรื่องการงานอาจจะมีเรื่องให้ต้องคอยแก้ปัญหาอยู่บ่อย ๆ ไม่จบไม่สิ้น ใครที่เพิ่งเปลี่ยนงานใหม่ ถ้าย้ายไปแล้วก็ไม่ได้รับการยอมรับที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ด้านสุขภาพ ช่วงนี้อาจจะได้รับอุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ระวังการปวดข้อกระดูก ปวดหลัง หากมีการเดินทางจะราบรื่นและปลอดภัยทุกประการ เลขเด็ดทำนายฝันเห็นยานอวกาศ เลขเด่นนำโชค 3 – 8 – 9 เลขเด่นรอง 39 – 67 – 91 […]

3 บุญใหญ่ที่จะพาทุกคน ออกจากวิกฤตในชีวิต ทำได้เลยทันที สร้างบุญให้ ตัวเอง

3 บุญใหญ่ที่จะพาทุกคน ออกจากวิกฤตในชีวิต ทำได้เลยทันที สร้างบุญให้ ตัวเอง

3 บุญใหญ่ที่จะพาทุกคน ออกจากวิกฤตในชีวิต 3 บุญใหญ่ที่จะพาทุกคน ออกจากวิกฤตในชีวิต ทำได้เลยทันที ในช่วงที่ผลกรรมไม่ดีมาส่งผล บางครั้งเหมือนมืดแปดด้าน หันไปทางไหนเจอทางตัน หันไปทางไหน? ไม่มีใครเหลียวแลช่วย บุญของตนที่ทำมาเท่านั้นที่จะพาฝ่าความมืดมิดนี้ได้ หรือที่ดีอยู่แล้ว ก็จะดียิ่งขึ้นร้อยเท่าพันเท่าทวีคูณ บุญแรกคือ บุญจากการกตัญญู กตัญญูใคร?     พ่อแม่เป็นอันดับแรก ท่านมีบุญคุณอันประมาณมิได้ทั้งให้กำเนิดทั้งอุ้มชู ทำให้เราจากวิญญาณเป็นคนทุกวันนี้ แค่สำนึกนั้นยังไม่พอ เราต้องตอบแทนท่านอย่างดีที่สุดเท่าที่มีกำลังคนที่ทำบุญกับพ่อแม่นั้นวันที่มีภัย วันที่เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส บุญนี้จะพาหลุดวงล้อมกรรม แม้ท่านล่วงลับไปแล้ว บางท่านไม่ได้จากไปไหนยังคงเฝ้าดูห่วงใย เป็นเทวดาคอยคุ้มครองหมั่นสร้างบุญอุทิศไปให้ท่าน ขอบุญจากท่านช่วยเรา นอกจากพ่อแม่แล้ว คนรอบข้างไม่ว่าพี่น้องเพื่อนหรือแม้แต่คนที่เราไม่รู้จักเคยช่วยเหลือยามเราลำบาก อุ้มชูหนุนเรา เมื่อมีโอกาส เมื่อมีกำลังจงทำ จงตอบแทนเขาแม้ข้าวหนึ่งช้อน น้ำหนึ่งขัน คือสิ่งที่เรารอดมาได้ตอบแทนคุณเขา เราจะรอด? บุญที่สอง คือ บุญของตนเองที่สร้างขึ้นมาในภพนี้ ทั้งจากทาน จากศีล จากภาวนาทั้ง 3 ช่องทางนี้ เป็นบุญใหญ่ที่จะพาเรารอด คนไม่มีบุญของตนเองนั้น ไม่มีทางพ้นไปได้ เราต้องมีฐานบุญของเราเอง ทานไม่มีเงิน ก็อภัยทานนำ เมื่อมีบ้างก็ทำสลึง […]

โศกกับธรรมเนียม ประเพณี และความเชื่อของไทย

โศกกับธรรมเนียม ประเพณี และความเชื่อของไทย

โศกกับธรรมเนียม ประเพณี และความเชื่อของไทย   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับความเชื่อ “โศกกับธรรมเนียม ประเพณี” โศกเป็นพันธุ์ไม้ที่มีการกล่าวถึงบ่อยครั้งในวรรณคดีไทย ส่วนใหญ่ เป็นการกล่าวถึงความเศร้า โศกในการพลัดพรากจากผู้เป็นที่รัก เนื่องจากต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ต่างๆ จึงมักพบชื่อโศกใน วรรณคดีประเภทนิราศ ซึ่งบรรยายถึงความห่วงหาอาวรณ์ และเมื่อได้เห็นต้นโศกก็ยิ่งทำให้เศร้าหมอง ยิ่งขึ้น ดังที่พระมหานาคแห่งวัดท่าทราย ใน สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ประพันธ์ไว้ ต้นโศกที่พบในประเทศไทยมีหลายชนิด เฉพาะที่เป็นไม้พื้นเมือง ได้แก่ โศกน้ำ โศกเขาและโศกเหลือง แต่ที่พบมากทั่วไปทุกภาค คือ โศกน้ำ ซึ่งมักขึ้นตามริมน้ำ การเดิน ทางในนิราศต่างๆ มักเป็นการเดิน ทางตามลำน้ำ ดังนั้นโศกที่กล่าวถึงในวรรณคดีจึงน่าจะเป็นโศกน้ำ (Saraca indica Linn.) มากกว่าโศก ชนิดอื่น โศกน้ำ หรือโศก เป็นไม้ต้นสูง ๑๐-๒๐ เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก มีเรือนยอดกว้าง ใบดกทึบ ใบเป็นใ บประกอบแบบขนนก ยาว ๑๐-๑๘ […]