พิธีลาซัง ความเชื่อเรื่องการเซ่นสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์

พิธีลาซัง ความเชื่อเรื่องการเซ่นสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์

พิธีลาซัง ความเชื่อเรื่องการเซ่นสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 

วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอความรู้ให้ท่านได้ทราบ เกี่ยวกับ “พิธีลาซัง” เป็นประเพณีประจำปีของจังหวัดในแถบชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการแก้บน หรือ เซ่นสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยบนบานมาก่อน และขอบนบานให้ปีถัดไปได้ข้าวอุดม สมบูรณ์ อาจมีการเรียกชื่อต่างกันออกไป ชาวไทยมุสลิมเรียกว่า “ปูยอมือแน”

 

พิธีลาซังจะทำในเดือน 6 หลังฤดูเก็บเกี่ยว แต่จะเป็นวันใดแล้วแต่ชาวบ้านจะตกลงกัน ในการทำพิธีจะเริ่มด้วยการให้หมอไสยศาสตร์ เอาซังข้าวที่ชาวบ้านตัดหรือถอนมา จากนาที่เก็บเกี่ยวเป็นแปลงสุดท้ายบ้านละ 2-3 ซัง มารวมกัน แล้วแบ่งซังออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งทำเป็นหุ่นผู้ชาย และอีกส่วนทำเป็นหุ่นผู้หญิง ให้มีหัว คอ ลำตัว แขน ขา ตรงส่วนคอทำเป็นช่องกลวงไว้ใส่อาหาร เรียกหุ่นนี้ว่า “ชุมพุก”

 

เมื่อทำ “ชุมพุก” เสร็จเรียบร้อย ผู้ร่วมพิธีจะช่วยกันจัดตั้งศาลเพียงตาขึ้น พร้อมตั้งเครื่องเซ่นที่เตรียมมาที่ศาลเพียงตา โดยวางดอกมะพร้าว และมะพร้าวอ่อน 1 ผล น้ำ และ ภาชนะที่จะใส่สิ่งของอื่น ที่ใช้เซ่นสรวงเจ้าที่นา และแม่โพสพ ประกอบด้วย ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว แกงเป็ดแกงไก่

ปลามีหัวมีหาง อย่างละพอ ประมาณ จัดตั้งศาลเพียงตาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปูเสื่อ จัดเชี่ยนหมาก หมอนสำหรับหนุน ธูปเทียนและสำรับกับข้าว ตั้งบนเสื่อ จากนั้นนำชุมพุกจัดท่านั่งคู่กันบนเสื่อ หุ่นผู้หญิงนั่ง ด้านซ้าย หุ่นผู้ชายนั่งด้านขวา เพื่อทำพิธีแต่งงาน และทำขวัญให้กับชุมพุก ในช่วงนี้ผู้ร่วมพิธีทั้งหมดจะนั่งล้อมชุมพุก แล้วจุดธูปเทียนบูชาพระ

 

จากนั้นประกาศอันเชิญเจ้าที่ เจ้านา ให้มารับเครื่องเซ่น แล้วโรยข้าวสารและดอกไม้ให้ชุมพุก ในช่วงนี้ผู้ร่วมพิธีจะเดินเทียน โบกควันให้ชุมพุก ไปรอบๆ จนครบ 3 รอบ แล้วช่วย กันป้อนข้าว และน้ำให้ชุมพุก โดยใส่ลงไปทางช่องที่คอชุมพุก เสร็จแล้วนำอาหารที่เหลือใส่ภาชนะวางบนศาลเพียงตา แล้วกลับมานั่งรอบชุมพุก ประกาศถึงเจ้าที่นา และแม่ โพสพ ขอให้การทำนาปีต่อไปจงได้ผลดี ต้นข้าวงอกงาม ผลผลิตสูง

 

เมื่อเสร็จพิธีแต่งงานให้ชุมพุกแล้ว ผู้ร่วมพิธีจะช่วยกันอาบน้ำ ทาแป้ง ประพรมน้ำหอมอบร่ำ ให้ชุมพุก จากนั้นช่วยกันหามชุมพุกไปริมป่าใกล้ๆ ท้องนาที่ทำพิธี (มักอยู่ใกล้ วัด) ช่วยกันตัดเชือกที่มัดตัวชุมพุก ให้ขาดเพื่อทำลายชุมพุก แล้วโยนซังจากตัวชุมพุกขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นอันเสร็จพิธี

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

แหล่งที่มาของข้อมูล : สารานุกรมภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย – ภูมิปัญญาข้าวไทย

ภาพ : กระทรวงวัฒนธรรม

เรื่องน่าสนใจ

ฝันเห็นผีปอบ หมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันเห็นผีปอบ หมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันเห็นผีปอบ หมายความว่าอย่างไรบ้าง ทำนายฝันโชคดีหรือร้าย ทำนายฝันถึงเลขโชคลาภเลขอะไรบ้างเช็กเลย  heng99 เรามีคำตอบมาฝากกันครับ ในบทความนี้ เว็บเลขเด็ดออนไลน์ เราจะพามาดูความหมายของการฝันเห็นผีปอบ พร้อมส่องเลขเด็ด เลขนำโชคกัน   ฝันเห็นผีปอบ บางคนเชื่อว่าการฝันเห็นผีปอบเป็นเรื่องไม่ดี อาจเกิดเรื่องร้ายๆ ที่ส่งผลต่อตัวผู้ฝัน ในขณะที่อีกหลายคนกลับเชื่อว่าการฝันถึงผีปอบในลักษณะต่างๆ แม้จะเป็นฝันร้าย แต่โบราณทายว่ามักจะกลายเป็นดี ดังนั้นความฝันที่เกี่ยวข้องกับการเห็นผีปอบ จึงมักมีคำทำนายที่แตกต่างออกไปมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าเราฝันเห็นผีปอบลักษณะอย่างไร การงาน  มีความขยันมาก มีเรื่องการงานให้ต้องรับผิดชอบอยู่ตลอด มีคนมาขอความช่วยเหลือก็อดที่จะช่วยเขาไม่ได้ แต่ก็ประสบความสำเร็จทุกสิ่งที่ไปช่วยเหลือ การเงิน  มีเงินเข้ามาตลอดซื้อขายแลกเปลี่ยนรวมถึงการค้าขายมีกำไร มีโชคลาภดวงดีกับไปบิลใบเสร็จผลรวมจากเซเว่นให้โชค ความรัก  คนโสดจะพบรักในที่ทำงาน คนมีครอบครัวมีโอกาสจะได้เดินทางไปเที่ยวในช่วงวันหยุดที่จะมาถึงนี้การจองตั๋วจองที่พัก มีความสุขภายในครอบครัว สุขภาพ  ต้องระวังการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนขา โดยเฉพาะคนที่ยกของหนักต้องระวังเป็นพิเศษ หากมีการเจ็บป่วยต้องพักสักระยะอาการจึงจะดีขึ้น เลขนำโชค ฝันเห็น “ผีปอบ” เลขเด่น 2 ตัว 08 – 26 – 27 – 32 เลขเด่น 3 ตัว 931 […]

ความเชื่อคนโบราณ ทำไมเวลาเจอผี จะจับไข้หัวโกร๋น

ความเชื่อคนโบราณ ทำไมเวลาเจอผี จะจับไข้หัวโกร๋น

ความเชื่อคนโบราณ ทำไมเวลาเจอผี จะจับไข้หัวโกร๋น   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน วลีเด็ดที่คนโบราณชอบพูดอยู่เสมอว่า เจอผีจนจับไข้หัวโกร๋น ไข้ที่ว่ามีอาการอย่างไร แล้วเจอผีแบบไหน ทำไมคนเจอต้องมีไข้   คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนเวลาเจอผี เจอสิ่งที่ตนเองกลัวโดยบังเอิญจะแสดงอาการไข้จนผมร่วงออกจากศีรษะ แพทย์จีนแผนโบราณกำหนดว่าอารมณ์คนมีความสัมพันธ์ต่อธาตุในร่างกาย และอารมณ์กลัวสุดขีดสัมพันธ์ต่อธาตุน้ำ มีผลต่อไตและกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้คนที่กลัวบางคนกลัวมากจนปัสสาวะราด ไตคืออวัยวะภายในที่ควบคุมการดำรงชีวิตคน จะกระทบต่ออารมณ์กลัวมากที่สุด และแพทย์จีนเชื่อว่าไตคือประตูชีวิต เพราะใครที่มีโรคไตจะเจ็บป่วยเรื้อรัง อายุจะไม่ยืน เมื่อใดที่ไตโดนกระทบจากการตกใจกลัวสุดขีด ร่างกายจะเสียสมดุล และไม่สมดุลอย่างกะทันหันเส้นผมจะหงอกและร่วงเร็วทำให้ล้มป่วยลงจนมีไข้ คนโบราณว่าใครที่เจอผีแบบที่ไม่ทันตั้งตัวจะตกใจสุดขีดจนมีไข้ในวันรุ่งขึ้น ทั้งมีไข้ทั้งผมร่วง เรียกว่าจับไข้หัวโกร๋น   อาการคนที่ผมร่วงไม่ใช่มาจากความเครียด ความกลัวจากการเจอผีเท่านั้น นักเรียนนักศึกษาที่มีความเครียดจากการสอบ การเรียน การแข่งขัน การเจ็บป่วย การคลอดบุตรการผ่าตัดใหญ่ จะมีผลต่อเส้นผมร่วงด้วย ฉะนั้นคนที่ไม่อยากผมร่วงก่อนวัยควรระวังเรื่องอารมณ์ตนเอง หลีกเลี่ยงความเครียด คนที่มีความรู้สึกว่าตนเองกลัวผีควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มืด การอยู่คนเดียวตามลำพังและการชมภาพยนตร์ ชมรายการที่มีเรื่องผี       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ […]

บินดิ (ติลักษณ์) สัญลักณ์มงคลตามความเชื่อชาวอินเดีย

บินดิ (ติลักษณ์) สัญลักณ์มงคลตามความเชื่อชาวอินเดีย

บินดิ (ติลักษณ์) สัญลักณ์มงคลตามความเชื่อชาวอินเดีย   บินดิ – มีชื่อเรียกเยอะแยะ เช่น ติกะ, พอททู (อันนี้เป็นภาษาเรียกของทมิฬ), ซินดูร์, ติลักษณ์, ติลักกัม, บินดิยา, กุมกุม ชื่อพวกนี้เรียกแตกต่างกันเพราะ ความแตกต่างกันของท้องถิ่น หรือ วัสดุที่นำมาใช้ บินดิ มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต บางครั้งก็เรียกว่า บินดี ซึ่งแปลว่า จุด ชาวอินเดียส่วนมากที่นับถือศาสนาฮินดู เชื่อว่า บินดิเป็นสัญลักณ์อันเป็นมงคล มากกว่าคิดถึงเรื่องความสวยความงาม โดยหญิงชาวฮินดูไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ เค้าจะทำสัญลักษณ์นี้ไว้บริเวณระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง โดยส่วนมากจะใช้ผงซินดูร์ หรือ กุมกุม แต่เดิมนั้น อินเดียตอนเหนือนั้นจะเป็นที่เข้าใจกันว่า บินดิ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสถานะทางสังคมว่าหญิงผู้นี้ได้ผ่านพิธีการมงคลสมรสแล้ว แต่ทางอินเดีย ใต้นั้น ผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะแต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งงาน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ จะแต้มบินดิทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะแต่งงาน เจ้าบ่าวจะแต่งตัวไม่สมบูรณ์ถ้าขาดติลักษณ์ ติลักษณ์นี้จะถูกทำสัญลักณ์บริเวณหน้าผากของเจ้าบ่าว ขณะอยู่ในพิธีแต่ง งาน เพราะผู้นับถือฮินดูอย่างเคร่งครัดจะมีความเชื่อว่า จะไม่มีประเพณีใดหรือการบูชาใดที่สมบูรณ์ ถ้าขาด ติลักษณ์ และ […]

คาถาบูชาหลวงพ่อบ้านแหลม ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตราย ค้าขายรุ่งเรือง

คาถาบูชาหลวงพ่อบ้านแหลม ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตราย ค้าขายรุ่งเรือง

คาถาบูชาหลวงพ่อบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จังหวัดสมุทรสงคราม หลวงพ่อบ้านแหลม เป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร ศิลปะสุโขทัย องค์พระทำด้วยทองเหลือง สูงใกล้เคียงกับคนจริง (ประมาณ 170 เซนติเมตร) เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ถึงขนาดมีคำกล่าวว่า หากไปถึงเมืองสมุทรสาครแล้วไม่ได้ไปกราบหลวงพ่อบ้านแหลม ก็เหมือนไม่ได้ไปเมืองสมุทรสาคร หลวงพ่อบ้านแหลมเป็นพระที่มีความเป็นมาร่วมกับหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร และหลวงพ่อโต วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม ทั้งยังเป็นองค์พระที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการขอพรให้สมปรารถนาเช่นเดียวกัน โดยนิยมบนบานขอพรด้วยละครและพวงมาลัย หรือบางครั้งก็มีการจุดประทัดแก้บนหากสมความปรารถนาแล้ว และนอกจากการบนบานขอพรแล้ว ยังมีธรรมเนียมความเชื่อจากชาวประมงท้องถิ่นว่า หากอยากออกเรือเดินทางปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตราย ค้าขายรุ่งเรือง ให้มาไหว้หลวงพ่อบ้านแหลมก่อนออกเดินทาง ซึ่งความเชื่อนี้ยังได้รับการปฏิบัติสืบเนื่องกันมาจนถึงทุกวันนี้ คาถาบูชาหลวงพ่อบ้านแหลม ตำนานพระศักดิ์สิทธิ์ลอยน้ำคู่เมืองสมุทรสงคราม ประวัติความเป็นมา ความเป็นมาของหลวงพ่อบ้านแหลม เป็นตำนานเล่าขานคู่กับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังอย่างหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา และหลวงพ่อโต วัดพลับพลาไชยชนะสงคราม จังหวัดสมุทรปราการ โดยเชื่อกันว่าหลวงพ่อบ้านแหลมและพระพุทธรูปอีกสององค์ได้ลอยตามน้ำมาจนกระทั่งถึงบริเวณหน้าวัดศรีจำปา (หรือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร / วัดบ้านแหลม ในปัจจุบัน) ชาวบ้านได้อาราธนาท่านขึ้นมาประดิษฐานยังที่นี่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (บางตำนานเชื่อว่า พระพุทธรูปลอยน้ำนี้ ยังมีอีก 2 องค์คือ หลวงพ่อวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม และหลวงพ่อเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี รวมทั้งหมดเป็นองค์พระ 5 พี่น้อง) นอกจากนี้ ยังมีอีกตำนานหนึ่ง เล่าถึงช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ว่าชาวประมงไปลากอวนหาปลาแถวลำน้ำแม่กลอง และได้พระพุทธรูปมาสององค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง ภายหลังไปประดิษฐานที่วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี […]