6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าและ เหนื่อยตลอดเวลาทั้งที่ได้นอนเต็มอิ่ม !!

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

 

หลังจากดื่นนอนตอนเช้า คุณมักจะมีอาการอ่อนเพลีย และล้าหรือปวดตามร่างกาย ทั้งที่คุณนอนพักผ่อนเพียงพอ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้มาให้สาเหตุของอาการเหล่านี้กันค่ะ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง เพื่อหาวิธีแก้ไขอย่างถูกวิธีนะ

 

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

1. ดื่มน้ำเปล่าไม่เพียงพอ/ต่อวัน

ในหนึ่งวันหากร่างกายขาดน้ำเป็นปริมาณมาก จะทำให้เลือดไหลเวียนช้าลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะฉะนั้นที่คุณรู้สึกเหนื่อยเพลียเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดกระจายตัวได้ไม่เต็มที่ หัวใจสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มร้อยนั่นเอง รวมทั้งความเร็วที่ออกซิเจน และสารอาหารจะเข้าถึงกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย ทางที่ดีในหนึ่งวันคุณควรดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน ไม่เพียงแต่ทำให้เลือดเจือจางและไหลเวียนดีขึ้น แต่ผิวพรรณจะแลดูสุขภาพดี ดูสดใส เปล่งปลั่งขึ้นด้วย

 

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

2. คุณบริโภคธาตุเหล็กน้อยเกินไป

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย เพลียง่าย และอาจทำให้คุณรู้สึกขี้เกียจ โมโหง่าย อ่อนแอ ป่วยง่าย และมีอาการไม่สามารถโฟกัสอะไรได้เป็นเวลานานๆ ร่วมตามไปด้วย เนื่องจากออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ ไม่เพียงพอ ขอแนะนำว่าคุณควรบริโภคธาตุเหล็กอย่างน้อย 1 ใน 4 ของอาหารที่คุณทานต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายคุณมีพลังในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น ช่วยคิดและจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ต่อต้านการเจ็บป่วยและลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง

 

ธาตุเหล็กมักพบอยู่ในอาหารจำพวก เนื้อ (ไม่ติดมัน), ไข่แดง, ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช, ข้าวโอ๊ต, หน่อไม้ฝรั่ง, ถั่วฝักยาว, ผักแว่น, เห็ดฟาง, พริกหวาน, ใบแมงลัก, ใบกะเพราะ, ถั่วขนาดเล็ก, เต้าหู้, ไข่ไก่, ผักที่เต็มไปด้วยใบสีเขียวเข้ม, ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และเนยถั่ว

 

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

 

3. คุณไม่ได้รับประทานอาหารเช้า และทานแต่อาหารฟาสต์ฟู๊ด

คุณรู้หรือไม่ว่าอาหารขยะที่คุณมักทานตอนเช้าเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย เพลียตลอดทั้งวันและทำให้คุณอ้วนขึ้นไม่รู้ตัว เนื่องจากอาหารเหล่านั้นไม่ได้ให้โปรตีน ไขมัน วิตามินต่างๆ ที่ให้พลังงานคุณ แต่กับให้น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตจำนวนมากที่เป็นตัวเร่งให้ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ทางที่ดีคุณควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาทานอาหารเช้าโดยลดน้ำตาลและแป้ง แต่เสริมด้วยโปรตีนจากโฮลเกรนและนมสดเข้าไปแทนในทุกมื้อ ทำให้เป็นกิจวัตร เพื่อสุขภาพและระบบการทำงานภายในร่างกายที่ดีขึ้น น่าจะเวิร์กกว่านะ อีกหลากหลายทางเลือกที่ให้พลังงานแถมโปรตีนเพียบ คุณสามารถทานข้าวสีน้ำตาล, แซลมอน, มันฝรั่งหวาน, สลัดไก่, สลัดผลไม้ และทานไก่ได้

 

4. งานที่ยุ่งเหยิง รัดตัว ทำงานจนไม่ได้พักผ่อน

แบ่งเวลาจากการทำงานมาขาร์ตพลังงานให้กับร่างกายบ้างนะ เพราะไม่อย่างนั้นร่างกายจะรู้สึกเพลีย เหนื่อยง่ายและอาจน็อกเอาต์ไปซะดื้อๆ ยิ่งถ้าโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยงานวางกองจนล้น อาจทำให้คุณเหนื่อยใจและเสียสุขภาพจิตเอาได้ง่ายๆ อย่าทำงานจนเกินขีดจำกัดความสามารถคุณและให้เวลาพักผ่อนกับตัวเองบ้าง

เพราะการพักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สมองปลอดโปร่งและปลดปล่อยพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ หาวันว่างๆ พักผ่อนสมอง ปล่อยใจและกายให้โล่งบ้าง หยุดคิดเรื่องปวดหัวอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งก็ยังดีนะ หรือถ้างานรัดตัวจริงๆ ก็แบ่งเคลียร์งานวันนั้นให้เสร็จ แล้วกลับมาพักผ่อนต่อที่บ้าน รีแล็กซ์สบายๆ

 

5. คุณดื่มไวน์ หรือแอลกอฮอล์ 1-2 แก้ว ก่อนนอน

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดูเหมือนเป็นหนทางที่ดีที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายก่อนการนอนหลับและทำให้คุณหลับได้เร็วขึ้น แต่จริงๆ แล้วมันส่งผลตรงข้ามกับที่คุณคิดไว้เลย เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางลดลงให้ผลเหมือนยาระงับประสาท และส่งผลผลสะท้อนกลับทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายสูบฉีดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมหลังจากคุณดื่มไปแล้วคุณถึงรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ทางที่ดีเพื่อการนอนหลับที่สบายและยาวนาน คุณควรหยุดดื่มแอลกฮอล์ทั้งหมด(ทุกชนิด) 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน

 

6. การเล่นอุปกรณ์/เทคโนโลยีก่อนนอน

ถ้าเมื่อคืนคุณเล่นอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีต่างๆ ก่อนนอน ก็เป็นไปได้ว่าพอตื่นเช้าขึ้นมาคุณจะรู้สึกเพลียเหมือนนอนได้ไม่เต็มอิ่ม เนื่องจากไฟที่สว่างจ้าออกมาจากหน้าจอแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้นาฬิกาชีวิตและระบบการทำงานในร่างกายคุณหันเหทำงานไม่ปกติ ร่างกายไม่สามารถควบคุมฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้การนอนหลับเป็นปกติและตื่นอย่างเป็นระบบได้ จึงทำให้คุณรู้สึกง่วงและเพลียหลังจากตื่นขึ้นมา ถ้าคุณอยากนอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้เช้าตื่นมาสดใส กระปรี้กระเปร่า เพียงแค่คุณปิดเทคโนโลยีสื่อสารทั้งหมดก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมง ก็ช่วยได้เยอะแล้วล่ะ

แต่ถ้าคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะเล่นอุปกรณ์เทคโนโลยีของคุณได้ ก็ให้ถือห่างจากหน้าและสายตาอย่างน้อย 14 นิ้ว และเล่นในที่มีแสงสว่างเพียงพอ อย่า! ปิดไฟเล่นเด็ดขาด เพราะดวงตาของคุณจะรับแสงจากหน้าจอมากเกินไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเพลียเมื่อตื่นนอนแล้ว ยังทำให้คุณสายตาเสียอีกด้วย(อาจสายตาสั้นลง)

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

ภาพจาก : pixabay.com

เรื่องน่าสนใจ

8 สมุนไพรกินอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด !!

8 สมุนไพรกินอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด !!

8 สมุนไพรกินอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์  ได้รวบรวมวิธีกินสมุนไพรให้ได้ประโยชน์แบบง่ายๆ มาฝากกันกับสมุนไพร ที่กินคู่กันแล้วจะยิ่งส่งผลให้ได้มากที่สุด ดังนี้   1.ใบฟ้าทลายโจร VS ก้านและลำต้นฟ้าทลายโจร (Guru Recommend) ใบฟ้าทลายโจรมีสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ปริมาณมาก มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ ฆ่าเชื้อไวรัส และป้องกันโรคหวัดได้   2.กะเพราะแดง VS กะเพราขาว (Guru Recommend) หากจะกินยาแนะนำให้เลือกกินกะเพราแดง เพราะมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์เยอะกว่า แถมยังมีกลิ่นหอมกว่าและฉุนกว่าอีกด้วย มีประโยชน์ในการช่วยป้องกันอาหารท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยย่อยอาหาร   3.กินกระเทียมธรรมดา VS กระเทียมโทน (Guru Recommend) การกินกระเทียมโทนแบบไม่ปรุงสุก จะทำให้ร่างกายรับสารสำคัญอัลลิซิน (Allicin) สูงกว่าการกินกระเทียมดิบ มีประโยชน์ในการช่วยลดระดับไขมันในเลือด และลดระดับความดันโลหิตได้   4.ชาเขียว VS ชาขาว (Guru Recommend) ชาขาวมีสารแอนติออกซิแดนด์สูงกว่าชาเขียว ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์และป้องกันโรคมะเร็ง แถมชาเขียวยังมีสารกาเฟอีนสูง ส่งผลให้มีอาการใจสั่นได้ง่ายกว่าชาขาว […]

รักกันแค่ไหนก็เลิกกันได้ !! 3 ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้รักคุณพังลง ห้ามพลาด !!

รักกันแค่ไหนก็เลิกกันได้ !! 3 ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้รักคุณพังลง ห้ามพลาด !!

รักกันแค่ไหนก็เลิกกันได้ !! 3 ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้รักคุณพังลง มันก็จริงอยู่ที่ความรักเป็นเรื่องของคนสอง เป็นคนสองคนที่มีความรัก และความรู้สึกดีๆให้กัน จนมันเติมโตเป็นความรัก แต่นั้นแหละ ถึงคนรักกันจะเป็นแค่คุณกับเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าปัจจัยอื่นๆก็มีผลต่อความสัมพันธ์ของคุณเหมือนกัน วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ เลยมี 3 ปัจจัยสำคัญที่คุณเจอเมื่อไหร่ มันสามารถพังความรักของคุณลงได้ ไปดูกันเลย…     1. เงิน เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครหลอกค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีคนพูดกันมากมายว่า ความรักไม่เกี่ยวกับเงิน ถ้าให้พูดในสมัยนี้มันก็ยากอยู่ เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเงินก็เป้นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งของความรัก ราไม่ได้บอกว่าให้คุณเลิกกับแฟนปัจจุบัน แล้วไปเลือกคบคนรวยนะคะ แต่ถ้าต้องมานั่งกัดก้อนเกลือกินเห็นทีว่าไม่ใช่เรื่อง เพราะความรักบางครั้งก็จำเป็นต้องใช้เงินในระยะยาว คู่รักควรคุยและตกลงกันตั้งแต่แรก เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องมีปัญหาว่าใครเอาเปรียบใคร   2. เพื่อน สำหรับบางคนแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสำคัญมากที่สุด ยิ่งเพื่อนสนิทกันเป็นกลุ่มเป็นแกงค์ เวลามีใครเข้ามาก็จะมีเพื่อนๆ คอยสแกนให้ ถ้าเพื่อนบอกไม่ผ่าน ไม่โอ ก็อาจจะเชื่อเพื่อน ซึ่งก็มีคู่รักหลายคู่ที่ความสัมพันธ์ไปไม่รอดก็เพราะเพื่อนบอกว่าคุณไม่ผ่าน ดังนั้นถ้าคิดจะจีบคนที่มีเพื่อน ก็ต้องเข้าทางเพื่อนให้ได้ด้วย   3. ครอบครัว สำหรับข้อนี้เรียกว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆรองจากความรักเลยค่ะ เพราะต่อให้คุณรักกันมากแค่ไหน แต่ครอบครัวไม่โอเคทุกอย่างมันก็จบ คงไม่มีใครบ้าตัดขาดกับความครัวเพื่อใครสักคนที่เขารักหรอกใช่ไหมค่ะ มันไม่ใช่นิยาย […]

ฆ่าคนตาย เพราะหน้าที่การงาน ตามหลักศาสนาบาปไหม

ฆ่าคนตาย เพราะหน้าที่การงาน ตามหลักศาสนาบาปไหม

ฆ่าคนตาย เพราะหน้าที่การงาน ตามหลักศาสนาบาปไหม   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ มาให้อ่านกันเช่นเคย ความข้องใจเรื่อง “การฆ่าคนตาย” เพราะงานผิดไหม ระหว่างศีลธรรมและการงานควรเลือกสิ่งใด คติความเชื่อคนโบราณว่าบาปหรือไม่ ชาวพุทธเชื่อว่าผู้ใดฆ่าสัตว์ตัดชีวิตต้องผิดศีลบาปหนัก แล้วอาชีพด้านการฆ่าคนตาย ขัดศีลธรรมไหม บาปหรือไม่   คนโบราณว่าใครจะตั้งใจรักษาศีลแต่บางคราว อาจพลาดพลั้งเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ฆ่าคนตายโดยมิได้ตั้งใจ ซึ่งอาจเพราะการงาน อย่างเพชฌฆาต มือปราบผู้ร้าย ทหารหาญป้องกันประเทศ เมื่อยึดคำสอนด้านศีลธรรม กำหนดด้านอนุโลมฆ่า ไม่นับว่าศีลขาด แต่จัดว่า ศีลทะลุ ศีลด่างซึ่งจะให้ผลมากน้อยแตกต่างกันไป การฆ่าสัตว์ มีโทษมากหรือโทษน้อย ขึ้นอยู่ว่าคุณสัตว์นั้น ใครฆ่าสัตว์ที่มีคุณมาก จะมีโทษมากกว่าการฆ่าสัตว์มีคุณน้อยหรือไม่มีคุณ อย่างฆ่าพระอรหันต์ มีโทษมากกว่าฆ่าคนสามัญ ฆ่าสัตว์ช่วยงานมีโทษมากกว่าฆ่าสัตว์ดุร้าย   สำหรับสัตว์เดรัจฉาน เมื่อเทียบกับพวกที่ไม่มีคุณเหมือนกัน การฆ่าสัตว์ใหญ่ มีโทษมากกว่าการฆ่าสัตว์เล็ก เมื่อพิจารณาด้านความพยายาม ใครมีความพยายามในการฆ่ามาก มีโทษมาก มีความพยายามน้อย มีโทษน้อย และกิเลสหรือเจตนา กิเลส หรือเจตนาแรง มีโทษมาก กิเลสหรือเจตนาอ่อน มีโทษน้อย […]

ทำไมชนเผ่าชาวเอสกิโม ถึงชอบล่าวาฬ

ทำไมชนเผ่าชาวเอสกิโม ถึงชอบล่าวาฬ

ทำไมชนเผ่าชาวเอสกิโม ถึงชอบล่าวาฬ   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ การล่าวาฬของชาวเอสกิโม มาให้ได้ทราบกัน… เมื่อย่างเข้าเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นเวลาที่ชนเผ่าเอสกิโมออกล่าวาฬ พวกเขาจะใช้เรือที่ทำจากกระดูกวาฬและหนังแมวน้ำไปยังทะเลที่เป็นน้ำแข็ง เมื่อพวกเขาพบวาฬจะปีนขึ้นไปบนหัวของมันและใช้ฉมวกแทงให้ตาย จากนั้นค่อยนำกลับหมู่บ้าน                 ถ้าจับได้ตัวใหญ่ ทั้งหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง หัวหน้ากลุ่มล่าวาฬจะแบ่งเนื้อให้กับคนที่มาต้อนรับ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะแล่เนื้อหมด แต่นับตั้งแต่ ค.ศ. 1977 เป็นต้นมา มีกฎข้อบังคับขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ กำหนดให้ชนเผ่าเอสกิโมล่าวาฬได้ไม่เกิน 22 ตัวในแต่ละปี   จับปลา อาชีพหลักของชาวเอสกิโม มาถึงเรื่องอาหาร ซึ่งเนื่องมาจากดินแดนที่พวกเขาอยู่นั้นหนาวจัด พืชผักไม่สามารถจะอาศัยอยู่ได้ หนทางสุดท้ายที่เอสกิโมจะได้อาหารมาประทังชีวิตก็คือ ลงทะเลหาปลา ต่อมาก็เพิ่มเติมเป็น การยิงนก ล่าสัตว์ เอาเนื้อมาทำอาหาร ส่วนหนังนั้นก็ใช้ทำเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย   ล่าปลาวาฬ กิจกรรมลงแขกของชาวเอสกิโม การล่าปลาวาฬนั้น ถือว่าเป็นกิจกรรมสำคัญของชาวเอสกิโม เพราะปลาวาฬตัวใหญ่กว่าช้างหลายตัว แรงจึงมีมหาศาลไปด้วย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในน้ำจะเพิ่มกำลังเป็นเท่าตัว การจับจึงต้องใช้คนจำนวนมาก เมื่อได้มาก็แบ่งสันปันส่วนกันทุกครัวเรือน มันปลาวาฬนั้นนิยมเอาไปทำน้ำมัน ทั้งเป็นอาหารและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เนื้อปลาวาฬ นิยมเอาไปทำอาหาร เชื่อว่าถ้าได้กินเนื้อปลาวาฬแล้ว ร่างกายจะเข้มแข็งสุดยอด ทำให้อยู่รอดในความหนาวเหมือนปลาวาฬได้ […]