ประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร วิธีทำไม้ค้ำโพธิ์

ประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร

ประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร

 

บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับความเชื่อ “ประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร” ความเชื่อเรื่องประเพณีค้ำโพธิ์ ค้ำไทร เมื่อคนป่วย มีอาการนอนไม่หลับ ผอมเหลือง ทำงานไม่ได้ ปวดหัวตัวร้อนตลอดเวลาต้องพึ่งพระ ให้จัดหาไม้คูณ ไม้ยอ ถากกลบเท่า ประมาณขาของคนป่วย ยาวประมาณ 1-2 วา เมื่อถึงวันพระ 15 ค่ำ กลางเดือน นำดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู บุหรี่ ข้าวตอกดอกไม้ นำผู้ป่วยไปจัดเพื่อประกอบพิธี นิมนต์เจ้า อาวาส พร้อมลูกวัด 4 รูป ร่วมพิธีรับศีล ชุมนุมเทวดา ประกาศรุกขเทวดารักษาต้นโพธิ์ ต้นไทร ขอให้อาการป่วย บรรเทาต่ออายุให้ยืนยาว แล้วนำไม้เสานั้นค้ำโพธิ์ ค้ำไทร พระสงฆ์สวดอนุโมทนา ผู้ป่วยกรวดน้ำ

ความเชื่อเรื่องประเพณีสูตรธาตุ-ชะตา เมื่อมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย นอนอาการหนักจนผู้มีความรู้เห็นว่าชะตาถึงฆาต ดวงชะตาขาด ควรสูตรชะตา ซึ่งใช้ภาชนะสองอัน ภาชนะ อันหนึ่งใช้ดินเหนียวทำเป็นเจดีย์เล็ก ๆ สูงแค่ศอกคนป่วย รอบเจดีย์บนภาชนะนั้น เจดีย์เล็ก ๆ อีก 9 อัน รอบเจดีย์ใหญ่นำไม้ไผ่ยาวแค่ศอกเท่าอายุคนป่วย กรรไกรตัดกระดาษ เป็นธงสามเหลี่ยมติดปลาย ไม้ไผ่ มัดเรียงที่ยอดเจดีย์ ทำธงเล็กเท่าอายุ

ภาชนะอันที่สองนั้นเอามัดธงกระดาษ และมัดธงเหล็กนั้นเอาตั้งไว้บนภาชนะ ตัดกระบอกไม้ไผ่ยาวเท่านิ้วชี้มีรูหลวมนิ้วชี้ผู้ป่วย 5 อัน อันหนึ่งเอาถ่านไฟใส่ให้เต็ม อัน ที่สองยัดนุ่นให้เต็ม อันที่สามใส่ดินให้เต็ม อันที่สี่ใส่น้ำให้เต็มเป็นเครื่องหมายธาตุ คือ น้ำ ไฟ ลม มัดติดกับเสาธงกระดาษและธงเหล็กบนภาชนะ กระบอกไม้ไผ่อันที่ 5 ใช้ตวงข้าวสารเท่าอายุผู้ป่วย ใส่ขันหรือกะละมังไว้แล้วเย็บกระทงตองกล้วยเท่ากำมือผู้ป่วย 5 อัน ใส่ข้าวตอกกระทงหนึ่ง ใส่ดอกบานไม่รู้โรยกระทงหนึ่ง ใส่ข้าวเปลือกกระทงหนึ่ง ใส่ถั่วงากระทงหนึ่งใส่เมี่ยงหมากกระทงหนึ่ง วางบนภาชนะรอบเสาธง เทียนยาวรอบหัว เทียนสูงแค่หัว วัดจากสะดือผู้ป่วยถึงลูกกระเดือก เทียนเล่มบาท 1 คู่ ขัน 5-8 ปัจจัยเท่าอายุ

พอถึงตอนเย็นแบกไปที่วัดถวายเจ้าอาวาส พระสงฆ์ 4 รูป จะนำไปสวดในพระอุโบสถสวดเสี่ยงทายอยู่ 3 วัน 3 คืน หลังทำวัตรสวดมนต์เย็นแล้ว ผู้ป่วยชะตาขาดธาตุ สูญตวงข้าวสารในกระบอกไม้ไผ่เท่าอายุ ชะตาผู้ป่วยยังไม่ขาดธาตุยังไม่สูญ ข้าวสารที่ตวงเท่าอายุนั้นเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยต้องหายแน่

ถ้าข้าวสารในกระบอกขาดไปจัดแจงสวด ตามกำลังวัน ตวงดูยังขาดอย่างเดิม ผู้ป่วยไปไม่รอดแน่ คืนที่สองสวดอีกตวงข้าวสารแล้วมีข้าวสารเพิ่มขึ้นเหนือกระบอกโดยลำดับผู้ป่วยหายแน่ เช่น

 

พิธีตัดกรรม-ตัดเวร คนไข้เจ็บป่วย อัมพาต ป่วยมานานจนลุกเดินไปไหนมาไหนไม่ได้ ชาวอีสาน เกิดจากกรรมเวรในชาติก่อนหรือชาตินี้ตามสนอง จึงต้องได้รับ ความทุกข์ทรมาน ผู้ที่มีความรู้ก็จะจัดแจงแต่งเครื่องตัดกรรมตัดเวร มีหม้อแกง 4 หม้อ เครื่องหมายธาตุ 4 มีคาวหวาน ห่อพริก ห่อเกลือ ห่อปลาร้า ปลาเค็ม บุหรี่ตัว หมากคำ เงินสตางค์ห่ออันละนิดใส่ลงในหม้อ ทั้งสี่หม้อเหมือนกันหมด ด้ายสายสิญจน์ 4 เส้นยาว 2 วามีดน้อย 4 ดวง ขัน 5-8 หมาก พลู บุหรี่ถวายพระ

พอถึงตอนเย็นนำไปที่วัดพร้อมเชิญคนป่วยไปด้วย คนป่วยใส่ล้อหรือนั่งเก้าอี้หามไปที่ต้นโพธิ์ นิมนต์พระสงฆ์นั่งทิศตะวันออกต้นโพธิ์ ให้คนป่วยนั่งหรือนอนอยู่ตรงกลาง ตั้ง หม้อในทิศทั้ง 4 ด้วยสายสิญจน์ผูกปากหม้อ พระสงฆ์ทั้ง 4 รูป จับด้ายสายสิญจน์ ไหว้พระรับศีลอาราธนาพระสงฆ์สวดตัดกรรม-ตัดเวร สวดตามกำลังวัน

พิธีการแต่งบูชาพระเคราะห์แห่งปี ชาวอีสานถือเป็นประเพณีประจำครอบครัว ในเรื่องการประกอบสัมมาอาชีพ การป่วยไข้ หมอชาวบ้านจะแนะนำให้แต่งบูชา พระเคราะห์ ประเภทแก้พระเคราะห์บูชาโรค การบูชาพระเคราะห์ในบ้านเรือนครอบครัวจะมีความสุข เจ็บไข้ได้ป่วยป้องกันอันตราย ความเดือดร้อนในการครองเรือน โชค ร้ายจะหายไป จะได้โชคลาภ ป้องกันอันตราย ความเดือดร้อนในการครองเรือนโชคร้ายจะหายไปจะได้โชคลาภ

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

ที่มา : thaiza.com

เรื่องน่าสนใจ

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไฟ

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไฟ

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไฟ   คนดิถีธาตุไฟ (ปีมะเส็ง (งูเล็ก)  และ ปีมะเมีย (ม้า)) เป็นคนที่มีนิสัยกระตือรือร้น มองโลกชัดเจน มีมารยาท รักพวกพ้อง ตรงไปตรงมา โปร่งใส ใจกว้าง มีน้ำใจ ช่วยเหลือ เฉลียวฉลาด มีความเคารพผู้ใหญ่ มีน้ำใจกับผู้น้อย ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม เดินเร็ว พูดเร็ว น่าเกรงขาม แข็งแรง ใจร้อน ทำคุณบูชาโทษ (ทำดีแต่คนไม่เข้าใจ)   ถ้าไฟมากเกินไป จิตใจร้อน ขี้โมโห ลุยไม่รู้จักหยุด ยกตนข่มท่าน ถ้าไปน้อยเกินไป จะเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม ขี้อิจฉา เริ่มต้นกระตือรือร้น แต่เบื่อง่ายเลิกก่อนสำเร็จ คนธาตุไฟเหมาะจะทำงานซึ่งตนได้เป็นศูนย์กลางความสนใจ เป็นผู้บงการ ชอบการที่จะได้เป็นผู้นำทางความคิด แทนที่จะยอมเป็นเพียงส่วนหนึ่งในทีม ซึ่งธุรกิจด้านบันเทิง หรือวงการโฆษณาจัดว่าน่าจะเหมาะสมที่สุดเพราะสามารถปลดปล่อยพลังอันเริงโลดเหมือนเด็กๆได้ ส่วนอาชีพการสอนก็จัดว่าดีสำหรับคนธาตุไฟ แต่ไม่สู้จะมีความอดทนมากพอในการที่จะสู้รบปรบมือลูกศิษย์ที่นอกลู่นอกทางที่คอยยั่วโทสะ ถ้าสามารถจัดสมดุลระหว่างพลังบันดาลใจอันสูงลิ่วของธาตุไฟ กับประโยชน์ของธาตุไม้กับธาตุดินได้ ก็จะพบว่าสามารถจัดการกับแรงบันดาลใจและมโนภาพนั้นให้ไปด้วยกันได้ดีกับการทำกิจการตนเอง หรือกับการอยู่หน้าเวทีที่มีไฟส่องหน้า คนธาตุไฟที่ดิถีแข็งแรงควรจัดความสมดุลพลังงานในตัวให้อาชีพการงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเสริมธาตุดินเติมใส่เข้าไปในสภาพแวดล้อมของตนด้วยการนำก้อนหิน […]

เกรี้ยวกราดตัวแม่! 4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง มาดูกันว่าท่านหรือคนใกล้ชิด คือหนึ่งในนั้นหรือไม่ ?

เกรี้ยวกราดตัวแม่! 4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง มาดูกันว่าท่านหรือคนใกล้ชิด คือหนึ่งในนั้นหรือไม่ ?

4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง เกรี้ยวกราดตัวแม่! 4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง ในช่วงนี้ดวงชะตาแต่ละราศีมีการเปลี่ยนแปลง โดยอาจเปลี่ยนแปลงทั้งในทางที่ดีและเปลี่ยนแปลงในทางที่ต้องระวัง     อาจารย์ออย เผยในเพจ ดวง 12 ราศี ถึง 4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง ความเกรี้ยวกราดนี้ไม่เคยปราณีใคร อย่าได้ไปคิดมีเรื่องกับ 4 ราศีนี้ เป็นพวกหัวร้อน ของขึ้นง่าย มักไม่ใช่คนที่หาเรื่องใครก่อน แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่เฉยๆ ให้คนอื่นมาหาเรื่อง   สำหรับ 4 ราศีนี้ ประกอบด้วย ราศีพฤษภ ราศีสิงห์ ราศีเมษ ราศีมังกร           เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย […]

ความเชื่อเรื่องสร้อยข้อมือนำโชค ประวัติความเป็นมา

ความเชื่อเรื่องสร้อยข้อมือนำโชค ประวัติความเป็นมา

ความเชื่อเรื่องสร้อยข้อมือนำโชค   “Bracelet” หมายถึง สร้อยข้อมือ ส่วน “Charm” นั้นหมายถึงเครื่องราง หรือเวทย์มนตร์ หรือความเสน่หา ดังนั้น “Charm Bracelet” อาจเป็นได้ทั้งสร้อยข้อมือแห่งความเสน่หา สร้อยข้อมือโชคราง และแม้แต่สร้อยข้อมือที่ระลึก แต่ท้ายสุดก็คือ ผู้สวมใส่สร้อยข้อมือดังกล่าวล้วนมุ่งหวังในความรู้สึกดีๆ มีมงคลและนำโชคแทบทั้งสิ้น การประดับสร้อยข้อมือของผู้หญิง มักมีการออกแบบด้วยรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปตามรสนิยม แต่เหมือนกันตรงที่จะนำวัสดุต่างๆที่พึงใจมาร้อยกันเป็นเหมือนสายโซ่ขนาดเล็กเพื่อเป็นเครื่องประดับบนข้อมือ ประวัติที่มาของสร้อยข้อมือนำโชค มีจารึกย้อนหลังไปถึงสมัยอียิปต์โบราณที่มีการค้นพบสร้อยข้อมือของผู้หญิงอียิปต์ สร้อยข้อมือดังกล่าวมีพรรณาถึงชีวิตของผู้เป็นเจ้าของบ้าน อาชีพ จำนวนสมาชิกในครอบครัว ฯลฯ รวมไปถึงความสุขในชีวิตหลังความตาย หากเป็นสร้อยข้อมือแบบเครื่องรางก็จะใช้สวมใส่เพื่อป้องกันจากความชั่วร้าย หรือเพื่อความพึงพอพระทัยจากสุริยะเทพรา (Ra) ผู้เป็นเทพสูงสุดแห่งไอยคุปต์ ในช่วงระหว่างยุคกลางของยุโรป บรรดาอัศวินก็จะสวมใส่ตราสัญลักษณ์เครื่องรางประดับไว้กับตัวเพื่อบ่งบอกถึงวงศ์ตระกูลและยศตำแหน่ง ในประเทศอังกฤษสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 สมเด็จพระราชินีวิคตอเรียจะนิยมประดับข้อมือด้วยสร้อยข้อมือนำโชคแบบต่างๆอยู่เป็นประจำ อันนำไปสู่ความนิยมของสุภาพสตรีชั้นสูงในสมัยนั้น ในสหรัฐอเมริกายุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ช่วงประมาณต้นค.ศ.1950 หญิงสาวชาวอเมริกาต่างพากันตื่นตัวและหลงใหลในสร้อยข้อมือนำโชคกันอย่างมาก พวกเธอมุ่งมั่นตั้งใจประดับประดาด้วยสร้อยข้อมือแบบแปลกๆและนิยมเก็บสะสมไว้เป็นคอเลคชั่นส่วนตัวอีกด้วย ความนิยมในสร้อยข้อมือนำโชคที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น เกิดจากการที่บิดาหรือสามีของเธอนำของฝากจากแดนไกลในทะเลแปซิฟิกมาให้ ซึ่งต่างนำมาจากสถานที่ที่ทหารประจำการในช่วงสงคราม ครั้นสงครามยุติลง ของประดับชิ้นเล็กๆที่สวยงามแปลกตา จึงกลายมาเป็นแฟชั่นบนข้อมือของเธอไปโดยปริยายและยังนำสมัยติดต่อความนิยมมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ความเชื่ออื่นที่แตกต่าง: สร้อยข้อมือนำโชคยอดนิยมที่สุดของหญิงสาว ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งสร้อยคอหรือสร้อยข้อมือก็คือ สร้อยที่เรียกว่า […]

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ? หากเอ่ยถึง ความตาย แน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งที่เราจะต้องเผชิญด้วยตัวเองไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง คนอินเดียก็มีความเชื่อเกี่ยวกับความตายเหมือนๆกันกับชาติอื่นๆ วันนี้ขอนำเสนออีกหนึ่งความเชื่อของคนอินเดียที่ว่า ตายแล้วไปไหน ?         พิธีการจัดการเกี่ยวกับศพ ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าว่า ร่างกายเป็นของปฏิกูล เมื่อตายแล้วก็ไร้ประโยชน์วิญญาณออกจากร่างไปสู่ที่อื่น ดังนั้นจึงควรเผาเสีย แต่มุสลิมถือว่าร่างกายเป็นที่อยู่อาศัยของวิญญาณ เมื่อตายแล้ววิญญาณก็ยังสถิตอยู่ การตายของคนเป็นเพียงการพักผ่อนเท่านั้น เมื่อถึงวันก็กลับฟื้นคืนมาอีก ดังนั้นจึงไม่เผาและพยายามสร้างที่ฝังศพให้ดีสวยงาม เช่น อนุสรณ์ทัชมาฮาล เป็นต้น การเผาศพของชาวอินเดียที่เป็นฮินดูว่า มีพิธีตามลำดับ ดังนี้         ก่อนตาย เมื่อรู้ว่าผู้ป่วยกำลังจะสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องของผู้ป่วย จะยกร่างของผู้ป่วยลงจากเตียงมานอนไว้กับพื้น เชิญพราหมณ์มาสาธยายมนต์ ญาติพี่น้องเริ่มแจกทานแก่คนจน หามูลโคมาฉาบทาพื้นและเอาใบตุลสีหรือกะเพรามาปกคลุมพื้นที่คนป่วยนอนอยู่ ให้คนป่วยนอนคว่ำหน้าลง หันศีรษะไปทางเหนือ เอาน้ำคงคาที่ใส่หม้อมาหยดลงใส่ปาก และพรมตามตัวของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องพากันร้องไห้แสดงความอาลัยอาวรณ์และจะถวายวัวแก่พราหมณ์ผู้ทำพิธี ตายแล้ว เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจแล้ว ลูกชาย น้องชาย เพื่อนชาย หรือลูกศิษย์จะโกนผม ญาติพี่น้องร้องไห้ ไม่ยอมทานอาหารหรือทานแต่น้อย คนในครอบครัวจะทำอาหารทานเองไม่ได้ […]