ความเชื่อเรื่องของตัวอุบาทว์

ความเชื่อเรื่องของตัวอุบาทว์

ความเชื่อเรื่องของตัวอุบาทว์

 

คนสมัยโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง “ตัวอุบาทว์”มาช้านาน โดยส่วนใหญ่จะหมายถึงสิ่งที่แสดงออกเป็นลาง เช่น ฮุ้งลงกินน้ำในโอ่งภายในบ้าน ไก่ป่าบินเข้าบ้าน งูเลื้อยเข้าบ้าน นกตกลงมาตายต่อหน้า งูตกลงมาห้อยบ่า หมาจิ้งจอกเห่า นึ่งข้าวขาวกลายเป็นสีแดง หม้อนึ่งร้อง ควายนอนขี้สีก (ปลัก) ใต้ถุนบ้าน หมูจะขึ้นบ้าน กาโฉบหัว ฯลฯ



เหล่านี้ก็คืออุบาทว์ คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลางไม่ดี โบราณมักจะพูดกับบุคคลที่พบกับสิ่งเหล่านี้ ว่านั้นแหละอุบาทว์กินหัวมัน ดังนั้น คำว่า “อุบาทว์” ก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลางไม่ดีนั่นเอง

การสวดอุบาทว์นั้นนิยมกันตามพิธีพุทธ คือนิมนต์พระมาสวดปริตรมงคลธรรมดา แต่เมื่อจบแล้วให้พระท่านอ่านหนงสืออุบาทว์ ถ้าไม่มีให้สวดไชยน้อย ไชยใหญ่ หรือสวดยันทุนนิมิตัง ฯลฯ 3 รอบ หรือ 7 รอบ แล้วแต่อุบาทว์นั้นน้อยใหญ่ขนาดไหน ให้ทำน้ำมนต์ และประพรมน้ำมนต์ด้วยชยันโต ฯลฯ เพื่อเป็นสิริมงคลซ้ำอีกดีนัก เวลาทำให้แต่งคายด้วยขัน 5 ขัน 8 (ดอกไม้ขาว 5 คู่ เทียน 5 เล่ม ดอกไม้ขาว 8 คู่ เทียน 8 คู่) ใส่ภาชนะ ไม่ให้ใช้โต๊ะหมู่อย่างที่ทำกันในสมัยปัจจุบัน

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มาข้อมูล : isangate.com

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อของชาวสุรินทร์ หนึ่งจังหวัดที่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีเอกลักษณ์

ความเชื่อของชาวสุรินทร์ หนึ่งจังหวัดที่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีเอกลักษณ์

ความเชื่อของชาวสุรินทร์   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับ จังหวัดสุรินทร์ คืออีกหนึ่งจังหวัดที่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีเอกลักษณ์ไม่น้อยไปกว่าที่อื่นๆในประเทศไทย โดยเฉพาะพิธีกรรมความเชื่อเกี่ยวกับคาถาอาคม ของขลัง มนต์ดำ มีอยู่มากในหมู่กลุ่มชนที่พูดภาษาเขมรถิ่นไทย แต่ปัจจุบันได้เสื่อมคลายลงไปมากในชนรุ่นใหม่ คงมีอยู่ในกลุ่มชนที่สูงวัยเท่านั้น แต่ทว่าในบางความเชื่อก็ยังคงมีการสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ตามข้อมูลดังต่อไปนี้..   การคลอดบุตร (อยู่ไฟ) – ให้หาต้นเล็บแมววางสุมไว้ใต้ถุนเรือน ตรงจุดที่แม่ลูกอ่อนอยู่ไฟหรืออาบน้ำ เพื่อป้องกันปอบขึ้นไปหาคนอยู่ไฟ   ใบหน้าลูก – หากลูกหญิงหน้าเหมือนพ่อ ลูกชายหน้าเหมือนแม่ เด็กคนนั้นจะมีวาสนา อายุยืน มีความรุ่งเรืองในอาชีพการงาน ไม้พยุง – ไม้ต้องห้ามไม่นำมาทำพื้นบ้าน เพราะมีความเชื่อกันโดยทั่วไปในหมู่ชนชาวสุรินทร์ที่ใช้ ภาษาเขมรถิ่นไทยว่า ไม้พยุงเป็นไม้ศักดิ์สูง บรรพบุรุษแต่เก่าก่อนห้ามนำมาทำพื้นบ้าน ถ้าใครบารมีไม่ถึงจะต้องมีอันเป็นไป ไม่มีความสุข อาจต้องพลัดพรากจากบ้านหลังนั้น เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว ชนรุ่นหลังก็ยังมีความเชื่อกันอยู่ แต่ถ้าทำไปใช้เป็นส่วนประดับหรือทำเครื่องเรือนไม่เป็นอะไร   ทำกำแพงล้อมรอบที่ดินที่จะปลูกบ้าน – หากใครมีที่เตรียมปลูกบ้านแต่ทำกำแพงล้อมรอบไว้ มีความเชื่อว่าจะต้องมีอันเป็นไป ไม่มีโอกาสได้สร้างในที่ดินที่เตรียมไว้    ผิวปาก – ถ้าผิวปากบนเรือน มีความเชื่อว่าจะเป็นคนจัญไร ไม่เป็นมงคลแก่บ้านเรือน โดยเฉพาะผู้หญิงจะถือว่าเป็นหญิงจัญไร ใส่หมวกเข้าวัดหรือขณะรับประทานอาหาร – ความเชื่อเรื่องห้ามใส่หมวกเข้าไปในวัดหรือขณะรับประทานอาหาร […]

รู้จริงทุกขั้นตอนกับประเภทและการ ขอน้ำสังข์พระราชทาน

รู้จริงทุกขั้นตอนกับประเภทและการ ขอน้ำสังข์พระราชทาน

รู้จริงทุกขั้นตอนกับประเภทและการ ขอน้ำสังข์พระราชทาน   หลายๆ ท่านคงจะเคยได้ยินเหล่าคนดังขอพระราชทานน้ำสังข์เมื่อมีงานแต่งงานเกิดขึ้น และอาจมีคำถามว่า ขั้นตอนการขอพระราชทานน้ำสังข์นั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง เรามีข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ มาเล่าสู่กันฟัง   ประเภทของน้ำสังข์พระราชทาน น้ำสังข์พระราชทานจะมีอยู่ 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ น้ำสังข์พระราชทานแบบเป็นทางการ จะขอได้จาก 4 พระองค์เท่านั้น ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ และสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ น้ำสังข์ข้างที่ หรือน้ำสังข์ส่วนพระองค์  ผู้ที่จะขอรับพระราชทานน้ำสังข์ประเภทนี้ สามารถยื่นเรื่องโดยตรงได้ที่กองงานในพระองค์ที่ท่านต้องการจะขอได้เลย   หลักเกณฑ์การขอน้ำสังข์พระราชทานให้กับบุคคลต่างๆ การขอพระราชทานน้ำสังข์ ท่านจะพระราชทานแก่ผู้ที่ทรงคุ้นเคย หรือรู้จักกับบิดามารดาของผู้ขอพระราชทาน ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาสามารถขอพระราชทานให้กับตำรวจ ทหาร หรือพลเรือนได้เช่นกัน นอกเหนือเงื่อนไขเหล่านี้ ท่านจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นกรณีพิเศษแล้วแต่กรณีไป   ขั้นตอนการขอพระราชทานน้ำสังข์ ส่งหนังสือไปยังสำนักราชเลขาธิการเพื่อขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานน้ำสังข์ เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แล้ว ให้คู่สมรสติดต่อสำนักพระราชวัง เพื่อที่จะแจ้งรายชื่อสักขีพยานฝ่ายละ 4 คน รวมถึงชื่อของผู้ปกครองแต่ละฝ่าย อีกฝ่ายละสองคนค่ะ ทางสำนักพระราชวังจะกำหนดวันซ้อม และจะมีการนัดซ้อมในวันจริงก่อนเข้าเฝ้าอีกครั้งเพื่อกันความผิดพลาดค่ะ ซึ่งสิ่งที่จะต้องเตรียมก็คือพานดอกไม้ธูปเทียน ในส่วนนี้สามารถแจ้งให้สำนักพระราชวังช่วยเตรียมให้ได้เพื่อจะได้ถูกต้องตามประเพณี […]

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก ?

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก ?

สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก   สงสัยไหมว่าทำไมคู่บ่าวสาว เข้าพิธีแต่งงานต้องเจิมหน้าผาก เวลาไปงานแต่งงานคุณเคยสังเกตที่หน้าผากเจ้าบ่าว เจ้าสาวไหมว่าทำไมต้องมีจุดสามจุด จนเป็นสัญลักษณ์การแต่งงาน และสัญลักษณ์ที่ว่ามีความหมายว่าอะไร มีขั้นตอนและพิธีการเจิมอย่างไร บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบาย   จุดทั้งสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายว่าแก้วสามประการ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จุดประสงค์คือเป็นกระบวนการเพื่อสร้างสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แทนการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่โดยญาติทั้งคู่บ่าวสาวจะเลือกใช้ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตคู่ที่ดี ประสบความสำเร็จเรื่องการงาน การครองเรือนที่น่ายกย่อง มีรักเดียวไม่เคยมีปากเสียงกัน มีบุตรธิดาที่เลี้ยงง่าย เป็นผู้เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาว การเจิมจะเริ่มจากจุดกลางหน้าผากก่อนแล้วค่อยเจิมจุดซ้ายขวา ก่อนที่ธรรมเนียมไทยคู่บ่าวสาวจะนั่งคู่กันแล้วพนมมือรับน้ำสังข์จากญาติผู้ใหญ่และแขกผู้มาร่วมพิธี เมื่อจบพิธีกรรม ความเชื่อคนโบราณจะให้ผู้ใหญ่ที่เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาวปูผ้าปูเตียงในห้องหอ เป็นความเชื่อว่าจะครองคู่ไปจนตลอดกาล   การเจิมแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน บางความเชื่อให้พระสงฆ์เจิมให้ฝ่ายชายก่อน แล้วให้พระจับมือฝ่ายชายเจิมให้ฝ่ายหญิงต่อ ส่วนประเพณีการเจิมหน้าผากคนโบราณจะใช้แป้งกระแจะ คือพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมนำเปลือกราก เนื้อไม้มาบดรวมกันกับแป้งร่ำ และเครื่องหอมบางชนิด เรียกรวมว่าแป้งกระแจะจันทร์ คุณสมบัติพิเศษคือมีกลิ่นหอม สาว ๆ โบราณชอบนำมาทาตัว จากนั้นคนโบราณจะนำแป้งกระแจะจันทร์ไปปลุกเสกโดยผสมน้ำมนต์ลงไปก่อนนำไปเจิมให้คู่บ่าวสาว   การแต่งงาน คือการที่ชายและหญิงตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน ร่วมกันทุกข์ร่วมสุขสร้างครอบครัว พิธีแต่งงานเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณทุกชาติพันธุ์ เพราะเป็นการสืบวงศ์ตระกูล ที่สำคัญจะตระหนักเรื่องไม่ชิงสุกก่อนห่าม ประพฤติตนอยู่ในประเพณีที่ดีงาม ลูกหลานคนรุ่นใหม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง     ติดตามอ่านความเชื่อ […]

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ? หากเอ่ยถึง ความตาย แน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งที่เราจะต้องเผชิญด้วยตัวเองไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง คนอินเดียก็มีความเชื่อเกี่ยวกับความตายเหมือนๆกันกับชาติอื่นๆ วันนี้ขอนำเสนออีกหนึ่งความเชื่อของคนอินเดียที่ว่า ตายแล้วไปไหน ?         พิธีการจัดการเกี่ยวกับศพ ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าว่า ร่างกายเป็นของปฏิกูล เมื่อตายแล้วก็ไร้ประโยชน์วิญญาณออกจากร่างไปสู่ที่อื่น ดังนั้นจึงควรเผาเสีย แต่มุสลิมถือว่าร่างกายเป็นที่อยู่อาศัยของวิญญาณ เมื่อตายแล้ววิญญาณก็ยังสถิตอยู่ การตายของคนเป็นเพียงการพักผ่อนเท่านั้น เมื่อถึงวันก็กลับฟื้นคืนมาอีก ดังนั้นจึงไม่เผาและพยายามสร้างที่ฝังศพให้ดีสวยงาม เช่น อนุสรณ์ทัชมาฮาล เป็นต้น การเผาศพของชาวอินเดียที่เป็นฮินดูว่า มีพิธีตามลำดับ ดังนี้         ก่อนตาย เมื่อรู้ว่าผู้ป่วยกำลังจะสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องของผู้ป่วย จะยกร่างของผู้ป่วยลงจากเตียงมานอนไว้กับพื้น เชิญพราหมณ์มาสาธยายมนต์ ญาติพี่น้องเริ่มแจกทานแก่คนจน หามูลโคมาฉาบทาพื้นและเอาใบตุลสีหรือกะเพรามาปกคลุมพื้นที่คนป่วยนอนอยู่ ให้คนป่วยนอนคว่ำหน้าลง หันศีรษะไปทางเหนือ เอาน้ำคงคาที่ใส่หม้อมาหยดลงใส่ปาก และพรมตามตัวของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องพากันร้องไห้แสดงความอาลัยอาวรณ์และจะถวายวัวแก่พราหมณ์ผู้ทำพิธี ตายแล้ว เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจแล้ว ลูกชาย น้องชาย เพื่อนชาย หรือลูกศิษย์จะโกนผม ญาติพี่น้องร้องไห้ ไม่ยอมทานอาหารหรือทานแต่น้อย คนในครอบครัวจะทำอาหารทานเองไม่ได้ […]