ดื่มน้ำมาก ไม่ใช่ผลดีเสมอไปนะ !!

ดื่มน้ำมาก ไม่ใช่ผลดีเสมอไปนะ !!

ดื่มน้ำมาก ไม่ใช่ผลดีเสมอไปนะ !!

 

วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับ “การดื่มน้ำ” มาให้ได้อ่านกัน การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร 2 แก้ว เป็นสูตรจากอินเทอร์เน็ตที่ว่ากันว่าจะทำให้อิ่มไว ทานข้าวได้น้อยลง แน่นอนว่าน้ำหนักก็จะลดตาม แต่ ผู้เชี่ยวชาญออกมาเปิดเผยกันใหญ่เลยล่ะว่าการทำแบบนี้ มันคือการรบกวนกระบวนการย่อยและดูดซึมอาหาร

 

ผู้เขียนหนังสือ Go With Your Gut โรบิน ยูลิคิส กล่าวว่า เราไม่ควรดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารประมาณครึ่งชั่วโมง หรือหนึ่งชั่วโมงหลังมื้ออาหาร ถ้ามันฝืดคอจริงๆ ก็ทำได้แค่จิบนิดจิบหน่อยเท่านั้น เพราะการดื่มน้ำในปริมาณมาก มันคือการทำให้กรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหารที่สำคัญสำหรับการย่อยอาหารเจือจางลง และมันคือต้นเหตุทำให้เธอท้องอืด

 

ดื่มน้ำมาก ไม่ใช่ผลดีเสมอไปนะ !!

 

ส่วนนักโภชนาการอย่าง อาลี มิลเลอร์ก็ได้เผยข้อมูลที่สอดคล้องออกมาเช่นกัน เขากล่าวว่า การดื่มน้ำรวดเดียวเพื่อให้ตัวเองอิ่มแล้วทานอาหารได้น้อยลง เป็นพฤติกรรมที่ผิดมาก การทานของเหลวมากเกินไปในระหว่างมื้ออาหารอาจทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือหนักเข้าก็ระบบย่อยและดูดซึมอาหารผิดปกติ

กระเพาะอาหารโดยปกติ จะรักษาระดับความเป็นกรดอยู่ที่ประมาณ 1-2 pH ซึ่งเป็นสภาวะที่ช่วยสลายโปรตีน กระตุ้นการปล่อยเอนไซม์ย่อยอาหาร ดูดซึมวิตามินต่างๆ และเปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นของเหลวข้นเหมือนสารละลายให้ย่อยได้ง่ายขึ้น แต่การดื่มน้ำวิธีดังกล่าว จะทำให้กระบวนการทุกอย่างช้าลง การย่อยอาหารก็แย่ลงตามไปด้วย

 

น้ำที่ควรดื่มในช่วงทานข้าว ควรเป็นน้ำที่ไม่เกิน 8 ออนซ์ หรือถ้ากะด้วยวิธีง่ายๆ ก็คือจิบแค่พอหายฝืดคอเท่านั้น ถ้าอยากให้อาหารย่อยไว เปลี่ยนเป็นการเคี้ยวให้มากขึ้น ทานอาหารด้วยความผ่อนคลาย เพิ่มอาหารรสขมและกรดต่างๆ ลงไปในอาหาร สิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำดี และเอนไซม์ การย่อยและการดูดซึมอาหารจึงจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

สรุป : ลบความเชื่อเดิมให้ออกไป เปลี่ยนใหม่ให้ร่างกายสมบูรณ์ดีกว่า

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ มาฝากกันเช่นเคย เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมพระสงฆ์ในนิกายมหายานฉันอาหารเจ ไม่ฉันเนื้อสัตว์ แล้วทำไมพระสงฆ์ในเมืองไทยฉันเนื้อสัตว์ได้ ความเชื่อเรื่องเนื้อสัตว์กับพระสงฆ์ครั้งสมัยโบราณมีการห้ามหรือไม่ ฉันแล้วจะบาปหรือเปล่า   สมัยก่อนประเทศจีนพระภิกษุสงฆ์ชอบดื่มเหล้า ฉันเนื้อสัตว์ไม่สำรวมในเพศบรรพชิต แต่ไม่นานเมื่อ ปีพ.ศ.1054 ในรัชสมัยราชวงศ์ซ้อง ฮ่องเต้เหลียงอู่ เมื่อเทียบกับประเทศไทยคงก่อนสมัยราชธานีสุโขทัย พระพุทธศาสนาเจริญมาก พงศาวดารหนานสื่อ กล่าวว่าพระองค์ทรงศึกษาพระสูตรสองเล่ม คือมหาปรินิรวาณสูตร และลังกาวตารสูตร ส่งผลให้พระองค์ศรัทธาการกินเจ และประกาศให้ห้ามกินเนื้อสัตว์ทั่วประเทศ กระทั่งห้ามมิให้หมอหลวงนำส่วนประสมจากสัตว์มาปรุงยารักษาคนไข้ มีการบันทึกว่าในนครหลวงสมัยพระองค์มีวัดวาอารามมากกว่า ห้าร้อยแห่ง เพราะพระองค์ใช้เงินในพระคลังไปกับการสร้างวัดเกือบหมดสิ้น และมีการเกณฑ์ไพร่คนมาบวชพระมากมาย จนมีพระสงฆ์มากกว่าแสนรูปและห้ามพระสงฆ์ฉันเนื้อสัตว์ต้องฉันอาหารเจตั้งแต่สมัยก่อนมาจวบจนวันนี้     มีการนำสีมาใช้บนสัญลักษณ์ธงเจมีสีเหลือง เพราะสมัยก่อนความเชื่อคนจีนจะใช้สีเหลืองกับพิธีศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมที่ใช้การร่ายเวทย์มนต์ การขบเป่าสิ่งชั่วร้าย ฉะนั้นคนจีนโบราณเชื่อว่าสีเหลืองจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากคนที่ร่วมพิธีกินเจ นอกจากนี้สีเหลืองเองคือสีที่เป็นตัวแทนแห่งอำนาจ ดังนั้นสีเหลืองยังใช้กับราชวงศ์ชนชั้นกษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายฮ่องเต้จีนโบราณ และเครื่องใช้ในราชสำนักจะใช้สีเหลืองทั้งสิ้น การใช้สีเหลืองประดับบนธงเล็ก ๆ เป็นเครื่องแสดงว่าคนที่กินเจเป็นคนชั้นสูงน่ายำเกรง ไม่นานมีการนำสีแดง หมึกแดงคนจีนโบราณนำมาเขียนเป็นตัวอักษรจีนแปลว่า เจ สีแดงในความเชื่อคนจีนโบราณว่าเป็นสีมงคล จะพบว่าในงานมงคลคนจีนจะใช้สีแดงทั้งสิ้น เพราะสีแดงเป็นสีที่ฉูดฉาด คนเห็นจะมีความรู้สึกกระตือรือร้น […]

ความเชื่อ ดอกชบา ประวัติความเป็นมา

ความเชื่อ ดอกชบา ประวัติความเป็นมา

ความเชื่อ ดอกชบา   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ของดอกไม้ มาให้อ่านกันเช่นเคย  สำหรับประเทศไทยดอกชบาคือดอกไม้ที่พบอยู่ทั่วไป ไม่ว่าตามสวนดอกไม้ รั้วบ้านเรือนแม้กระทั่งริมทาง แต่มีเรื่องที่คนโบราณ สืบทอดกันมานานแล้ว เป็นดอกไม้ที่ไม่เป็นมงคลสำหรับคนไทยเพราะอะไร ทำไมเป็นเช่นนั้น..   ประวัติศาสตร์ไทยสมัยอาณาจักรน่านเจ้ามีบันทึกเรื่องดอกชบา เชื่อกันว่ามีมานานกว่าดอกไม้ชนิดอื่นมีต้นกำเนิดจากประเทศจีน สมัยก่อนชาวไทยอาศัยอยู่ทางตอนใต้จีนได้อิทธิพลวัฒนธรรมบางส่วนมาจากจีน แต่ความเชื่อชาวอินเดียจะนำไปบูชาเจ้าแม่กาลี สมัยสุโขทัยอิทธิพลจากขอมมีไม่มาก ดอกชบาเป็นดอกไม้ที่ชาวไทยปลูกทั่วไป แต่เมื่อครั้งสมัยอยุธยาตอนต้น ความเชื่อชาวไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปได้รับอิทธิพลจากขอม เพราะขอมได้รับอิทธิพลความเชื่อวัฒนธรรมจากชาวอินเดีย ดอกชบากลายเป็นดอกไม้อัปมงคล จนกระทั่งมีกฎหมายว่าขณะคุมนักโทษไปประหารผู้คุมจะทัดหูนักโทษประหารโดยดอกชบาเป็นสัญลักษณ์ก่อนนำไปสำเร็จโทษ   คนโบราณเชื่อว่าดอกชบามีคุณด้านอายุรเวทด้านฟอกโลหิต กลิ่นน้ำมันหอมระเหยทำให้จิตใจผ่อนคลาย สำหรับหญิงสาวที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอใช้ดอกชบาสดสามสี่ดอกตำให้แหลกกินตอนเช้าตื่นนอนติดต่อกันสักหนึ่งสัปดาห์รับรองว่าอาการดังกล่าว หายเป็นปลิดทิ้ง นอกจากสรรพคุณทางยาที่กล่าวแล้วคนโบราณกล่าวว่าดอกชบายังนำมารักษาอาการน้ำกัดเท้าได้เป็นอย่างดีโดยนำเปลือกที่ลำต้นหนักหนึ่งขีดแช่เหล้าขาวสักร้อยซีซีนานหนึ่งวันตัวยาที่เปลือกที่เปลือกแล้วกรองเอาแต่น้ำยามาทาบริเวณที่น้ำกัดเท้า น้ำยาจะออกฤทธิ์ทำลายเชื้อรา   สำหรับใบชบาคนโบราณว่านำมาตำให้แหลกแล้วนำน้ำยางมาพอกบริเวณไฟไหม้ น้ำร้อนลวก บริเวณนั้นไม่เกิดแผลพุพอง ไม่เกิดแผลเป็น ต้นชบาปลูกง่ายให้ดอกตลอดปี เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด     สรุป : ความเชื่อคนโบราณบางอย่างอาจเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งกับวัฒนธรรมแต่ละชาติพันธุ์ดีร้ายไม่เหมือนกัน ทุกส่วนต้นชบา โดยเฉพาะดอกชบามีคุณมากกว่าโทษ       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว […]

คบชู้สู่ชาย ผิดศีล ทำชั่ว ระวังยมบาลจะเล่นงาน

คบชู้สู่ชาย ผิดศีล ทำชั่ว ระวังยมบาลจะเล่นงาน

คบชู้สู่ชาย ผิดศีล ทำชั่ว ระวังยมบาลจะเล่นงาน   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ ที่ใช้สอนลูกหลาน มาให้อ่านกัน คนรุ่นตายายจะสอนลูกหลานไว้เสมอว่า ใครทำชั่วต้องลงกระทะทองแดง ความชั่วที่เคยทำไว้ตอนยังไม่ตายต้องบันทึกไว้กับบัญชีหนังหมา การพิพากษาจากยมบาลน่ากลัวสักปานใด แก้ได้ไหม มีจริงหรือแค่เรื่องโกหก   คติความเชื่อคนโบราณตั้งแต่สมัยตายาย ว่าเวลามีชีวิตอยู่ ควรทำความดีละเว้นความชั่ว ปฏิบัติธรรมตามพระธรรมคำสั่งสอนที่บัญญัติไว้ ผู้ใดทำดีได้ไปสวรรค์ ทำชั่วต้องลงนรก กรรมชั่วดีที่ตอนยังมีชีวิตอยู่ทำไว้มีคนจดบันทึกไว้ที่ไหน เรื่องราวข้างต้นคนโบราณที่เป็นพุทธศาสนิกชนกล่าวว่า เมื่อทุกคนตายไปจะมีเทพองค์หนึ่งชื่อพระยายมราช เทพองค์นี้มีคติความเชื่อคนโบราณว่าคือตำแหน่ง และดำรงตามวาระ พระยายมราชองค์ปัจจุบันที่จะพิพากษาวิญญาณคนตอนที่ตายไปแล้ว ชาติกำเนิดสมัยพุทธกาลเป็นเจ้าเมือง มีหน้าที่ตัดสินคดีแต่ครั้งหนึ่งจำใจต้องตัดสินความบิดาตนเอง ซึ่งไปฆ่าคนตาย กฎหมายสมัยก่อนคนที่ฆ่าคนตายจำต้องตายตกไปตามกัน เจ้าเมืองตกอยู่ในภาวะลำบากแต่จำใจสั่งประหารบิดาตนเอง เมื่อเจ้าเมืองสิ้นอายุขัยเหตุแห่งความยุติธรรมที่เคยทำไว้ จนเทพชั้นสูงแต่งตั้งบรรดาศักดิ์เป็นพระยายมราช ทำหน้าที่ตัดสินความวิญญาณผู้ตาย ข้างกายมีเทพกุมภัณฑ์สองตนคือสุวรรณ และสุวาน เทพที่ว่ารูปกายเป็นยักษ์บุคลิกเป็นชายตัวเล็ก รูปร่างไม่สูงมากนัก   ในความเชื่อชาวจีนเชื่อว่าพระยายมราชคือเปาบุ้นจิ้น ที่กลางวันพิพากษาคดีความที่โลกมนุษย์ แต่กลางคืนลงไปพิพากษาคดีความที่ยมโลก เหตุนี้เองคติความเชื่อชาวจีนเชื่อว่าเปาบุ้นจิ้นมีใบหน้าสีดำ ส่วนบริวารรูปร่างเป็นมนุษย์แต่มีเศียรเป็นสัตว์ต่าง ๆ ทำหน้าที่คอยตรวจบันทึกว่าผู้ตายเคยทำกรรมชั่วอะไรบ้าง บันทึกที่ว่าเรียกว่าบัญชีหนังหมา บัญชีนี้จะตั้งอยู่บนแท่นคล้าย ๆโต๊ะสูงท่วมศีรษะคน บัญชีหนังหมามีลักษณะคล้ายหนังสือเล่มใหญ่ ๆ เชื่อว่าทำจากหนังสุนัข […]

ส่อง เลขทะเบียนรถ ชฎาพร รัตนากร 2/5/68 อดีตนางเอกดังยุค 90 ชฎาพร รัตนากร รถเก๋งเสียหลักตกถนน เจ็บหน้าอก-ปอดช้ำ คอหวยแห่ลุ้นรวยงวดนี้

ส่อง เลขทะเบียนรถ ชฎาพร รัตนากร 2/5/68 อดีตนางเอกดังยุค 90 ชฎาพร รัตนากร รถเก๋งเสียหลักตกถนน เจ็บหน้าอก-ปอดช้ำ คอหวยแห่ลุ้นรวยงวดนี้

วันนี้ (22 เม.ย.) ร.ต.อ.อิสรา อะโรคา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.หนองใหญ่ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง จุดหนองใหญ่ ว่ามีอุบัติเหตุรถยตต์เก๋งตกร่องกลางถนน เลขทะเบียนรถ ชฎาพร รัตนากร 2/5/68 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ  เลขทะเบียนรถ ชฎาพร รัตนากร 2/5/68 ไปถึงพบจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณบนถนนสาย 344 บ้านบึง-แกลง หลัก กม ที่ 58-200 ต.เขาซก อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี และมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กล 2223 กทม ซึ่งมีผู้ขับขี่คือ น.ส.ชฎาพร รัตนากร อายุ 55 ปี อดีตดาราภาพยนตร์ชื่อดังในยุค 90 ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคิ้วซ้าย แน่นหน้าอก และปอดช้ำ มีเลือดออกจากปาก เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยฯ ต้องเร่งนำส่งรักษาโรงพยาบาลหนองใหญ่เพื่อดูอาการโดยแพทย์ ซึ่งขณะนี้อาการของดาราสาวปลอดภัยดีแล้ว ด้าน ชฎาพร รัตนากร […]