ความเชื่อโบราณ ห้ามเล่นของมีคมเวลากลางคืน

ความเชื่อโบราณ ห้ามเล่นของมีคมเวลากลางคืน

ความเชื่อโบราณ ห้ามเล่นของมีคมเวลากลางคืน

 

วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อตั้งแต่โบราณ มาให้ได้อ่านกัน เป็นคำพูดที่ผู้ใหญ่บอกต่อๆ กันมาว่า ไม่ให้เล่นของมีคม ตอนกลางคืน เช่น ดาบ มีด ขวาน เป็นต้น เพราะอาจโดน บาดหรือแทงได้ ตอนกลางคืนมันมืดเราจะมองเห็นสิ่ง ต่างๆรอบข้างไม่ค่อยชัด หรือเล่นๆ กันอยู่ อาจพลาดพลั้ง ไปแทงผู้อื่นได้ ที่เรียกกันว่า “ผีผลัก”

 

แต่ที่จริงแล้ว.. ในสมัยก่อนเวลากลางคืนไม่มีไฟฟ้าเหมือนปัจจุบัน พอตะวันตกดินแสงสว่างส่วนมากจึงมาจากกองไฟ ซึ่งไม่สว่างเท่าที่ควร หากเล่นของมีคมแล้วพลาดไปเหยียบอะไรบนพื้น เข้า อาจจะทำให้หลุดมือไปทิ่มแทงคนอื่นได้โดยง่าย

 

 

สรุป : ทุกอย่างที่คนโบราณได้พยายามตักเตือน ล้วนแฝงด้วยกุสโลบาย ทำให้เราเชื่อ แต่ก็ล้วนแล้ว เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทำให้เกิดความไม่ประมาท ให้ปลอดภัยแก่ชีวิตเรา ดังนั้นเชื่อไว้ก็ไม่เสียหายเลยนะ

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : forward mail

ภาพ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อและตำนานของหิ่งห้อย สัตว์อีกชนิดหนึ่งที่คนโบราณให้ความสำคัญ !!

ความเชื่อและตำนานของหิ่งห้อย สัตว์อีกชนิดหนึ่งที่คนโบราณให้ความสำคัญ !!

ความเชื่อและตำนานของหิ่งห้อย   ดวงวันนี้ หิ่งห้อย หรือ แมลงไฟ คือสัตว์ในความเชื่ออีกชนิดหนึ่งที่คนโบราณให้ความสำคัญมาก ถึงกับมีข้อห้ามที่ว่า ห้ามเด็กๆจับหิ่งห้อยมาเล่น โบราณกล่าวไว้ว่า ห้ามจับหิ่งห้อยมาเล่น โดยเฉพาะพวกเด็กๆ เพราะเวลาจับถ้วยชามจะทำของเหล่านั้นหล่นแตกง่าย นอกจากนี้ยังเชื่อว่าหากหิ่งห้อยได้เข้าหู จมูก หรือปากใคร ผู้นั้นจะกลายเป็นผีเป้า หรือ ผีโพรง นอกจากนี้คนไทยยังมีตำนานเกี่ยวกับหิ่งห้อยที่ว่า หิ่งห้อย คือ วิญญาณของชายที่จุดตะเกียงโคมตามหาหญิงคนรักที่ชื่อนางลำพูซึ่งจมหายไปในแม่น้ำ เพราะฉะนั้นลำพูจึงเป็นต้นไม้ที่หิ่งห้อยชอบเกาะ เนื่องจากความเชื่อที่ว่าเป็นวิญญาณของคนรักตนนั่นเอง ในส่วนของชาวญี่ปุ่นเองก็มีความเชื่อว่า หิ่งห้อย คือ วิญญาณของนักรบที่เสียชีวิตในอดีต ส่วนในอินเดียมีความชื่อว่า หิ่งห้อย คือ นัยน์ตาของเทพเจ้า ซึ่งมาจากตำนานที่ว่า หิ่งห้อยเกิดจากความร่วมมือของเทพ 3 องค์ เพื่อให้มนุษย์เลิกกินอาหารดิบ และมีไฟเอาไว้ใช้ โดยเทพองค์แรกเป็นแมลงตัวหนึ่งที่ปั้นมาจากขี้ไคลของพระองค์ อีกพระองค์ถูพระวรกายของพระองค์เองจนเกิดไฟลุกขึ้น แล้วก็เอาไฟไปติดที่แมลงตัวนั้น ส่วนอีกพระองค์ก็รีบนำแมลงตัวนี้ส่งให้มนุษย์อย่างเร่งด่วน แต่ระหว่างทางไฟก็ๆ มอดลงเหลือเพียงที่ก้นแมลงอยู่นิดหนึ่ง ซึ่งแมลงตัวนี้ก็คือ หิ่งห้อย ตัวแรกนั่นเอง ด้านชนเผ่าพื้นเมืองในมาเลเซีย ที่ชื่อว่า โอรังดูซัน มีความเชื่อว่า หิ่งห้อย เป็นวิญญาณของคนตาย ส่วนคนมาลายูก็มีความเชื่อว่า หิ่งห้อย เกิดจากเล็บมือของมนุษย์นั่นเอง     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล […]

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ บทแผ่เมตตาให้ตนเอง สวดแล้วชีวิตดีขึ้น สวดเลย !!

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ บทแผ่เมตตาให้ตนเอง สวดแล้วชีวิตดีขึ้น สวดเลย !!

บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่  การสวดมนต์ บทแผ่เมตตา เป็นการตั้งและส่งความปราถนาดีไปยังหมู่มวลมนุษย์และสรรพสัตว์ ตลอดจนเทพเทวา ภูติ ผีปีศาจไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขตกำหนด ไร้ซึ่งพรมแดนขวางกั้น ไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้น หรือสรรพสัตว์นั้นๆ จะมีเชื้อชาติใด ศาสนาใด จะเกี่ยวข้องกับเราโดยความเป็นญาติ หรือสิ่งใดก็ตามแต่ จุดประสงค์ คือ ขอให้เขาได้มีความสุข อย่าได้มีความทุกข์ระทมขมขื่น บทแผ่เมตตา หากย้อนความตามหลักการแผ่เมตตาในทางพระพุทธศาสนานั้น ในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งต่างมีสิ่งที่ตนปราถนาคล้ายกัน คือ ความสุข รวมถึงการหลีกเลี่ยงจากภัยอันตรายต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ หากตนมีความปราถนาในความสุขฉันใด ผู้อื่น หรือสรรพสัตว์อื่นๆ ต่างก็ต้องการความสุขฉันนั้น พระพุทธเจ้าจึงได้สอนให้เรานำความรู้สึกของตนเองเป็นเครื่องเปรียบเทียบ เข้าใจผู้อื่น จะทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ มีเมตตาต่อผู้อื่นและสรรพสัตว์ที่มีอยู่บนโลกมากขึ้น ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน การแผ่เมตตาจึงสมควรกระทำให้แก่ตนเองและผู้อื่น ตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยตั้งความปราถนาดี ความปราถนาที่จะให้ทุกชีวิตมีความสุขเสมอกัน บทแผ่เมตตา บทสวดมนต์พรหมวิหารสี่ สวดแล้วชีวิตดีขึ้น   วันนี้ สนุก ! Horoscope จึงได้นำเอา บทแผ่เมตตา ที่เป็นแบบพรหมวิหารสี่มาฝากกัน ซึ่ง พรหมวิหาร หมายถึง ธรรมของพรหมหรือของท่านผู้เป็นใหญ่ พรหมวิหารเป็นหลักธรรมสำหรับทุกคน เป็นหลักธรรมประจำใจที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์ ซึ่งคนทั่วไปมักจะคุ้นเคยกันในชื่อเรียกที่ว่า […]

9 เรื่องบ่าวสาวต้องเตรียมพร้อมเพื่อ พิธีสงฆ์ ในงานแต่งให้ผ่านฉลุยเลย !!

9 เรื่องบ่าวสาวต้องเตรียมพร้อมเพื่อ พิธีสงฆ์ ในงานแต่งให้ผ่านฉลุยเลย !!

9 เรื่องบ่าวสาวต้องเตรียมพร้อมเพื่อ พิธีสงฆ์ ในงานแต่ง ต่อไปนี้คือสิ่งที่บ่าวสาวต้องเตรียมสำหรับ พิธีสงฆ์ หนึ่งในพิธีการสำคัญวันแต่งงานของบ่าวสาวชาวไทยก็คือ พิธีสงฆ์ ที่ถือปฏิบัติกันต่อๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งในการเตรียมพิธีสงฆ์นี้บางคู่ก็เลือกวิธีง่ายๆ คือให้ทางวัดหรือทางเจ้าของสถานที่เป็นผู้จัดการให้ แต่สำหรับบางคู่ที่อยากดูแลพิธีนี้ด้วยตัวเอง เพราะจัดเป็นการภายในหรือมีวัดที่สนิทกันเป็นพิเศษ ต้องไม่ลืมเตรียมพร้อมกับ 9 เรื่องต่อไปนี้นะ   1. เตรียมการนิมนต์พระ บางบ้านนับถือเพียงวัดเดียว บางบ้านมีหลายวัดที่ไปทำบุญบ่อยๆ ดังนั้นสิ่งที่ต้องตัดสินใจให้ได้ก่อนก็เรื่องนี้แหละค่ะ จะไปนิมนต์พระมาจากวัดไหน ซึ่งเวลาที่จะไป อย่าเพียงแค่บอกกับทางวัดว่าจะแต่งงานแล้วเชิญมาทำพิธี เพราะพระท่านก็มีศาสนกิจอื่นๆ ที่ต้องทำ ดังนั้นเตรียมข้อมูลแน่ๆ ไปเลยว่าจะนิมนต์มาในวันไหน สถานที่ใด มีพิธีอะไรบ้าง จะมีเลี้ยงเพลหรือไม่ และมีคนมารับพระจากวัดไปหรือไม่ ติดต่อประสานงานกับใคร โดยอาจเป็นการนิมนต์ด้วยวาจาล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน กำลังดี หรือใช้ใบอาราธนาที่เรียกว่า “ฏีกานิมนต์” เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ให้พระสงฆ์   2. เตรียมพร้อมสถานที่ การเตรียมพร้อมของสถานที่ไม่ใช่แค่การทำความสะอาดพื้นที่ให้เอี่ยมอ่อง แต่คือการคำนวณพื้นที่ให้พอดีกับจำนวนพระสงฆ์ที่นิมนต์มา พื้นที่สำหรับบ่าวสาวประกอบพิธี และพื้นที่สำหรับแขกที่เชิญมาร่วมพิธี ดังนั้นว่าที่บ่าวสาวจึงควรเลือกห้องหรือพื้นที่ที่ตอบโจทย์ที่ว่านี้ทั้งหมด จากนั้นทำความสะอาดให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมพร้อมการจัดเครื่องใช้ในพิธีต่อไป   3. เตรียมจัดอาสนะและเครื่องใช้สำหรับพระสงฆ์ ว่าที่บ่าวสาวส่วนใหญ่เลือกใช้วิธียืมของจากทางวัด โดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่วัดมาดูแลจัดให้ก็ได้ […]

ความเชื่อเรื่องการนอนของคนญี่ปุ่น

ความเชื่อเรื่องการนอนของคนญี่ปุ่น

ความเชื่อเรื่องการนอนของคนญี่ปุ่น   ตามความเชื่อแบบเดิม ๆที่หลายๆ คนรู้มาแต่ไหนแต่ไรและถูกสั่งสอนแต่เด็กว่าไม่ควรนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก ด้วยเหตุผลที่เชื่อกันมานมนานตั้งแต่เราเกิดมาได้รับการปลูกฝังว่าไม่ควรนอนไปยังทิศนี้ เพราะพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก   การนอนทิศตะวันตกจึงไม่นิยม อันเนื่องจากแฝงความรู้สึกถึงความอ้างว้างและสิ้นสุด และมืดมน และสืบทอดกันเป็นความเชื่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นคนไทยเชื่อกันมานาน แต่สิ่งเหล่านี้ในดินแดนแห่งซามูไรมีความเชื่ออย่างไร เหมือนกับบ้านเราหรือเปล่า มาดูกัน ชาวญี่ปุ่นนั้นก็เชื่อในทิศหันหัวในการนอนเช่นกัน แต่มันคนละทิศละทางกับความเชื่อบ้านเรา ซึ่งความเชื่อของเขานั้น เชื่อว่าไม่ควรนอนหันศีรษะไปยังทิศเหนือ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ก็คือ ทิศเหนือเป็นทิศสำหรับคนตายเท่านั้น ฉะนั้นเวลานอนคนญี่ปุ่นจะไม่นอนหันศีรษะไปยังทิศเหนือ   ความเชื่อเรื่องดาวเหนือ ซึ่งเป็นดาวประจำทิศเหนือ ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นดาวแห่งความตาย ฉะนั้นการหันศีรษะไปทางทิศเหนือ ก็เสมือนหันไปทิศแห่งความตาย ถือว่าเป็นสิ่งไม่มงคล ฉะนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงที่จะนอนทางทิศนี้ ความเชื่อเหล่านี้คงคล้าย ๆกับของไทยที่ว่า ห้ามขึ้นบ้านใหม่ในวันเสาร์อย่างใดอย่างนั้น หรือห้ามเผาผีในวันศุกร์ทำนองนั้น ส่วนความเชื่อที่ว่าคนญี่ปุ่นเป็นลูกหลานของพระอาทิตย์ และนับถือเทพแห่งดวงอาทิตย์ นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งในเรื่องนี้ ด้วยทิศที่พระอาทิตย์แสดงแสนยานุภาพมากสุดก็เมื่อผ่านทางทิศใต้นั้นเป็นช่วงที่สว่าง   และร้อนมากสุดสร้างความมีชีวิตชีวาและแสงสว่างนำทางอย่างใดอย่างนั้น ส่วนทิศเหนือซึ่งเป็นทิศตรงข้ามก็เหมือนว่าอยู่ในทิศตรงข้ามกับสิ่งที่เขานับถือ ให้ความรู้สึกห่างเหินกับเทพที่เขานับถือที่สุด นี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาจึงหลีกเลี่ยงในทิศเหนือนี้ ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจเรื่องความเชื่อ การนอนมันสัมพันธ์กันอย่างใดได้ดียิ่งขึ้น     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล […]