ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นหางตาขวา-ซ้าย

ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นหางตาขวา-ซ้าย

ความเชื่อเรื่องนิมิตลาง ตอน เขม่นหางตาขวา-ซ้าย

 

คนในสมัยก่อนมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการเขม่น ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายของเราอยู่เสมอ โดยอาการเขม่นหรือกระตุกตามกล้ามเนื้อ ส่วนต่างๆ สามารถบอกเหตุดี เหตุร้าย หรือที่เราเรียกกันว่า นิมิตลาง…ให้เราทราบได้เช่นกัน…

หากคุณมีอาการเขม่นบริเวณหางตาขวา คนโบราณท่านมีความเชื่อว่า คนผู้นั้นกำลังจะได้รับข่าวอันเป็นมงคล หรือกำลังจะได้รับโชคลาภที่มาจากแดนไกล ส่วนคนที่มีอาการ เขม่นบริเวณหางตาซ้าย คนโบราณท่านมีความเชื่อว่า คนผู้นั้นกำลังจะได้รับข่าวอันทำให้ไม่สบายใจ จะเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยกับร่างกายหรือญาติมิตรจะเจ็บป่วย

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบคุณข้อมูล : horoscope.thaiza.com

เรื่องน่าสนใจ

เผยวิธีดูแลเส้นผม ตามแบบฉบับโบราณ

เผยวิธีดูแลเส้นผม ตามแบบฉบับโบราณ

เผยวิธีดูแลเส้นผม ตามแบบฉบับโบราณ   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ จะมาแนะนำเรื่อง วิธีดูแลเส้นผม สาว ๆ สมัยก่อนใส่ใจเรื่องราวเส้นผมที่อยู่บนหนังศีรษะมาก เพราะคือความงดงามตามแบบฉบับคนโบราณที่มีความเชื่อว่า เส้นผมที่เป็นมงคลคือเส้นผมที่เล็กและอ่อนนุ่ม แต่จะใช้อะไร วิธีไหน ไปดูกันเลย..   สมัยก่อนสาวโบราณจะใช้สิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติสระผม สาวบางคนใช้มะกรูด แต่สาวบางคนจะใช้ฝักส้มป่อย ประมาณสิบฝักย่างไฟให้เหลืองแล้วนำไปแช่ในกะละมังประมาณสองชั่วยาม เทียบกับเวลาสมัยใหม่คือประมาณหนึ่งชั่วโมง แล้วใช้มือที่สะอาดขยำฝักกับน้ำ จนแตกฟอง แล้วก้มสาวที่ต้องการสระผมจะก้มศีรษะลงในกะละมัง จนเส้นผมสยายผมไปในกะละมัง แล้วตักน้ำในกะละมังราดลงในศีรษะ ใช้มือสองข้างขยี้ ประมาณหนึ่งชั่วยาม เทียบกับเวลาคนรุ่นใหม่คือ ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วล้างผมกับน้ำเย็น ส้มป่อยมีลักษณะเป็นฝักขอบขนานผิวฝัก มีลักษณะรอนคลื่นฝักอ่อนมีสีเขียวอมแดง ฝักแก่สีน้ำตาลดำ ฝักส้มป่อยมีสรรพคุณมากมาย ที่สำคัญนำมาทำยารักษาโรคไข้จับสั่น เพราะสมัยก่อนการแพทย์ไม่ทันสมัย คนจะตายเพราะไข้จับสั่นที่มียุงคือพาหะสำคัญ   ส้มป่อยสมัยก่อนไม่ต้องปลูกเพราะคือพืชยืนต้นขนาดเล็ก ที่โตในป่าดิบแล้ง ชอบความชื้นปานกลางแสงแดดมาก จะพบตามที่ราบเชิงเขาและที่รกร้างทั่วไป สาว ๆ สมัยก่อนจะนำมาสระผมเพราะเชื่อว่าจะทำให้เส้นผมอ่อนนุ่ม เมื่อสระเสร็จจะรอให้แห้ง แล้วใช้น้ำมันละหุ่งชโลม เพราะเชื่อว่าผมจะเงางาม สาวเหนือ จะชอบใช้วิธีเกล้ามวย ก่อนที่จะนำปิ่นมาปักผม       ติดตามอ่านความเชื่อ […]

5 ราศีเกรี้ยวกราดตัวแม่ อย่าเผลอทำให้โกรธเป็นเรื่องแน่ !!

5 ราศีเกรี้ยวกราดตัวแม่ อย่าเผลอทำให้โกรธเป็นเรื่องแน่ !!

5 ราศีเกรี้ยวกราดตัวแม่ อย่าเผลอทำให้โกรธเป็นเรื่องแน่ !!   เชื่อหรือไม่ว่าแต่ละราศีนั้นแสดงอารมณ์โกรธแตกต่างกันไป เพราะความเกรี้ยวกราดที่คนเราแสดงออกนั้น นอกเหนือจากการถูกเลี้ยงดูแล้ว ยังขึ้นอยู่กับราศีเกิดของพวกเขาอีกด้วย และมีราศีเกิดอยู่ 5 ราศีที่เวลาตกอยู่ในอารมณ์โกรธแล้ว จงอยู่ให้ห่าง อย่าได้เข้าใกล้พวกเขาเลยทีเดียว   ราศีพฤษภ ชาวราศีพฤษภนั้นเป็นคนดื้อรั้นและไม่ประนีประนอมกับใคร เมื่อพวกเขาโกรธหรือหัวร้อนขึ้นมา อย่าได้คิดไปบอกให้เขาใจเย็น ๆ เพราะคุณจะเจอเขาอาละวาดฟาดหางทันที ทางที่ดีที่สุดคือปล่อยให้พวกเขาเกรี้ยวกราดออกมาให้เต็มที่ เสร็จแล้วชาวพฤษภก็จะเย็นลงด้วยตัวเอง   ราศีสิงห์ นี่คือชาวราศีหัวร้อนของจริง ถ้าลองอารมณ์ขึ้นหรือโกรธใครขึ้นมา เขาจะไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่จะเดินไปเคลียร์เลยทันที และในบางครั้งอาจมีคำขู่ตามไปด้วย นอกจากนี้ชาวราศีสิงห์ถ้าลองได้โกรธแล้วต่อให้พวกเขารู้ว่าตัวเองผิด พวกเขาก็จะไม่ยอมรับผิด และปฎิเสธที่จะเป็นขอโทษก่อนด้วยนะ   ราศีพิจิก ชาวราศีพิจิกนั้นเชื่อมั่นตลอดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดหรือทำมักจะถูกต้องเสมอ ถ้าลองได้โมโหขึ้นมา พวกเขาสามารถใช้คำพูดเสียดสีให้คุณเจ็บปวดได้อย่างคาดไม่ถึง ถึงแม้ว่าชาวราศีพิจิกโดยทั่วไปแล้วจะเป็นคนใจเย็น แต่พวกเขาก็สามารถปลดปล่อยอารมณ์โกรธได้ชนิดที่คุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว   ราศีธนู โดยทั่วไปชาวราศีธนูไม่ใช่คนใจร้ายอะไร แต่ถ้าเมื่อใดที่เขาโกรธขึ้นมา พวกเขาสามารถขุดคุ้นเรื่องราวในอดีตมาทำร้ายคุณได้โดยไม่คิดอะไรมากเลย ขอแค่ทำให้คุณเจ็บก็พอ แต่เชื่อไหมว่าลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของชาวราศีธนู เมื่อพวกเขาปลดปล่อยความเกรี้ยวกราดด้วยคำพูดไปหมดแล้ว พวกเขาจะเดินมาขอโทษคุณกับสิ่งที่ทำลงไป   ราศีมังกร เมื่อชาวราศีมังกรถูกครอบงำด้วยอารมณ์โกรธ พวกเขาไม่ลังเลใจเลยที่เดินเข้าไปเพื่อเคลียร์กับอีกฝ่ายแล้วระเบิดอารมณ์ใส่ และเป็นการระเบิดอารมณ์ที่ชาวราศีมังกร จะไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธของตัวเองได้ […]

ความเชื่อโบราณ การนอนที่เหมาะสม แบบไหนเสริมภูมิคุ้มกัน ปลอดจากโรคภัย

ความเชื่อโบราณ การนอนที่เหมาะสม แบบไหนเสริมภูมิคุ้มกัน ปลอดจากโรคภัย

ความเชื่อโบราณ การนอนที่เหมาะสม แบบไหนเสริมภูมิคุ้มกัน ปลอดจากโรคภัย   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ ที่ใช้สอนลูกหลาน มาให้อ่านกัน คงจะเริ่มลืมเลือนไปพร้อมกาลเวลาสำหรับวิธีการนอนที่สืบทอดกันมานานตั้งแต่ครั้งโบราณ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะใส่ใจมากนัก ทราบกันไหมว่าคนสมัยประวัติศาสตร์มีการบันทึกวิธีการนอน ที่เหมาะสม นอนแล้วร่างกายแข็งแรง โรคภัยไม่เบียดเบียน อย่างน้อยคนสมัยก่อนไม่ค่อยป่วย   ในระหว่างการประสบปัญหาโรคระบาด คนต้องดูแลตัวเอง สร้างภูมิคุ้มกัน การนอนที่เหมาะสมจะป้องกันโรค เพราะบันทึกสมัยก่อนพระพุทธเจ้าสอนให้นอนท่า สีหไสยาสน์ คือการนอนตะแคงขวาแล้วกำหนดสติขณะนอน คติความเชื่อชาวลัทธิเต๋ากล่าวในทำนองเดียวกันว่า นอนตะแคงขวาแล้วกอดม่อนหิน และกำหนดยามนอนไว้สามยามคือ ยามจื่อ คือเวลาก่อนห้าทุ่ม จะปรับสมดุลร่างกาย ใครที่มีอาการบาดเจ็บควรเลือกนอนยามจื่อ จะซ่อมแซมสิ่งที่สึกหลอ คนที่ป่วยควรนอนกลางวันร่วมด้วย ควรเลือกที่นอนทำมุมสี่สิบห้าองศา จะฟื้นไข้ บาดแผลหายเร็ว ควรเลือกนอนก่อนห้าทุ่มอย่าให้เกินสองยาม   ยามโฉ่ว ระหว่างประมาณตีหนึ่งและตีสาม คนโบราณจะสอนให้ลูกหลานนอน ไม่ควรดื่มเหล้า เที่ยวเตร่ควรนอนให้หลับสนิทจะระบายพิษตับ ฟอกเลือด เสริมระบบสมดุลร่างกาย คือยามสำคัญที่คนควรนอน   ยามอิ๋ง ประมาณตีสามก่อนตีห้าให้เริ่มตื่น นั่งสมาธิ เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน สติและจิตจะโปร่งใส ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องตับควรนอนต่อเพราะคนจีนโบราณเชื่อว่าคือเวลาที่ฟื้นตับ แลขับพิษจากลำไส้   […]

ที่มาของบทสวด นะโม 3 จบ นะโม ตัสสะ ไม่ธรรมดา

ที่มาของบทสวด นะโม 3 จบ นะโม ตัสสะ ไม่ธรรมดา

ที่มาของบทสวด นะโม 3 จบ ที่มาของ นะโม ตัสสะ ไม่ธรรมดา นะโม ตัสสะ บทสวดที่ชาวพุทธตั้งแต่เด็กเล็กยังผู้สูงอายุต่างสวดเป็น “ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ” แปลว่า “ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง” คุ้นกันไหม เชื่อว่าคุ้น แต่มีใครบ้างที่จะทราบว่า กว่าจะเป็นบทสวดสรรเสริญพระพุทธเจ้าบทนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย   ที่มาของบทสวด นะโม 3 จบ ความหมายและที่มาของบทสวด ในคัมภีร์ฎีกานะโม เรียกง่าย ๆว่า คัมภีร์อธิบายความหมายของนะโม เล่าถึงความเป็นมาของบทสวดนี้ไว้ว่า ครั้งสมัยพุทธกาล มีเทพเจ้า 5 พระองค์เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าตามลำดับ เทพเจ้าพระองค์แรกคือ “สาตาคิรียักษ์” เป็นเทวดาประเภทภุมมเทวดา (พระภูมิ) สถิตอยู่ที่เขาสาตาคีรี ในหิมวันตประเทศ มีหน้าที่เฝ้าประตูของป่าหิมพานต์ทางทิศเหนือ เป็นหนึ่งในคณะบริวารของพระเวสสุวัณ สาตาคิรียักษ์เมื่อได้ฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วบังเกิดจิตเลื่อมใสจึงเปล่งวาจาขึ้นว่า “นะโม” (ขอนอบน้อม) ต่อมาพระอสุรินทราหูทราบว่าพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของโลก ทรงโปรดให้มนุษย์และเทวดาบรรลุธรรมเป็นจำนวนมาก จึงปรารถนาจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม แต่ด้วยพระองค์มีรูปร่างใหญ่โต […]