คาถาความรัก มหามนต์รัก เรียกจิตคนรักกลับคืนมา

คาถาความรัก มหามนต์รัก เรียกจิตคนรักกลับคืนมา

คาถาความรัก มหามนต์รัก เรียกจิตคนรักกลับคืนมา

 

คาถามหาเสน่ห์เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล ที่ใช้ท่องภาวนาเพื่อเสริมให้คนรอบข้างเอ็นดูมีเมตตา เพิ่มเสน่ห์ใครเห็นต่างรักใคร่ ซึ่งก็มีหลากหลายคาถาสำหรับการเลือกนำไปใช้ได้หลากหลายโอกาส ด้วยความรักมีทั้งสุขสมหวังและทุกข์ปะปนกันไป มีรักก็ต้องมีเลิกลา แต่ถ้าเรายังทำใจไม่ได้ บางท่านก็ให้ใช้ศาสนาเป็นเรื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

ท่องบทสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืนเพื่อให้ใจสงบ ท่องเช้าเย็น จะเจอเรื่องดีๆ มีแต่คนรัก มีแต่คนชื่นชม ช่วยเสริมดวงด้านความรัก เพิ่มเสน่ห์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากคุณอยากให้คนรอบข้างรักและเอ็นดูก็ต้องประพฤติตนเป็นคนดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ทำความดีละเว้นความชั่ว ผลของความดีจะส่งเสริมให้คุณมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองใครเห็นก็ต่างรักใคร่เอ็นดูเช่นกัน

 

คาถาความรัก มหามนต์รัก เรียกจิตคนรักกลับคืนมา

 

คาถาความรัก

ก่อนท่องคาถาความรัก ให้ตั้งนะโม 3 จบ
ปุพเพวะ สันนิวา เสนะ
ปัจจะบันนะ หิเตนะ วา
เอวันตัง ชะยะเต เปมัง
อุปะลัง วะ ยะโส ธะเก ฯ

ให้สวดพระคาถา คาถาความรัก เท่าอายุ กลางคืนจะฝันถึงเนื้อคู่คนรัก เมื่อเรามีสมาธิและตั้งใจดี

 

มหามนต์รัก

โอม นะ ปะ โร รันนะขุเภติ พุทธัง สะระติ จิตตัง
สมาคะมา ธัมมัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา สังฆัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา

คาถาความรัก ให้ภาวนากับดอกไม้ก่อนที่จะส่งให้กับคนที่เรารัก เมื่อเขาหรือเธอสูดดมดอกไม้ก็จะรักเราตอบ เรื่องสั้นความรัก

 

คาถาความรัก มหามนต์รัก เรียกจิตคนรักกลับคืนมา

 

ความรักกลับคืน คนรักกลับมา ให้เขียนชื่อเราและคนที่เรารัก ลงบนกระดาษเล็กๆ แล้วภาวนาด้วย คาถาความรักกลับคืนคนรักกลับมา หรือ คาถาเรียกคนรักกลับคืน เรื่องความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน ที่ต้องมีความเห็นใจซึ่งกันและกัน ความรักไม่ใช่การได้ครอบครอง

นามานังสะมาโล ยุตตัดโถ ยุตตัดถะ นากาโร โหติ
สัมภโว อนุปะทิฏฐานัง วุตตะโยคะโต นะธา นะธา
หิตังเทวัง นะระเท เอหิ ปูชิตัง นะรานัง กามะปังเกติ นะมามิสุคะชิตังฯ

เรื่องการทำเสน่ห์ ทำให้คนรักกลับมาให้ยึดคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง พยายามรักษาศีล 5 ให้มั่นคง หมั่นทำบุญถวายสังฆทาน อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และเทวดาประจำตัวเราด้วยทุกครั้ง

 

คาถาความรัก มหามนต์รัก เรียกจิตคนรักกลับคืนมา

 

คาถาเรียกจิต (ให้เขาคิดถึงเรา)

มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมามาจิตตัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ เอหิมะมะ

ใช้ทางเรียกคนรัก โดยเวลาภาวนาให้หลับตา คิดถึงหน้าคนรัก และน้อมจิตคิดไปว่าเขาหรือเธออยากจะมาหาเรา เท่านี้คนที่โดนเรียกจะมีใจรู้สึกอยากมาหาเรา ควรใช้ภาวนาในช่วงเวลาที่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่ จะใช้ได้ดีมากกว่าเวลาอื่นๆ ในขณะท่องให้ทำจิตทำใจเชื่อมั่นว่า พระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์นี้จะชักพาคนรักให้รีบเร่งมาหาคุณแต่จะเร็วแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับสมาธิและความเชื่อมั่นของคุณ แต่อยู่ในพื้นฐานของความเป็นไปได้ด้วยและวาสนาบุญกรรมด้วยนะ

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com

ภาพจาก : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

เลขเด็ดตะเคียน 200 ปี

เลขเด็ดตะเคียน 200 ปี

เลขเด็ดตะเคียน 200 ปี ชาวบ้านแห่ขอโชค “ตะเคียน 200 ปี” วัดท่าลาด จ.สุรินทร์ หลังมีคนดวงดีถูกหวย 5 งวดติด ขณะที่ ร่างทรงหลวงปู่เสือ ปัก “เลขเด็ด” ไว้กับกุมารเงิน คอหวยไม่พลาดนำไปเสี่ยงโชค เลขเด็ดตะเคียน 200 ปี เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บริเวณลานหน้าวัดท่าลาด บ้านท่าลาด ต.ศรีณรงค์ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ พบชาวบ้านเดินทางมากราบไหว้ต้นตะเคียนอย่างไม่ขาดสาย จากการสอบถามกรรมการวัดทราบว่า ช่วงคืนวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา มีร่างทรงหลวงปู่เสือจากจังหวัดร้อยเอ็ดเดินทางมาทำพิธีถวายพานดอกไม้ธูปเทียนและสวดมนต์เพื่ออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าปู่ประจำหมู่บ้านมาลงประทับทรง ก่อนหยิบปากกาเขียน “เลขเด็ด” 967 ลงบนแผ่นกระดาษ แล้วนำมาคล้องไว้กับกุมารเงินหน้าศาลต้นตะเคียน ส่วนคนดวงดีที่ถูกหวยได้นำเงินมาถวายวัด และสิ่งของเครื่องใช้ อาทิ โต๊ะเครื่องแป้ง, กุมารเงิน, กุมารทอง, หัวหมู พร้อมจัดนางรำมารำถวายหลังจากบนบานศาลกล่าวไว้ เพื่อมาแก้บนไว้เนื่องจากถูกหวย  ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลกับแหล่งที่มา และท่านที่รับชม ข้อมูลจากทางเว็บของเรา บทความแนะนำ กุมารทอง “ไอจุก” ให้เลขเด็ด 4 งวดติด คอหวยแก้บนได้รับร่างใหม่ […]

จริงหรือ !! โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี

จริงหรือ !! โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี

โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คุณคงทราบดีแล้วว่าคนโบราณห้ามมีเพศสัมพันธ์กันในวันพระ เพราะคือวันสำคัญที่ชาวพุทธจะต้องสำรวมจิตใจ ระลึกคุณพระรัตนตรัย ทำความดีละเว้นความชั่ว และคนสมัยก่อนจะสร้างอุบายห้ามมิให้ชายหญิงที่แต่งงานกัน รวมทั้งพวกลักลอบมีเพศสัมพันธ์กันในวันพระ เชื่อว่าจะบาป มีมลทินติดตัว แล้วคุณสงสัยไหมว่าคนสมัยก่อนจะให้มีอะไรกันได้ในวันไหน ไปดูกัน..   คืนข้างขึ้นพระจันทร์เต็มดวง คืนวันพระจันทร์เต็มดวงคนไทยสมัยก่อนเชื่อว่ามีอำนาจลึกลับ และแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่กระตุ้นสิ่งที่ซ่อนเร้นภายในจิตใจคน ให้ระอุออกมา สิ่งที่ว่าคือความรุนแรง การเข่นฆ่า อาชญากรรม และตัณหา ราคะ ซึ่งข่าวการฆาตกรรม ข่มขืน ปล้นฆ่า ส่วนใหญ่เมื่อตรงวันพระจันทร์เต็มดวงจะสำเร็จ ฉะนั้นคนเฒ่าคนแก่จะแนะนำให้ชายหญิงที่แต่งงานกันแล้วมีเพศสัมพันธ์กัน   วันสมสู่ คนสมัยก่อนจะเรียกคืนวันส่งตัวที่โหรหาฤกษ์แต่งงานให้บ่าวสาวว่าคือฤกษ์สมสู่ ความหมายในวันสมสู่จะหมายความว่าวันที่เหมาะสมจะหนุ่มสาวควรมีเพศสัมพันธ์กัน เพราะโหรจะหาวันเวลาที่ดวงฝ่ายชายฝ่ายหญิงแต่งงานกันแล้วจะอยู่ครองคู่อยู่กันนาน ๆ โหรจะคำนวณคืนสมสู่ไปพร้อม คนโบราณแนะนำวันเวลาที่ว่าเหมาะกับหนุ่มสาวคู่อื่นด้วย ฉะนั้น วันที่คุณไปงานแต่งงานเพื่อน ญาติพี่น้องใครที่แต่งงาน คืนที่กลับมาคือคืนที่คนโบราณแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์กัน วันจันทร์ ตำราโหราจารย์สมัยโบราณจะใช้อิทธิพลดาวจันทร์ในการกำหนดพิธีกรรมเรื่องความรัก เช่น คืนไปหาและปลุกเสกน้ำมันพราย คืนวันทำเสน่ห์ เพราะดาวจันทร์ที่คนสมัยก่อนแทนด้วยวันจันทร์ คนโบราณจะแนะนำว่าคือวันที่เหมาะสมที่หนุ่มสาวจะมีเพศสัมพันธ์กัน             สรุป […]

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง

เปิดประวัติ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเกจิดัง   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพามาทำความรู้จักกับ ประวัติของ หลวงปู่โต๊ะ หรือ พระราชสังวราภิมณฑ์ พระเกจิดัง วัดประดู่ฉิมพลี พระผู้มีอภิญญา ผู้เลื่องลือเรื่องปาฏิหาริย์ เป็นผู้สร้างพระปิดตาราคาหลักล้าน ในปัจจุบัน     ประวัติหลวงปู่โต๊ะ พระราชสังวราภิมณฑ์ หรือ หลวงปู่โต๊ะ เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2430 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นบุตรของนายพลอย และนางทับ รัตนคอน มีพี่น้องอยู่ร่วมกัน 2 คน ซึ่งถึงแก่กรรมไปก่อนหลวงปู่นานมาก ในวัยเด็ก เด็กชายโต๊ะ ได้เข้าเรียนวิชาอยู่ที่วัดเกาะแก้ว ใกล้บ้านเกิดของท่าน เมื่อมารดาถึงแก่กรรม พระภิกษุแก้ว เห็นความขยันหมั่นเพียรของเด็กชายโต๊ะ จึงได้พาเด็กชายโต๊ะ มาฝากอยู่กับพระอธิการสุข เจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลีในสมัยนั้น ท่านเรียนหนังสืออยู่ที่ วัดประดู่ฉิมพลี อยู่เป็นเวลาอยู่ 4 ปี ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 17 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2447 […]

คาถาบูชาพระพุทธชินราช หมั่นภาวนา อานิสงค์ให้ชีวิตรุ่งเรือง มีโชคลาภด้วย

คาถาบูชาพระพุทธชินราช หมั่นภาวนา อานิสงค์ให้ชีวิตรุ่งเรือง มีโชคลาภด้วย

มอบความเป็นสิริมงคล คาถาบูชาพระพุทธชินราช พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก พระพุทธชินราช หรือที่เรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย หมวดพระพุทธชินราช หน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว สูง 7 ศอก องค์พระเดิมสร้างขึ้นจากสำริดก่อนลงรักปิดทองในเวลาต่อมา พระพุทธชินราช เป็นพระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลกมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นพระพุทธรูปที่ได้ชื่อว่าผู้คนนิยมเดินทางไปกราบไหว้ขอพรมากที่สุดองค์หนึ่ง โดยเชื่อกัน ในหมู่ประชาชนจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงว่า หลวงพ่อใหญ่นี้ศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และการกราบพระพุทธชินราชนี้ยังมีอานิสงค์ให้ชีวิตรุ่งเรือง มีโชคลาภด้วย   คาถาบูชาพระพุทธชินราช หมั่นภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ชีวิตไม่มีตกอับ ประวัติความเป็นมา ไม่มีหลักฐานแน่ชัด ว่าพระพุทธชินราชถูกสร้างขึ้นในสมัยใดกันแน่ แต่ข้อสันนิฐานเรื่องการสร้างพระพุทธชินราชที่ได้รับความนิยมที่สุดมาจาก พงศาวดารเหนือ ซึ่งเป็นเอกสารเล่าเรื่องตำนานเมืองเหนือในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวอ้างถึง การสร้างพระใหญ่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 หรือสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี อันเป็นคราวเดียวกับที่สร้างพระพุทธชินสีห์นั่นเอง ต่อมาในสมัยอยุธยา ปี 2146 สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้เสด็จแปรพระราชฐานมายังเมืองพิษณุโลกและเสด็จพระราชดำเนินมานมัสการพระพุทธชินราช ในโอกาสนี้เอง โปรดให้มีการนำเครื่องราชูปโภคมาตีแผ่เป็นทองคำเปลวสำหรับปิดทองพระพุทธชินราช จึงถือเป็นการลงรักปิดทองครั้งแรก ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา คราวเมื่อสงครามเสียกรุงฯครั้งที่ 2 กองทัพพม่าซึ่งนำโดยอะแซหวุ่นกี้ได้ตีเมืองพิษณุโลกสำเร็จ และเผาทำลายพระราชวังจันทร์กับพระวิหารประธานด้านตะวันออกของวัด ทว่าไม่ได้แตะต้องพระพุทธชินราชที่ประดิษฐานอยู่อีกแห่ง พระพุทธชินราชจึงยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์สวยงามและเป็นที่ศรัทธาของประชาชนมาตราบจนปัจจุบัน คาถาบูชาพระพุทธชินราช กาเยนะ วาจายะวะ เจตะสาวา […]