ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ? กินเหล้า หน้าหนาว !!

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ?

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ?

 

เชื่อว่าหลายคนในที่นี้เคยได้ยินคำบอกเล่าต่อๆ กันว่าการดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นได้ แก้หนาวได้อย่างชะงัดนักและก็เชื่ออีกว่าบางคนเคยลองทำตามแล้วรู้สึกว่าร่างกายนั้นอบอุ่นขึ้นได้จริงเพียงไม่นานหลังจากที่แอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย แต่ความจริงแล้วร่างกายนั้นอุ่นขึ้นจริงหรือเป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้น วันนี้เรามาไขข้อสงสัยที่ว่า ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาวได้จริงหรือ? มาฝากทุกท่านกัน

 

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ?

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ความเชื่อสุดอันตราย

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าร่างกายของคนเรามีกลไกในการต่อสู่กับความหนาวเย็นอยู่ ซึ่งก็คือการที่เลือดจะไหลกลับจากผิวหนังเข้าไปสู่อวัยวะภายในเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอและป้องกันอวัยวะภายในถูกทำลาย นั่นเป็นเหตุที่เมื่อหนาวจัดริมฝีปากจึงเขียวซีดและสั่นกันงึกงัก เมื่อดื่มแอลกอฮอล์แล้ว กลไกนี้จะถูกขัดขวางลงอย่างสิ้นเชิง เพราะว่าหลังจากดื่มแม้เพียงเล็กน้อย ร่างกายจะสูบฉีดเลือดไปที่ผิวหนังมากขึ้น เส้นเลือดฝอยจะขยายตัว เหงื่อจะถูกขับออกมามากขึ้น ความร้อนจะถูกระบายออกไปทำให้ร่างกายอุณหภูมิเย็นลงโดยไม่รู้ตัว

ที่จริงการดื่มแอลกอฮอล์นั้นช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นแค่ที่ “ผิวหนัง” เท่านั้น ไม่ได้ส่งความร้อนไปจนถึงภายในร่างกาย ถึงแม้ผู้ดื่มจะรู้สึกร้อนวูบวาบก็ตาม ความเชื่อนี้นอกจากจะหลอกลวงแล้วยังอันตรายต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง

ดื่มแอลกอฮอล์หน้าหนาว อันตรายอย่างไร

ภาวะตัวเย็นเกินไป (Hypothermia) โดยปกติภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่ในภูมิประเทศที่หนาวเย็นมากๆ แต่ในประเทศไทยช่วงอากาศหนาวจัด ตามภูเขาหรือยอดดอยก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนมากขึ้นจนอาจนำสู่ภาวะตัวเย็นเกินไป บางคนดื่มจนมึนเมา หลับไม่รู้สึกตัว ถ้ามีเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มไม่เพียงพอ นอนหลับตากอากาศเย็นจัดเป็นเวลานาน ก็อาจจะเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ?

วิธีแก้หนาวโดยไม่พึ่งแอลกอฮอล์

1. สวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อรักษาสมดุลความร้อนในร่างกาย หากอากาศหนาวมากพยายามอย่าออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ถ้าต้องออกไปอย่าลืมใส่เสื้อกันหนาว ในเวลากลางคืนควรสวมถุงมือถุงเท้าด้วย จะช่วยให้รู้สึกอุ่นมากขึ้น

2. ดื่มน้ำอุ่น จะช่วยให้รู้สึกหนาวน้อยลง อาจจะเปลี่ยนเป็นชาสมุนไพรแก้หนาวหรือชาดอกไม้หอมๆ นอกจากเพิ่มความอบอุ่นแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยนะ

 

3. ผิงไฟ เป็นวิธีบ้านๆ ที่นิยมทำกันมากตามชนบท ลองก่อกองไฟเล็กแล้วนั่งอมรอบกองไฟกัน อาจจะมีการสนทนาพาทีกัน ก็ทำให้รู้สึกดีไปอีกแบบ

 

จะเห็นได้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาวนั้นเป็นความเชื่อที่ผิดมากค่ะ นอกจากไม่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นอย่างแท้จริงแล้วยังอาจทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนจนเข้าสู่ภาวะตัวเย็นเกินไป ซึ่งส่งผลอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้อีก ดังนั้นฤดูหนาวนี้แนะนำให้แก้หนาวกันด้วยวิธีอื่นจะปลอดภัยมากกว่านะ

 

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ?

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

ขอบคุณข้อมูล :sukkaphap-d.com

ภาพจาก : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

วิธีไหว้ฮั่วท้อเซียนซือ เทพแห่งหมอยา เสริมดวงป้องกันโรคระบาด

วิธีไหว้ฮั่วท้อเซียนซือ เทพแห่งหมอยา เสริมดวงป้องกันโรคระบาด

วิธีไหว้ฮั่วท้อเซียนซือ เทพแห่งหมอยา เสริมดวงป้องกันโรคระบาด   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ที่สืบทอดกันตั้งแต่โบราณ มาฝากกัน เมืองไทยขณะนี้ต้องเผชิญโรคระบาดหลายครั้ง ส่งผลให้ขวัญและกำลังใจคนไทยเริ่มแย่ลงอย่างหนัก ทำมาหา กินลำบาก ไปที่ไหนเสี่ยงการติดเชื้อ แต่คติความเชื่อคนจีนโบราณเชื่อว่าการกราบไหว้เทพองค์หนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าครั้ง ก่อนคือหมอที่มีชื่อเสียงมากในประเทศจีนสมัยสามก๊กจัดว่าคือแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเป็นคนแรกของโลก ก่อน พุทธกาล คือเทพองค์ไหน กราบไหว้อย่างไร   จากบันทึกคนจีนโบราณว่าฮั่วท้อเซียนซือ คือหมอที่รักษาคนที่ไม่มีทางรักษาแล้วให้กลับหายปกติได้ จึงได้รับฉายาว่า หมอเทวดา หรือ เซียนหมอ สมัยก่อนคนที่ให้หมอเทวดารักษาล้วนหายขาดจากโรคเหมือนรักษา คนตายให้ฟื้นชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน จะมาบนบานขอให้ ฮั่วท้อเซียนซือ ซึ่งคือประดุจเทพเจ้าแห่งการ แพทย์ช่วยปัดเป่าความเจ็บความป่วยให้หมดสิ้นไป   คนสมัยก่อนได้มีการนำขี้ธูปจากวัดมังกรกัมมลาวาส มาทำสูตร ยาสมุนไพรจีนเพื่อใช้บำบัดรักษาโรคโดยการขอพรจากเทพเจ้าฮั่วท้อเซียนซือ ให้ช่วยปัดเป่าความเจ็บป่วยออกไป เชื่อว่าเทพเจ้าองค์นี้คือผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์จีน ชาวบ้านจึงนิยมมาขอยาหน้ารูปจำลอง โดยการเขย่าติ้ว เซียมซีที่โต๊ะศาลไปตกที่หมายเลขใดก็จะให้ซินแสจ่ายยาชุดที่ตรงกับหมายเลขกำกับ มีคำแนะนำตามสูตรของ ท่านฮั่วท้อเซียนซือ การกราบไหว้จะเสริมดวงมงคลด้านสุขภาพ ต้านภัยจากโรคร้ายแก่ผู้มีจิตศรัทธา ควรหาโอกาส ไปกราบไหว้   สรุป : การไหว้พระ และเทพเพื่อขอพร ตามความเชื่อคนโบราณว่าจะเสริมดวง ก็ต้องควบคู่ไปกับการป้องกันตนเอง […]

จัดเตียงนอนอย่างไร ได้ทั้งเรื่องฮวงจุ้ย และหลับปุ๋ยตลอดคืน

จัดเตียงนอนอย่างไร ได้ทั้งเรื่องฮวงจุ้ย และหลับปุ๋ยตลอดคืน

จัดเตียงนอนอย่างไร ได้ทั้งเรื่องฮวงจุ้ย และหลับปุ๋ยตลอดคืน   ตามหลักฮวงจุ้ย “เตียงนอน” เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ คุณลองคิดดูก็ได้ว่าในวันๆ หนึ่งคุณต้องใช้เวลาเท่าไรในการนอนหลับ พักผ่อน ดังนั้นเตียงนอนจึงเป็นสถานที่ที่คุณใช้เวลามากกว่าสถานที่อื่น และเวลาที่อยู่บนเตียงคุณมักนอนหลับ เมื่อหลับแล้วจะอยู่ในสภาวะ “หยิน” ซึ่งจะทำให้เรามีความอ่อนไหวต่อพลังงานรอบตัวมากขึ้น ดังนั้นการจัดเตียงนอนของคุณจึงส่งผลต่อตัวคุณ ดังนั้นคุณควรใส่ใจเรื่องการจัดเตียงนอนให้ถูกหลักฮวงจุ้ย หรือถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ให้ปรับแก้ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้     1.ตำแหน่งผู้บังคับบัญชา ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยเราควรวางเตียงโดยใช้หลักของตำแหน่งผู้บังคับบัญชาเพราะมันสามารถมองเห็นประตูห้องนอนได้ แต่คุณไม่ควรวางเตียงนอนให้เผชิญหน้ากับประตูโดยตรง ซึ่งคุณอาจจะวางเตียงแบบแนวทแยงมุมด้วย   2.วางเตียงสัมพันธ์กับประตู นอกจากการวางเตียงตามตำแหน่งในข้อ 1 แล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ควรระมัดระวังในการวางเตียงคือการวางเตียงสัมพันธ์กับประตูห้องนอน สิ่งที่ควรระมัดระวังคือไม่ควรเปิดประตูแล้วชนกับส่วนใดส่วนหนึ่งของเตียงนอน เช่นถ้าเปิดประตูมาแล้วชนกับส่วนหัวนอนอาจทำให้คุณปวดหัว หรือถ้าประตูเปิดแล้วชนกับส่วนเท้า คุณอาจมีปัญหาเรื่องเท้าเมื่อเวลาผ่านไป และควรระวังไม่ให้เท้าชี้ไปที่ประตูโดยตรงเพราะมันบอกถึงตำแหน่งโลงศพ     3.หัวเตียงชนกับผนังทึบ ถ้าหัวเตียงนอนของคุณชนกับผนังทึบนั่นหมายความว่าคุณจะได้รับการสนับสนุนจากคนอื่นๆ แต่เนื่องจากบางครั้งเราอาจจะเห็นเตียงอยู่กลางห้องซึ่งนั่นไม่ใช่ลักษณะฮวงจุ้ยที่ดี นอกจากนี้ไม่ควรมีหน้าต่างอยู่ตรงหัวเตียงนอน   4.หัวเตียงนอนชนกับผนังห้องนอน ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้หัวเตียงชนกับผนังห้องน้ำ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้กระจกตั้งที่หลังเตียงเพื่อขยายมุมมองของห้องนอนให้กว้างขึ้น     5.พื้นที่ข้างเตียงทั้งสองด้าน สำหรับผู้ใหญ่ มันจะดีมากถ้าเปิดพื้นที่ข้างเตียงทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งแนะนำว่าให้เว้นระยะไว้ประมาณ 18 นิ้ว ซึ่งมันไม่ใช่ไอเดียที่ดีเลยถ้าคุณจะตั้งเตียงนอนให้ด้านหนึ่งชนกับผนัง เพราะการปล่อยให้มีพื้นที่ข้างเตียงทั้ง […]

ความเชื่อเรื่องการขอพรพระจันทร์

ความเชื่อเรื่องการขอพรพระจันทร์   เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องการขอพรพระจันทร์หรือการขอพรในวันจันทร์เพ็ญและวันจันทร์ดับ หรือเรียกอีกอย่างว่า วันเดือนดับ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวันเกิดจันทรคราส หรือ สุริยคราส แต่เป็นปรากฏที่เกิดขึ้นประจำเดือนละครั้ง สำหรับวันเดือนดับในทางโหราศาสตร์โบราณนั้นเรียกว่า”วันอมาวสี” ส่วนในภาษาอังกฤษเรียกว่า “วันนิวมูน” (New Moon) แต่วันจันทร์เพ็ญจะเรียกกันว่า “วันปุรณมี” ซึ่งวันนี้จะเป็นวันที่ตำแหน่งองศาของพระจันทร์กับพระอาทิตย์ทับกันสนิท เหมาะอย่างยิ่งที่จะทำการขอพรฟ้าหรือขอพรพระจันทร์ โดยความเชื่อนี้มีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลเลยทีเดียว หมายเหตุ ปฏิทินวันขอเงินจากพระจันทร์จะมีการปรับเปลี่ยนไปแต่ละปี ผู้ที่จะทำการขอพร ควรตรวจดูวันและเวลาที่แม่นยำตามปีพ.ศ.ปัจจุบัน      ปฏิทินวันขอเงินจากพระจันทร์ ประจำปี 2556 วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ตรงกับ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 เวลา 02.45 น. วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 ตรงกับ แรม 15 ค่ำ เดือน 2 เวลา 14.22 น. วันอังคารที่ 12 […]

คนอายุ 28-32 ปี แต่งงานแล้วจะมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว !! จริงหรือไม่ ?

คนอายุ 28-32 ปี แต่งงานแล้วจะมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว !! จริงหรือไม่ ?

5 ข้อยืนยัน คนอายุ 28-32 ปี แต่งงานแล้วจะมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว !! ผลการวิจัยของนักสังคมวิทยา นิค วูล์ฟฟิงเกอร์ จากมหาวิทยาลัยยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า.. ช่วงอายุที่เหมาะสมแก่การเริ่มต้นชีวิตคู่มากที่สุดคือ 28-32 ปี เพราะมีอัตราการหย่าร้างน้อยมากๆ กว่าคู่รักที่อยู่ในช่วงอายุอื่น และวันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ก็ได้มีเหตุผลดีๆ 5 ข้อจากการวิจัยในครั้งนี้ มาให้เพื่อนได้ทราบกันแล้วว่าทำไมช่วงอายุที่ว่าจึงทำให้อยู่กันได้อย่างยืดยาว   1. คนที่อยู่ในวัยนี้สามารถรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเองว่าเข้ากับอีกฝ่ายได้จริงหรือเปล่า ประมาณว่าแยกแยะความรู้สึกรัก – หลงได้ชัดเจน 2. ถือได้ว่าเป็อช่วงอายุที่ต่างฝ่ายก็ต้องการที่จะเลือกทางเดินชีวิตที่มั่นคงแล้ว และเริ่มที่จะมีความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ สูงขึ้น 3. มีความมั่นคงทางการงาน และการเงินในระดับหนึ่ง คือสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว 4. เป็นช่วงอายุที่สามารถปรับตัวได้ดี รวมไปถึงนิสัย รูปแบบการใช้ชีวิต และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้เข้ากับอีกฝ่ายได้อย่างสบาย 5. ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในช่วงอายุนี้ จะไม่ค่อยมีลูกหรือภาระที่ต้องผูกพันมากมาย ดังนั้นถือเป็นช่วงอายุที่ดีในการเริ่มต้นชีวิตคู่     งานวิจัยจากต่างประเทศยืนยันขนาดนี้แล้ว สาวๆ ที่ยังโสดและอยู่ในช่วงอายุนี้พอดี ก็คงต้องรีบหาคนที่เหมาะกับเราได้แล้วนะ เพราะหากปล่อยให้เวลาผ่านไปและอายุเพิ่มมากขึ้น […]