ห้ามคนคล้องพระเดินลอดราวตากผ้า ความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณ

ห้ามคนคล้องพระเดินลอดราวตากผ้า

ห้ามคนคล้องพระเดินลอดราวตากผ้า

 

บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับ “โบราณห้ามคนคล้องพระเดินลอดราวตากผ้า” สมัยโบราณการห้อยพระเครื่องและเครื่องรางของขลังนั้น เป็นไปอย่างแพร่หลาย แม้แต่ปัจจุบัน คนไทยก็ยังนิยมห้อยพระคล้องคอกันทั่วไป เพราะใช้ป้องกันภัยอันตรายจากคนร้าย สัตว์ร้าย ภูตผีได้ แต่ในการคล้องพระนี้ โบราณท่านต้องมีกฎห้ามเหมือนกัน

เช่น ห้ามลอดราวตากผ้า เพราะจะทำให้เครื่องรางของขลังนั้นเสื่องลง ที่สำคัญอาจผิดของ ซึ่งโบราณเรียกว่า ผิดของรักษานั่นเอง ซึ่งจะทำให้ผู้นั้นกลายเป็นคนบ้าได้

 

ความมุ่งหมายที่แท้จริง (ห้ามคนคล้องพระเดินลอดราวตากผ้า)

โดยปกติราวตากผ้าเป็นของต่ำ ส่วนพระเครื่องเป็นของสูง ไม่สมควรที่จะเดินลอดไป หาไม่แล้ว จะเป็นการไม่ให้ความเคารพนับถือพระ ต้องการสอนให้คนเรารู้จักแสดงความเคารพบูชาพระเครื่องให้ถูกต้อง การจะเคารพอะไรสักอย่างหนึ่ง ก็ต้องแสดงออกมาให้ชัด มิใช่ดีแต่ปาก แต่ต้องแสดงความเคารพจริงๆ ทั้งกายและใจ

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

ที่มา : www.haijai.com

ภาพ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับตะพาบยักษ์แยงซีเกียง

ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับตะพาบยักษ์แยงซีเกียง

ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับตะพาบยักษ์แยงซีเกียง   ตะพาบยักษ์แยงซีเกียง หรือ ตะพาบเซี่ยงไฮ้ ตะพาบขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งที่ใกล้จะสูญพันธุ์มาก ๆ แล้วชนิดหนึ่งของโลก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rafetus swinhoei (มีชื่อวิทยาศาสตร์อีกชื่อหนึ่งเป็นชื่อพ้อง โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเวียดนามตั้งให้ว่า Rafetus leloii เพื่อเป็นเกียรติแด่จักรพรรดิเลเลย) พบในแม่น้ำแยงซีเกียง ในประเทศจีน และมณฑลยูนนาน นอกจากนี้ยังพบได้ที่แม่น้ำแดง ในประเทศเวียดนามด้วย ตะพาบยักษ์แยงซีเกียง เป็นตะพาบที่มีขนาดใหญ่มาก และเป็นหนึ่งในเต่าน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีส่วนหัว ที่มีจมูกและปากคล้ายหมู ขนาดโตเต็มที่สามารถมีน้ำหนักมากถึง 136 กิโลกรัม ถึง 200 กิโลกรัม ยาวถึง 0.9144 เมตร และมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 100 ปี สถานะในธรรมชาติใกล้สูญพันธุ์มาก ๆ แล้ว ในสถานที่เลี้ยงปัจจุบันมีเพียง 5 ตัวใน 2 ที่เท่านั้น คือที่สวนสัตว์ในประเทศจีน 4 ตัว และที่ทะเลสาบคืนดาบที่เมืองฮานอย 1 ตัว ปัจจุบันตะพาบน้ำแยงซีเกียงในทะเลสาบคืนดาบยังมีชีวิตอยู่ แต่น้ำในทะเลสาบกลับมีสภาพที่ย่ำแย่ ทั้งยังมีการปล่อยสิ่งปฏิกูลรวมไปถึงเต่าชนิดอื่นเข้าไปทำลายระบบนิเวศของทะเลสาบ […]

ผลไม้ที่ไม่ควรกินคู่กัน อาจจะมีอันตรายได้ จากประโยชน์ จะกลายเป็นโทษ !!

ผลไม้ที่ไม่ควรกินคู่กัน อาจจะมีอันตรายได้ จากประโยชน์ จะกลายเป็นโทษ !!

ผลไม้ที่ไม่ควรกินคู่กัน อาจจะมีอันตรายได้   ประเทศไทยโชคดีที่มีผลไม้ให้กินตลอดทั้งปี สาวไทยเลยสามารถลดน้ำหนักจากการทานผลไม้ที่มีประโยชน์ได้แบบไม่เปลืองเงินมากนัก แต่หากจะทานแค่อย่างเดียวมันก็อาจจะไม่สะใจ เลขเด็ดออนไลน์ เองก็ชอบทานสองชนิดพร้อมกัน แต่นายแพทย์กฤษดา ศิริมพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ได้เผยเตือนเราสาวๆ ว่ายังไงก็มีผลไม้บางคู่ที่ทานพร้อมกันไม่ได้อยู่เหมือนกันนะ   1. กลุ่มที่มีรสหวานเหมือนกัน ถ้าสังเกตดีๆ ผลไม้บางชนิดก็หวานเจี๊ยบจนแสบคอ และผลไม้เหล่านั้นล่ะที่ไม่ควรทานเป็นคู่ด้วยกัน เช่น ทุเรียนกับลำไย ขนุนกับละมุด เงาะกับลองกอง เพราะความหวานของผลไม้เหล่านี้มาจากน้ำตาลฟลุกโตส ซึ่งเมื่อทานเข้าไป มันจะกลายเป็นไขมันในเวลาต่อมา และเข้าไปสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แน่นอนว่าจะก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือก็อาจจะหมดสวยเพราะลงพุงไปเลย   2. กลุ่มที่เป็นแป้งเหมือนกัน หากแยกไม่ออกว่าผลไม้ชนิดไหนเป็นแป้งบ้าง ให้สังเกตช่วงดิบกับช่วงสุก โดยถ้าทานดิบมันจะออกเนื้อแน่นๆ แต่เมื่อไหร่สุกปุ๊บ มันจะหวานมาก นี่ก็เพราะแป้งตอนดิบ เปลี่ยนเป็นน้ำตาลตอนสุกนั่นเอง แม้จะทานเข้าไปตอนเป็นแป้ง แต่เวลาต่อมามันก็จะกลายเป็นน้ำตาลอยู่ในร่างกายของเรานี่่ล่ะ จากนั้นก็จะกลายเป็นไขมัน สะสมอยู่บริเวณตับ เสี่ยงตับแข็งหรือมะเร็งตับไปอีก ยกตัวอย่างผลไม้ที่หาทานง่ายๆ จนอาจพลาดจับมาทานคู่กันได้ ก็คู่นี้เลย มะม่วงดิบกับกล้วย หรือมะม่วงกับฝรั่ง   3. กลุ่มที่มีโพแทสเซียมเหมือนกัน การได้รับโพแทสเซียมในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลให้ไตทำงานหนัก […]

ฮวงจุ้ยบ้านอยู่แล้วจน ลักษณะบ้านอยู่แล้วจน

ฮวงจุ้ยบ้านอยู่แล้วจน ลักษณะบ้านอยู่แล้วจน

ฮวงจุ้ยบ้านอยู่แล้วจน   บ้านที่เราทุกคนอยู่นั้นล้วนเป็นบ้านที่มีพลังส่งเสริมอยู่ไม่ว่าจะเป็นในทางที่ดีหรือในทางที่ไม่ดีก็ตาม ซึ่งสามารถส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นบ้านที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่งเพราะจะทำให้ผู้อยู่อาศัยอับโชค ยากจน ฐานะทางการเงินย่ำแย่   บ้านที่ตั้งอยู่บนที่ดินรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน บ้านที่ตั้งอยู่บนที่ดินที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนนั้นตามหลักฮวงจุ้ยนั้นถือว่าไม่ดีนัก จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยเจอแต่เรื่องเดือดร้อน เสียเงินเสียทองอยู่เรื่อยไป เนื่องจากรูปที่ดินที่เป็นรูปขนมเปียกปูนนั้นไม่ว่าจะสร้างบ้านให้อยู่ในตำแหน่งใดก็จะทำให้เหลือพื้นที่เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมแหลมเสมอและพื้นที่นั้นไม่สามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้เท่าที่ควร ซึ่งถือว่าไม่ดีตามหลักฮวงจุ้ย   ที่ตั้งของบ้านที่ทำให้อยู่แล้วจนไม่ร่ำรวย บ้านที่ตั้งอยู่ในสิ่งแวดล้อมต่างๆ ล้วนส่งผลต่อพลังทางด้านการเงินด้วยกันทั้งนั้น สำหรับบริเวณที่ตั้งของบ้านที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยยากจน ฐานะไม่ดีนั้นมีดังนี้   – บ้านที่อยู่ใต้สะพานหรือถนนยกระดับ ที่มีลักษณะคล้ายสะพานทำให้บดบังบ้าน ไม่สามารถมองเห็นหน้าบ้านได้ถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีจะทำให้ไม่มีโชคลาภเข้ามา ทั้งนี้อาจจะสามารถแก้ไขได้โดยการยกบ้านให้สูงขึ้นหรือโดดเด่นขึ้นมา   – บ้านที่อยู่สูงกว่าหรือต่ำกว่าถนนมากจนเกินไป สำหรับบ้านที่อยู่สูงกว่าถนนมากจนเกินไปจะทำให้โชคลาภไม่สามารถไหลเข้าบ้านได้ แต่หากบ้านอยู่ต่ำกว่าถนนมากกว่าครึ่งฟุตจะทำให้เกิดภาวะลาภล้น กล่าวคือ โชคลาภจะไหลไปมาอยู่ภายนอกบ้านแต่ก็ไม่สามารถเข้าบ้านได้สะดวก สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำลานหน้าบ้านเพื่อกักเก็บพลังแห่งโชคลาภมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้บ้านต้องไม่ต่ำจากถนนมากนัก   – บ้านที่มีสิ่งแวดล้อมสกปรกรกรุงรัง หรือมีที่ว่างเปล่าแวดล้อมอยู่ สภาพแวดล้อมบริเวณบ้านในลักษณะนี้จะทำให้ไม่มีพลังของโชคลาภเข้ามา หากเข้ามาก็อาจจะถูกบ้านที่มีฮวงจุ้ยที่ดีกว่าดูดโชคลาภไปจนหมด นอกจากนี้แล้วบ้านที่อยู่บริเวณที่มีน้ำเสีย ขยะ หรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ จะส่งผลทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องทำงานหนัก แต่ก็ไม่สามารถเก็บเงินได้ เพราะเนื่องจากบ้านที่มีลักษณะเช่นนี้นอกจากจะไม่มีพลังแห่งโชคลาภไหลเข้ามากนักแล้ว พลังโชคลาภยังไหลออกมากกว่าอีกด้วย     บริเวณหน้าบ้านที่ส่งผลให้อยู่แล้วจน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นทางผ่านหรือทางเข้าของโชคลาภเงินทองเลยทีเดียว ดังนั้นจึงควรดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ หากปล่อยให้ประตูบ้านชำรุดหรือบริเวณทางเข้าสกปรกจะทำให้อับโชค โชคลาภไม่เข้าบ้าน นอกจากนี้หากพื้นที่บริเวณทางประตูเข้าบ้านมีลักษณะคับแคบจะทำให้โชคลาภเข้าบ้านได้ไม่สะดวก เนื่องจากพลังแห่งโชคลาภนั้นต้องอาศัยความโล่งโปร่งสบายและบ่อพักสำหรับเก็บพลังงาน จึงจะทำให้พลังแห่งโชคลาภเข้าบ้านได้มากยิ่งขึ้น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ หากลองเปิดประตูบ้านแล้วมองเข้าไปเจอกับบันได หน้าต่างหลังบ้าน […]

ปักตะไคร้ห้ามฝน  เป็นความเชื่อโบราณคนรุ่นก่อนที่ใช้สำหรับไล่ฝน จะมีความหมายว่าอย่างไร เช็กเลยที่นี่ ฟรี ?

ปักตะไคร้ห้ามฝน เป็นความเชื่อโบราณคนรุ่นก่อนที่ใช้สำหรับไล่ฝน จะมีความหมายว่าอย่างไร เช็กเลยที่นี่ ฟรี ?

ปักตะไคร้ห้ามฝน เป็นความเชื่อโบราณของคนรุ่นก่อนที่ใช้สำหรับไล่ฝน แม้ว่าลมฟ้าอากาศจะเป็นสิ่งที่กำหนดไม่ได้ แต่เพื่อการจัดงานกลางแจ้งให้ราบรื่น จึงมักเรียกสาวพรหมจารีไปท่องคาถาปักตะไคร้ทำพิธี ความเชื่อนี้อยู่คู่กับคนไทยมาทุกภูมิภาค  ปักตะไคร้ห้ามฝน ความเชื่อ “ปักตะไคร้ไล่ฝน” ห้ามฝนได้จริงหรือ วัตถุประสงค์ของการปักตะไคร้ไล่ฝน เพื่อต้องการห้ามลม ห้ามฝน ไม่ให้ตกในช่วงที่จัดงานพิธีต่างๆ ทั้งงานบวช งานบุญ งานแต่ง งานจัดเลี้ยงกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นพิธีมงคลของชาวบ้าน หรือการจัดงานอีเวนต์แบบสากล ทางผู้จัดที่ไม่ต้องการให้ฝนตกสร้างความเสียหาย ก็มักใช้วิธีปักตะไคร้เพื่อสร้างความอุ่นใจขึ้นมาบ้าง วิธีปักตะไคร้ ใช้ตะไคร้ 3 ต้น หรือ 7 ต้น โดยตัดยอดออก เพื่อใช้ส่วนใบที่แข็ง ปักลงดินเพื่อให้โคนต้นตะไคร้ชี้ฟ้า ให้สาวพรหมจารีเป็นคนทำพิธี โดยลักษณะของสาวพรหมจารีต้องมีคุณสมบัติ 5 อย่าง ได้แก่ ไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่อยู่ในช่วงมีรอบเดือน เป็นหญิงสาวที่ไม่ใช่เด็ก (หญิงสาวที่เคยมีประจำเดือนแล้ว) อายุไม่เกินช่วงวัยเบญจเพส เป็นหญิงสาวที่อยู่ในศีลในธรรม เป็นหญิงหม้ายที่ถือพรหมจรรย์ ทำไมต้องให้ผู้หญิงเป็นผู้ปักตะไคร้ หรือทำพิธีห้ามฝน ตามความเชื่อของคนสมัยก่อน ได้ยกย่องเพศหญิงเป็นเพศที่เกี่ยวข้องกับเทพยดาที่คุ้มครองผืนดิน ผืนน้ำ เช่นการเรียกเทพที่คุ้มครองแผ่นดินว่า “พระแม่ธรณี” หรือเรียกเทพที่คุ้มครองผืนน้ำว่า “พระแม่คงคา” จึงเชื่อว่าเพศหญิงเป็นเพศที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ และการเลือกผู้หญิงบริสุทธิ์ […]