ความเชื่อโบราณในการทานผัก ข้อห้ามและข้อแนะนำในการบริโภค !!

ความเชื่อโบราณในการทานผัก

ความเชื่อโบราณในการทานผัก

 

วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวของ “ความเชื่อโบราณในการทานผัก” มาให้ได้ทราบกัน

ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องพืชผัก ข้อห้ามและข้อแนะนำในการบริโภคพืชผักบางชนิดถูกห้ามบริโภคในกลุ่มคนบางกลุ่ม ในขณะเดียวกันกลับถูกแนะนำให้บริโภคพืชผักอีกชนิดหนึ่ง โดยเชื่อว่า พืชผักบางอย่างรับประทานเข้าไปแล้วจะเกิดโทษในขณะที่พืชผักบางอย่างรับประทานเข้าไปจะเกิดผลดี ข้อห้ามข้อแนะนำเหล่านี้มักจะนำไปใช้กับกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะพิเศษ ดังนี้

 

1.หญิงตั้งครรภ์
ข้อห้ามได้แก่ ห้ามกินบอน จะทำให้สายรกเปื่อย ห้ามกินผักแว่นจะทำให้รกพันคอเด็ก ห้ามกินกล้วยจี่ จะทำให้รกติด เป็นต้น ข้อห้ามเหล่านี้ถูกอ้างว่าจะมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ทั้งสิ้น หากจะพิจารณาถึงผลโดยตรงต่อเด็กแล้วอาจจะเป็นไปไม่ได้ ผลที่จริงแล้วเกิดกับแม่ต่างหาก เช่น บอนหากทำไม่ถูกวิธีจะทำให้คันปาก ผักแว่นหากทำไม่สะอาด อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นต้น

สำหรับข้อปฏิบัตินั้นได้แก่ ให้กินปลีกล้วย ขนุนอ่อน เพราะจะทำให้ช่วยบำรุงน้ำนม จุดนี้ชาวบ้านเองคงจะสังเกตเห็นว่า ผักทั้ง 2 อย่างมียางขาวๆ คล้ายนมจึงคาดหวังว่าคงช่วยได้ และจากการปฏิบัติจริงพบว่าได้ผลจริงด้วย ฉะนั้น จึงได้ตั้งเป็นข้อปฏิบัติตลอดมา

 

 

2.หญิงหลังคลอด
ห้ามกินผักเย็น เช่น แตงทุกชนิด ห้ามกินผักหวาน ผักกาด ชะอม หน่อไม้ ผักเลียบ พริกด้วย ผักพวกนี้ จะทำให้เกิดอาการเจ็บท้องทั้งแม่และลูก ผักที่แนะนำให้กิน ได้แก่ ปลีกล้วย ผักตำลึง ขนุนอ่อน บัวบก ไพล เพาะจะช่วยให้น้ำนมมาก และไพลช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ข้อปฏิบัตินี้ได้มีการปฏิบัติสืบต่อกันมานาน และถ่ายทอดมาให้ลูกหลาน แต่การที่จะปฏิบัติตัวอย่างไรหรือไม่นั้น อาจจะพบได้น้อยลงไปบ้างแล้ว

เพราะปัจจุบันระบบการคลอดจากสถานบริการของรัฐมุ่งใช้ยาบำรุงและอาหารหลัก 5 หมู่ อย่างไรก็ดีแกงเลียงจึงเป็นอาหารยอดฮิตสำหรับคนหลังคลอดเพราะประกอบด้วยผักที่แนะนำมาเกือบครบถ้วน

 

3.ผู้มีคาถาอาคม
กลุ่มบุคคลเหล่านี้จะมีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการกินอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นข้อห้าม โดยจะมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังว่า พืชผักเหล่านี้จะทำให้คาถาเสื่อมลง พืชผักที่ห้ามกินคือ มะขามป้อมอันเป็นพืชที่อยู่ในตำนานเรื่อง ทรพี ทรพา จากตำนานนี้ได้ถูกนำมาเป็นข้อห้ามของคนที่มีคาถาที่จะไม่กินมะขามป้อม ในขณะเดียวกันจะนิยมใช้ส้มป่อยมาใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น การล้าง เสนียดจัญไร การนำมาใช้สระหัว เป็นต้น สำหรับผักที่ห้ามกินนั้น ได้แก่ น้ำเต้าฟักเขียว และโหระพา โดยถือว่าผักเหล่านี้กินแล้วทำให้อ่อนแรงลง คาถาอาคมเสื่อม ซึ่งหมอคนเมืองคนหนึ่งเล่าว่า “น้ำเต้าเป็นของเย็น กินแล้วคาถาจะเสื่อมไม่ขึ้นมันแพ้กันฟักเขียวกินแล้วจะอ่อนแรง ช้างที่ตกมันเอาฟักหัวเขียวโยนให้กินจะอ่อนกำลังลงได้

 

นอกจากข้อห้ามเหล่านี้แล้ว คนเหล่านี้จะไม่กินอาหารในงานศพ นอกจากนี้จะเป็นเวลาหลังจากเผาศพเสร็จแล้วถึงกินได้โดยถือว่ากินของผี ผีจะข่มเอาได้ ความเชื่อนี้ยังมีอยู่เพราะกลุ่มหมอพื้นบ้านต่างๆ ยังคงยึดมั่นกับความเชื่อเหล่านี้

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ขอบคุณที่มา : http://www.handbtoday.com

ภาพ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

เรื่องจริงที่ต้องลองพิสูจน์ !! วิธีขอหวยจากตาชูชก แม่นจริงทุกงวด

เรื่องจริงที่ต้องลองพิสูจน์ !! วิธีขอหวยจากตาชูชก แม่นจริงทุกงวด

วิธีขอหวยจากตาชูชก แม่นจริงทุกงวด   ชูชกคือชายในพุทธชาดก สมัยพระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นพระเวสสันดร จากบันทึกว่าชายชราที่มีลักษณะน่าเกลียด จับพระกัณหา ชาลีหวังจะนำมาเป็นทาสแก่เมียรักแต่กลับไปพบพระบิดา มารดาพระเวสสันดรทรงแลกกับทรัพย์สิน และบำเรอพร้อมอาหารการกินจนกระทั่งท้องแตกตาย แต่ทำไมคนโบราณหล่อพิมพ์ไว้บูชาเพราะเชื่อว่าพฤติกรรมตะกละ ชอบการกินจะเสริมดวงการเป็นเศรษฐี ค้าขายร่ำรวย ซื้อหวยได้รางวัล ส่วนวิธีการทำอย่างไร บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะแนะนำให้ เริ่มบูชารูปปั้นชูชกโดยอาหารประเภทนม เนย จุดธูปดอกเดียวบอกรูปปั้นชูชกว่าให้มาเข้าฝันบอกเลขเด็ด แล้วตอนกลางคืนจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางให้เปิดทางให้ชูชกมาเข้าฝันบอกเลขเด็ด คนโบราณเชื่อว่าจะได้เลขเด็ดไปซื้อหวย สำหรับการบูชาชูชก คนโบราณเชื่อว่าคือเทพแห่งความสมบูรณ์พูนสุข มีดีที่ปากกล่าวคือ คราใดที่เอ่ยปากขออะไรกับใครจะใจอ่อนยอมยกให้ ทำให้มีความเชื่อว่า ใครบูชาชูชกแล้วจะได้อะไรที่อยากได้สมใจ แม้ว่าลูกเมียตนยังยกให้เหมือนที่ชูชกไปขอพระกัณหา ชาลีจากพระเวสสันดร และยังดลบันดาลความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่ผู้บูชา รวมทั้งความเมตตามหานิยมเพราะชูชกมีเมียสาวคราวลูก โดยเฉพาะเนยคืออาหารที่ชูชกชอบมาก หมั่นบูชาท่านพร้อมนะโมสามจบบทสวด อุลลุม ปะฐะ มังภันเต ยังยังปุริโสวา อิตทิวา ทุเรหิวา สมิเปหิวา เมรัสสะอานุภาเวนะ สทาโหติ ปิยังมะมะ หรือแบบสั้น ๆ อิติชูชะโก มะหาลาโภ มานิมามาท่องจบอธิษฐานแล้วจะสมหวัง ความเชื่อกับคนไทยเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก บางคนอาจสงสัยลังเลระหว่างความจริง ความเท็จ แต่ความศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์เมื่ออยู่กับใครแล้ว จะส่งผลทางด้านดี […]

4 อาหารห้ามกินเด็ดขาด ลัทธิเต๋าว่าบาปมหันต์

4 อาหารห้ามกินเด็ดขาด ลัทธิเต๋าว่าบาปมหันต์

4 อาหารห้ามกินเด็ดขาด ลัทธิเต๋าว่าบาปมหันต์   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ มาฝากกัน ศาสนาเต๋า หรือลัทธิเต๋า คือ ลัทธิหนึ่งซึ่งคุณลักษณะคล้ายศาสนาแต่ไม่ครบองค์ประกอบ แต่คำสอนประกอบด้วยหลักปรัชญา และคติความเชื่อหลายอย่างนั้นยากซับซ้อน โดยธรรมดาแล้วเต๋าเกี่ยวข้องกับการไหลของจักรวาลหรือพลังที่อยู่เบื้องหลังธรรมชาติ ที่ทำให้ทุกสิ่งสมดุลและเป็นระเบียบ เต๋าได้รับการพิจารณาว่าคือต้นกำเนิดของการดำรงอยู่และ การไม่ดำรงอยู่ จะยึดคำสอนหยิน แทน ความมืดและหยาง แทน ความสว่างแห่งจักรวาลและสะท้อนพลังความดีและความชั่วในตัวสาวกบางคนเชื่อว่าลัทธิเต๋าเชื่อในลัทธิพหุเทวนิยม ปฏิบัติการสักการะบูชาบรรพบุรุษ จะสักการะบูชาบรรพบุรุษ ในช่วงวันหยุดตามปฏิทินที่มีการเตรียมอาหารเพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชาเทพเจ้าหรือวิญญาณ แต่คำสอนจะห้ามกินอาหารบางอย่างเพราะอะไร ไปดูกัน.. นักบวช ลัทธิเต๋าแต่งงานมีครอบครัวสืบสกุลได้ แต่ต้องรับประทานเจ ห้ามดื่มเมรัยและ ห้ามรับประทานอาหารสี่อย่างคือ        เนื้อวัว เพราะชาวลัทธิเต๋าเชื่อว่า ด้วย วัว คือสัตว์เปี่ยมด้วย กุศลเพราะวัวกินแต่หญ้า ไม่กินเนื้อสัตว์และยังให้น้ำนมมนุษย์ดื่มกิน สำคัญคือวัวใช้แรงงานทำกสิกรรมให้อาหารแก่มวลหมู่สรรพสัตว์ทั้งหลาย      ปลาดำ คติความเชื่อชาวลัทธิเต๋าเชื่อว่าปลาดำ หรือภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกโอวฮื้อ คือปลากตัญญูครั้งเมื่อยามวางไข่ ตาพร่ามัวมองไม่เห็นอะไร กินอะไรก็ไม่ได้ อดหิวโซจวนเจียนตายบรรดา ลูกปลาเล็กๆ นั้นแสนกตัญญู รู้ว่าแม่ปลาจะอดตาย ต่างพากันว่ายเข้าปาก ให้แม่ปลากินเป็นอาหารให้แม่ปลา […]

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุน้ำ

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุน้ำ

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุน้ำ   คนดิถีธาตุน้ำ (ปีชวด (หนู) และ ปีกุน (หมู)) เป็นคนสมองแจ่มใส เฉลียวฉลาด วางแผนลึกซึ้ง คล่องแคล่ว ทำเป็นทุกอย่าง เรียนรู้เร็ว ความรู้สึกไว กระตือรือร้น รู้ผิดรู้ถูก ความรู้กว้างขวาง รวดเร็ว ว่องไว อดทนสูง สุภาพ อ่อนโยน ประหยัด อารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว ขี้ขลาด คิดเล็กคิดน้อย ใจน้อย เก็บอารมณ์ กามารมณ์สูง   ถ้าน้ำมากเกิน ชอบบุกตะลุย มีเล่ห์เหลี่ยม แผนการมาก ยอกย้อน โลเลเปลี่ยนใจง่าย ถ้าน้ำน้อยเกิน ใจไม่ถึง ไม่มีอุบาย ใจแคบ คิดเล็กคิดน้อย โง่อวดฉลาด ฉวยโอกาส คนธาตุน้ำเป็นประเภทที่ต้องการจะเอ่ยปากพูดจาสื่อสาร เพราะถ้าไม่ได้แบ่งปันประสบการณ์กับผู้อื่น ก็จะเก็บกดอึดอัดกลายเป็นสภาพที่เหมือนภูเขาน้ำแข็ง แล้วสุดท้ายก็จะถล่มลงกลายเป็นคลื่นที่โถมพรูแบบยั้งไม่อยู่ จึงต้องมีผู้คนอยู่รอบข้างถึงจะรู้สึกรื่นรมย์กับการทำงานได้ นอกจากนี้คนธาตุน้ำยังต้องการมีอิสระที่จะไปไหนได้ตามใจตนเองในเวลาที่เกิดอารมณ์วูบวาบแบบคาดเดาไม่ได้ขึ้นมา ดังนั้นอาชีพที่ต้องเดินทางหรือเคลื่อนไหวไปได้เรื่อยๆ จึงจัดว่าเหมาะสมกับธรรมชาติอันอยู่ไม่สุขของคนธาตุนี้ วงการบันเทิง […]

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อของคนจีน มาให้อ่านกัน แผ่นกระดาษลงตัวหนังสือจีนโบราณที่คนจีนโบราณเรียกว่าฮู้ คนไทยเรียกว่ากระดาษยันต์ที่มีไว้สำหรับประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้ามีที่มาอย่างไร ใครเขียน   ยันต์คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่าฮู้เริ่มมีใช้ตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล เริ่มคิดโดยนิมิตจากนักพรตลัทธิเต๋าเขียนไว้สำหรับจำลองปรากฏการณ์บนฟ้า คติความเชื่อคนจีนโบราณเชื่อว่าฮู้ คือสื่อที่เทพเจ้าส่งผ่านมาสู่คนบนโลก และสมัยต่อมาคนจีนเริ่มมีวิวัฒนาการเรื่องการพิมพ์ จึงนำฮู้ กระดาษยันต์จีนมาพิมพ์จากรุ่นสู่รุ่น     ผู้ที่ศึกษาและเขียนยันต์จีนจะต้องมีตบะบารมี มีศีลอย่างเคร่งครัดโดยต้องปฏิบัติตัวซื่อสัตย์ต่ออาชีพตน กตัญญูต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ เรียนวิชาเขียนฮู้ กระดาษยันต์จีนอย่างมีศีล กินเจและห้ามมีเพศสัมพันธ์ในวันที่หนึ่งและสิบห้าตามปฏิทินจันทรคติจีนใครที่มีสามีภรรยาต้องแยกห้องนอน หญิงที่เรียนวิชาการเขียนยันต์จีนต้องไม่ทำพิธีขณะมีประจำเดือน เพราะคนจีนโบราณเชื่อว่าระดูคือสิ่งสกปรกในร่างกายหญิงสาวที่จะขับออกมา คนที่ศึกษาต้องหมั่นสร้างกุศล ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ห้ามกินเนื้อสัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ เนื้อสัตว์ใหญ่ และเนื้อสุนัข   สมัยใหม่มีผู้ที่ศึกษาวิชาการเขียนฮู้ยันต์จีนมากขึ้น บางคนมีจุดประสงค์อยากจะสืบทอดวัฒนธรรมจีน แต่บางคนอยากจะอวดอ้างตนว่าวิเศษ คนจีนโบราณว่าจะเพราะเหตุใดไม่สำคัญ ผู้ศึกษาควรต้องมีจุดประสงค์หลักคือแก้ไขปัญหาให้เพื่อนมนุษย์เจอ อย่างผู้ที่มีอาการป่วยต้องเขียนให้นำไปเผาแล้วผสมยากิน นำไปผสมน้ำดื่ม อาบน้ำ ผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จทางธุรกิจ คุ้มครองปลอดภัย ขับไล่สิ่งอัปมงคล ผู้เขียนจะเขียนแล้วนำไปติดที่ประตูบ้าน ผู้ที่มีคนปองร้ายคนเขียนจะต้องเขียนให้นำไปพกติดตัวป้องกันภัย   การศึกษาวิชาการเขียนฮู้ยันต์จีนคือวิชาแขนงหนึ่งลัทธิเต๋า ฮู้มีลักษณะสัญลักษณ์ประดิษฐ์ บางชนิดมาจากศาลเจ้าประดิษฐ์จะพิมพ์แบบออกมาแล้วผ่านพิธีการปลุกเสกจากศาลเจ้า สมัยใหม่อาจมีลักษณะต่างกันออกไป ตามความเชื่อ […]