โบราณว่า.. ห้ามปลูกต้นลั่นทมในบ้าน

ห้ามปลูกต้นลั่นทมในบ้าน

ห้ามปลูกต้นลั่นทมในบ้าน

 

บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับความเชื่อที่ว่า “ห้ามปลูกต้นลั่นทมในบ้าน” จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด..

เนื่องจากชื่อของต้นลั่นทมก็ยังออกเสียงคล้ายกับคำว่า ระทม ที่แปลว่าความทุกข์ เลยเชื่อกันว่าหากบ้านไหนปลูกต้นลั่นทนก็จะนำสิ่งไม่ดีมาให้ตามชื่อ ซึ่งแท้จริงแล้วลั่นทมเป็นต้นไม้มียางที่เป็นพิษและมีมักจะมีบุ้งมา

อาศัยอยู่มาก หากปลูกไว้ในบ้านอาจเป็นอันตรายได้ แต่ในปัจจุบันต้นไม้ชนิดนี้มีการนำมาจัดสวนกันอย่างแพร่หลาย และมีการเปลี่ยนชื่อเป็น ลีลาวดี แล้ว

 

สรุปได้ว่าความเชื่อโบราณก็คือกลอุบายอย่างหนึ่ง ที่คนรุ่นก่อนคิดขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้เราเกิดปัญหาหรือเกิดอุบัติเหตุภายในบ้าน

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

แหล่งที่มา : honghongworld.com

ภาพ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

คนโบราณว่า นั่งว่างๆ สวดบทสวดสั้นๆ ทั้งกันและแก้สารพัดโรค

คนโบราณว่า นั่งว่างๆ สวดบทสวดสั้นๆ ทั้งกันและแก้สารพัดโรค

สวดบทสวดสั้นๆ ทั้งกันและแก้สารพัดโรค   คนโบราณว่า นั่งว่างๆ รีบสวดบทสวดสั้นๆ ทั้งกันและแก้สารพัดโรค ครั้งสมัยโบราณแต่กาลก่อน เคยมีโรคระบาดหลายครั้งทั้งเมืองไทยและเมืองนอก แต่สำหรับประเทศไทยเมื่อมีโรคระบาด คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนจะใช้วิธีสวดมนต์เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ บางคนเชื่อว่าอำนาจแห่งมนตราจะบำบัดรักษาโรคร้ายรวมทั้งจะชุบปราณชีวิตให้คนที่เจ็บป่วยหายดีขึ้น จะสวดยาวบางคนอาจสวดไม่ไหว ไม่มีเวลา ฉะนั้นบทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะแนะนำบทสวดสั้น ๆ สำหรับใช้สวดเวลาว่าง คติความเชื่อคนโบราณว่า การสวดมนต์คือการภาวนาชนิดหนึ่งจิตจะมีสมาธิ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าเมื่อจิตเข้าสมาธิแล้วจะส่งผลให้การงานใดสำเร็จลุล่วงได้ จะสวดตอนไหนได้ทั้งนั้น คนที่สวดมนต์บ่อย ๆ เทวดาจะมารักษา บทสวดสั้น ๆ แต่มีพลังมากคือ “ทะสะ ขะ สะ มัง วิสะตุ” 3 จบ คือบทสวดป้องกันสารพัดพิษ และเชื้อโรคร้ายที่เกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงอย่างพระครูบาบุญชุ่ม จิตจะมีที่เกาะ ผู้สวดจะมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่หวาดกลัว        อย่าลืมว่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ บางคนอาจเจอบ่อยเพราะสุขภาพแย่ ภูมิคุ้มกันไม่ดี และการใช้ชีวิตประมาทติดเชื้อง่าย แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนกลับไม่เคยเจอโรคระบาดเลย เขาอาจมีการป้องกันตัวที่ดี แล้วเคยคิดไหมว่า เขาอาจสวดมนต์บ่อย ๆ และอำนาจแห่งมนตราจะบำบัดรักษาโรคร้ายรวมทั้ง ปราณชีวิตอยู่ในระดับที่ดี   […]

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย คุณไสย โจ !!

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย คุณไสย โจ !!

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย   โจ เป็นตัวอย่างของความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ที่ทำขึ้นเพื่อใช้ป้องกันปัญหาการ ลักขโมยผลไม้ในสวนเนื่องจากการแขวนโจที่ต้นไม้จะเป็นการบอกให้รู้ว่าได้มี การกำกับคาถาอาคมไว้ หากผู้ใดเก็บผลไม้จากต้นที่มีการแขวนโจไปรับประทาน จะทำให้เจ็บป่วย เกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารในลักษณะต่าง ๆ เช่น ปวดท้อง ท้องบวม ท้องป่อง โดยไม่รู้สาเหตุ และตายในที่สุดจากอิทธิฤทธิ์ของคาถาอาคมที่ลงกำกับไว้ ซึ่งมักเป็นภาษาขอมโบราณ ในการทำพิธีกรรมใช้ผ้าขาว ดอกไม้และธูปเทียน ตั้งพิธี บริกรรมคาถาลงอักขระกำกับในของที่ใส่ หลังจากนั้นห้ามเข้าในสวนที่มีโจอยู่ มีกำหนด ๓-๗ วัน ในอดีตการนำโจไปแขวนตามต้นไม้ที่มีผลไม้รอการเก็บ สามารถลดปัญหาการถูกลอบเก็บผลไม้เป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันความเชื่อดังกล่าวลดลง เนื่องจากกระแสสังคมสมัยใหม่ การใช้โจแขวนตามต้นไม้จึงสามารถ พบเห็นได้เฉพาะในท้องถิ่นห่างไกลบ้างประปราย โจ เป็นวัตถุทางไสยศาสตร์ที่ทำจากวัสดุทรงกระบอก หรือทรงกลมภายในบรรจุด้วยหมากพลู ๓ คำ ห่อด้วยผ้าขาวผูกด้วยผ้าแดง กากบาทด้วยปูนแดงที่ใช้กินหมาก และมีการว่าคาถาอาคมกำกับ นำไปแขวนไว้ตามกิ่งไม้ ของต้นไม้ที่ต้องการ ซึ่งมักมีผลไม้รอการเก็บ เกี่ยวผล เช่น เงาะ มังคุด ส้มโอ ละมุด เป็นต้น หรืออาจนำโจฝังดิน โดยใช้ไม้ปักบนต้น ๓ อัน […]

ความเชื่อโบราณว่า ดื่มฉี่ตัวเองรักษาโรค

ความเชื่อโบราณว่า ดื่มฉี่ตัวเองรักษาโรค

ความเชื่อโบราณว่า ดื่มฉี่ตัวเองรักษาโรค   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาให้อ่านกัน เรื่องที่ลือกันมานานแต่ทางการแพทย์สมัยใหม่ยังไม่รับรองว่าจะเชื่อได้ไหม คือเรื่องการดื่มฉี่ตนเองรักษาโรคร้าย แต่มีคนโบราณลือกันมาว่าสมัยก่อนพระพุทธเจ้าทรงใช้น้ำมูตรเน่าตนเองบำบัดโรคจริงไหม ใช้อย่างไร   พระพุทธเจ้าทรงใช้น้ำมูตรเน่า คือน้ำปัสสาวะตนเองรักษาอาการเจ็บป่วยตนเอง เพราะอาศัยหลักการที่ว่า ธรรมชาติร่างกายจะขับสารพิษออกมากับปัสสาวะตนเองแต่มีปริมาณน้อย เมื่อดื่มเชื้อกลับเข้าไปคืนจะส่งผลให้ร่างกาย ผลิตภูมิต้านทานออกมาต่อสู้กับเชื้อโรคที่ว่า เปรียบกับการฉีดวัคซีนคือการนำเชื้อโรคที่อ่อนลง เข้าไปให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา เพื่อการรักษาโรคร้ายที่ร่างกายเจออยู่ พระสงฆ์สมัยก่อนมีการดองลูกสมอในน้ำมูตรเน่าตนเอง เพื่อบำบัดโรค และมีการปฏิบัติก่อนเข้านอนปัสสาวะออกมาเท่าใดให้ดื่มหมด ตื่นนอนปัสสาวะออกมาเท่าใดให้ดื่มหมด เช่นกันโดยคนที่เริ่มดื่มควรผสมน้ำให้เจือจางก่อนแล้วค่อยดื่มแบบเข้มข้น คนสมัยก่อนเชื่อว่าจะล้างโรคร้ายที่ตกค้างในร่างกายออกมา คนโบราณว่าการดื่มน้ำปัสสาวะตนเองจะแก้ท้องผูก กามโรค โรคเก๊าส์ ลดความอ้วน ป้องกันมะเร็ง คนที่มีโรคภัยมากจะแข็งแรงขึ้น คือยาอายุวัฒนะ   สรุป : ทั้งหมดที่กล่าวมาคือคติความเชื่อคนโบราณ ทางการแพทย์สมัยใหม่ยังไม่มีรับรอง ความเชื่อเรื่องการดื่มน้ำมูตรเน่าหรือที่เรียกว่าน้ำปัสสาวะตนเอง มีมานานแล้วทั้งในต่างประเทศและในประเทศ มีหลายคนที่เคยดื่มว่ารักษาโรคร้ายมากมาย คนรุ่นใหม่ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน จะคิดรักษาโรคร้ายแบบการดื่มน้ำปัสสาวะตนเอง       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย […]

5 วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ ในงบ 30,000 บาท เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย ก็ไปได้ !!

5 วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ ในงบ 30,000 บาท เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย ก็ไปได้ !!

5 วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ ในงบ 30,000 บาท ในช่วงนี้ไม่ว่าจะเลื่อนหน้าฟีดเฟซบุ๊คหรืออินสตาแกรมไปทางไหน ก็เห็นแต่คนหนีร้อนไปเที่ยวต่างประเทศกันทั้งนั้น ก็แหม…สภาพอากาศบ้านเรามันช่างร้อนแรงเสียยิ่งกว่าอะไร ถ้าได้ไปคลายร้อน รับลมเย็น สัมผัสความหนาวที่ต่างประเทศก็คงจะฟินน่าดู แต่พอดูเงินในบัญชีตอนนี้คงมีพอแค่เที่ยวแต่ในประเทศ เห็นทีคงต้องเร่งเก็บเงินเที่ยวซะแล้วล่ะ ว่าแล้ววันนี้เราก็มีเทคนิคเคล็ดลับดีๆ ในการเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศในงบ 30,000 บาทมาฝากกัน มาดูกันว่าจะมีวิธีใดบ้าง   ตั้งเป้าหมายในการเก็บเงิน อย่างที่บอกไปว่าในครั้งนี้ เราจะเก็บเงินไปเที่ยวต่างประเทศให้ได้ในงบประมาณ 30,000 บาท ซึ่งเราก็ต้องวางแผนกันก่อนว่า เราจะไปเที่ยวที่ไหน วันไหน ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไร แล้วจะมีเวลาเก็บเงินอีกนานไหม ซึ่งถ้าจะดีแนะนำว่าควรวางแผนเที่ยวล่วงหน้าสัก 1 ปี จะได้มีเวลาเก็บเงิน ค่อยๆ เก็บสะสมวันละนิดวันหน่อย จะได้ไม่หนักจนเกินไปค่ะ และที่สำคัญคือควรดูพวกโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน โปรโมชั่นที่พัก หรือเที่ยวแบบแพ็กเกจทัวร์ ก็จะช่วยประหยัดงบในการท่องเที่ยวได้เหมือนกัน     วางแผนการออมเงิน สมมติว่าเรามีเวลาเหลืออีก 6 เดือนที่จะต้องเก็บเงินเพื่อไปเที่ยว แบบนี้ก็สามารถแบ่งเงินออมในแต่ละวันออกมาได้ เช่น เก็บเงินวันละ 200 บาท x 6 เดือน หรือประมาณ 180 วัน ก็จะได้เงินเก็บเท่ากับ 36,000 บาท ซึ่งมากกว่าที่เราตั้งเป้าไว้เสียอีก หรือถ้าไม่สะดวกเก็บรายวัน จะเก็บเป็นรายเดือนก็ได้ โดยหักจากเงินเดือน เดือนละ 5,000-6,000 บาท เท่านี้ก็เก็บเงินไปเที่ยวได้สมใจแล้ว   งดใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือย เมื่อรู้แผนแล้วว่าต้องเก็บเงินวันละเท่าไร หรือเดือนละเท่าไร […]