ขึ้นธาตุเดือนเก้า บูชาพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ขึ้นธาตุเดือนเก้า

ขึ้นธาตุเดือนเก้า

 

ช่วงเวลา ขึ้น ๑๔ และ ๑๕ ค่ำ เดือนเก้า ของภาคเหนือ (หรือเดือนเจ็ด ของภาคกลาง) ประมาณเดือนมิถุนายน (หรือปลายเดือนพฤษภาคม)

ความสำคัญ

เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พิธีกรรม

วันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๙ คณะศรัทธาวัดต่างจัดริ้วขบวนต่างๆประกอบด้วยผ้าสบง ต้นเงิน จีวร ธงและบั้งไฟประจำคณะแห่ไปยังวัดพระบรมธาตุ ตำบลกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เมื่อเดินทางถึงวัดจะมีพิธีถวายผ้าสบง จีวร ต้นเงิน และเริ่มพิธีบวงสรวงเทพยดา เข้าทรงเจ้าต่างๆ มีการร้องรำทำเพลง ภาคค่ำมีมหรสพสมโภช
วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ มีการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ จากนั้นเริ่มประกวดการจุดบั้งไฟ

สาระ

เพื่อบวงสรวงและบูชาเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอพรให้ปกป้องรักษาคุ้มครองให้บ้านเมืองมีความร่มเย็น บังเกิดความสุขความเจริญแก่ประชาชนทั้งปวง

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

ข้อมูล : storyinshort.com

ภาพ : Travel MThai

เรื่องน่าสนใจ

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย คุณไสย โจ !!

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย คุณไสย โจ !!

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย   โจ เป็นตัวอย่างของความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ที่ทำขึ้นเพื่อใช้ป้องกันปัญหาการ ลักขโมยผลไม้ในสวนเนื่องจากการแขวนโจที่ต้นไม้จะเป็นการบอกให้รู้ว่าได้มี การกำกับคาถาอาคมไว้ หากผู้ใดเก็บผลไม้จากต้นที่มีการแขวนโจไปรับประทาน จะทำให้เจ็บป่วย เกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารในลักษณะต่าง ๆ เช่น ปวดท้อง ท้องบวม ท้องป่อง โดยไม่รู้สาเหตุ และตายในที่สุดจากอิทธิฤทธิ์ของคาถาอาคมที่ลงกำกับไว้ ซึ่งมักเป็นภาษาขอมโบราณ ในการทำพิธีกรรมใช้ผ้าขาว ดอกไม้และธูปเทียน ตั้งพิธี บริกรรมคาถาลงอักขระกำกับในของที่ใส่ หลังจากนั้นห้ามเข้าในสวนที่มีโจอยู่ มีกำหนด ๓-๗ วัน ในอดีตการนำโจไปแขวนตามต้นไม้ที่มีผลไม้รอการเก็บ สามารถลดปัญหาการถูกลอบเก็บผลไม้เป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันความเชื่อดังกล่าวลดลง เนื่องจากกระแสสังคมสมัยใหม่ การใช้โจแขวนตามต้นไม้จึงสามารถ พบเห็นได้เฉพาะในท้องถิ่นห่างไกลบ้างประปราย โจ เป็นวัตถุทางไสยศาสตร์ที่ทำจากวัสดุทรงกระบอก หรือทรงกลมภายในบรรจุด้วยหมากพลู ๓ คำ ห่อด้วยผ้าขาวผูกด้วยผ้าแดง กากบาทด้วยปูนแดงที่ใช้กินหมาก และมีการว่าคาถาอาคมกำกับ นำไปแขวนไว้ตามกิ่งไม้ ของต้นไม้ที่ต้องการ ซึ่งมักมีผลไม้รอการเก็บ เกี่ยวผล เช่น เงาะ มังคุด ส้มโอ ละมุด เป็นต้น หรืออาจนำโจฝังดิน โดยใช้ไม้ปักบนต้น ๓ อัน […]

ทำไมชนเผ่าชาวเอสกิโม ถึงชอบล่าวาฬ

ทำไมชนเผ่าชาวเอสกิโม ถึงชอบล่าวาฬ

ทำไมชนเผ่าชาวเอสกิโม ถึงชอบล่าวาฬ   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ การล่าวาฬของชาวเอสกิโม มาให้ได้ทราบกัน… เมื่อย่างเข้าเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นเวลาที่ชนเผ่าเอสกิโมออกล่าวาฬ พวกเขาจะใช้เรือที่ทำจากกระดูกวาฬและหนังแมวน้ำไปยังทะเลที่เป็นน้ำแข็ง เมื่อพวกเขาพบวาฬจะปีนขึ้นไปบนหัวของมันและใช้ฉมวกแทงให้ตาย จากนั้นค่อยนำกลับหมู่บ้าน                 ถ้าจับได้ตัวใหญ่ ทั้งหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง หัวหน้ากลุ่มล่าวาฬจะแบ่งเนื้อให้กับคนที่มาต้อนรับ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะแล่เนื้อหมด แต่นับตั้งแต่ ค.ศ. 1977 เป็นต้นมา มีกฎข้อบังคับขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ กำหนดให้ชนเผ่าเอสกิโมล่าวาฬได้ไม่เกิน 22 ตัวในแต่ละปี   จับปลา อาชีพหลักของชาวเอสกิโม มาถึงเรื่องอาหาร ซึ่งเนื่องมาจากดินแดนที่พวกเขาอยู่นั้นหนาวจัด พืชผักไม่สามารถจะอาศัยอยู่ได้ หนทางสุดท้ายที่เอสกิโมจะได้อาหารมาประทังชีวิตก็คือ ลงทะเลหาปลา ต่อมาก็เพิ่มเติมเป็น การยิงนก ล่าสัตว์ เอาเนื้อมาทำอาหาร ส่วนหนังนั้นก็ใช้ทำเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย   ล่าปลาวาฬ กิจกรรมลงแขกของชาวเอสกิโม การล่าปลาวาฬนั้น ถือว่าเป็นกิจกรรมสำคัญของชาวเอสกิโม เพราะปลาวาฬตัวใหญ่กว่าช้างหลายตัว แรงจึงมีมหาศาลไปด้วย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในน้ำจะเพิ่มกำลังเป็นเท่าตัว การจับจึงต้องใช้คนจำนวนมาก เมื่อได้มาก็แบ่งสันปันส่วนกันทุกครัวเรือน มันปลาวาฬนั้นนิยมเอาไปทำน้ำมัน ทั้งเป็นอาหารและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เนื้อปลาวาฬ นิยมเอาไปทำอาหาร เชื่อว่าถ้าได้กินเนื้อปลาวาฬแล้ว ร่างกายจะเข้มแข็งสุดยอด ทำให้อยู่รอดในความหนาวเหมือนปลาวาฬได้ […]

อาหารที่ห้ามแม่มานกิน ตามความเชื่อชาวล้านนา

อาหารที่ห้ามแม่มานกิน ตามความเชื่อชาวล้านนา

อาหารที่ห้ามแม่มานกิน ตามความเชื่อชาวล้านนา   แม่มานกับความเชื่อในเรื่องของการกินของชาวล้านนานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยึดถือปฏิบัติกันมาช้านาน ซึ่งแต่ละข้อห้ามก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลและส่งผลดีต่อแม่มานด้วยกันทั้งสิ้น      ห้ามกินของร้อนของเผ็ด เพราะคนในสมัยก่อนเชื่อว่าอาหารที่แม่กินหรือดื่มเข้าไป จะไปรดหัวเด็กในท้องให้ร้อน แต่ตาม เหตุผล อาหารทุกอย่างที่แม่กินเข้าไป ลูกในท้องจะได้รับหมด อาหารร้อนและเผ็ดจึงไม่เป็นผลดีต่อทารก      ห้ามกินข้าวอิ่มทีหลังผู้อื่น จะทำให้เกิดยาก ที่จริงคงกลัวว่าหญิงแม่มานจะกินอาหารมากเกินไปทำให้อึดอัดไม่สบาย และอ้วน เกินไปทำให้คลอดยาก เลยให้กิน แต่พอดี แล้วให้ลุกจากวงข้าวไปเสีย หลังจากที่คนอื่นกินอิ่มหมดแล้ว หากรู้สึกหิวจึงค่อยมากินที หลังอีกทีได้ ไม่เป็นไร หัวปลี ห้ามแม่มานกินปลีกล้วยหรือดอกกล้วย ซึ่งคนล้านนาชอบนำมาแกง นำมาต้มจิ้มน้ำพริก และทำห่อหมก เพราะเชื่อว่า รกจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้มีลักษณะเหมือนดั่งปลีกล้วย คือมีปลายแหลม เมื่อเกิดลูก รกจะไม่ยอมออกและจะบินขึ้นข้างบนไปปิด ลิ้นหัวใจ ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต ผักที่เป็นเครือเถา เช่น ผักตำลึง มะระ ยอดฟักทอง เป็นต้น ยกเว้นผักปั๋ง (ผักปลัง) เชื่อว่าผักที่เป็นเครือเถาทั้งหลายมีมือ (เถา) ที่ยึดติดไม้แน่นโยงใย เมื่อแม่มานกินจะทำให้เกิดลูกยาก ติดแน่นอยู่ในท้องไม่ยอมออกโดยง่าย หากต้องกินผักพวกนี้ ต้องเด็ดมือของผักเหล่านี้ออกให้หมดเสียก่อน      หอย ห้ามแม่มานกินอาหารประเภทหอยทุกชนิด เชื่อว่าจะทำให้คลอดยากเหมือนกับหอยที่ติดอยู่ในเปลือก และจะทำให้มีกลิ่น คาวมากในเวลาคลอด […]

คนโบราณว่า หอมแดง ยาวิเศษ สารพัดประโยชน์

คนโบราณว่า หอมแดง ยาวิเศษ สารพัดประโยชน์

คนโบราณว่า หอมแดง ยาวิเศษ สารพัดประโยชน์   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คนสมัยก่อนมีอาการไข้หวัดเช่นกัน แต่เชื้อไข้หวัดเมื่อก่อนไม่รุนแรงอย่างที่คนรุ่นใหม่เจอและคนโบราณสมัยก่อนจะมีวิธีการใช้สมุนไพรในสวนครัวแก้โรคหวัด อย่างง่าย ๆ และประโยชน์อย่างอื่นมากมาย          ยาแก้หวัด เชื่อไหมว่าคนแก่สมัยก่อนจะนำหอมแดงมาทุบ พอประมาณแค่เริ่มเละแล้วนำมาวางใกล้ ๆ ศีรษะเด็กที่มีอาการไข้หวัด เพื่อสูดดมแล้วจะรักษาอาการหวัดบรรเทาลงได้ จากการวิจัยทางการแพทย์แล้วว่าหอมแดงมีสารประกอบในหอมมากมายที่จะรักษาอาการหวัดได้ เมื่อสูดดมสารในหอมแดงจะทำให้จมูกโล่ง ในตำราการแพทย์สมัยก่อนมีการบันทึกว่า หอมแดงจะเผ็ดร้อนมีสรรพคุณแก้ไข้ ขับเสมหะ การอธิบายจากการแพทย์แผนโบราณว่า การที่คนมีอาการหวัดธาตุลมจะไม่ดีติดขัดเพราะมีธาตุน้ำ อย่างน้ำมูกมากต้องใช้สารที่มีความร้อนในหอมแดงการไหลเวียนจะดี โดยนำหัวหอมมาทุบและฝานมาวางไว้ใกล้ ๆ หมอน ยามใดที่ลูกหลานมีอาการหวัด คนโบราณจะมีวิธีทำให้จมูกโล่งทุบพอแตกแล้วนำมาห่อผ้าบาง ๆพกใส่กระเป๋าเสื้อ ระเหยขึ้นมาทำให้หายใจคล่อง และการใช้หอมแดงผสมรวมกับเหง้าเปราะหอมสุมหัวเด็กแก้หวัดคัดจมูกช่วยเด็กหายใจคล่อง  ยาบำรุงสมอง คนโบราณว่าใบหอมแดงจะมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่บำรุงสมอง การรับประทานใบหอมแดงประจำ สม่ำเสมอจะบำรุงสมองความจำดี  ไล่แมลงสาบ เชื่อหรือไม่ว่าหอมแดงมีสารเคมีบางตัว ที่มีกลิ่นฉุนไล่แมลงสาบและแมลงคานบางชนิดได้โดยการนำหอมแดงมาทุบให้แตกแล้วมาวางบริเวณที่แมลงสาบชอบวิ่งผ่านจะไล่แมลงสาบ และการนำหอมแดงมาวางไว้ที่ประตูบ้านแมลงสาบจะไม่เข้ามาทำความรำคาญกับคนในบ้าน สรุป : สมุนไพรในครัวหลายชนิด นอกจากจะปรุงอาหารแล้ว คนโบราณสมัยก่อนจะนำมาทำยารักษาโรคและใช้ประโยชน์จากสารเคมีที่มีอยู่ในธรรมชาติป้องกัน ไล่แมลง แบบที่ไม่อันตรายกับสมาชิกในบ้าน คนรุ่นใหม่อย่าลืมประโยชน์ และคุณค่าจากสิ่งใกล้ตัว     […]