นิมิตจากอาการหูอื้อ หูอื้อในเวลาไหน บ่งบอกถึงเหตุการณ์อะไร !!

นิมิตจากอาการหูอื้อ

นิมิตจากอาการหูอื้อ

 

อาการหูอื้อนั้นเชื่อว่าหลายคนมักมีอาการเช่นนี้บ่อยๆแน่นอนค่ะ หากแต่ความหมายในเรื่องของอาการหูอื้อนั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดเลยค่ะ

หูข้างซ้ายอื้อในตอนเช้า มีเหตุให้ต้องเดินทางไกล อาจเกิดเรื่องร้ายหรือบาดเจ็บ หรือมีข่าวการเจ็บป่วยไข้ของญาติมิตรโดยเฉพาะญาติที่อยู่ห่างไกล

หูข้างขวาอื้อในตอนเช้า จะมีแขกมาหาท่าน ท่านจะได้รับโชคดี

หูข้างซ้ายอื้อในตอนสาย จะได้รับข่าวจากแดนไกล จะมีลาภโดยเฉพาะลาภปากหรือได้รับเชิญไปในงานเลี้ยง

หูข้างขวาอื้อในตอนสาย จะมีเพื่อนฝูงมิตรสหายมาหาท่าน หูข้างซ้ายอื้อในตอนบ่าย จะต้องเดินทางหรือสูญเสียทรัพย์สินเงินทองให้ระมัดระวัง

หูข้างขวาอื้อในตอนบ่าย จะได้รับข่าวดีข่าวที่เป็นสิริมงคล มีลาภมีโชคมีชัย

หูข้างซ้ายอื้อในตอนเย็น จะได้รับเชิญไปเป็นแขกผู้มีเกียรติ และจะพบกับความสำเร็จ

หูข้างขวาอื้อในตอนเย็น จะมีลาภเกี่ยวกับอาหารการกิน หรือมีแขกมาเยี่ยมเยือนท่าน

หูข้างซ้ายอื้อในตอนกลางคืน ระวังจะเสียทรัพย์สินเงินทอง หรือเกิดการทะเลาะวิวาทโดยเฉพาะกับผู้ที่อยู่ใกล้เคียง

หูข้างขวาอื้อในตอนกลางคืน ระวังจะเกิดคดีความถึงโรงศาล จะมีเรื่องกลุ้มใจ อยู่ไม่ติดที่ต้องร่อนเร่พเนจร

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบคุณข้อมูล : horoscope.thaiza.com

เรื่องน่าสนใจ

อันตราย !! อย่าวางโทรศัพท์ใกล้ตัว เวลานอนหลับ

อันตราย !! อย่าวางโทรศัพท์ใกล้ตัว เวลานอนหลับ

อันตราย !! อย่าวางโทรศัพท์ใกล้ตัว เวลานอนหลับ   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ มาฝากกัน.. งานวิจัยชิ้นล่าสุดพบว่า แปดในสิบคนมีการนำโทรศัพท์มือถือวางไว้ข้างๆตัวเอง ในเวลานอนตอนกลางคืน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เพื่อใช้มันตั้งนาฬิกาปลุก หากคุณนอนไม่หลับตอนกลางคืน ลองเอามือถือของคุณออกไปจากห้องนอนดู ความใกล้ชิดกับโทรศัพท์มือถือสามารถรบกวนการนอนหลับที่ดีของคุณ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ และปัญหาการนอนหลับต่างๆ พยายามนอนอยู่ในห้องที่ไม่มีมือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์อื่นๆ การนอนของคุณจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ นอนกับโทรศัพท์มือถืออาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ และยังสามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวและเวียนหัวได้อีกด้วย ปัญหาหลักของโทรศัพท์มือถือคือ แสงประดิษฐ์ของมันส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อร่างกายของเรา สมองของเราจะถูกหลอกให้เชื่อว่าเป็นเวลากลางวัน แสงช่วยกระตุ้นเซลล์ในจอประสาทตา พื้นที่บริเวณรอบๆข้างดวงตาที่ส่งข้อความไปยังสมอง เซลล์ไวต่อแสงจะให้ข้อมูลต่อร่างกายของเราว่ามันเป็นเวลากลางวัน   -การวางโทรศัพท์อยู่ข้างๆหมอนบ่อยๆ รังสีจากโทรศัพท์มือถือจะมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง จะทำให้เกิดอาการปวดหัว เวียนหัว ผมร่วงหรือโรคนอนไม่หลับและอาการอื่นๆ เวลานอนอย่าวางโทรศัพท์ที่ข้างๆตัว แม้ว่าปิดโทรศัพท์ไว้แล้ว ยังมีรังสีโทรศัพท์ปล่อยออกมา ควรวางไกลๆ   -แขวนโทรศัพท์ไว้ที่หน้าอก เพื่อป้องกันไม่ให้โทรศัพท์หาย แต่เพราะว่าใกล้กับหัวใจมากเกินไป จะมีผลที่ไม่ดีต่อหัวใจ และยังมีผลกระทบกับระบบต่อมไร้ท่อ   -ใส่โทรศัพท์ในกระเบ๋ากางเกง เอวและท้องใกล้กับระบบสืบพันธุ์มาก รังสีโทรศัพท์มือถือจะฆ่าสเปิร์มและไข่ได้ จะส่งผลกระทบต่อการมีลูก   -ใช้โทรศัพท์เล่นอินเทอร์เน็ตหรืออ่านข่าวสารเป็นเวลานาน รังสีโทรศัพท์มือถืออาจทำให้เกิดมะเร็งที่ตาได้   […]

ความเชื่อเกี่ยวกับมรกต

ความเชื่อเกี่ยวกับมรกต

ความเชื่อเกี่ยวกับมรกต   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับมรกต มาให้ได้ทราบกัน.. ในสมัยก่อนนั้น มรกต ถือว่าเป็นอัญมณีที่มีความเกี่ยวข้องกับด้านความเชื่อที่สามารถพบเห็นได้ในกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติ ชาวฮินดูโบราณนิยมใช้มรกตร้อยสลับกับทับทิมเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง   และยิ่งไปกว่านั้นยังเชื่อว่าหากสวมใส่มรกตเป็นสร้อยคอติดตัวในยามกลางคืน ขณะที่เราหลับมรกตจะช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายไม่ให้มากล้ำกราย อีกทั้งยังดึงสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวเราออกมาด้วยในตอนที่เรานอนหลับ   ประเทศโคลัมเบียเป็นประเทศหนึ่งที่มีมรกตมาก และชาวโคลัมเบียก็เชื่อว่า มรกตคือ “ ทูตแห่งพระเจ้า” เพราะฉะนั้นในหลาย ๆ ครอบครัวจะมีมรกตดิบวางไว้เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านหรือวางไว้บนแท่นเหมือนแท่นบูชา มักจะมีแจกันดอกไม้อยู่ข้าง ๆ เพราะเชื่อว่าผู้คนในบ้านจะรู้จักถึงความรัก ความผูกพันกันในครอบครัว และจะหลอมรวมความรักความศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าได้ดีอีกด้วย   ชาวยุโรปสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าอยากไปเจรจาตกลงความใด ๆ กับใคร ควรสวมสร้อย หรือ จี้มรกตให้เห็นเด่นชัด จะช่วยดึงดูดความสนใจจากอีกฝ่ายหนึ่ง หรือดึงดูดทรัพย์สินเงินทองมาให้จากการเจรจาต่อรองที่เป็นต่อ และยังใช้เป็นของขวัญในการครบรอบแต่งงานปีที่ 55 เพื่อเป็นบทสรุปแห่งความรักความสมบูรณ์ที่ดำเนินมาด้วยกัน       ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี […]

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว เพราะอะไร

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว เพราะอะไร

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับ ฮิกันบานะ มาให้อ่านกัน ดอกไม้แนวอนิเมะแฟนตาซีในญี่ปุ่น ดอกไม้แห่งความตาย ทำไมคนญี่ปุ่นถึงกลัวดอกไม้ชนิดนี้ และสาเหตุของการเป็นดอกไม้แห่งความตายเพราะอะไร ฮิกันบานะ ที่มาของชื่อ ดอกฮิกันบานะ เป็นดอกไม้สีแดงของประเทศญี่ปุ่น จัดเป็นไม้ยืนต้นตระกูลดอกลิลลี่ ดอกไม้ชนิดนี้คนไทยเรียกว่า พลับพลึงสีแดง หรือ พลับพลึงแม่งมุม และที่มาของชื่อ ฮิกันบานะ นั้นมาจากดอกไม้ชนิดนี้จะบานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต และ วันศารทวิษุวัต เป็นวันที่มีการเฉลิมฉลองวันหยุดยาวทางศาสนาพุทธของชาวญี่ปุ่นเป็นเวลา 7 วัน หรือที่เรียกกันว่า ฮิกัน นั่นเอง     นอกจากจะชื่อ ฮิกันบานะ แล้ว ดอกฮิกันบานะ ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มันจูชาเงะ ในศาสนาพุทธถือว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็น ดอกไม้แห่งสวรรค์ เพราะมี ความเชื่อกันว่าหากมีเรื่องที่น่ายินดีหรือเรื่องที่เป็นมงคลเกิดขึ้นดอกไม้สีแดงก็จะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามดอกไม้ชนิดนี้ในประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกที่น่ากลัวหรือสื่อไปในทางที่ไม่ดีอยู่เหมือนกันค่ะ เช่น ชิบิโตะบานะ (ดอกไม้คนตาย), จิโกคุบานะ (ดอกไม้นรก), ยูเรบานะ (ดอกไม้วิญญาณ), คิทสึเนะบานะ (ดอกไม้จิ้งจอก), สุเตโกะบานะ (ดอกไม้เด็กกำพร้า), คามิโซริบานะ (ดอกใบมีดโกน) เป็นต้น     ฮิกันบานะ ความหมายของสีดอกฮิกันบานะ สีแดง หมายถึง อิสรภาพ ความคลั่งไคล้ […]

ควรรู้ !! เป็น ''โรคเบาหวาน'' กินผลไม้อะไรได้ไม่ได้บ้าง ?

ควรรู้ !! เป็น ”โรคเบาหวาน” กินผลไม้อะไรได้ไม่ได้บ้าง ?

เป็น ”โรคเบาหวาน” กินผลไม้อะไรได้ไม่ได้บ้าง ?   โรคเบาหวาน ถือเป็นอีก 1 โรคที่คนชอบเป็นกันส่วนหนึ่งได้รับการถ่ายทอกมาทางพันธุกรรม แต่ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้เหมือนกัน คือคนที่อ้วนเกินไปมีน้ำหนักเกิน ไม่ออกกำลังกาย หรือจะเป็นคนที่มีไขมันในเลือดสูง แน่นอนเมื่อเป็นโรคนี้ เราต้องควบคุมตัวเองหลายๆเรื่อง และเรื่องที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือการทานอาหารนั้นเองค่ะ เพราะถ้าหากเผลอรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงเข้าไปก็ยิ่งจะส่งผลร้ายกับโรคเบาหวานที่เป็นอยู่ ซึ่งก็มีผู้ป่วยเบาหวานจำนวนไม่น้อยที่หลีกเลี่ยงการรับประทานแป้ง กับน้ำตาล และหันมารับประทานผลไม้ให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าผลไม้นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีน้ำตาลไม่สูง แต่นั่นก็ไม่ถูกต้องเสียทั้งหมดค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วผลไม้บางชนิดก็มีน้ำตาลสูงจนควรหลีกเลี่ยงเลยเชียวล่ะ แต่ว่าจะมีผลไม้ชนิดไหนบ้างที่ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรรับประทาน หรือรับประทานได้แต่ควรจำกัดปริมาณ เราตามไปดูกันเลย   ผลไม้ที่ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรรับประทาน ผลไม้ที่ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรรับประทานก็คือผลไม้ในกลุ่มที่มีน้ำตาลสูง ได้แก่ – ทุเรียน   – ขนุน   – น้อยหน่า   – มะขามหวาน   – ละมุด   – มะม่วงสุก   – ลำไย   ผลไม้ที่ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานได้ […]