เด็กเกิดใหม่กับธรรมเนียมการขอพรเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่น - เลขเด็ดออนไลน์


เด็กเกิดใหม่กับธรรมเนียมการขอพรเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่น

เด็กเกิดใหม่กับธรรมเนียมการขอพรเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่น

เด็กเกิดใหม่กับธรรมเนียมการขอพรเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่น

 

ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการขอพรเป็นอย่างมาก ล่าสุด! เพจ Osaka Convention & Tourism Bureau ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับธรรมเนียม การขอพรเทพเจ้าของเด็กเกิดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า Omiya mairi โดยพิธีกรรมดังกล่าวจะทำในศาลชินโต สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ทุกครั้งที่มีเด็กเกิด หรือโต ตามลำดับจนเป็นผู้ใหญ่ แต่งงานออกครัวเรือน ฯลฯ พ่อแม่มักพามาที่ศาลเพื่อรายงานให้เทพเจ้ารับทราบ และขอพรช่วยปัดเป่าอำนวยความสุขให้ทุกครั้งไป

ตามธรรมเนียมดั้งเดิม พ่อแม่จะพาเด็กชายอายุ 30-31 วัน เด็กหญิงอายุ 32-33 วันมา ขอพรเทพเจ้า ที่ศาลเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยใส่กิโมโนมา พร้อมชุดคลุมกิโมโนด้านนอกของแม่ เด็กชายจะเขียนอักษร “大” (Dai) เด็กหญิงจะเขียนอักษร “小” (Sho) ด้วยลิปสติคสีแดงไว้ที่หน้าผาก ว่ากันว่าเป็นธรรมเนียมเฉพาะของคนภูมิภาคคันไซ โดยเริ่มมาจากเกียวโตในสมัยเฮอัน “Dai” หมายความถึงให้เติบโตแข็งแรง “Sho” หมายความว่าให้เป็นคนจิตใจโอบอ้อมอารี นั่นเอง

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มาข้อมูล : horoscope.thaiza.com

ภาพจาก : Pixabay

อัพเดทข่าวหวย ดวงรายวัน เลขเด็ดวันนี้ เลขมงคล ทำนายฝัน คลิกติดตามได้ที่นี่

เรื่องน่าสนใจ

ทำไมต้องท่องนะโมสามจบก่อนสวดมนต์ทุกครั้ง

ทำไมต้องท่องนะโมสามจบก่อนสวดมนต์ทุกครั้ง   คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมก่อนสวดมนต์ทุกบท จะต้องท่องนะโมสามจบก่อน คนโบราณสอนไว้ พระพุทธเจ้าบัญญัติ หรือสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ แล้วทำไมต้องสามจบ บทความนี้  เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบายให้ท่าน การสวดมนต์เป็นกิจสำคัญสำหรับทุกศาสนา เพราะบทสวดมนต์ประกอบไปพร้อมคำสอนพระศาสดา รักษาธรรมเนียมศักดิ์สิทธิ์ให้คงอยู่ จิตใจมนุษย์เมื่อได้ท่องบทสวดจะมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน จิตเป็นสมาธิจะเลิกคิดร้าย จะรับฟังแต่คำสั่งสอนที่ดี ๆ และที่สุดทุกศาสนาเชื่อว่าจะทำให้ทุกคนเป็นคนดี แต่บทสวดมนต์บางบทในศาสนาพุทธจะต้องท่องนะโมสามจบก่อนเสมอ โบราณจารย์สอนว่าเป็นการเปล่งวาจาบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตที่ผ่านมาทุกพระองค์ แบ่งออกเป็นสามประเภทคือประเภทที่หนึ่งพระพุทธเจ้าที่ทรงใช้ปัญญาบำเพ็ญเพียรบารมี แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์ที่เรากราบไหว้อยู่ทุกวันนี้คือพระพุทธเจ้าประเภทที่หนึ่ง ประเภทที่สองพระพุทธเจ้าที่ทรงใช้ศรัทธาบำเพ็ญเพียรบารมี แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ประเภทที่สามพระพุทธเจ้าที่ทรงใช้พระวิริยะบำเพ็ญเพียรบารมี แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ฉะนั้นการกล่าวนะโมสามจบเป็นการน้อมสักการะพระพุทธเจ้าทั้งสามประเภท นะโม ตัสสะ ภะคะวะโตแปลความหมายโดยรวมว่า ขอน้อมสักการะพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นผู้ที่เป็นใหญ่เหนือมนุษย์เทวดา สัตว์โลกทั้งปวงทรงจำแนกพระธรรมที่ยิ่งใหญ่ อะระหะโต เป็นผู้ห่างไกลกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง กลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบาน โบราณจารย์กล่าวว่าการท่องนะโมสามจบเสริมบทสวดมนต์มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นการกล่าวคำสรรเสริญพระพุทธเจ้ารวมทั้งพระพรหมชั้นเทพ ตั้งแต่โบราณนานมาพระสงฆ์และชาวพุทธจะสวดมนต์ไหว้พระ ในวันพระ วันสำคัญและโอกาสที่เหมาะสม เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ละบทสวดมนต์ศาสนาพุทธประกอบไปพร้อมทั้งคำสั่งสอน สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย อวยชัยให้พร การสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนจะเสริมบารมี สมาธิส่งผลให้นอนหลับ แผ่จิตเมตตา สรรเสริญศรัทธากำจัดบาป และรักษาพระธรรม ชาวพุทธควรสวดมนต์ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส […]

ที่มาของสำนวน “โจร 500” มาจากไหน ตำนานเรื่องเล่าจากคัมภีร์ธรรมบท

ที่มาของสำนวน “โจร 500” มาจากไหน   เปิดความจริงสำนวน “โจร 500” มีที่มาจากไหน พบตำนานเรื่องเล่าจากคัมภีร์ธรรมบทกล่าวถึง เดียรถีร์ ๕๐๐ คน ซึ่งเป็นกลุ่มโจรชั่วที่ร้ายแรงกว่าโจรทั่วไป รวมถึงมหาโจรกลับใจ “องคุลีมาล” นอกจากนี้ยังพบคำภาษาไทยอื่นๆที่มีการเติม “ห้าร้อย” เข้าไปเพื่อให้ความรู้สึกหนักหน่วงขึ้นด้วย     ข้อมูลจากกระทู้ทรงคุณค่าเว็บไซต์ Pantip จากผู้ใช้งานชื่อ เพ็ญชมพู อธิบายเกี่ยวกับสำนวน “โจร 500” ไว้อย่างน่าสนใจ โดยมีการอ้างอิงถึงตำนานจากคัมภีร์ธรรมบท ระบุว่า “คำว่า โจรห้าร้อย เดิมเป็นคำกล่าวเปรียบว่าโจรมีจำนวนมาก. สำนวน โจรห้าร้อย น่าจะมาจากอรรถกถาของคัมภีร์ธรรมบท กล่าวถึง เดียรถีร์ ๕๐๐ คน (โจร 500 คน) ร่วมกันวางแผนสังหารพระโมคคัลลาน์ เนื่องจากพระโมคคัลลาน์ทำให้สาวกจำนวนมากของเหล่าเดียรถีร์หันมานับถือพระพุทธศาสนา     “คำว่า ห้าร้อย นอกจากจะปรากฏในสำนวนว่า โจรห้าร้อยแล้ว ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนายังปรากฏคู่กับคำอื่นอีกด้วย เช่น อนาถบิณฑิกเศรษฐีถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุ […]

แต่งไทยห้ามพลาด !! ความเชื่อต้องรู้และข้าวของต้องเตรียมใน พิธีปูเตียงเรียงหมอน พิธีส่งตัว เข้าหอ

ความเชื่อต้องรู้และข้าวของต้องเตรียมใน พิธีปูเตียง     ถ้าพูดถึงพิธีสุดท้ายของงานแต่งงานตามธรรมเนียมประเพณีไทย ซึ่งเป็นพิธีที่คู่บ่าวสาวจะได้เริ่มต้นครองคู่และกินอยู่หลับนอนในบ้านเดียวกันไปจนแก่เฒ่า ก็คือ พิธีปูที่นอนเรียงหมอน หรือ พิธีปูเตียงเรียงหมอน ผู้จะมาทำหน้าที่ทำพิธีปูที่นอนเรียงหมอน ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตครองคู่กันมายั่งยืน เช่น คุณลุงกับคุณป้าที่มีความสุขในการครองเรือนอยู่ด้วยกันอย่างผาสุก โบราณเชื่อว่า คู่บ่าวสาวใดที่เนรคุณท่านทั้งสองนี้ชีวิตคู่จะไม่มีความสุข บ่าวสาวจึงมักเลือกผู้ใหญ่ที่เป็นญาติห่างๆ ซึ่งแทบจะไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องไม่ดีกับชีวิตคู่ของตน   พิธีปูที่นอนเรียงหมอน เริ่มด้วยการนำสิ่งของที่เตรียมไว้มาวางรวมกับดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย หรือดอกไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลบนที่นอน เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม เจ้าพิธี (ผู้นำพิธี) จะเริ่มปูที่นอน โดยเริ่มจากผู้ที่ทำพิธีขึ้นไปนั่งเคียงกันบนที่นอน เรียกว่า “ฤกษ์เรียงหมอน” ไหว้พระสวดมนต์สักครู่ เสร็จแล้วลงนอนเคียงกัน ให้พรบ่าวสาว เช่น “ที่นอนน่านอน ใครนอนเห็นจะอยู่เย็นเป็นสุขสบาย อายุยืนนะ” แล้วจึงพรมน้ำมนต์พร้อมกับให้ศีลให้พรและโปรยข้าวตอกลงบนที่นอน จากนั้นหลับตานิ่งๆ เหมือนหลับอยู่สักพักก็ลุกจากเตียงเป็นอันเสร็จพิธี หลังจากนั้นเจ้าสาวไหว้เจ้าบ่าว ผู้ใหญ่กล่าวฝากฝังให้ทั้งสองรักกันอย่างมั่นคง แล้วจึงจัดแจงวางหมอนหนุนศีรษะ ซึ่งผู้ชายต้องนอนทางขวาและผู้หญิงต้องนอนทางซ้ายจากนั้นก็ปล่อยให้บ่าวสาวอยู่กันภายในห้องเพียงลำพัง   ทำไมหญิงต้องนอนซ้าย ชายต้องนอนขวา สืบเนื่องจาก ในอดีตที่ยังมีการรบพุ่งกันอยู่ ฝ่ายชายเป็นผู้ถือดาบออกรบ ส่วนฝ่ายหญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน เมื่อถึงคราวต้องปกป้อง ผู้ชายจะได้ใช้มือซ้ายจับมือผู้หญิงหลบอยู่ด้านหลัง โดยถือดาบฟาดฟันศัตรูนั้นเอง   สิ่งของที่ใช้ในพิธีปูที่นอนเรียงหมอน หินบดยา […]

7 เรื่องไม่ควรมองข้าม! แล้วคุณจะหลงรัก งานแต่งงาน ของตัวเอง

7 เรื่องไม่ควรมองข้าม! แล้วคุณจะหลงรัก งานแต่งงาน ของตัวเอง   เพราะมัวแต่คิดว่า งานแต่ง ของคุณที่เฝ้าฝันมาคลาดต้องดีงามพระรามแปดดังใจ เลยต้องปวดหัวกับล้านแปดดีเทลที่เกี่ยวข้องจนแทบจะไม่ได้มีเวลาหายใจ แพรว wedding เป็นห่วงสาวๆ ของเราจึงอยากมากระซิบว่ามันมีไม่กี่เรื่องหรอกที่คุณควรต้องให้ความสำคัญจริงๆ รับรองเลยว่าถ้าคุณเทกแคร์ 7 ข้อนี้ได้ ไม่ใช่แค่งานแต่งงานของคุณจะออกมาได้เป๊ะอย่างที่ต้องการ แต่มันจะยังคงประทับอยู่ในใจของคุณไปนานแสนนานอีกด้วย   1. เชิญแขกที่ต้องการมางานแต่งงานจริงๆ สำหรับการเชิญแขกมาร่วมในงานแต่งงานที่จะช่วยให้งานแต่งงานดูพิเศษขึ้น คือการที่คู่บ่าวสาวเชิญแขกที่มีความสำคัญและต้องการมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวจริงๆ ลองพิจารณาถึงการเลือกเชิญแขกที่มาในงานที่จะไม่ทำให้คู่บ่าวสาวต้องมาคอยกังวลถึงปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น อย่างเรื่องดราม่าของครอบครัวหรือเรื่องต้องคอยระวังการดื่มแชมเปญต่อหน้าเจ้านาย ซึ่งอาจจะทำให้คู่บ่าวสาวมีช่วงเวลาที่ยากขึ้นสำหรับความสุขในงานแต่งงานของตัวเอง   2. ไอเท็มพิเศษต่อใจ เพิ่มเติมความดีต่อใจที่มีความนัยแสนอบอุ่นไปในงานแต่งงาน อย่างเช่นการใส่เครื่องประดับของครอบครัว จะเป็นสร้อยคอของคุณย่าหรือต่างหูของคุณป้าก็ตามแต่ใจคุณ หรือการเสิร์ฟแขกด้วยสูตรลับขนมหวานที่มีเฉพาะครอบครัวเพื่อสื่อถึงความผูกพันอันยาวนานของครอบครัว   3. หลีกเลี่ยงโซเชียลมีเดีย เจ้าสาวหลายคนคงไม่อยากให้ภาพของตัวเองในชุดแต่งงานปรากฏใน Facebook หรือ Instagram ก่อนที่เจ้าบ่าวจะได้เห็น นอกจากนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวควรบอกแขกที่มาร่วมงานว่าไม่ให้ถ่ายภาพในระหว่างพิธีแต่งงาน ถึงแม้การถ่ายภาพเป็นสิ่งที่เป็นปกติสำหรับงานแต่งงานและแขกที่มาร่วมงานสามารถถ่ายภาพได้ทุกช่วงเวลา แต่สำหรับในพิธีแต่งงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวคงไม่อยากให้รูปตัวเองตอนเดินเข้าสู่พิธีหรือกล่าวคำสาบานมีรูปแขกที่ถือกล้องถ่ายภาพหรือมือถือเป็นฉากหลังประกอบอยู่ในรูปภาพด้วย และเพื่อความแน่ใจว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นควรมีคนคอยบอกแขกถึงข้อปฏิบัติบางอย่างก่อนเริ่มงานพิธี     4. การรับรองแขก ก่อนเริ่มงานแต่งงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ่าวเจ้าสาวควรใช้เวลาสักนิดก่อนการต้อนรับแขกในงานตรวจสอบดูสถานที่จัดงานหรือลองชิมผลไม้หรือเครื่องดื่มก่อนที่จะใช้ต้อนรับแขก รวมถึงดอกไม้ […]