ยักษ์ อมนุษย์ตามความเชื่อของคนโบราณ

ยักษ์ อมนุษย์ตามความเชื่อของคนโบราณ

ยักษ์ อมนุษย์ตามความเชื่อของคนโบราณ

 

ยักษ์ เป็นอมนุษย์ชนิดหนึ่งที่มีกล่าวถึงทั้งในทางศาสนาและวรรณคดี ยักษ์ในความเชื่อของไทยมักได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ ในขณะที่ความเชื่อในบริเวณอื่นๆของโลกก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอมนุษย์ที่มีร่างกายใหญ่โต ชอบของสดคาว ซึ่งเทียบได้กับยักษ์ในความเชื่อของคนไทยเช่นกัน



ยักษ์ในความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์และพุทธ

ยักษ์จะมีหลายระดับขึ้นกับบุญบารมี ยักษ์ชั้นสูง จะมีวิมานเป็นทอง มีรูปร่างสวยงาม มีเครื่องประดับ มีรัศมี แต่ผิวจะดำ ดำอมเขียว อมเหลือง ดำแดงก็มี แต่ว่าดำเนียน มีอาหารทิพย์ มีบริวารคอยรับใช้ ปกติไม่เห็นเขี้ยว เวลาโกรธจึงจะมีเขี้ยวงอกออกมา ยักษ์ชั้นกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นบริวารคอยรับใช้ของยักษ์ชั้นสูง ส่วนยักษ์ชั้นต่ำที่บุญน้อยก็จะมีรูปร่างน่าเกลียด ผมหยิก ตัวดำ ตาโปน ผิวหยาบ เหมือนกระดาษทราย นิสัยดุร้าย

     ยักษ์เกิดได้ 3 แบบ คือ

1. เกิดแบบโอปปาติกะ เกิดแล้วโตทันที
2. เกิดแบบชลาพุชะ เกิดในครรภ์
3. เกิดแบบสังเสทชะ เกิดในเหงื่อไคล

ที่อยู่ของยักษ์ มักอยู่ตามถ้ำ ตามเขา ในน้ำ ในดิน พื้นมนุษย์ ในอากาศ และมีวิมานอยู่ที่เขาสิเนรุในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกยักษ์จะอยู่ในการปกครองของท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวรมหาราชผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศเหนือ เหตุที่มาเกิดเป็นยักษ์เพราะทำบุญเจือด้วยความโกรธ มักหงุดหงิดรำคาญใจ

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 


ที่มา : 
วิกิพีเดีย

เรื่องน่าสนใจ

คาถาอิติปิโสถอด โดย หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก

คาถาอิติปิโสถอด โดย หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก

คาถาอิติปิโสถอด โดย หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพามาทำความรู้จักกับ พระคาถานี้ใช้ถอดสิ่งอัปมงคลทั้งปวง เป็นการเอาอิติปิโสมาถอดออกบางตัว แบบถอดตัวเว้นตัว เดินหน้า ถอยหลัง หลวงพ่อจงท่านได้รับจากพระผู้ใหญ่ชาวลาว ที่ใช้พระคาถาถอดคุณไสยช่วยคนอยุธยาให้หายวิกลจริตจากการโดนคุณไสย     หลวงพ่อจง พุทฺธสโร ท่านเป็น พระเกจิดัง ของเมืองกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อครั้งท่านมีชีวิตท่านได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและพุทธบริษัททั้งหลาย โดยมิได้เลือกชนชั้นวรรณะ ใครขออะไรท่านปลดทุกข์คลายโศกให้ด้วยจิตที่มีเมตตาแม้ท่านจะมรณภาพไปนานแล้ว แต่เหล่าลูกศิษย์และผู้เคารพศรัทธายังคงรำลึกถึงท่านเสมอมา และท่านยังเป็นพระสหธรรมมิกกับหลวงพ่อปานวัดบางนมโค และหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ดใน ด้วย หลวงพ่อจง พุทฺธสโร หลวงพ่อจง พุทธสโร มีนามเดิมว่า จง เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ปีวอก พุทธศักราช 2415 ที่ตำบล หน้าไม้ อำเภอ บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บิดาชื่อ นายยอด มารดาชื่อนางขลิบ มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน คือ 1. หลวงพ่อจง พุทธสโร 2. หลวงพ่อนิล ธมมโชติ 3. นางปริด สุนสโมสร เมื่อ อายุได้ 11 ขวบ ได้บวชเป็นสามเณร ที่วัดหน้าต่างใน […]

คาถาชุมนุมเทวดา และ คาถาอัญเชิญเทวดา สิ่งที่ปรารถนาก็จะสมหวังดั่งเทพเทวาประสิทธิ

คาถาชุมนุมเทวดา และ คาถาอัญเชิญเทวดา สิ่งที่ปรารถนาก็จะสมหวังดั่งเทพเทวาประสิทธิ

คาถาชุมนุมเทวดา และ คาถาอัญเชิญเทวดา ตำนาน บทสวดมนต์ชุมนุมเทวดา การสวดพระปริตรหรือเจ็ดตำนานนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศลังกา ราว พ.ศ. 500  ด้วยว่าชาวลังกาที่นับถือพุทธศาสนาในขณะนั้น ประสงค์ให้พระสงฆ์ช่วยเหลือตนให้เกิดสิริมงคล  และป้องกันภยันตรายต่างๆ ด้วยการสวดมนต์และคาถาตามแบบอย่างพราหมณ์  ซึ่งมีความเชื่อว่าผู้ทรงเวทจะทำให้เกิดสิริมงคล และป้องกันภยันตรายแก่มหาชนได้ ด้วยเหตุนี้พระสงฆ์ลังกาจึงได้คิดวิธีสวดพระปริตรขึ้น โดยเลือกเอาพระสูตร หรือคาถาที่สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย อันเกิดขึ้นเนื่องด้วยเหตุการณ์ต่างๆ มาสวดเป็นมนต์ โดยการสวดครั้งแรกๆ ก็ขึ้นกับเหตุการณ์ที่ไปสวด เช่น ไปสวดพิธีมงคลก็ใช้มงคลสูตรสวด สวดให้คนเจ็บป่วยก็ใช้โพชฌงคสูตร ครั้นคนนิยมมากขึ้นก็คิดค้นพระสูตรต่างๆ มาสวดเป็นพระปริตรมากขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาพระเจ้าแผ่นดินประเทศลังกาก็ได้รับสั่งให้คณะสงฆ์ปรับปรุงพระสูตร และคาถาที่ใช้สวดพระปริตรขึ้นใหม่ให้เหมาะกับเหตุการณ์  เพื่อใช้ในพระราชพิธีหลวง โดยได้เพิ่มพระสูตรและคาถาให้มากขึ้น และเรียกว่า “ราชปริตร” แปลว่า  มนต์คุ้มครองพระเจ้าแผ่นดิน ต่อมาประชาชนต่างก็นิยม ให้มีการสวดพระปริตรในพิธีของตนบ้าง  จึงเกิดเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน คาถาชุมนุมเทวดา และ คาถาอัญเชิญเทวดา สิ่งที่ปรารถนาก็จะสมหวัง   การสวดมนต์เจริญภาวนา กุศลที่ได้ นอกจากเป็นไปเพื่อตนเองแล้ว ยังมีเหล่าเทพเทวดาอีกมากมายที่มาร่วมโมทนาด้วย ก็ขอให้บูชาอัญเชิญเหล่าท่านนั้นทั้งมา และ กลับ เมื่อกิจแห่งบุญนั้นมีเทพเทวดามาร่วมโมทนายินดีมากเท่าไหร่ สิ่งที่ปรารถนาก็จะสมหวังดั่งเทพเทวาประสิทธิมากขึ้นเช่นกัน (เชิญเทวดา) ผะริตะวานะ […]

9 เรื่องบ่าวสาวต้องเตรียมพร้อมเพื่อ พิธีสงฆ์ ในงานแต่งให้ผ่านฉลุยเลย !!

9 เรื่องบ่าวสาวต้องเตรียมพร้อมเพื่อ พิธีสงฆ์ ในงานแต่งให้ผ่านฉลุยเลย !!

9 เรื่องบ่าวสาวต้องเตรียมพร้อมเพื่อ พิธีสงฆ์ ในงานแต่ง ต่อไปนี้คือสิ่งที่บ่าวสาวต้องเตรียมสำหรับ พิธีสงฆ์ หนึ่งในพิธีการสำคัญวันแต่งงานของบ่าวสาวชาวไทยก็คือ พิธีสงฆ์ ที่ถือปฏิบัติกันต่อๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งในการเตรียมพิธีสงฆ์นี้บางคู่ก็เลือกวิธีง่ายๆ คือให้ทางวัดหรือทางเจ้าของสถานที่เป็นผู้จัดการให้ แต่สำหรับบางคู่ที่อยากดูแลพิธีนี้ด้วยตัวเอง เพราะจัดเป็นการภายในหรือมีวัดที่สนิทกันเป็นพิเศษ ต้องไม่ลืมเตรียมพร้อมกับ 9 เรื่องต่อไปนี้นะ   1. เตรียมการนิมนต์พระ บางบ้านนับถือเพียงวัดเดียว บางบ้านมีหลายวัดที่ไปทำบุญบ่อยๆ ดังนั้นสิ่งที่ต้องตัดสินใจให้ได้ก่อนก็เรื่องนี้แหละค่ะ จะไปนิมนต์พระมาจากวัดไหน ซึ่งเวลาที่จะไป อย่าเพียงแค่บอกกับทางวัดว่าจะแต่งงานแล้วเชิญมาทำพิธี เพราะพระท่านก็มีศาสนกิจอื่นๆ ที่ต้องทำ ดังนั้นเตรียมข้อมูลแน่ๆ ไปเลยว่าจะนิมนต์มาในวันไหน สถานที่ใด มีพิธีอะไรบ้าง จะมีเลี้ยงเพลหรือไม่ และมีคนมารับพระจากวัดไปหรือไม่ ติดต่อประสานงานกับใคร โดยอาจเป็นการนิมนต์ด้วยวาจาล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน กำลังดี หรือใช้ใบอาราธนาที่เรียกว่า “ฏีกานิมนต์” เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ให้พระสงฆ์   2. เตรียมพร้อมสถานที่ การเตรียมพร้อมของสถานที่ไม่ใช่แค่การทำความสะอาดพื้นที่ให้เอี่ยมอ่อง แต่คือการคำนวณพื้นที่ให้พอดีกับจำนวนพระสงฆ์ที่นิมนต์มา พื้นที่สำหรับบ่าวสาวประกอบพิธี และพื้นที่สำหรับแขกที่เชิญมาร่วมพิธี ดังนั้นว่าที่บ่าวสาวจึงควรเลือกห้องหรือพื้นที่ที่ตอบโจทย์ที่ว่านี้ทั้งหมด จากนั้นทำความสะอาดให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมพร้อมการจัดเครื่องใช้ในพิธีต่อไป   3. เตรียมจัดอาสนะและเครื่องใช้สำหรับพระสงฆ์ ว่าที่บ่าวสาวส่วนใหญ่เลือกใช้วิธียืมของจากทางวัด โดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่วัดมาดูแลจัดให้ก็ได้ […]

9 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา นาฬิกาเรียกทรัพย์

9 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา นาฬิกาเรียกทรัพย์

9 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา   นาฬิกา นอกจากเป็นเครื่องบ่งบอกเวลาแล้ว นาฬิกายังจัดได้ว่าเป็น วัตถุมงคลและเป็นสัญลักษณ์ แห่งโชคลาภมากมาย อีกเช่นกัน บ้างก็ว่านาฬิกาเป็นลักษณะของ ความก้าว หน้า ความเจริญรุ่งเรือง ของพลัง ความสามารถหมุนเวียนไปได้อย่างทั่วถึง เสียงของนาฬิกาจึงเป็นพลัง แห่งความตื่นตัว กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ โดยเฉพาะนาฬิกาโบราณ นายสรรเสริญ เล่ห์จันทร์พงษ์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ช่างอั๋น” ผู้สืบทอด การซ่อมนาฬิกาโบราณจาก “ช่างเซ็ง วัดคฤหบดี” บอกว่า ความเชื่อเรื่อง นาฬิกาเริ่มตั้งแต่การจัดตำแหน่งของนาฬิกาในบ้านที่มีความ สำคัญมาก ไม่ควรวางตำแหน่งของ นาฬิกาที่ฝาผนังด้านขวาของบ้าน ไม่ควรแขวน นาฬิกา หรือเมื่อเปิดประตู เข้าบ้านต้องไม่เห็นนาฬิกาเผชิญหน้ากับเรา พอดี บ้างก็ว่า นาฬิกาตรงกับประตูบ้านเป็นสัญลักษณ์ ของ การหมด อายุขัย ปัจจุบันยังมีคนที่เชื่อถือในความเชื่อสัญลักษณ์สิริมงคลที่แฝงอยู่ในนาฬิกา นาฬิกาที่ดีต้องไม่หยุด เดิน ที่เรียกว่า นาฬิกาตาย เมื่อนาฬิกาเดินจึงเป็นความหมายแห่งพลัง ความก้าวหน้า บ้างก็ว่า พลังที่ดีต้องมีการ หมุนเวียนหยิน-หยาง พลังในทางมือและทางสว่าง นาฬิกาน่าจะเป็นสัญลักษณ์ […]