ตำนาน/เรื่องลี้ลับ รวมคววามเชื่อต้องห้ามที่คนโบราณถือ !!


เขาทับควาย กับตำนานลิงรบควายที่ จ. ลพบุรี

เขาทับควาย คือเขาที่อยู่ที่ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ปัจจุบันสถานที่นี้คือ วัดเขาทับควายหรืออีกชื่อ วัดสามัคคีธรรม ชื่อเขาทับควาย มีตำนานและที่มามาจากเรื่องรามเกียรติ์ ตอน พาลีรบทรพี ซึ่งมีเนื้อเรื่องดังนี้   ทรพี ควายป่าสีดำเติบใหญ่ขึ้นมาด้วยมีเทวดาคอยปกปักรักษาตามคำขอร้องของมารดา หลังจากฆ่า ทรพา ผู้เป็นพ่อ ทำให้ทรพีมีความเหิมเกริมเป็นอย่างมาก เที่ยวท้าเจ้าป่าเจ้าเขา และเทวดาทั้งหลายสู้รบ เหล่าเทวดาจึงบอกให้ไปท้าพระอิศวรที่เขาไกรลาส   พระอิศวรทรงพระพิโรธ ตรัสบริภาษแล้วบอกให้ไปท้ารบกับพญาพาลีผู้ครองนครขีดขิน และสาปว่าให้ทรพีตายด้วยน้ำมือของพญาวานร   ทรพีบุกเข้าถึงหน้าเมืองขีดหินท้าพาลีรบ พาลีสู้รบกับทรพีตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ จึงคิดว่าหากรบกันในที่โล่งคงยากที่จะเอาชนะได้ จึงออกอุบายให้ไปสู้รบกันที่ถ้ำ และได้สั่งสุครีพว่าเมื่อครบเจ็ดวันแล้วยังไม่กลับออกมา ให้เฝ้าดูรอยเลือด ถ้าเป็นเลือดข้นคือเลือดควาย ถ้าเห็นเลือดใสจะเป็นเลือดตน ให้พาไพร่พลขนหินมาปิดถ้ำเสียเพื่อที่ทรพีจะได้ถูกขังอยู่ในนั้น พระยาพาลีสูกับทรพีอยู่ถึง 7 วัน 7 คืน ไม่ชนะเนื่องจากเทวดาอารักษ์ จึงออกอุบายถามเจ้าทรพีว่า “เจ้าควายทรพีเจ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้เพราะเจ้ามีผู้คอยช่วยเหลือปกป้องเจ้า ใช่หรือไม่” เจ้าทรพีซึ่งหยิ่งและอวดดีไม่รู้คุณเทวดาที่คอยปกป้องตนมาดังบุพการีก็กล่าวว่า “ข้าเก่งกาจเพราะตัวของข้าเอง หาได้มี เทวดา อ้ายอีตนไหนคอยปกป้อง ก็หาไม่” พระยาพาลีได้ยินดังนั้นจึงกล่าวต่อเหล่าเทวดาที่ปกป้องทรพีว่า “ดูก่อนท่านเทวดาทั้งหลาย ไอ้ควายป่าทรพีตนนี้หาได้สำนึกในบุญคุณของพวกท่านไม่ ขนาดพ่อมันยังคิดฆ่าได้ แม้พวกท่านคอยปกป้องมันไม่ให้ได้รับอันตรายมันก็ไม่สำนึก แล้วท่านยังจะปกป้องเจ้าควายที่ไม่รู้จักบุญคุณบุพการี ตัวนี้หรือ” เทวดาที่ปกป้องเจ้าควายทรพีได้ยินก็คิดเห็นเช่นเดียวกับที่พระยาพาลีแนะจึงรวมกันออกจากเขาและกีบเท้าไม่คอยปกป้องเจ้าทรพีอีกต่อไป พระยาพาลีได้ที่จึงเข้าห้ำหั่น จนสามารถฆ่าทรพีตาย […]

สุดยอด “เครื่องราง เมืองไทย” ใครมีครอบครอง ชีวิตดี !!

ถ้าจะกล่าวถึง เครื่องรางหรือของขลัง ถือกำเนิดจากความเชื่อและอยู่คู่คนไทยมาช้านาน จากคำบอกเล่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ว่าความเชื่อเหล่านั้นจะเป็นจริงหรือไม่ แต่วิถีชีวิตของคนไทยก็ถือว่าเรื่องโชคลาง ของขลัง หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สามารถดลบันดาลให้ชีวิตแคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความสุข ความเจริญ แต่ก็กล่าวได้ว่า ผู้ใดที่ไม่เคยเจอกับตัวก็คงไม่เข้าใจและคงไม่รู้สึกอะไรก็เรื่องพวกนี้ แต่ถ้าได้เจอประสบการณ์เหล่านั้นความคิดคุณอาจต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน สุดยอด “เครื่องรางเมืองไทย” ใครมีครอบครอง ชีวิตดี !! เครื่องรางของขลัง การแบ่งตามการใช้ดังต่อไปนี้ เครื่องคาด อันได้แก่ เครื่องราง ที่ใช้คาดศีรษะ คาดเอว คาดแขน ฯลฯ เครื่องสวม อันได้แก่ เครื่องราง ที่ใช้สวมคอ สวมศีรษะ สวมแขน สวมนิ้ว ฯลฯ เครื่องฝัง อันได้แก่ เครื่องราง ที่ใช้ฝังลงไปในเนื้อหนังของคน เช่น เข็มทอง ตะกรุดทอง ตะกรุดสาลิกา (ใส่ลูกตา) และการฝังเหล็กไหล หรือ ฝังโลหะมงคล ต่างๆ ลงไปในเนื้อจะรวมอยู่ในพวกนี้ทั้งสิ้น เครื่องอม อันได้แก่ เครื่องราง ที่ใช้อมในปาก […]

ทําบุญยังไงให้ได้บุญ ได้รับอานิสงส์ ครบ 9 ประการ

ทําบุญยังไงให้ได้บุญ ได้รับอานิสงส์ ครบ 9 ประการ หากจะกล่าวถึง “การทำบุญ” ย่อมเป็นเรื่องที่ดี ทำแล้วไม่มีคำว่าผลเสียอย่างแน่นอน แต่กลับสร้างแต่ความสบายใจและ ทำให้เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ แต่หลายท่านก็คงจะมีความสงสัยไม่น้อย ว่าแล้วเราจะได้บุญจริงหรือ? แล้วเราจะต้องทำบุญแบบไหน กับอะไร เราถึงจะได้รับ ผลบุญและอานิสงส์ครบ 9ประการ ในวันนี้เรามีคำแนะนำในการทำบุญ 10 ประการแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้มาฝากกันค่ะ ให้อภัย ทำด้วยใจ หากมีสิ่งใดตกค้างขัดขวางอยู่บ้าง ก็สลัดออกไป ให้ด้วยความตั้งใจ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ทำใจให้ว่าง จิตใจต้องไม่เป็นทุกข์ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน คือวิธีการลดตัวตนชนิดหนึ่ง ไม่ยืดติดว่าเราเป็นใคร เต็มใจช่วยเหลือผู้อื่น มีความปรารถนาดีให้แก่ผู้อื่นเสมอ การตั้งใจฟังธรรมจากพระสงฆ์ที่แสดงธรรม ล้วนเป็นการทำบุญ การมอบความดีให้แก่กันและกันตั้งใจเผื่อแผ่ความดีนั้นไปให้แก่ผู้อื่น ยินดีกับผู้อื่นเป็นการสร้างกำลังใจให้แก่สังคม สลายความอิจฉาจากใจ ไม่ตกนรก นั่งนอนเป็นสุข ใช้สติพิจารณา กิจกรรมที่ผ่านมาในชีวิตแล้ว ทบทวนว่า สิ่งใดดีควรจะเพิ่มเติม มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ […]

กฎแห่งกรรม มีอยู่จริง ” ใครก็หนีไม่ได้ “

กฎแห่งกรรม มีอยู่จริง “ใครก็หนีไม่ได้” เร็วช้าก็ต้องเจอ มนุษย์เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความเชื่อ และความศรัทราในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ที่ว่าด้วยเรื่องกฏแห่งกรรม และประโยคที่ว่า “กรรมตามสนอง” นี้เรามักได้ยินบ่อยๆตั้งแต่จำความได้ ทว่า เราอาจจะไม่เคยมองเห็นว่า กรรม นั้นคืออะไร และจะมาในรูปแบบไหน แต่สิ่งที่เราควรตระหนักรู้ก็คือ กรรมไม่เคยละเว้นใคร ไม่ว่ากรรมนั้น จะเป็นบุญหรือบาป เรื่องของกฎแห่งกรรมนั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้มากมายในพระไตรปิฎก ถึงที่มาที่ไป เพราะเหตุใดถึงต้องมีชะตาชีวิตแบบนี้ การที่พระพุทธองค์นำมาแสดงไว้ เพื่อให้เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ตระหนักถึงผลของกรรม หรือผลของการกระทำ จะได้ระมัดระวังในการดำรงชีวิต ไม่ไปทำผิดแบบนั้นอีก เพราะผลที่ออกมาก็จะต้องทำให้ชีวิตทนทุกข์ทรมานกันอีกนับไม่ถ้วน กฏแห่งกรรม ทำดี “ย่อม” ได้ดี ทำชั่ว “ย่อม” ได้ชั่ว เราทำกรรมชนิดใดเราก็ได้ผลของกรรมชนิดนั้น ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว นี่คือกฎของกรรม เป็นหลักการกว้างๆ ที่เราจะต้องจำเอาไว้ว่า หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น เรื่องของกฎแห่งกรรมไม่ได้นำมาแสดงให้กลัวจนยอมจำนนต่อกรรมแต่เพื่อให้เราเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพและเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาชีวิตให้ดีขึ้นด้วยมือตัวเอง หลักการสำคัญที่เราชาวพุทธทั้งหลายควรตะหนักก็คือ การอยู่ในกาลปัจจุบัน อยู่กับกรรมในปัจจุบันมิใช่ไปยืดติดกับกรรมเก่าในอดีต ไปยอมจำนนต่อกรรมเก่าจนไม่กล้า ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปลี่ยนกรรมในปัจจุบันให้ดีขึ้น พร้อมรู้จักระงับกรรมไม่ดีมากมายที่ไม่ควรทำ อันชีวิตของเรานั้น มาจากกรรมลิขิตทั้งสิ้น ไม่ได้มาจากอำนาจอื่นใด […]

สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงไหม? ความเชื่อที่อยู่คู่กับเรา ตลอดมา

สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงไหม? ความเชื่อที่อยู่คู่กับเรา ตลอดมา คำว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” ก็คงจะมีมากมายจนนับไม่ถ้วนแล้วแต่ใครจะ “นับถือ” หรือมี “ความเชื่อ” ในสิ่งนั้นๆ วันนี้ก็เลยเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า อะไรกันละ? ที่เขาเรียกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เลยไปหาคำตอบมาจนได้ความหมายของคำว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดังนี้ มนุษย์เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความเชื่อ และความศรัทราในพลังอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งๆที่ยังไม่มีใครเคยรู้หรือเคยเห็นสิ่งเหล่านี้เลยก็ตาม แต่เราทุกคนก็ยังเชื่อว่า สิ่งนั้น เป็นสิ่งที่มีอำนาจที่สามารถให้ทั้งคุณและโทษกับเราได้  เราทุกคนมีความเชื่อและความศรัทรา สือทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ความเชื่อที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มของความเชื่อได้ดังนี้ ความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเราทุกคน นับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ความเชื่อจึงมุ่งเน้นไปทาง หลักธรรมคำสอน เช่น ควเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม  ความเชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่ ทุกอย่างย่อมเวียนว่ายตายเกิดตามผลแห่งกรรมของตน หรือความเชื่อเรื่องนรก สวรรค์ เป็นต้น 2. ความเชื่อที่เกี่ยวกับวิทยาคม เป็นความเชื่อเรื่องลึกลับที่เหนือธรรมชาติ ไม่สามารถพิสูจน์หรือหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้ แบ่งออกเป็น 2เรื่องคือ ความเชื่อเรื่องเวทมนต์คาถา และ ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง 3. ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเรามาตั้งแต่อดีต ส่วนมากจะมาได้จาก พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง พระเครื่อง ร่วมไปถึงศาลปู่ตา ศาลหลักเมือง ศาลเจ้าพ่อ […]

พ่อแก่พระฤาษี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรบูชา ศาสตร์แห่งการแสดง 

พ่อแก่พระฤาษี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรบูชา ศาสตร์แห่งการแสดง ถ้าจะกล่าวถึง ตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่มี อิทธิฤทธิ์ มหิทธานุภาพ เน้นไปทางเสริมดวง ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นไม้แกะสลัก งาช้างแกะสลัก ดินดิบปั้นลอยองค์ หรือสร้างขึ้นเฉพาะเศียร ล้วนมีความศักดิ์สิทธ์ทั้งนั้น หากใจเราเชื่อและ ศรัทธาในสิ่งๆนั้น ซึ่งคนสมัยโบราณยกย่องให้พ่อพระฤๅษีทุกพระองค์เป็นบรมครูในทุกสาขาอาชีพและศิลปวิทยา  ไม่ว่าจะเป็นความรู้เชิงช่าง นาฏศิลป์ การแสดง หมอยา  หมอนวดจับเส้น ลิเก โขน หนัง เครื่องดนตรีโบราณ ก็ต้องมีพ่อแม่พระฤๅษีเป็นบรมครูทั้งสิ้น ในพิธีกรรมการไหว้ครูประจำปี  หรือก่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ก็ต้องไหว้อัญเชิญพ่อแก่พระฤๅษีมาเป็นประธานและการประสิทธิ์วิชาให้บรรดาลูกศิษย์ในพิธีกรรมไหว้ครูทุกคนในพิธีเพื่อเป็นสิริมงคล คำว่า ฤาษี มาจากคำว่า ฤาษิ แปลว่า ผู้เห็นด้วยความรู้พิเศษอันเกิดจากฌาน ซึ่งสามารถแลเห็นอดีตปัจจุบัน และอนาคตได้ บางครั้งก็เรียกพ่อแก่หรือฤาษีว่า “ตฺริกาลชฺญ” แปลว่า ผู้รู้กาลทั้งสาม นอกจากนี้พระฤาษียังถือว่าเป็นผู้ประทานสรรพวิชาความรู้ ทั้งมวลแก่มนุษยชาติ เนื่องด้วยตำราทางโหราศาสตร์ และตำราทางเทววิทยา กล่าวไว้สอดคล้องกันว่า พระพฤหัสบดีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นอาจารย์แห่งสรรพวิชาความรู้ทั้งมวล วิธีบูชาพ่อแก่ หมากพลู ๙ คำพวงมาลัยของมะลิใส่พานน๊ะตั้งบนหิ่งที่สูง เตรียมนํ้าเปล่าสะอาด […]

ตำนานไอ้ไข่ วัดสว่างอารมณ์ จากเรื่องเล่า สู่ความศักดิ์สิทธิ์ ที่ประชาชนเลื่อมใส

ตำนานไอ้ไข่ วัดสว่างอารมณ์ จากเรื่องเล่า สู่ความศักดิ์สิทธิ์ ที่ประชาชนเลื่อมใส ถ้าจะกล่าวกันถึง ความเชื่อและความศรัทธาของคนไทย ตั้งแต่ในอดีตสู่ปัจจุบัน ในแต่ละพื้นที่ และในแต่ละภูมิภาคในประเทศไทยนั้นมีมากมายหลายแบบแตกต่างกันไป ซึ่งทุกๆเรื่องนั้นล้วน แต่มีประวัติความเป็นมาแทบทั้งสิ้น ดังเช่น “วัดเจดีย์ไอ้ไข่” ณ วัดแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านตั้งแต่ในละแวกใกล้วัดไปจนถึงต่างจังหวัดในแถบภาคใต้จากศรัทธาที่เชื่อกันว่า “ขอได้ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย “ไอ้ไข่” มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนว่า ไอ้ไข่นั้นเป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9 – 10 ขวบเป็นลูกศิษย์ซึ่งติดตามหลวงปู่ทวด วันหนึ่งท่านเดินธุดงค์อยู่บริเวณนั้น สถานที่ดังกล่าวกลับพบว่ามีทรัพย์สมบัติ และ ศาสนสถานที่สำคัญเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ให้ไอ้ไข่ สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติดังกล่าว วิญญาณดวงนี้จึงเฝ้าดูแลปกปักษ์รักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน อยู่ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา และหมู่บ้านนั้นภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “หมู่บ้านโพธิ์เสด็จ” จวบเท่าปัจจุบัน คำว่า “ไอ้ไข่” เพิ่งมาเรียกเอาตอนพ่อเที่ยงแกะสลักรูปไม้แล้ว เหตุผลว่า อาจารย์เที่ยงหรือผู้ใหญ่เที่ยงนิมิตว่ามีเด็กไปบอกให้สร้างรูปเมื่อประมาณปีพ.ศ.2523-2524 ในนิมิตเมื่อเห็นเด็กแก้ผ้า เปลือยกายกับพระจีวรสีคล้ำไปยืนให้เห็นในนิมิต และเอ่ยปากว่าแกะรูปเราให้ที เราจะได้มีที่อาศัยอยู่เป็นหลักแหล่ง ตาเที่ยงถามว่าใครหรือนี้ เด็กในนิมิตจึงบอกว่า “เราไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” ตั้งแต่นั้นมาจึงได้รู้ว่าเด็กวัดนี้ชื่อ ไอ้ไข่ ในวัดเจดีย์ เต็มไปด้วยสิ่งของที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาเอามาแก้บน เช่น รูปไก่ชน ชุดทหาร หนังสติ๊ก ของเล่นต่าง […]

อาถรรพ์หลวงพ่อด่วน เกจิเมืองใต้

อาถรรพ์หลวงพ่อด่วน เกจิเมืองใต้ เผาไม่ไหม้! ปาฎิหาริย์ หลวงพ่อด่วน เกจิอาจารย์ดังวัดวารีบรรพตหรือวัดบางนอน แสดงปาฏิหารย์ ในงานพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางสายตาของประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ไฟติดนานกว่า 30 นาทีแต่ทั้งศพและจีวรไม่ไหม้ คณะกรรมการวัดและศิษยานุศิษย์จึงได้ยุติการประชุมเพลิง และนำร่างของท่านลงจากเมรุพิธี ศิษยานุศิษย์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ประชุมเพลิง คือนายนิพนธ์ ลิ้มรักษา รองผอ.สถานศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระนอง ผู้หนึ่งได้กล่าวว่า “ความประสงค์จริง ๆ ของหลวงพ่อด่วนนั้น ท่านไม่อยากให้เผา แต่ท่านอยากให้เก็บไว้ในโลงแก้ว” และนายจำเนียร ภูมิลักษณ์ ประธานสภาอบต.ประชาขันธ์ จ.พัทลุง หลานชายของหลวงพ่อด่วน ได้กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพและประชุมเพลิง ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ได้เคยพบกับหลวงลุงและพูดคุยกันที่โรงพยาบาล ช่วงที่ท่านยังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลวงลุงได้บอกกับผมไว้ว่า ถ้ากูเป็นอะไรไปอย่าเผาท่านกู กูร้อน ถ้าใครไม่เชื่อแล้วจะได้เห็นเอง แต่ผมมาอยู่ตรงนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคณะกรรมการในการตัดสินใจและจัดงานศพให้กับหลวงลุง ได้แต่บอกกับทางคณะกรรมการว่า ถ้าในพิธีประชุมเพลิงจุดไฟไม่ติด หรือร่างท่านไม่ไหม้ ก็ให้หยุดทันที ซึ่งเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ วันที่ 17 ตุลาคม 2550 โดยมี นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเป็นประธานฝ่ายฆราวาส […]

อาถรรพ์ แมวดำ

อาถรรพ์ แมวดำ  เรื่องเล่าหรือแค่ความเชื่อ “ผิดๆ” แมวดำกับผีนับว่าเป็นเรื่องน่ากลัวคู่กับไสยศาสตร์มาตั้งแต่โบราณ โดยเฉพาะคนไทยที่เชื่อว่าหากงานศพใด มีแมวดำเข้ามาเพ่นพ่าน สมควรไล่ไปให้พ้น เพราะหากเจ้าแมวดำดันมากระโดดข้ามโลงศพ มีหวังแขกแตกตื่นวิ่งไปคนละทางสองทาง เหตุเพราะเป็นการปลุกคนตายให้ฟื้นคืน หากเป็นการฟื้นคืนมาพร้อมลมหายใจ คงไม่มีใครเตลิด แต่เพราะเป็นการเรียกวิญญาณให้หวนคืน แถมฟื้นคืนมาคราวนี้จะมาพร้อมความอาฆาตพยาบาท อาละวาดหลอกหลอนคนอื่น หรือว่าจะมาดีก็ยังไม่รู้ เป็นใครก็ต้องวิ่งไปก่อนตามประสาคนกลัวผี ยิ่งโดยเฉพาะในพิธีงานศพ บรรยากาศวังเวงและเต็มไปด้วยความโศกสลดชวนให้ขนลุกขนพองแล้ว หากมีเจ้าแมวดำกับแววตาลุกโชน พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวานทั่วศาลาการเปรียญ ในยามที่ทุกคนต่างตกอยู่ในความนิ่ง ก็ยิ่งชวนให้ขนลุกขนพองสยองกันไปใหญ่ แต่เรื่องแมวดำยังคงเป็นเรื่องลี้ลับในบ้านเรา และประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายๆ ประเทศ อย่างในตำนานเก่าแกของอินเดียโบราณ เชื่อกันว่าแมวดำเป็นสัตว์ผี อันเป็นพาหนะของ”พระษัษฐี”ซึ่งคนอินเดียรู้จักกันดีว่าเป็นเทวีแห่งความตาย ของทารก หรือผีแม่ซึ่งประจำตัวเด็กนั่นเอง ว่ากันว่าหากใครเห็นแมวดำที่ไหนในทุกวันที่ 6 มักจะเห็น”พระษัษฐี”ปรากฎกายอยู่ ณ ที่นั่น ซึ่งหมายถึงว่าจะมีเด็กหรือมีคนตายที่นั่นด้วยเช่นกัน มาถึงพิธีศพ ชาวอินเดียจะขับไล่แมวดำที่มาป้วนเปี้ยนออกไป และถ้าหากบังเอิญแมวดำไปโดนศพเข้า ก็เชื่อกันว่าจะกลายเป็นรอยมลทินกับศพนั้นๆไปตลอด นี่คือความเชื่อของชาวอินเดีย ต่อมาเป็นความเชื่อของชาวจีน เชื่อกันว่าหากแมวดำข้ามศพ ศพนั้นจะฟื้นคืนชีพและกลายเป็นผีที่ดุร้าย ซึ่งก็ไม่ต่างจากไทย แต่ที่พิเศษกว่าคือ ต้องเอากรรไกรหรือเหล็กวางไว้บนอกศพ เพื่อเป็นเหมือนตัวการสะกดวิญญาณ ไม่ให้ลุกขึ้นมาเกี้ยวกราด และวิธีการนำกรรไกรมาวางไว้บนอกนั้น ก็ยังพบเห็นในงานพิธีศพของชาวมลายูด้วย   ขอขอบคุณ ข้อมูลและรูปภาพจาก : www.tnews.co.th , horoscope.thaiza.com […]

“5 เคล็ดลับ” วิธีขอหวย วัดไอ้ไข่

สำหรับคอหวยชาวไทยแล้วต่างก็รู้จัก วัดเจดีย์ ไอ้ไข่ กันเป็นอย่างดี เพราะขึ้นชื่อเรื่องให้โชคให้ลาภและการค้าขาย เพราะไม่ว่าใครที่ไปขอก็มักจะได้ตามปรารถนาที่ขออยู่เสมอ สำหรับใครที่อยากเดินทางไปกราบไหว้ขอพร และขอโชคขอลาภกับ ไอ้ไข่ วันนี้เว็บไซต์ เลขเด็ดออนไลน์ ได้ รวม 5 วิธีขอหวย วัดไอ้ไข่ เอาไว้ให้ใครที่มีศรัทธาเพื่อขอให้ตัวเองสมปรารถนา รวม 5 วิธีขอหวย วัดไอ้ไข่ ดังนี้ 1.ทาแป้งหาเลขนำไปเสียงโชค ที่วัดเจดีย์ไอ้ไข่ จะมีศาลาที่ตั้งของต้นตะเคียนยักศักดิ์สิทธิ์ ที่เล่านักเสียงโชคต่างก็ชอบนำเอาแป้งไปลงเพื่อถูหาเลข แต่ไม่ต้องถึงขั้นเตรียมอุปกรณ์กันไปเพียงแค่ไปไหว้ขอพร และ ถวายเครื่องบูชาตามที่ขอไว้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว “สำคัญอยู่ที่เมื่อถูกหวยแล้วอย่าลืมถวายเครื่องบูชาเพื่อเป็นการขอบคุณด้วยนะคะ” 2.แค่มีองค์รูปก็สามารถอธิฐานขอเลขที่บ้านได้ สามารถหาเช่าบูชาได้ที่วัดไอ้ไข่เท่านั้น เพราะพบของปลอมมากมาย เนื่องจากมีจำนวนคนที่ต้องการมากทำให้ไม่พอกับความต้องการ *ข้อปฏบัติในการบูชาไอ้ไข่วัดเจดีย์ ห้ามตั้งรวมกับหิ้งพระหรือพระพุทธรูป ควรตั้งแยก เพื่อเป็นการเคารพไอ้ไข่ เพราะศาสนาอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ควรมีผ้าแดงปูรองรูปเหรียญองค์บูชา ต้องรักษาคำพูดและสัจจะ และระวังคำพูดให้มากๆ 3.ขอพรจากรูปปั้นไอ้ไข่ เพียงแค่มีความตั้งใจมากราบไว้และชอโชคลาภ ตามความเชื่อที่ว่า “ขอได้ ไหวรับ” ซึ่งทำให้ขออะไรมักจะได้สิ่งนั้น และที่ผ่านมาคนที่ขอโชคลาภจากรูปปั้นไอ้ไข่ถูกหวยกับหลายรายแล้ว *วิธีการขอพรหรือบนบานศาลกล่าวรูปปั้นไอ้ไข่ ให้จุดธูป3ดอก ท่อง นะโม 3 […]

อาถรรพ์ ศุกร์13 เรื่องเล่าสุดเฮี้ยน เพียงแค่บังเอิญ หรือเรื่องจริง ?

อาถรรพ์ ศุกร์13 เรื่องเล่าสุดเฮี้ยน แค่บังเอิญ หรือเรื่องจริง ? ทางโหราศาสตร์เลข 13 ถือเป็นเลขมหาอุดได้ แล้วแต่ฤกษ์ที่จะคิดค้นขึ้นมาหรือฤกษ์ปลุกเสกขึ้นมา หรือจะเป็นด้านมืด “อาคมอุต” ก็ได้ (1+3 เท่ากับ 4 ทางจีนว่าไม่ดี) ตัวเลขก็เป็นเพียงตัวเลข ถ้าในตำราของไทยจริงๆ ยันต์ บางทีก็มีหมด ทั้ง 12 13 14 มีหมด ซึ่งเป็นหัวใจของพระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ ไม่มีตัวไหนที่ไม่เป็นมงคล ถือเป็นมงคลทั้งหมด หรืออย่างวันพุธที่หลายคนบอกว่าเป็น “วันหัวกุดท้ายเน่า” แต่อาจารย์กลับคิดว่าเป็นวันมงคล เป็นวันราหู จริงๆ คนเขาจะคิดไปเอง บางตำราก็จะเเยกแตกแขนงกันออกไป บางครั้งก็ถือหลายลัทธิ สำหรับอาถรรพ์เลข 13 ถ้าคนไทยที่เป็นหนอนหนังสือ ชอบอ่านหนังสือหน่อยก็อาจจะถือตามเมืองนอก แต่ถ้าคนที่เขาเล่นวิชาอาคมจริงๆ อย่างเช่นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เขาถือว่าเป็นวันมงคล.. “ศุกร์ 13 เป็นความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น” ด้าน อดิศร ยุทธโยธิน ผู้ช่วยเจ้าอธิการคริสตจักรพลับพลา ประชานิเวศน์ 1 ได้ให้ความเห็นว่า […]

อาถรรพ์วันโกน ความเชื่อคืนก่อน “วันพระ” ทำบุญเสริมดวง โชคร้าย กลายเป็นดี

อาถรรพ์วันโกน ความเชื่อคืนก่อน “วันพระ” ทำบุญเสริมดวง โชคร้าย กลายเป็นดี ตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยว่าวันพระนั้น ถือเป็นพิเศษในทางพระพุทธศาสนา  เรียกวันพระ อีกชื่อหนึ่งว่า  “วันธรรมสวนะ”  หรือ วันอุโบสถ  เป็นวันแห่งการถือศีล ฟังธรรม ประกอบคุณงามความดีในคติพุทธ โดยในเดือนหนึ่งจะมีวันพระอยู่ทั้งหมด ๔ วันได้แก่ วันขึ้น ๘ ค่ำ ขึ้น ๑๕ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ แรม ๑๕ ค่ำ หรือแรม ๑๔ ค่ำในเดือนขาด สมัยก่อนหากถึงวันพระ พุทธศาสนิกชนก็มักจะเดินทางไปที่วัด เพื่อฟังพระธรรมเทศนา สืบเนืองมาจนในปัจจุบัน ก็ยังคงให้ความสำคัญกับวันพระ หลายคนถือเอาวันพระเป็นวันของการถือศีล เป็นวันทำบุญใส่บาตร และอื่นๆอีกมาก วันพระจึงเป็นวันสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ และมีความเชื่อเกี่ยวกับอาถรรพ์ของวันพระที่มักจะเกิดเหตุ 2 ประการ คือ วันปล่อยผี บางท้องถิ่นจะมีความเชื่อว่า วันพระเป็นวันปล่อยผี หรือปลดปล่อยดวงวิญญาณ อีกทั้งเชื่อว่า ในวันพระ ในวันพระใหญ่ขึ้น 15 […]

คืนปล่อยผี เปิดตำนาน “วันสารทจีน” นรกปล่อบผีมารับส่วนบุญ !!

คืนปล่อยผี เปิดตำนาน “วันสารทจีน” นรกปล่อบผีมารับส่วนบุญ “วันสารทจีน” ถือเป็นวันสำคัญของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนอีกวันหนึ่ง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 5 ก.ย.60 ลูกหลานจะได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษด้วยการสรรหาของมงคลต่างๆ มาเซ่นไหว้ และยังถือเป็นเดือนที่น่ากลัวที่สุด เพราะเป็นเดือนที่ “ประตูนรกเปิด” ให้วิญญาณทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้ จึงทำให้ “เทศกาลสารทจีน” มีสีสันการจับจ่ายใช้สอยของเซ่นไหว้กันอย่างคับคั่ง ตามธรรมเนียมของไหว้จะประกอบไปด้วยชุดอาหาร 3 ชุด ดังนี้ 1. อาหารสำหรับไหว้เจ้าที่ ชาวจีนจะทำการไหว้ตอนเช้า ซึ่งมีทั้งอาหารคาวหวานที่นิยมไหว้ คือ ขนมถ้วยฟู กุยช่าย ขนมเทียน ขนมเข่ง ต้องมีจุดสีแดงแต้มไว้ตรงกลาง เนื่องจากชาวจีนเชื่อกันว่าสีแดง คือสีแห่งความเป็นศิริมงคล นอกจากนั้นควรจะมี น้ำชา ผลไม้ เหล้าจีน หรือกระดาษเงิน กระดาษทอง 2. อาหารสำหรับไหว้บรรพบุรุษ อาหารนี้ก็แทบจะไม่ต่างกับอาหารที่ไหว้เจ้าที่ แต่อาจเพิ่มรายการที่บรรพบุรุษชอบ เช่น เป็ด ไก่ หมู ขนมถ้วยฟู ขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้ น้ำชา แก่บรรพบุรุษ รวมไปถึงกระดาษเงิน […]

ผีจ้างหนัง ตำนานอาถรรพ์ เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน

ผีจ้างหนัง ตำนานอาถรรพ์ เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน ป่าอาถรรพ์แห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่เลื่องชื่อเรื่องของความน่ากลัวชั่วข้ามคืน เพราะเรื่องเล่า “ผีจ้างหนังที่คำชะโนด” (คนอีสานเรียก ผีบังบด หรือเมืองลับแล ไม่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป นอกเสียจากว่าจะมีอะไรดลใจให้เห็น) มีเรื่องเล่าว่าโดยเมื่อปี พ.ศ.2532 ธงชัย แสงชัย เจ้าของบริษัทหนังเร่ดังกล่าว ได้เล่าว่า ตนเองถูกว่าจ้างจากใครคนหนึ่งให้ไปฉายหนังกลางแปลงที่งานวัด ที่หมู่บ้านวังทอง แถวป่าคำชะโนด ด้วยจำนวนเงิน 4,000 บาท แต่มีข้อแม้คือ ต้องฉายจบแค่ตี 4 ของวันใหม่ และให้ออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง โดยห้ามหันหลังกลับมามอง  หลังจากที่วางเงินมัดจำเสร็จ เจ้าของหนังก็จัดแจงเตรียมของอุปกรณ์สัมภาระ ฟิล์มหนังที่จะนำไปฉาย ไปกับลูกน้องอีก 4 รวมเป็น 5 คน โดยขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อมีหลังคา ออกจากตัวจังหวัดบ่ายแก่ ๆ ขับรถเข้าไปแถวป่าคำชะโนดก็เริ่มมืด ยิ่งขับไปทางเส้นทางตามที่ผู้ว่าจ้างบอกก็ไม่เห็นว่าจะเจอหมู่บ้านหรือคนที่จะมารับ จึงนึกว่าหลงกัน ระหว่างจอดรถว่าจะย้อนกลับไปดีหรือไม่ ก็มีผู้หญิง 2 คนใส่ชุดดำมาร้องเรียกว่าจะนำไปที่วัด คนขับที่เป็นเจ้าของหนังก็รับขึ้นรถ แต่แกก็สงสัยว่า 2 คนนี้โผล่มาจากไหนในที่มืดๆ อย่างนี้ […]

ตำนานศาลเจ้าพ่อเสือ เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน

ตำนานศาลเจ้าพ่อเสือ เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน ศาลเจ้าพ่อเสือเดิม มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ปีที่ก่อสร้างตรงกับ พ.ศ. 2377 มีความเกี่ยวเนื่องกับวัดมหรรณพาราม ตามตำนานที่ได้เล่าขานเรื่องของ เจ้าพ่อเสือเล่ากันว่า ยายผ่องและนายสอน สองแม่ลูกที่มีชีวิตลำบาก ด้วยความยากจนทุกๆวันนายสอนจะต้องเข้าป่า ไปเก็บของป่ากลับมาให้มารดาเสมอ วันหนึ่งนายสอนได้ออกหาของป่าเหมือนทุกวันๆ แต่วันนี้ของกลับหายากจึงต้องเดินลึกเข้าไปในป่า เขาได้พบกับซากกวางพึ่งตายใหม่ๆ เขารู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีเสือผู้เป็นเจ้าของซากกวางอยู่บริเวณนี้เป็นแน่ แต่ด้วยความกตัญญู นายสอนได้รำลึกถึงมารดา เขาอยากให้มารดาได้รับประทานเนื้อกวางนี้ จึงได้เข้าไปตัดเนื้อกวาง ตัดมาได้ก้อนหนึ่ง ซึ่งใน ขณะนั้น เสือที่ซุ่มอยู่ ได้กระโจนเข้ามากัดนายสอน จนสาหัส ขย้ำจนได้แขนของนายสอนไปข้างหนึ่ง นายสอนด้วยการป้องกันตัวจึึงได้ใช้มีด แทงไปที่หน้าผากของเสือตัวนั้นจนสาหัสเช่นกันและกระโจนจากไป หลังจากนายสอนหนีลงไปซ่อนตัวในหนองน้ำแล้ว นายสอนจึงค่อยตะเกียกตะกายกลับไปหามารดา แม้จะบาดเจ็บสาหัสแต่ด้วยใจที่รำลึกถึงมารดา เขาได้พาตัวเองกลับมาถึงบ้านได้ เมื่อยายผ่องผู้เป็นมารดาเห็นสภาพบุตรชาย จึงรีบถลาเข้ามา นายสอนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังจากนั้นไม่นานจึงสิ้นใจ ยายผ่องโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากได้นำเรื่องไปแจ้งแก้นายอำเภอเพื่อให้ช่วยตามเสือร้ายนั้นมาลงโทษ นายอำเภอเห็นใจและรวมตัวกับปลัดไปออกตามหาเสือร้ายตัวนั้น หาเท่าใดๆก็ไม่พบ ปลัดจึงไปยังวัดมหรรณพาราม ไปอธิษฐานหลวงพ่อบุญฤทธิ์ และหลวงพ่อพระร่วง (พระประธานใหญ่ในวัดมหรรณพาราม )หลังจากนั้นไม่นานนัก ด้วยแรงอธิษฐานแล้วเห็นอาการของเสือไม่มีร่องรอยแห่งความดุร้ายเหลืออยู่เลย มันทำตาริบหรี่คล้ายกลับยอมให้จับโดยดี เมื่อจับเสือได้ จึงนำตัวมันมาตัดสินประหารชีวิตมัน เสือตัวนี้มิได้ขัดขืนแต่อย่างใดแถมยังแสดงอาการ รับรู้รับฟังคำตัดสินแต่โดยดี […]