ประเพณีความเชื่อของกล้วยไม้ ประโยชน์ของดอกกล้วยไม้

ประเพณีความเชื่อของกล้วยไม้

ประเพณีความเชื่อของกล้วยไม้

 

วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอความรู้ให้ท่านได้ทราบ เกี่ยวกับ “ความเชื่อของกล้วยไม้” ประโยชน์ของดอกกล้วยไม้ที่ภาษาเหนือเรียกกันว่า “เอื้อง” และหญิงสาวชาวเหนือนิยมใช้ดอกเอื้องประดับผมจนกลายเป็นชื่อเรียกขานสาวเหนือว่า “เอื้องเมืองเหนือ” ไว้ดังนี้

 

เอื้องคำ ลักษณะดอกสีเหลือง ใช้บูชาพระ และปักมวยผม

เอื้องผึ้ง ดอกสีเหลืองสีน้ำผึ้ง ใช้บูชาพระ

เอื้องมอนไข่ สีกลีบดอกวงนอกเป็นสีขาว ใจกลางเป็นสีแดงคล้ายสีไข่ต้มสุกแล้วผ่าซีก เพราะคำว่า “มอนไข่” แปลว่าไข่แดงที่ต้มสุกแล้ว นิยมใช้บูชาพระ ปักมวยผม

เอื้องจำปา ดอกสีเหลืองคล้ายจำปา

ซึ่งล้วนเป็นกล้วยไม้ที่ชาวเหนือนิยมใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มาตั้งแต่โบราณกาล

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

เรื่องน่าสนใจ

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก ?

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก ?

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก   สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก เวลาไปงานแต่งงานคุณเคยสังเกตที่หน้าผากเจ้าบ่าว เจ้าสาวไหมว่าทำไมต้องมีจุดสามจุด จนเป็นสัญลักษณ์การแต่งงาน และสัญลักษณ์ที่ว่ามีความหมายว่าอะไร มีขั้นตอนและพิธีการเจิมอย่างไร บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบาย   จุดทั้งสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายว่าแก้วสามประการ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จุดประสงค์คือเป็นกระบวนการเพื่อสร้างสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แทนการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่โดยญาติทั้งคู่บ่าวสาวจะเลือกใช้ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตคู่ที่ดี ประสบความสำเร็จเรื่องการงาน การครองเรือนที่น่ายกย่อง มีรักเดียวไม่เคยมีปากเสียงกัน มีบุตรธิดาที่เลี้ยงง่าย เป็นผู้เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาว การเจิมจะเริ่มจากจุดกลางหน้าผากก่อนแล้วค่อยเจิมจุดซ้ายขวา ก่อนที่ธรรมเนียมไทยคู่บ่าวสาวจะนั่งคู่กันแล้วพนมมือรับน้ำสังข์จากญาติผู้ใหญ่และแขกผู้มาร่วมพิธี เมื่อจบพิธีกรรม ความเชื่อคนโบราณจะให้ผู้ใหญ่ที่เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาวปูผ้าปูเตียงในห้องหอ เป็นความเชื่อว่าจะครองคู่ไปจนตลอดกาล   การเจิมแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน บางความเชื่อให้พระสงฆ์เจิมให้ฝ่ายชายก่อน แล้วให้พระจับมือฝ่ายชายเจิมให้ฝ่ายหญิงต่อ ส่วนประเพณีการเจิมหน้าผากคนโบราณจะใช้แป้งกระแจะ คือพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมนำเปลือกราก เนื้อไม้มาบดรวมกันกับแป้งร่ำ และเครื่องหอมบางชนิด เรียกรวมว่าแป้งกระแจะจันทร์ คุณสมบัติพิเศษคือมีกลิ่นหอม สาว ๆ โบราณชอบนำมาทาตัว จากนั้นคนโบราณจะนำแป้งกระแจะจันทร์ไปปลุกเสกโดยผสมน้ำมนต์ลงไปก่อนนำไปเจิมให้คู่บ่าวสาว   การแต่งงาน คือการที่ชายและหญิงตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน ร่วมกันทุกข์ร่วมสุขสร้างครอบครัว พิธีแต่งงานเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณทุกชาติพันธุ์ เพราะเป็นการสืบวงศ์ตระกูล ที่สำคัญจะตระหนักเรื่องไม่ชิงสุกก่อนห่าม ประพฤติตนอยู่ในประเพณีที่ดีงาม ลูกหลานคนรุ่นใหม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง     ติดตามอ่านความเชื่อ […]

ความเชื่อในวันพระ อาถรรพ์วันพระ วันปล่อยผี วันปล่อยของ

ความเชื่อในวันพระ อาถรรพ์วันพระ วันปล่อยผี วันปล่อยของ

ความเชื่อในวันพระ อาถรรพ์วันพระ วันปล่อยผี วันปล่อยของ   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน สมัยโบราณ คนไทยบางท้องถิ่นมีความเชื่อเรื่องดวงวิญญาณ และนำมาซึ่งอีกหลายความเชื่อในปัจจุบันที่ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อเรื่องวันโกน วันพระ วันปล่อยผี และวันปล่อยของนั่นเอง ความเชื่ออาถรรพ์ในวันพระ คืน วันโกน และคืน วันพระ เป็นคืนอาถรรพ์ และในเดือนหนึ่งจะมีวันพระอยู่ 4 วัน ได้แก่ ขึ้น 8 ค่ำ,แรม 8ค่ำ และ ขึ้น 15 ค่ำ,แรม 15 ค่ำ โดยคืนก่อนวันพระ เรียกว่า วันโกน ซึ่งก็คือ ขึ้น 7 ค่ำ,แรม 7ค่ำ และ ขึ้น 14 ค่ำ,แรม 14 ค่ำ นั่นเอง และว่ากันว่า ในวันโกนและวันพระนั้น นอกจากจะมี การปล่อยของ ของผู้ศึกษาไสยศาสตร์มนต์ดำแล้ว ยังเป็นการ ปล่อยผี อีกด้วย หากท่านได้ยินเสียงแปลกประหลาด […]

สไตล์ห้องนั่งเล่นที่ชอบ สามารถบอกนิสัย และทำนายอนาคตของคุณได้

สไตล์ห้องนั่งเล่นที่ชอบ สามารถบอกนิสัย และทำนายอนาคตของคุณได้

สไตล์ห้องนั่งเล่นที่ชอบ สามารถบอกนิสัย สไตล์ห้องนั่งเล่นที่ชอบ สามารถบอกนิสัย และทำนายอนาคตของคุณได้ ทุกคนต่างมีบ้านในฝันกันทั้งนั้น หลายสไตล์หลากการใช้ชีวิต ดังนั้นห้องนั่งเล่นในบ้านก็สามารถบอกนิสัยและทำนายอนาคตของคุณได้เช่นกัน มาดูรูปภาพ 3 รูป แล้วเลือกว่าคุณชอบห้องแบบไหน และทำนายนิสัยของคุณกันเลย ! 1.สไตล์ชนบทแบบเรียบง่าย 2.สไตล์จีนหรูหรา 3.สไตล์มินิมอล   เลือกแบบที่ 1 (สไตล์ชนบทแบบเรียบง่าย) รูปแบบแรกเน้นการตกแต่งด้วยผ้าลายดอกไม้และสีเขียวธรรมชาติ สื่อถึงความอบอุ่น หากคุณชอบแนวนี้แสดงว่าคุณเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ มีพลังบวกให้กับคนรอบข้าง นอกจากนี้ยังเป็นคนตรงไปตรงมา กล้าพูดกล้าคิด กล้าตัดสินใจ แต่เนื่องด้วยเป็นคนที่เปิดรับและใจดีกับทุกคนที่เข้ามา จึงอาจทำให้เจอคนที่ไม่หวังดีเข้ามาทำร้ายคุณอยู่เสมอ เลือกแบบที่ 2 (สไตล์จีนหรูหรา) ห้องนั่งเล่นตกแต่งด้วยสไตล์หรูหราแบบจีน เน้นความเป็นระเบียบ แสดงว่าคุณเป็นคนที่บอบบางและรักความสะอาด คุณมักเข้มงวดกับการใช้ชีวิต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นผู้ฟังที่ดีในสายตาเพื่อนๆ และหลายคนก็ต่างชื่นชมที่คุณเป็นคนแบบนั้น คุณเป็นคนใจเย็น มักไม่วิตกกังวลเรื่องอะไรง่ายๆ ไม่ชอบทะเลาะวิวาทหรือการโต้เถียง เพื่อให้ชีวิตของคุณไม่วุ่นวาย   เลือกแบบที่ 3 (สไตล์มินิมอล) ห้องนั่งเล่นแบบเรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอยมากที่สุด สื่อว่าคุณเป็นคนที่มีเหตุผล ฉลาดทางความคิด ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ นอกจากนี้คุณยังเกลียดการผูกมัดใดๆ คุณมักปฏิเสธความรู้สึกตัวเอง […]

ความเชื่อโบราณเรื่อง ดาบเพชฌฆาต

ความเชื่อโบราณเรื่อง ดาบเพชฌฆาต

ความเชื่อโบราณเรื่อง ดาบเพชฌฆาต   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราว เกี่ยวกับ “ความเชื่อโบราณเรื่อง ดาบเพชฌฆาต” มาให้ได้อ่านกัน การประหารชีวิตสมัยก่อนจะใช้การตัดคอเป็นหลัก และดาบเป็นอาวุธที่เพชฌฆาตใช้ มีการลือกันว่าดาบที่ว่า มีความสะพรึงกลัวแฝงอยู่ และมีความเชื่อมากมายที่คนรุ่นใหม่ไม่ทราบ ดาบเพชฌฆาตมาจากไหน ทำอย่างไร.. ตามตำนานความเชื่อโบราณว่าดาบเพชฌฆาตที่ใช้ประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดทำมาจากเหล็กเนื้อดีนำมาไล่ขี้ควายออกแล้วหลอมกันเป็นก้อนผสมด้วยเหล็กจากบ่อพระแสง ที่คนโบราณเรียกกันว่า เหล็กน้ำพี้ เหล็กน้ำพี้คือเหล็กที่มีส่วนผสมโลหะธาตุที่มีคุณสมบัติพิเศษคือจะควบคุมเนื้อเหล็กธรรมดาให้ความคงทนแข็งแกร่งไม่มีสนิม ทนทานต่อการฟันของหนาๆ ยามที่ปะทะสิ่งคมจะมีประกาย เป็นการข่มขวัญศัตรู สำหรับการทำดาบเพชฌฆาต ความเชื่อคนโบราณว่าต้องยึด ฤกษ์เพชฌฆาต เป็นสำคัญ ส่วนการตีดาบให้ได้รูปลักษณ์ที่ต้องการและคม คติความเชื่อคนโบราณว่าต้องใช้ฤกษ์ยามยมขันธ์เป็นหลัก   ธรรมเนียมไทยสำหรับดาบเพชฌฆาตในพิธีประหารชีวิตมีสองดาบคือ ดาบหนึ่ง และดาบสอง กล่าวคือเพชฌฆาตมีสองคน เพชฌฆาตดาบหนึ่งคนหนึ่ง จะกำดาบมีความสั้นกว่าดาบสอง แต่ใบดาบจะกว้างกว่าดาบสอง ที่สันดาบจะหนาไม่เกินหนึ่งเซนติเมตร ส่วนด้ามดาบจะรัดเหล็กรัด ใช้เชือกด้ายดิบสอยหุ้ม สลักลวดลายรัดกุมเพื่อให้จับได้กระชับ ผู้ทำจะลงรักและยางไม้เพื่อรักษาดาบหนึ่งให้คงทนต่อการใช้งาน เนื่องจากดาบหนึ่งจะต้องลงตัดที่ท้ายทอยนักโทษประหารฉะนั้น สภาพควรมีน้ำหนักไปทางโคนดาบให้ได้ดุล สภาพดาบปลายจะโค้งลง แล้วงอนขึ้น ดาบสอง ใบดาบจะยาวกว่าดาบหนึ่งเพราะเป็นดาบที่ต้องฟันตามเพชฌฆาตดาบที่หนึ่งกรณีฟันคอไม่ขาด ใบดาบสองมีลักษณะเรียวคล้ายดาบที่นักรบไทยสมัยโบราณทั่วไปใช้รบทัพจับศึก ปลายดาบเฉียงต่ำรับกับความโค้งใบดาบด้านล่าง สันดาปบาง   ธรรมเนียมปฏิบัติตั้งแต่สมัยโบราณห้ามผู้ใดแตะต้อง และทุกวันเสาร์จะเพชฌฆาตทั้งสองดาบจะนำเหล้าและไก่ต้มเป็นมีการเซ่นสังเวย แต่ที่สร้างความสะพรึงกลัวคือมีความเชื่อคนโบราณลือว่า จะต้องมีพิธีประหารชีวิตนักโทษทุกครั้งเมื่อดาบทั้งสองเล่มสั่นได้เองเหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่า ไม่นานจะมีพิธีประหารชีวิต […]