ตำนานความเชื่อเรื่อง "พญานาค" ผู้ทรงศีล สู่ความศรัทธา ที่ไม่มีวันลดน้อยลง !!


ตำนานความเชื่อเรื่อง “พญานาค”

ตำนานความเชื่อเรื่อง "พญานาค"

ตำนานความเชื่อ  เกี่ยวกับเรื่อง “พญานาค” เชื่อว่าหลายคนคุ้นชื่อจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ในคืนวัน 15 ค่ำเดือน 11 อีกทั้งมักจะมีข่าวรอยประหลาดที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นรอยพญานาคปรากฏอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงมีการนำมาสร้างเป็นละครเพื่อความบันเทิง เรียกได้ว่าเป็นความเชื่อที่สั่งสมมาช้านาน จากเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้หลายคนอยากรู้ถึงความจริงที่มีการถกเถียงกันมานานว่า พญานาคมีจริงหรือไม่ และเรื่องเล่า ตำนานที่มีมาแต่โบราณเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมทุกเรื่องราว ของพญานาคมาฝากกัน

ความเชื่อเรื่องพญานาคที่เกี่ยวข้องกับคนไทย 

เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่าง ๆ หลังคาอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันศาสนสถาน ตามคตินิยมที่ว่า นาคยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง เช่น นาคสะดุ้ง ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได นาคลำยอง ที่ทำเป็นป้านลมหลังคาโบสถ์ ที่ต่อเชื่อมกับนาคสะดุ้ง นาคเบือน นาคจำลอง และนาคทันต์ คันทวยรูปพญานาค

ตำนานความเชื่อ พญานาค ผู้ที่ศรัทธาในศาสนา

พญานาคกับตำนานในพระพุทธศาสนา

ตามตำนาน พญานาค มีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ “มุจลินท์” ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำ ๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ “มุจลินท์” เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

พระพุทธเจ้าเสด็จเทวโลก

ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จพร้อมด้วยพระอรหันต์จำนวน 500 รูป เพื่อเสด็จไปยังเทวโลก ได้ผ่านวิมานของเหล่าพญานาค ที่กำลังมีการรื่นเริงกันอย่างสนุกสนาน ที่มี นันโทปนันทนาคราช เป็นประธานใหญ่ เมื่อเห็นคณะสงฆ์ผ่านไปเหนือวิมานจึงมีความโกรธมาก จึงได้ตรงไปยังเขาพระสุเมรุแปลงตนเป็นนาคขนาดใหญ่ พันโอบเขาพระสุเมรุด้วยขดถึง 7 รอบ แล้วแผ่พังพานบังชั้นดาวดึงส์เอาไว้ เพื่อไม่ให้พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ผ่านไปได้ และเมื่อเป็นดังนั้นได้มีพระอรหันต์หลายรูปอาสาปราบ แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต จนพระโมคคัลลานะ ผู้ซึ่งตามเสด็จไปด้วยอาสา พระองค์จึงทรงอนุญาต

ดังนั้นพระโมคคัลลานะ จึงได้แปลงกายเป็นนาคราชขนาดใหญ่กว่าถึงเท่าตัว พันเอานาคนันโทปะนันทะนาคราช เอาไว้ด้วยขดถึง 14 รอบ นาคราชทนไม่ไหว บันดาลให้ไฟลุกขึ้น พระโมคคัลลานะ ก็ให้เกิดไฟขึ้นเช่นกัน ไฟของนันโทปะนันทะนาคราชสู่ไม่ไหว จึงถามว่า “ท่านผู้เจริญ ท่านเป็นใคร” ตอบว่า “เราคือโมคคัลลานะ ศิษย์ของตถาคต” นัน
โทปะนันทะนาคราช จึงบอกว่า ท่านจงคืนร่างกลับเป็น พระเหมือนเดิมเถิด แต่ด้วยนิสัยของผู้รู้ว่า นันโทปะนันทะนาคราช เป็นคนไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ จึงได้แปลงกายให้เล็กนิดเดียว สามารถเข้ารูหู รูจมูกได้ แล้วเข้าไปตามรูต่างๆจน นันโทปะนันทะนาคราช ทนไม่ไหว และนันโทปะนันทะนาคราช สู้ไม่ได้จึงหนีไป พระโมคคัลลานะ จึงแปลงร่างเป็นพญาครุฑไล่ติดตามไป เมื่อหนีไม่พ้นจึงแปลงร่างเป็นมาณพหนุ่ม ยอมแพ้พระโมคคัลลานะและที่สุดจึงยอมให้พระพุทธเจ้าพร้อมพระอรหันต์ผ่านไปแต่โดยดี

แหล่งที่มา : kapook.com

รูปภาพ : pantip.com

อย่างไรก็ตามสิ่งที่พราย ได้นำมาเล่าให้ทุกคนฟังในวันนี้

ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่านด้วยนะคะ

* สามารถติดตามบทความเรื่องลี้ลับออนไลน์ได้เพิ่มเต็มทางเว็บไซต์  เลขเด็ดออนไลน์  *

อัพเดทข่าวหวย ดวงรายวัน เลขเด็ดวันนี้ เลขมงคล ทำนายฝัน คลิกติดตามได้ที่นี่

เรื่องน่าสนใจ

ตำนานวัดป่าคำชะโนด กับความศรัทธาที่ไม่สิ้นสุด !!

ตำนานวัดป่าคำชะโนด  “เมืองพญานาค” กับความศรัทธาที่ไม่สิ้นสุด !!  มีเรื่องเล่ามากมายมานานแสนนาน ของคนแก่คนเฒ่า สืบทอดมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน กำตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครๆก็ต่างพากันพูดถึงเรียกได้ว่าของแบบนี้เชื่อไม่เชื่ออย่าได้ลบหลู่เป็นเด็ดขาด “หนองกระแส” หรือ “หนองแส” ในอดีต ดินแดนที่ตั้งอยู่เหนือขึ้นไปในเขตประเทศลาว เล่าลือสืบต่อๆกันมานมนานแล้วว่าที่นั่นคือดินแดน “เมืองพญานาค” ว่ากันว่า…ดินแดนส่วนหนึ่งมี “เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ” ปกครองอยู่ ส่วนที่เหลือก็ตกอยู่ในอำนาจครอบครองของ “เจ้าพ่อสุวรรณนาค” ดินแดนทั้งสองขั้วอำนาจอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีอาหารก็แบ่งกัน มีทุกข์ร้อนก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปตามประสา แต่มีข้อตกลงสำคัญกันว่า “ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดออกไปล่าเนื้อหาอาหาร อีกฝ่ายจะต้องไม่ออกไปเพราะอาจเกิดทะเลาะเบาะแว้งกันได้” หาอาหารมาได้ก็แบ่ง 2 ส่วน เอามาแบ่งกัน ตำนานวัดป่าคำชะโนด กับความศรัทธาที่ไม่สิ้นสุด !! อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดปัญหา เมื่อมีข้อขัดข้องหมองใจเรื่องการแบ่งสรรปันอาหาร กระทั่งแคลงใจกัน คิดว่าอีกฝ่ายเล่นไม่ซื่อ มีนอกมีใน ไม่ปฏิบัติตามสัญญา แม้ว่าอีกฝ่ายจะชี้แจงแถลงไขแต่ก็ไม่ยอมเชื่อ จนเกิดแตกหัก ทะเลาะกัน ถึงขั้นประกาศสงครามกันในที่สุด การต่อสู้เอาเป็นเอาตายหวังชนะก็เกิดขึ้น ทำให้พื้นที่เสียหายมหาศาลถึงขั้นที่ว่า…พื้นโลกสะเทือน เกิดแผ่นดินไหว เทวดาน้อยใหญ่ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนไปทั้ง 3 ภพ ความล่วงรู้ไปถึงหู “พระอินทร์” จึงลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตรัสโองการให้นาคทั้งสองฝ่ายหยุดรบ […]

ประสบการณ์สยอง

ประสบการณ์สยอง เรื่องหลอนๆ เตียงซ่อนผี เรื่องที่พี่พรายเอามาเประสบการณ์สยองล่าต่อให้เพื่อนๆได้ฟังกันวันนี้นั้นถูกส่งเข้ามาจากคุณเบลส์ เกิดขึ้นเมื่อสมัยคุณเบลส์เรียนอยู่ชั้น ป.5 เล่าว่า… ในตอนนั้นครอบครัวของฉันย้ายไปอยู่ที่ต่างจังหวัด พ่อแม่ฉันตัดสินใจเช้าบ้านอยู่แถวๆหน้าวัดชื่อดังของจังหวัด ซึ่งในขณะนั้น ยังไม่ค่อยเจริญมากนัก บ้านที่เช้าไว้เป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ รอบๆนั้นมีบ้านอยู่ไล่เลี่ยกันเพียง 4-5 หลัง ชั้นบนที่เป็นไม้ ค่อนข้างมืดและมีกลิ่นอับๆ กลิ่นไม้เก่าๆ ค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว บรรยากาศภายในบ้านแทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย พ่อและแม่เลยพากันเข้าเมือง ไปหาซื้อของใช้เข้าบ้าน และพ่อก็ได้ไปสะดุดตากับเตียงไม้มือสองสภาพดีเตียงนึง ด้วยราคาที่แสนจะถูกทำให้แม่ไม่ขัดใจพ่อ แม้ว่าความรู้สึกของแม่จะไม่ค่อยชอบ และรู้สึกแปลกๆกับเตียงไม้นี้ อย่างอธิบายไม่ถูก เตียงนี้ตกลงกันว่าจะเอาไว้ในห้องห้องพ่อและแม่ก่อน แล้วห้องของฉัน พ่อจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้เดือนหน้า เราเลยต้องนอนห้องเดียวกัน 3 คนพ่อแม่ลูก ไม่นานนักพนักงานก็เอาเตียงมาส่งให้ที่บ้านแม่จึงออกไปตอนรับและคุยกับพนักงานกลุ่มนั้น “อ้าว .. เจ๊มาส่งให้ด้วยตัวเองเลยหรอ? ” พนักงานกลุ่มนั้น มองหน้ากัน แล้วรีบยกเตียงไม้เข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว เสร็จแล้วก็รีบขับรถกลับออกไป พอหัวค่ำเราได้ลงไปกินข้าวกันชั้นล่าง ระหว่างที่รอกินข้าว ฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรรูดกับแผ่นไม้ดัง ครืดคราด ครืดคราด !! ฉันมองไปที่พ่อกับแม่ แต่ท่านทั้งสองก็ไม่มีใครได้ยินเสียงนั้น หรือฉันจะหูฟาดไป? หลังจากกินข้าวเสร็จ เราก็ขึ้นไปนั่งดูทีวีข้างบนห้องนอนกัน […]

นรกสวรรค์ มีจริงหรือแค่นิทาน ?

นรกสวรรค์ มีจริงหรือแค่นิทาน ? นิยามของคำว่า นรก-สวรรค์  เมื่อกล่าวถึง นรก และ สวรรค์แล้ว เกือบจะไม่มีใครที่ไม่ได้รับรู้หรือ ไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือไม่ได้รับคำสอนมาก่อน เกือบทุกคน จะได้รับคำสอนหรือคำบอกเล่าจากสังคม จากครอบครัว หรือจากศาสนาลัทธิที่ตนนับถือ เกี่ยวกับเรื่องของ นรกและสวรรค์ ซึ่งโดยทั่วไปจะกล่าวคล้ายคลึงกัน นั่นคือ นรก คือสถานที่ลงโทษ ทำการทรมานผู้ที่กระทำความผิดบาป ในเรื่องของศีลธรรม หรือในเรื่องของกรรม ที่เป็นกรรมชั่ว นรกในคำสอนของแต่ละศาสนา มักจะบรรยายถึงสภาพแห่งความทุกทรมาน เช่น จะถูกทุกตี ทิ่มแทง ด้วยของแหลมคม ถูกเผา ด้วยไฟที่ร้อนแรงกว่าที่เห็นในโลก ถูกต้มในน้ำเดือด ไม่มีอาหารนอกจากน้ำหนอง ผลไม้ที่เป็นหนามแหลมคม เมื่อกลืนเข้าไปจะทิ่มแทงกระเพาะลำไส้ ต่างๆนานา คำสอนเรื่องของนรก เป็นเรื่องที่บรรยายในสภาพที่น่ากลัว น่าสยดสยอง น่าหดหู่ ไม่ว่าในลัทธิหรือศาสนาใดๆส่วนใหญ่จะบรรยายและพรรณนาในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันทั้งสิ้น สวรรค์ คือ สถานที่ตอบแทนสำหรับผู้ที่ประกอบกรรมดี มีศีลธรรม มีคุณธรรม เรื่องของสวรรค์ก็เป็นเรื่องที่ศาสนาหรือลัทธิคำสอนทั้งหลายได้บรรยายในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันคือ สวรรค์จะเต็มไปด้วยสิ่งสวยงาม มีอาหารที่มีรสอร่อยที่หลากหลาย มีสวนผลไม้ และต้นไม้ที่สวยสดงดงาม มีธารน้ำ […]

คืนปล่อยผี เปิดตำนาน “วันสารทจีน” นรกปล่อบผีมารับส่วนบุญ !!

คืนปล่อยผี เปิดตำนาน “วันสารทจีน” นรกปล่อบผีมารับส่วนบุญ “วันสารทจีน” ถือเป็นวันสำคัญของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนอีกวันหนึ่ง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 5 ก.ย.60 ลูกหลานจะได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษด้วยการสรรหาของมงคลต่างๆ มาเซ่นไหว้ และยังถือเป็นเดือนที่น่ากลัวที่สุด เพราะเป็นเดือนที่ “ประตูนรกเปิด” ให้วิญญาณทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้ จึงทำให้ “เทศกาลสารทจีน” มีสีสันการจับจ่ายใช้สอยของเซ่นไหว้กันอย่างคับคั่ง ตามธรรมเนียมของไหว้จะประกอบไปด้วยชุดอาหาร 3 ชุด ดังนี้ 1. อาหารสำหรับไหว้เจ้าที่ ชาวจีนจะทำการไหว้ตอนเช้า ซึ่งมีทั้งอาหารคาวหวานที่นิยมไหว้ คือ ขนมถ้วยฟู กุยช่าย ขนมเทียน ขนมเข่ง ต้องมีจุดสีแดงแต้มไว้ตรงกลาง เนื่องจากชาวจีนเชื่อกันว่าสีแดง คือสีแห่งความเป็นศิริมงคล นอกจากนั้นควรจะมี น้ำชา ผลไม้ เหล้าจีน หรือกระดาษเงิน กระดาษทอง 2. อาหารสำหรับไหว้บรรพบุรุษ อาหารนี้ก็แทบจะไม่ต่างกับอาหารที่ไหว้เจ้าที่ แต่อาจเพิ่มรายการที่บรรพบุรุษชอบ เช่น เป็ด ไก่ หมู ขนมถ้วยฟู ขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้ น้ำชา แก่บรรพบุรุษ รวมไปถึงกระดาษเงิน […]