ความเชื่อเรื่อง การไหว้ผีในงานแต่งงานไทย

ความเชื่อเรื่อง การไหว้ผีในงานแต่งงานไทย

ความเชื่อเรื่อง การไหว้ผีในงานแต่งงานไทย

 

วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมาให้ได้อ่านกันเช่นเคย.. การไหว้ผีเหย้าผีเรือน และผีปู่ย่าตายายที่บ้าน ของฝ่ายเจ้าสาวนี้ เป็นการบอกกล่าวให้ทราบ และเพื่อให้ เจ้าบ่าว ทำการฝากเนื้อฝากตัว จะกระทำก่อน การตรวจนับสินสอด คือเมื่อขบวนขันหมากของเจ้าบ่าว ขึ้นบนเรือน แล้ว เฒ่าแก่ทั้งสอง ฝ่ายจำนำ คู่บ่าวสาวไปไหว้ผี โดยเฒ่าแก่ฝ่ายหญิง จูงมือเจ้าสาว เฒ่าแก่ฝ่ายชาย จูงมือเจ้าบ่าว ให้นั่งคู่กัน

 

การไหว้ผีนิยมไหว้ที่เสาดั้งกันเรือน หรือที่ตั้งของรูป ปู่ย่าตายายซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว การไหว้ผีนั้นนิยมใช้ธูป เพียงดอกเดียว ไม่ใช้สามดอกอย่างไหว้พระ นอกจากเครื่องเซ่นแล้ว อาจมีผ้าไหว้ ที่ทางเจ้าสาว จัดเตรียม หรือจัดมาไว้ด้วย

การไหว้ผีในปัจจุบัน ก็ใช้มือพนมกราบธรรมดา ๓ ครั้ง แต่ในสมัยโบราณ จะมีคำกล่าว เป็นพิธีการ ยาวบ้าง สั้นบ้าง ตามแต่จะนิยม เป็นคำบอกกล่าว และขอพร ตามธรรมเนียมของคนไทย ซึ่งเมื่อจะกระทำ เรื่องอะไรก็ตาม ย่อมควรบอกกล่าว ปรึกษาผู้ใหญ่ให้ท่านรับรู้ เสร็จจากการไหว้ผีแล้ว จึงทำการตรวจนับสินสอด และทำพิธีไหว้บิดามารดารวมทั้งญาติ

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

ที่มา : thaitopwedding.com

เรื่องน่าสนใจ

ระยะปลอดภัย...จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือเปล่า มีอะไร ก่อนเป็นประจำเดือน จะท้องไหม !!

ระยะปลอดภัย…จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือเปล่า มีอะไร ก่อนเป็นประจำเดือน จะท้องไหม !!

ระยะปลอดภัย…จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือเปล่า   “ปลอดภัยป่ะ” เจอคำถามนี้ทีไรเบรคอารมณ์ทุกที แต่มาดามก็เข้าใจได้นะกับความรู้สึกที่หนุ่มๆ อยากสัมผัสเนื้อสาวโดยไม่ใส่ถุง (จะดีหรา?) ซึ่งข้ออ้างการไม่ใส่ถุงมีสารพัด ไม่ต้องยกตัวอย่างคุณๆ ก็คงนึกออก เอาเป็นว่าถ้าจะไม่ใส่ถุงแล้วชัวร์ว่าปลอดโรค ทีนี้ก็เหลืออย่างเดียวว่า อยากปลอดลูกด้วยไหม แต่ถ้าไม่ใส่ถุงและสาวเจ้าไม่กินยาคุมก็คงต้องอาศัยนับวันในระยะปลอดภัยให้ดี แต่ทีนี้สูตรการนับระยะเนี่ย อาจใช้ไม่ได้กับทุกคน มาดูกันไหมว่าเขานับกันยังไง แล้วใครบ้างใช้การนับระยะปลอดภัยจะได้ผล   สูตรสำเร็จการนับวันปลอดภัยแบบที่คุ้นเคยคือ นับระยะหน้า 7 หลัง 7 โดยระยะหน้า 7 คือก่อนประจำเดือนมา 7 วัน ระยะหลัง 7 คือนับตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนมาไป 7 วัน ตัวอย่างเช่น เดือนล่าสุดประจำเดือนมาวันที่ 8 แปลว่าระยะปลอดภัยหน้า 7 คือ ตั้งแต่วันที่ 1-7 จากนั้นในวันที่ 8-14 คือระยะปลอดภัยหลัง 7 ซึ่งถ้าไม่มีการจัดเซ็กส์กันในวันที่ประจำเดือนมาก็แปลว่าจะมีวันที่มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยแค่ในระยะปลอดภัยหน้า 7 เท่านั้น แต่ถ้าประจำเดือนมา 4 วัน ก็แปลว่าจะมีวันปลอดภัยในระยะหลังเหลืออีก 3วัน […]

ยาก่อนอาหาร - หลังอาหาร ลืมกินยาตามเวลา อันตรายหรือไม่

ยาก่อนอาหาร – หลังอาหาร ลืมกินยาตามเวลา อันตรายหรือไม่

ยาก่อนอาหาร – หลังอาหาร ลืมกินยาตามเวลา อันตรายหรือไม่   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอความรู้ให้ท่านได้ทราบ เกี่ยวกับ ปัญหาที่มักพบเสมอเวลาจะรับประทานยา คือ ต้องรับประทานก่อนหรือหลังอาหาร และก่อนอาหารนานเท่าไหร่ หลังอาหารกี่นาที ก่อนนอนนานแค่ไหน ถ้าลืมแล้วจะทำอย่างไร   บทความนี้จึงขอสรุปหลักการและหลักปฏิบัติที่ถูกต้องทั่วไปของวิธีการรับประทานยาเหล่านี้   1.) ยาก่อนอาหาร ควรรับประทานก่อนอาหาร อย่างน้อย 30 นาที ยาที่รับประทานก่อนอาหาร ควรรับประทานในช่วงที่ท้องว่าง ยังไม่ได้รับประทานอาหาร ซึ่งก็คือก่อนรับประทานอาหารอย่างน้อย 30 นาที เนื่องจาก ยาอาจถูกทำลายและเสียประสิทธิภาพในการรักษา เมื่อพบกับกรดปริมาณมากที่กระเพาะอาหารจะหลั่งออกมาหลังมื้ออาหาร การรับประทานยาในช่วงที่ท้องว่าง ทำให้ยาไม่ถูกทำลาย และประสิทธิภาพของยาไม่ลดลง -อาหารและส่วนประกอบของอาหารอาจลดการดูดซึมของยาเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่สามารถรับประทานยาพร้อมหรือหลังอาหารได้ -ยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร ยาลดอาการคลื่นไส้อาเจียน รวมทั้งยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มการหลั่งอินซูลิน จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก่อนที่จะออกฤทธิ์ การรับประทานยาก่อนอาหารจึงเป็นเสมือนการเตรียมพร้อมให้ระบบทางเดินอาหาร ก่อนจะรับประทานอาหาร   การลืมรับประทานยาก่อนอาหาร ถ้าลืมรับประทานยาก่อนอาหาร หรือนึกได้ว่าต้องรับประทานยาก่อนที่จะทานอาหารไม่ถึงครึ่งชั่วโมง การทานยาก่อนอาหารทันที จึงไม่ต่างกับการรับประทานยาหลังอาหาร ควรข้ามยามื้อที่ลืมไป […]

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ? หากเอ่ยถึง ความตาย แน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งที่เราจะต้องเผชิญด้วยตัวเองไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง คนอินเดียก็มีความเชื่อเกี่ยวกับความตายเหมือนๆกันกับชาติอื่นๆ วันนี้ขอนำเสนออีกหนึ่งความเชื่อของคนอินเดียที่ว่า ตายแล้วไปไหน ?         พิธีการจัดการเกี่ยวกับศพ ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าว่า ร่างกายเป็นของปฏิกูล เมื่อตายแล้วก็ไร้ประโยชน์วิญญาณออกจากร่างไปสู่ที่อื่น ดังนั้นจึงควรเผาเสีย แต่มุสลิมถือว่าร่างกายเป็นที่อยู่อาศัยของวิญญาณ เมื่อตายแล้ววิญญาณก็ยังสถิตอยู่ การตายของคนเป็นเพียงการพักผ่อนเท่านั้น เมื่อถึงวันก็กลับฟื้นคืนมาอีก ดังนั้นจึงไม่เผาและพยายามสร้างที่ฝังศพให้ดีสวยงาม เช่น อนุสรณ์ทัชมาฮาล เป็นต้น การเผาศพของชาวอินเดียที่เป็นฮินดูว่า มีพิธีตามลำดับ ดังนี้         ก่อนตาย เมื่อรู้ว่าผู้ป่วยกำลังจะสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องของผู้ป่วย จะยกร่างของผู้ป่วยลงจากเตียงมานอนไว้กับพื้น เชิญพราหมณ์มาสาธยายมนต์ ญาติพี่น้องเริ่มแจกทานแก่คนจน หามูลโคมาฉาบทาพื้นและเอาใบตุลสีหรือกะเพรามาปกคลุมพื้นที่คนป่วยนอนอยู่ ให้คนป่วยนอนคว่ำหน้าลง หันศีรษะไปทางเหนือ เอาน้ำคงคาที่ใส่หม้อมาหยดลงใส่ปาก และพรมตามตัวของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องพากันร้องไห้แสดงความอาลัยอาวรณ์และจะถวายวัวแก่พราหมณ์ผู้ทำพิธี ตายแล้ว เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจแล้ว ลูกชาย น้องชาย เพื่อนชาย หรือลูกศิษย์จะโกนผม ญาติพี่น้องร้องไห้ ไม่ยอมทานอาหารหรือทานแต่น้อย คนในครอบครัวจะทำอาหารทานเองไม่ได้ […]

โบราณว่า รับได้จะได้แต่งงาน วิธีรับดอกไม้จากเจ้าสาว ในงานแต่งงาน

โบราณว่า รับได้จะได้แต่งงาน วิธีรับดอกไม้จากเจ้าสาว ในงานแต่งงาน

โบราณว่า รับได้จะได้แต่งงาน วิธีรับดอกไม้จากเจ้าสาว ในงานแต่งงาน   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน เรื่องที่ลือต่อๆ กันมานานว่า เวลาผู้หญิงไปงานแต่งงานแล้วรับช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวโยนให้จะได้แต่งงาน คุณทราบที่มา ความเชื่อ และวิธีการโยนดอกไม้ที่แท้จริงไหม เจ้าสาวควรจะโยนอย่างไร ตอนไหน แล้วสาวๆ รอรับจะรับที่ใด จะได้แต่งจริงไหม ไปดูกัน..   เคยสังเกตไหมว่าตอนท้ายๆ การฉลองพิธีมงคลสมรสเจ้าสาวจะโยนดอกไม้ ให้กลุ่มสาวโสดทั้งหลายที่มารอรับ มีที่มาจากพิธีแต่งงานชาวยุโรปโบราณเชื่อว่ามีปีศาจขี้อิจฉาแฝงตัวมาจะทำลายความสุขคู่บ่าวสาวในวันแต่งงาน ฉะนั้นในอดีตกาลเจ้าสาวจะอุ้มพวงกระเทียม และเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุนแรงที่มีลักษณะคล้าย ๆสมุนไพรไว้เพราะเชื่อว่าจะไล่ปีศาจขี้อิจฉาไปไกล ๆ คล้ายกับความเชื่อคนไทยที่จะห้ามหญิงสาวและชายหนุ่มที่จะแต่งงานกันออกจากบ้านเพราะคนใดคนหนึ่งอาจเสียชีวิต จนไม่มีการแต่งงาน   คริสต์ศตวรรษที่สิบสี่มีความเชื่อว่าสาวคนใดที่ได้สายรัดที่โคนขา Garter จากชุดเจ้าสาวจะได้แต่งงานเพราะสายรัดที่ว่าอยู่ใกล้อวัยวะเพศ คนสมัยก่อนเปรียบได้กับความบริสุทธิ์ ไม่นานเริ่มมีความวุ่นวายมากและทำให้เจ้าสาวยุ่งยาก สมัยพระนางเจ้าวิคเตอเรียพระราชินีแห่งสหราชอาณาจักร เริ่มเปลี่ยนมาใช้ช่อดอกไม้แทน ดอกไม้ที่เลือกคือดอกกุหลาบ ดอกเยอบีร่า ดอกสแตติสเพราะไม่เหี่ยวเฉาง่าย   วิธีการโยนเวลาโยนเจ้าสาวจะหันหรือโยนตรงๆ สุดแรงให้กลุ่มเพื่อนสาวโสดมารอรับ เชื่อว่าสาวไหนได้รับจะได้แต่งงาน คติความเชื่อไม่มีการระบุแน่ชัดว่าจะโยนลักษณะใด หรือจะแจกดอกไม้คนละดอกแทนการโยน ทางที่ดีก่อนพิธีแต่งงานจะเสร็จสิ้นเจ้าสาวควรแจ้งให้เพื่อเจ้าสาวที่ยังโสดและมารอรับช่อดอกไม้เพราะหวังตนเองจะลงจากคานเสียทีว่าจะแจกดอกไม้คนละดอก หรือว่าจะโยนแบบชาวยุโรปที่เคยทำสืบต่อกันมา   สรุป : สาวโสดคนใดที่รอรับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวแล้วได้รับดอกไม้จะได้แต่งงาน […]