6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าและ เหนื่อยตลอดเวลาทั้งที่ได้นอนเต็มอิ่ม !!

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

 

หลังจากดื่นนอนตอนเช้า คุณมักจะมีอาการอ่อนเพลีย และล้าหรือปวดตามร่างกาย ทั้งที่คุณนอนพักผ่อนเพียงพอ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้มาให้สาเหตุของอาการเหล่านี้กันค่ะ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง เพื่อหาวิธีแก้ไขอย่างถูกวิธีนะ

 

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

1. ดื่มน้ำเปล่าไม่เพียงพอ/ต่อวัน

ในหนึ่งวันหากร่างกายขาดน้ำเป็นปริมาณมาก จะทำให้เลือดไหลเวียนช้าลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะฉะนั้นที่คุณรู้สึกเหนื่อยเพลียเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดกระจายตัวได้ไม่เต็มที่ หัวใจสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มร้อยนั่นเอง รวมทั้งความเร็วที่ออกซิเจน และสารอาหารจะเข้าถึงกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย ทางที่ดีในหนึ่งวันคุณควรดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน ไม่เพียงแต่ทำให้เลือดเจือจางและไหลเวียนดีขึ้น แต่ผิวพรรณจะแลดูสุขภาพดี ดูสดใส เปล่งปลั่งขึ้นด้วย

 

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

2. คุณบริโภคธาตุเหล็กน้อยเกินไป

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย เพลียง่าย และอาจทำให้คุณรู้สึกขี้เกียจ โมโหง่าย อ่อนแอ ป่วยง่าย และมีอาการไม่สามารถโฟกัสอะไรได้เป็นเวลานานๆ ร่วมตามไปด้วย เนื่องจากออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ ไม่เพียงพอ ขอแนะนำว่าคุณควรบริโภคธาตุเหล็กอย่างน้อย 1 ใน 4 ของอาหารที่คุณทานต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายคุณมีพลังในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น ช่วยคิดและจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ต่อต้านการเจ็บป่วยและลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง

 

ธาตุเหล็กมักพบอยู่ในอาหารจำพวก เนื้อ (ไม่ติดมัน), ไข่แดง, ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช, ข้าวโอ๊ต, หน่อไม้ฝรั่ง, ถั่วฝักยาว, ผักแว่น, เห็ดฟาง, พริกหวาน, ใบแมงลัก, ใบกะเพราะ, ถั่วขนาดเล็ก, เต้าหู้, ไข่ไก่, ผักที่เต็มไปด้วยใบสีเขียวเข้ม, ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และเนยถั่ว

 

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

 

3. คุณไม่ได้รับประทานอาหารเช้า และทานแต่อาหารฟาสต์ฟู๊ด

คุณรู้หรือไม่ว่าอาหารขยะที่คุณมักทานตอนเช้าเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย เพลียตลอดทั้งวันและทำให้คุณอ้วนขึ้นไม่รู้ตัว เนื่องจากอาหารเหล่านั้นไม่ได้ให้โปรตีน ไขมัน วิตามินต่างๆ ที่ให้พลังงานคุณ แต่กับให้น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตจำนวนมากที่เป็นตัวเร่งให้ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ทางที่ดีคุณควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาทานอาหารเช้าโดยลดน้ำตาลและแป้ง แต่เสริมด้วยโปรตีนจากโฮลเกรนและนมสดเข้าไปแทนในทุกมื้อ ทำให้เป็นกิจวัตร เพื่อสุขภาพและระบบการทำงานภายในร่างกายที่ดีขึ้น น่าจะเวิร์กกว่านะ อีกหลากหลายทางเลือกที่ให้พลังงานแถมโปรตีนเพียบ คุณสามารถทานข้าวสีน้ำตาล, แซลมอน, มันฝรั่งหวาน, สลัดไก่, สลัดผลไม้ และทานไก่ได้

 

4. งานที่ยุ่งเหยิง รัดตัว ทำงานจนไม่ได้พักผ่อน

แบ่งเวลาจากการทำงานมาขาร์ตพลังงานให้กับร่างกายบ้างนะ เพราะไม่อย่างนั้นร่างกายจะรู้สึกเพลีย เหนื่อยง่ายและอาจน็อกเอาต์ไปซะดื้อๆ ยิ่งถ้าโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยงานวางกองจนล้น อาจทำให้คุณเหนื่อยใจและเสียสุขภาพจิตเอาได้ง่ายๆ อย่าทำงานจนเกินขีดจำกัดความสามารถคุณและให้เวลาพักผ่อนกับตัวเองบ้าง

เพราะการพักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สมองปลอดโปร่งและปลดปล่อยพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ หาวันว่างๆ พักผ่อนสมอง ปล่อยใจและกายให้โล่งบ้าง หยุดคิดเรื่องปวดหัวอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งก็ยังดีนะ หรือถ้างานรัดตัวจริงๆ ก็แบ่งเคลียร์งานวันนั้นให้เสร็จ แล้วกลับมาพักผ่อนต่อที่บ้าน รีแล็กซ์สบายๆ

 

5. คุณดื่มไวน์ หรือแอลกอฮอล์ 1-2 แก้ว ก่อนนอน

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดูเหมือนเป็นหนทางที่ดีที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายก่อนการนอนหลับและทำให้คุณหลับได้เร็วขึ้น แต่จริงๆ แล้วมันส่งผลตรงข้ามกับที่คุณคิดไว้เลย เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางลดลงให้ผลเหมือนยาระงับประสาท และส่งผลผลสะท้อนกลับทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายสูบฉีดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมหลังจากคุณดื่มไปแล้วคุณถึงรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ทางที่ดีเพื่อการนอนหลับที่สบายและยาวนาน คุณควรหยุดดื่มแอลกฮอล์ทั้งหมด(ทุกชนิด) 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน

 

6. การเล่นอุปกรณ์/เทคโนโลยีก่อนนอน

ถ้าเมื่อคืนคุณเล่นอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีต่างๆ ก่อนนอน ก็เป็นไปได้ว่าพอตื่นเช้าขึ้นมาคุณจะรู้สึกเพลียเหมือนนอนได้ไม่เต็มอิ่ม เนื่องจากไฟที่สว่างจ้าออกมาจากหน้าจอแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้นาฬิกาชีวิตและระบบการทำงานในร่างกายคุณหันเหทำงานไม่ปกติ ร่างกายไม่สามารถควบคุมฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้การนอนหลับเป็นปกติและตื่นอย่างเป็นระบบได้ จึงทำให้คุณรู้สึกง่วงและเพลียหลังจากตื่นขึ้นมา ถ้าคุณอยากนอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้เช้าตื่นมาสดใส กระปรี้กระเปร่า เพียงแค่คุณปิดเทคโนโลยีสื่อสารทั้งหมดก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมง ก็ช่วยได้เยอะแล้วล่ะ

แต่ถ้าคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะเล่นอุปกรณ์เทคโนโลยีของคุณได้ ก็ให้ถือห่างจากหน้าและสายตาอย่างน้อย 14 นิ้ว และเล่นในที่มีแสงสว่างเพียงพอ อย่า! ปิดไฟเล่นเด็ดขาด เพราะดวงตาของคุณจะรับแสงจากหน้าจอมากเกินไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเพลียเมื่อตื่นนอนแล้ว ยังทำให้คุณสายตาเสียอีกด้วย(อาจสายตาสั้นลง)

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

ภาพจาก : pixabay.com

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อเรื่อง "นกหัสดีลิงค์" นกคู่พระเมรุเผาศพ

ความเชื่อเรื่อง “นกหัสดีลิงค์” นกคู่พระเมรุเผาศพ

ความเชื่อเรื่อง นกหัสดีลิงค์ นกคู่พระเมรุเผาศพ   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมาให้ได้อ่านกันเช่นเคย.. ทำไมการสร้างพระเมรุเผาศพเกจิอาจารย์ดังทำไมต้องมีการสร้างนกที่มีสีขาวมีงวงแบบช้างไว้พร้อมกับเมรุ นกที่ว่าชื่ออะไร มีตำนานความเชื่อคนโบราณว่าอย่างไร ทำไมต้องอยู่คู่กับพระเมรุ   นกที่มีคุณสมบัติที่ว่าคนอีสานเรียกว่า นกหัสดีลิงค์ หัสดี แปลว่า ผู้ใช้งวงแทนมือ และลิงค์ มาจากคำว่าลึงค์ แปลว่าเครื่องหมายแทนเพศชาย นกหัสดีลิงค์ มีลักษณะงอยปากมีลักษณะคล้ายงวงช้าง ร่างคล้ายนกทั่วไป ซึ่งกลุ่มชนแต่ละชาติพันธุ์ต่างพยายามผูกเรื่องราวไว้กับสภาพชุมชนตนเอง กล่าวคือจะนำความเชื่อที่มานกหัสดีลิงค์ มาเชื่อมโยงกับสภาพความเป็นอยู่ไว้สอนลูกหลานตนเองฉะนั้นเรื่องราวจึงอยู่บนความเชื่อพื้นฐานกลุ่มคนแต่ละเผ่าพันธุ์ โดยสรุปที่มานกหัสดีลิงค์มีแนวทางคล้าย ๆ กัน ความเชื่อคนโบราณมีความเชื่อเรื่องราวนกหัสดีลิงค์ อาศัยอยู่ที่ป่าหิมพานต์ ชอบจับสัตว์กินเป็นอาหาร ครั้งเจ้าเมืองตักศิลาทรงเสร็จสวรรคต พระมเหสีทำพิธีแห่พระศพ แต่บังเอิญว่านกหัสดีลิงค์พบและบินโฉบแย่งพระศพเจ้าเมืองไปหมายจะกินเป็นอาหาร พระมเหสีทรงเสียใจมาก ประกาศหาคนที่จะมาปราบนก คนอาสาที่มาปราบนก มิอาจสู้อิทธิฤทธิ์นกหัสดีลิงค์ แต่นางสีดามีฝีมือด้านการยิงธนูอาสาพระมเหสี ใช้ลูกศรอาบยาพิษปราบนกหัสดีลิงค์ได้ พระมเหสีทรงโปรดให้ช่างทำเมรุหอแก้วบนตัวนกหัสดีลิงค์แล้วโปรดให้เผาพระศพเจ้าเมืองไปพร้อมนกหัสดีลิงค์ จนเป็นที่มาการเผาพระศพเจ้าเมืองโดยสร้างพระเมรุบนนกหัสดีลิงค์ ต่อมาไม่นานการสร้างพระเมรุเผาศพบนนกหัสดีลิงค์ กลายเป็นประเพณีเผาศพพระเกจิอาจารย์ที่มรณภาพ     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย […]

การเลี้ยงดูพ่อแม่ยามชรา เปรียบกับได้ทำบุญกับพระอริยสงฆ์ ผลบุญจากการกตัญญู

การเลี้ยงดูพ่อแม่ยามชรา เปรียบกับได้ทำบุญกับพระอริยสงฆ์ ผลบุญจากการกตัญญู

การเลี้ยงดูพ่อแม่ยามชรา เปรียบกับได้ทำบุญกับพระอริยสงฆ์ การเลี้ยงดูพ่อแม่ยามชรา เปรียบกับได้ทำบุญกับพระอริยสงฆ์ วิเศษยิ่งกว่า ทำบุญ กับพ่อ แม่ โบราณสอนวิธีเลี้ยงดูแม่ยามแก่ ใครไม่ทำตามต่อให้ทำบุญทั้งชาติ ชีวิตจะไม่ดีขึ้น ใครที่บริจาคเงินทำบุญจำนวนมาก สร้างเจดีย์หลายองค์ เดินทางไปแสวงบุญไหว้พระหลายวัด แล้วสงสัยไหมว่าทำไมชีวิตคุณไม่ดีขึ้น ทำการค้าขาดทุน ชีวิตการงานไม่รุ่งเรือง สาเหตุคือคุณใช่ไหมที่ไม่ค่อยกลับไปเยี่ยมแม่ ส่วนคนที่เลี้ยงดูแล้วอยากทราบไหมว่าคนโบราณ คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อน จะดูแลบุพการียามแก่ชราอย่างไร บทความนี้เราจะแนะนำ     คนสมัยก่อนจะไม่ให้พ่อแม่ที่แก่ชราออกไป ทำไร่ ทำนา และทำงานหนักนอกบ้าน จะตอบแทนบุญคุณแม่โดยการหาอาหาร ปรุงอาหารไว้ให้ก่อนที่ตนจะออกไปทำงาน แทนความกตัญญูที่คนสมัยก่อนเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด คติความเชื่อคนโบราณสมัยก่อนว่าลูกคนใดทำธุระเรื่องการงานแทนพ่อแม่ ดำรงวงศ์สกุลมิให้เสื่อมคือลูกที่ดี คนจีนโบราณจะปฏิบัติเหนือสิ่งใดคือการมีบุตรชายไว้สืบสกุล เพราะธรรมเนียมชาวจีนจะสืบสกุลแซ่ตามบิดา คนโบราณจะจัดให้พ่อแม่คือผู้ที่ปฏิบัติธรรม รักษาศีล ฝึกสมาธิเมื่อยามชรา เพราะเชื่อว่ายามเมื่อล่วงลับไปแล้วผลบุญจะหนุนส่งตาม     ยามใดที่เจ็บป่วย ลูกสมัยก่อนจะปรุงยาตามสูตร และคอยเช็ดอาจมให้ ห้ามมิให้รังเกลียด สุดท้ายเมื่อล่วงลับต้องจัดพิธีกรรม ตามฐานะ ทำบุญอุทิศส่วนกุศล อย่าได้ขาด เพราะพ่อแม่คือครูที่คอยสั่งสอน คือเทวดาที่คอยปกป้องลูก คนรุ่นใหม่ฐานะเนื้อนาบุญที่รับมรดก กรรมที่บุพการีสร้างไว้ จะรับแต่ทรัพย์สินมรดก ไม่ได้ควรเริ่มทำดีกับบิดามารดาจะทำบุญที่ไหน […]

ฝันว่าคุยโทรศัพท์  ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันว่าคุยโทรศัพท์  ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันว่าคุยโทรศัพท์   หมายความว่าอย่างไรบ้าง ทำนายฝันโชคดีหรือร้าย ทำนายฝันถึงเลขโชคลาภเลขอะไรบ้างเช็กเลย  heng99 เรามีคำตอบมาฝากกันครับ ในบทความนี้ เว็บเลขเด็ดออนไลน์ เราจะพามาดูความหมายของการฝัน พร้อมส่องเลขเด็ด เลขนำโชคกัน   ฝันว่าคุยโทรศัพท์  หากคุณฝันว่าคุณได้คุยโทรศัพท์ นั่นเป็นสัญญาณของความปรารถนาซึ่งอาจทำนายได้ว่า คุณอาจได้เดินทางไปไหนสักแห่งจนทำให้คุณแยกจากคนรักหรือครอบครัว ยิ่งคุณฝันว่าคุณได้คุยโทรศัพท์นานมากเท่าไร คุณก็อาจจะได้แยกจากคนเหล่านั้นไปนานยิ่งขึ้น ความรัก คนโสดต้องพึ่งพาเพื่อนฝูงคนใกล้ตัวคอยเป็นพ่อสื่อแม่ชักให้ถึงจะสำเร็จ ระวังจะเกิดการขัดแย้งในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่คุณก็เก่งนะที่สามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตัวคุณเอง ปัญหาทางความรักจะมาจากอารมณ์ของคุณเอง ถ้าควบคุมอารมณ์ได้ดีก็ยังราบรื่นเป็นปกติดี ดวงการเงิน การงาน ช่วงนี้มีดวงเพศตรงข้ามอุปถัมภ์ อุ้มชู ทำให้ผ่านพ้นช่วงอุปสรรค หรือได้รับสิ่งที่ดีๆ นอกเหนือความคาดหมาย หากคุณสับสนที่จะเลือกระหว่างการทำงานต่อไป หรือไปเรียนต่อดี คุณก็จะได้รับคำแนะนำที่ดี จากผู้ใหญ่ ชาย หรือหญิง ผิวขาวท้วม มีอายุ การงานได้เพื่อนฝูงคอยช่วยเหลือ ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น สุขภาพ จะมีข่าวร้ายเข้ามาหรือญาติเจ็บไข้ได้ป่วยหรืออย่างอื่นแต่เป็นข่าวร้ายอย่างแน่ ถ้าได้ใช้รถใช้ถนนควรระวังให้มีสติมากๆ เลขนำโชค ฝันเห็น “ได้คุยโทรศัพท์” เลขมงคล เด่นนำโชค 6 7 9 79 24 70 61 421 บริการเสริมจากทางเวปไซต์ที่ท่านสามารถเลือกชมและรับความบันเทิงจากทางเรา เว็บพนันออนไลน์ […]

ประเพณี ก่อเจดีย์ทราย ภาคไหน  และมีความเป็นมาอย่างไร

ประเพณี ก่อเจดีย์ทราย ภาคไหน และมีความเป็นมาอย่างไร

ประเพณี ก่อเจดีย์ทราย ภาคไหน และมีความเป็นมาอย่างไร   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณี ที่สืบทอดกันตั้งแต่โบราณ มาฝากกัน ประเพณีไทย ก่อเจดีย์ทราย ขนทรายเข้าวัด มีความเป็นมาอย่างไร ก่อเจดีย์ทราย มีความสำคัญกับ วันสงกรานต์ อย่างไร   ประเพณีก่อเจดีย์ทรายเนื่องในวันสงกรานต์ ความเป็นมา ประเพณีการก่อเจดีย์ทราย ใน เทศกาลสงกรานต์ นั้น เป็นสิ่งที่ชาวไทยพุทธปฏิบัติสืบเนื่องกันมาเป็นเวลาช้านานตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยการ ก่อพระเจดีย์ทราย ถือเป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาโดยตรง ด้วยเหตุที่ว่าเมื่อเรา เข้าวัดทำบุญ หรือ ประกอบกิจกรรมต่างๆ ภายในวัด เมื่อเดินออกมาจากวัด เศษดินเศษหินต่างๆ จะติดรองเท้าเราออกมาด้วย ซึ่งตามความเชื่อของชาวพุทธจะถือว่าสิ่งก่อสร้างทุกอย่างภายในวัดไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ ศาลาการเปรียญ อาคารต่างๆ แม้กระทั่ง ก้อนหิน ดิน ทราย ต้นไม้ ทุกอย่างญาติโยมได้ถวายไว้เป็นสมบัติของพระศาสนาแล้ว ดังนั้น เมื่อเราเอาสิ่งใดออกไปจากวัดโดยพละการคือไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าอาวาส แล้วถือเป็นการละเมิดศีลข้อที่ 2 (ห้ามลักทรัพย์)ทั้งสิ้น คนโบราณจึงหาวิธีการแก้ปัญหานี้ด้วยการให้มีประเพณีการขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นการใช้หนี้คืนสงฆ์ และก่อพระเจดีย์ทรายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในการก่อพระเจดีย์ทรายจะถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้และธงสีต่างๆ เพื่อความสวยงามตามแต่ละคนจะสร้างสรรค์ ก่อเจดีย์ทราย สงกรานต์ จะมีการประกวดเจดีย์ทราย ให้ชุมชนได้ร่วมกันขนทรายเข้าวัดเพื่อได้ร่วมกันทำบุญและร่วมใจกันก่อเจดีย์ทรายด้วยความรัก ความอบอุ่นของครอบครัว รวมทั้งสร้างความสามัคคีกันในชุมชน     ประเพณีก่อเจดีย์ทราย เป็นคติความเชื่อเรื่องของเวรกรรมในพระพุทธศาสนา การก่อเจดีย์ทรายเพื่อนำเศษดินทรายที่ติดเท้าเราออกจากวัด คืนวัดใน รูปเจดีย์ทราย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้เป็นกุศลอานิสงส์แก่ตนเองและครอบครัว คือจะได้อานิสงส์มาก คือจะไม่ตกนรกหลายร้อยชาติ […]