ความเชื่อ เรื่องการห้ามเดินเหยียบธรณีประตู

ความเชื่อ เรื่องการห้ามเดินเหยียบธรณีประตู

ความเชื่อ เรื่องการห้ามเดินเหยียบธรณีประตู

 

ธรณีประตู ความเชื่อที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากการปฏิบัติของคนยุคปัจจุบัน ผู้เฒ่าผู้แก่สมัยก่อนจะพร่ำสอนเรื่องกิริยามารยาทเป็นนักหนา ต้องเดินอย่างสุภาพนิ่มนวลทุกก้าวย่าง

โดยเฉพาะประตูเข้าออก สอดคล้องกับความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ที่เชื่อว่าระภูมิเจ้าที่จะสถิตย์ทุกแห่งที่ของบ้าน เพื่อปกป้องรักษาบ้าน ให้ความร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัย ไม่ให้มีภัยใดมาแผ้วพาน

ดังนั้นจึงห้ามเดินเหยียบธรณีประตู แม้ปลายเท้าสัมผัสก็ตาม เพราะธรณีประตูเป็นเสมือนที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นประตูสู่มิติภายในบ้าน ลบหลู่ไม่ได้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเพราะประตูบ้านสมัยก่อนจะมีแผ่นไม้หนาจากขอบประตูด้านหนึ่งถึงด้านหนึ่งพาดวางติดกับพื้น ซึ่งไม่เสมอกับพื้นเดิม

หากลูกหลานเดินเหยียบย่ำ โดยเฉพาะในยามค่ำคืน อาจ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แต่ทุกวันนี้ธรณีประตูจะราบเรียบไปกับพื้นบ้าน ปัญหาเหล่านี้จึงหมดไป เราจึง อาจเดินเหยียบย่ำธรณีประตูได้ตลอดเวลา ไม่เหลือความเชื่อเก่า ๆ อีกต่อไป

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ที่มา : จากหนังสือบ้านไทย

เรื่องน่าสนใจ

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อของคนจีน มาให้อ่านกัน แผ่นกระดาษลงตัวหนังสือจีนโบราณที่คนจีนโบราณเรียกว่าฮู้ คนไทยเรียกว่ากระดาษยันต์ที่มีไว้สำหรับประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้ามีที่มาอย่างไร ใครเขียน   ยันต์คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่าฮู้เริ่มมีใช้ตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล เริ่มคิดโดยนิมิตจากนักพรตลัทธิเต๋าเขียนไว้สำหรับจำลองปรากฏการณ์บนฟ้า คติความเชื่อคนจีนโบราณเชื่อว่าฮู้ คือสื่อที่เทพเจ้าส่งผ่านมาสู่คนบนโลก และสมัยต่อมาคนจีนเริ่มมีวิวัฒนาการเรื่องการพิมพ์ จึงนำฮู้ กระดาษยันต์จีนมาพิมพ์จากรุ่นสู่รุ่น     ผู้ที่ศึกษาและเขียนยันต์จีนจะต้องมีตบะบารมี มีศีลอย่างเคร่งครัดโดยต้องปฏิบัติตัวซื่อสัตย์ต่ออาชีพตน กตัญญูต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ เรียนวิชาเขียนฮู้ กระดาษยันต์จีนอย่างมีศีล กินเจและห้ามมีเพศสัมพันธ์ในวันที่หนึ่งและสิบห้าตามปฏิทินจันทรคติจีนใครที่มีสามีภรรยาต้องแยกห้องนอน หญิงที่เรียนวิชาการเขียนยันต์จีนต้องไม่ทำพิธีขณะมีประจำเดือน เพราะคนจีนโบราณเชื่อว่าระดูคือสิ่งสกปรกในร่างกายหญิงสาวที่จะขับออกมา คนที่ศึกษาต้องหมั่นสร้างกุศล ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ห้ามกินเนื้อสัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ เนื้อสัตว์ใหญ่ และเนื้อสุนัข   สมัยใหม่มีผู้ที่ศึกษาวิชาการเขียนฮู้ยันต์จีนมากขึ้น บางคนมีจุดประสงค์อยากจะสืบทอดวัฒนธรรมจีน แต่บางคนอยากจะอวดอ้างตนว่าวิเศษ คนจีนโบราณว่าจะเพราะเหตุใดไม่สำคัญ ผู้ศึกษาควรต้องมีจุดประสงค์หลักคือแก้ไขปัญหาให้เพื่อนมนุษย์เจอ อย่างผู้ที่มีอาการป่วยต้องเขียนให้นำไปเผาแล้วผสมยากิน นำไปผสมน้ำดื่ม อาบน้ำ ผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จทางธุรกิจ คุ้มครองปลอดภัย ขับไล่สิ่งอัปมงคล ผู้เขียนจะเขียนแล้วนำไปติดที่ประตูบ้าน ผู้ที่มีคนปองร้ายคนเขียนจะต้องเขียนให้นำไปพกติดตัวป้องกันภัย   การศึกษาวิชาการเขียนฮู้ยันต์จีนคือวิชาแขนงหนึ่งลัทธิเต๋า ฮู้มีลักษณะสัญลักษณ์ประดิษฐ์ บางชนิดมาจากศาลเจ้าประดิษฐ์จะพิมพ์แบบออกมาแล้วผ่านพิธีการปลุกเสกจากศาลเจ้า สมัยใหม่อาจมีลักษณะต่างกันออกไป ตามความเชื่อ […]

ความเชื่อเรื่องของตัวอุบาทว์

ความเชื่อเรื่องของตัวอุบาทว์

ความเชื่อเรื่องของตัวอุบาทว์   คนสมัยโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง “ตัวอุบาทว์”มาช้านาน โดยส่วนใหญ่จะหมายถึงสิ่งที่แสดงออกเป็นลาง เช่น ฮุ้งลงกินน้ำในโอ่งภายในบ้าน ไก่ป่าบินเข้าบ้าน งูเลื้อยเข้าบ้าน นกตกลงมาตายต่อหน้า งูตกลงมาห้อยบ่า หมาจิ้งจอกเห่า นึ่งข้าวขาวกลายเป็นสีแดง หม้อนึ่งร้อง ควายนอนขี้สีก (ปลัก) ใต้ถุนบ้าน หมูจะขึ้นบ้าน กาโฉบหัว ฯลฯ เหล่านี้ก็คืออุบาทว์ คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลางไม่ดี โบราณมักจะพูดกับบุคคลที่พบกับสิ่งเหล่านี้ ว่านั้นแหละอุบาทว์กินหัวมัน ดังนั้น คำว่า “อุบาทว์” ก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลางไม่ดีนั่นเอง การสวดอุบาทว์นั้นนิยมกันตามพิธีพุทธ คือนิมนต์พระมาสวดปริตรมงคลธรรมดา แต่เมื่อจบแล้วให้พระท่านอ่านหนงสืออุบาทว์ ถ้าไม่มีให้สวดไชยน้อย ไชยใหญ่ หรือสวดยันทุนนิมิตัง ฯลฯ 3 รอบ หรือ 7 รอบ แล้วแต่อุบาทว์นั้นน้อยใหญ่ขนาดไหน ให้ทำน้ำมนต์ และประพรมน้ำมนต์ด้วยชยันโต ฯลฯ เพื่อเป็นสิริมงคลซ้ำอีกดีนัก เวลาทำให้แต่งคายด้วยขัน 5 ขัน 8 (ดอกไม้ขาว 5 คู่ เทียน 5 […]

ไม่อยากพัง รีบเช็ก "ฮวงจุ้ยห้องน้ำ" ในบ้านด่วน !!

ไม่อยากพัง รีบเช็ก “ฮวงจุ้ยห้องน้ำ” ในบ้านด่วน !!

ไม่อยากพัง รีบเช็ก “ฮวงจุ้ยห้องน้ำ” ในบ้านด่วน !!   คุณเคยได้ยินกันไหมว่า “ฮวงจุ้ยห้องน้ำดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” หากใครสงสัยว่าเป็นเพราะอะไร หรือฮวงจุ้ยที่ว่านั้นมีลักษณะอย่างไร แม้ว่าห้องน้ำจะเป็นจุดที่เราใช้เวลาด้วยน้อยที่สุด แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาดนะคะ (หลายซินแสก็บอกว่าสามารถเรียกทรัพย์หรือละลายทรัพย์ของเจ้าของบ้านได้เลย) เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งพลังงานของธาตุน้ำ หากเราไม่ดูแลหรือจัดสรรให้ดีจะทำให้เกิดพลังงานลบและเสียสมดุลได้ค่ะ ดังนั้นใครไม่อยากพัง รีบเช็กฮวงจุ้ยห้องน้ำในบ้านกันด่วนเลย..     1. ตำแหน่งห้องน้ำ ไม่ควรอยู่กลางบ้าน เพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้วบริเวณกลางบ้านก็เหมือนเป็นหัวใจของบ้านที่ต้องดูแลให้ดี เชื่อว่าหากตั้งห้องน้ำไว้กลางบ้านจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยหรือสุขภาพไม่ดี นอกจากนี้อาจจะส่งกลิ่นและความชื้นให้กระจายไปทั่วบ้านได้ ไม่ควรอยู่ริมทางเดินหรือสุดทางเดิน เพราะมีความเชื่อว่าอาจจะนำภัยหรืออันตรายมาสู่คนในบ้านได้ ไม่ควรอยู่หน้าบ้าน คนโบราณเชื่อว่าการตั้งส้วมไว้หน้าบ้านนั้นไม่เป็นมงคล เพราะลมอาจจะพัดเอากลิ่น ของเสียหรือความอับชื้นเข้ามาภายในบ้านนั่นเอง ไม่ควรอยู่ใต้บันได เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้มีลูกยาก หรือหากมีลูก ลูกก็อาจจะดื้อและซน ไม่ควรอยู่ติดกับห้องครัว เพราะพลังงานของทั้งห้องน้ำและห้องครัวต่างก็แรงด้วยกันทั้งคู่ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนในบ้านได้ อีกทั้งห้องครัวยังมีเตาไฟตั้งอยู่ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ผนังร่วมกันค่ะ ไม่ควรอยู่ด้านบนของประตูหน้าบ้าน เพราะเชื่อว่าจะเป็นตัวขัดโชคลาภที่จะเข้ามา หากมีห้องน้ำที่ชั้นสอง ไม่ควรให้อยู่ตรงกับห้องครัวชั้นล่าง รวมทั้งห้องทานอาหาร เพราะจะส่งผลกระทบถึงสุขภาพของคนในบ้านได้   2. ประตูห้องน้ำ ประตูห้องน้ำต้องไม่ตรงกับห้องอื่น ๆ เช่น ห้องครัว ห้องนอน […]

ความเชื่อเรื่อง ทำไมต้องเป่าเทียนในวันเกิด

ความเชื่อเรื่อง ทำไมต้องเป่าเทียนในวันเกิด

ความเชื่อเรื่อง ทำไมต้องเป่าเทียนในวันเกิด   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ที่สืบทอดกันตั้งแต่โบราณ มาให้อ่านกัน.. สงสัยว่าทำไมธรรมเนียมร้องเพลงวันเกิดแบบตะวันตก แล้วต้องเลือกเค้กลวดลายหลากสี ปักเทียนบนเค้กเท่าจำนวนอายุ จุดไฟ ร้องเพลงหลาย ๆ รอบ อธิษฐานในใจแล้วค่อยเป่าเทียน ทราบไหมว่าขั้นตอนนี้ที่มาอย่างไร   คติความเชื่อชาวยุโรปโบราณว่าปักเทียนบนเค้กนั้นเชื่อกันว่า เพื่อบูชาเทพีอาร์ทีมิส หรือเทพีแห่งดวงจันทร์ ผู้จะทำให้พรสำเร็จตามประสงค์ เทพีอาศัยบนวิหารอาร์ทีมิส พร้อมทั้งผู้ขอต้องจุดเทียนบนเค้กให้สว่างไสว บูชาเทพีอาร์ทีมิส แล้วความเชื่อปักเทียนให้เท่าอายุ สีเทียนวันเกิดจะต้องสวยงามเพราะเปลวเทียนจะนำพรเจ้าของวันเกิดตอนเป่าไปสู่สวรรค์ จะสำเร็จอย่างงดงาม ความเชื่อชาวเยอรมันเชื่อว่า พรนั้นจะสำเร็จตามผู้ขอและจำนวนเทียนตามอายุคือการสื่อให้เทพเจ้าทราบโดยทางอ้อมพร้อมชื่อบนหน้าเค้กว่า ผู้ขอคือใคร อายุกี่ปี นี่คือจุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการปักเทียนวันเกิดให้เท่ากับอายุ   สรุป : ยุคโควิดระบาด การจัดวันเกิดแบบยุโรปควรงดก่อนเพราะไม่ปลอดภัย เชื้อไวรัสจากปากคนเป่า จะแพร่กระจายไปในอากาศ ควรเปลี่ยนใช้ประเพณีไทยโดยการทำบุญ ใส่บาตร บริจาคเงินให้โรงพยาบาลแทนจะได้อานิสงค์กว่า       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย […]