คาถาเรียกงาน รวมคาถาสมัครงาน สอบราชการ สอบสัมภาษณ์ สนามไหนๆ สมดังใจหวัง

คาถาเรียกงาน สำหรับคนที่กำลังจะสมัครงาน เรามี คาถาสมัครงาน มาฝาก ซึ่งใช้ได้ทั้งสอบสัมภาษณ์ สอบข้อเขียน และสอบเข้าเรียนเลยทีเดียว โดยทั่วไปแล้ว คาถาสมัครงาน หรือ คาถาสอบผ่าน มีอยู่มากมายตามอินเตอร์เน็ตที่บอกต่อๆ กันมา แต่ TrueID Horoscope ขอคัดมาฝากเน้นๆ เฉพาะบทที่ความหมายดีและได้ผลกันมานักต่อนัก ช่วยเสริมดวงการสมัครงาน สมัครเรียนได้จริง! งานนี้เตรียมตัวก็ดี คาถาก็ดี มีลุ้นแน่นอนครับ

ข้อควรรู้ก่อนสวด

1. คาถานั้นเป็นส่วนเสริม ดังนั้นผู้สวดจะต้องไม่ลืมส่วนหลักคือ “การเตรียมตัว” ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การซ้อมสัมภาษณ์ การเก็งข้อสอบต่างๆ หากมีความตั้งใจจริงแล้ว คาถาก็จะมีอานุภาพช่วยได้เต็มที่ เช่น ช่วยให้ตอบได้เข้าเป้ามากขึ้น การสอบการสมัครงานราบรื่นอย่างน่าประหลาดใจ หรือหากส่วนที่ไม่ได้อ่านดันออกสอบก็จะตอบได้ เป็นต้น

2. ควรสวดด้วยใจเคารพและเป็นสมาธิ ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ฟุ้งซ่านมัวคิดสงสัย เพราะคิดไปก็ไม่สู้ลงมือทำ

3. หากรักษาศีล 5 และหมั่นทำบุญทำทานด้วย จะยิ่งเห็นผลชัดเจนมากขึ้น

คาถาเรียกงาน

คาถาเรียกงาน สอบราชการ สอบสัมภาษณ์ สนามไหนๆ ก็ผ่านง่าย!

คาถาสมัครงาน สอบข้อเขียน
คาถาท่านปู่พระอินทร์ (คาถาทิพยจักขุ)

พระคาถานี้มาจากพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือที่รู้จักกันในชื่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง นั่นเองค่ะ โดยเป็นคาถาของพระอินทร์ผู้ได้ชื่อว่ามีตาทิพย์ คาถานี้จะช่วยเสริมความมีทิพยจักขุ คือการรู้อันเป็นทิพย์ด้วยใจเสมือนมีตาทิพย์ เวลาที่ทำข้อสอบจะไหลลื่นไม่ติดขัด สามารถตอบหรือเดาคำตอบได้ถูกอย่างน่าอัศจรรย์แม้ว่าเราจะไม่รู้คำตอบข้อนั้นเลยก็ตาม ขอให้หมั่นสวดหมั่นท่องเป็นประจำทุกวันก่อนอ่านหนังสือ และก่อนเข้าสอบ ก็จะพบความอัศจรรย์ของคาถานี้ได้ด้วยตนเอง

(ตั้งนะโม ๓ จบ)

สะหัสสเนตโต เทวินโท ทิพจักขุง วิโสธายิ

ตั้งใจขอบารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พรหม เทวดาทั้งหมด มีท่านปู่พระอินทร์เป็นที่สุด ขอให้ทำข้อสอบนี้ได้ถูกต้องและก็ถูกใจกรรมการ ผู้ตรวจข้อสอบด้วย ตั้งใจว่านะโม ๓ จบ แล้วก็ว่าคาถานี้ ๓ จบ แล้วพลิกขึ้น มาอ่านคำถามดู ถ้ายังทำได้ไม่หมดก็คว่ำลง ว่าคาถาอีก ๗ จบ คราวนี้รู้สึก อยากตอบอย่างไรก็ให้ทำไปเลย

ที่มา กระดานวัดท่าขนุน

พระคาถา สอบสัมภาษณ์

คาถาบทนี้ เหมาะมากๆสำหรับคนที่มีสอบสัมภาษณ์ค่ะ เพราะจะช่วยเสริมเสน่ห์เมตตามหานิยมให้คนรู้สึกเมตตาเอ็นดูเรา เวลาพูดอะไรออกไปแล้วมีเสน่ห์ ส่วนหนึ่งมาจากบทสวดบูชาพระพุทธเจ้า บทอีกส่วนหนึ่งช่วยเสริมให้คนมีเมตตากรุณา ถือเป็นอีกหนึ่งคาถาความหมายดีที่นิยมสวดก่อนเจรจาเรื่องสำคัญ เพราะเชื่อกันว่ามีอานุภาพช่วยให้การเจรจานั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ประสบความสำเร็จ

(ตั้ง นะโม 3 จบ )

พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะริรัญ ชีวิตัญวิทัง
นะโมมิตตามนุสสาจะ นะเมตตา โมกรุณา

อย่างไรก็ขอให้ทุกท่านโชคดีประสบความสมหวังนะครับ สวดคาถา และควบคู่ไปกับความขยัน และเตรียมความพร้อมของเราไปด้วย ก็จะยิ่งมีโอกาสจะประสบความสำเร็จเพิ่มไปอีก ก็ขออวยพรให้ทุกคนโชคดี สุดท้ายนี้ขอแถมคาถาดีๆ เพิ่มให้อีกด้วย จะได้เสริมความมันใจแบบเต็มเปี่ยมครับ^^

คาถาเสริมดวง

ท่อง 5 จบ เสริมดวงโชคลาภ ให้มีกำลังใจอดทน

นะ สะ จะ กะ

คาถาโชคดี

สวด 9 จบ เพื่อให้โชคดี

อุ เย อะ เย

คาถาบูชาความสำเร็จ

สวดจบแล้วตั้งจิตอธิษฐานตามความปรารถนา

อะอุมะ พุทโธ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ สัตตะนะตะยา

นุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม อิทธิ อิทธิ ฤทธิ ฤทธิ สิทธิ สิทธิ ชัยยะ ชัยยะ

ลาภะ อุตะระเรนะ พุทธะ นิมิตตัง อิติ ธัมมะ นิมิตตัง อิติ สังฆัง นิมิตตัง อิติ

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : trueid

เรื่องน่าสนใจ

สาเหตุที่เรา เกิดมาสวยทุกชาติ ทําบุญด้วยอะไรถึงสวย ผู้หญิง ที่เกิดมาสวย !!

สาเหตุที่เรา เกิดมาสวยทุกชาติ ทําบุญด้วยอะไรถึงสวย ผู้หญิง ที่เกิดมาสวย !!

สาเหตุที่เรา เกิดมาสวยทุกชาติ   สาเหตุที่คนเราเกิดมาสวยทุกชาติ พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง สำหรับเรื่องนี้ เป็นพระโอวาทของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำนะครับ พอผมได้ลองทำความเข้าใจดูแล้วก็พบว่า ความเป็นไปได้มันค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว โดยหลักใหญ่ใจความของเรื่องนี้ท่านกล่าวถึงอุปนิสัยต่างๆ ของบุคคลในสมัยพุทธกาล และได้ให้สัจธรรมในเรื่องของความสุขที่แท้จริงในตอนท้ายเรื่องด้วยนะครับนั่นก็หมายความว่าคนเราทำอะไรไว้ในอดีตก็ยังสามารถส่งผลถึงปัจจุบันได้ โดยท่านได้ยกตัวอย่างและเล่าถึงพระนางรูปนันทา ไว้ดังนี้ครับ     ทำไมพระนางรูปนันทาจึงสวยงามมาก ซึ่งนี่ถือเป็นตอนหนึ่งที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ ซึ่งบางตอน ท่านกล่าวว่า พระนางรูปนันทาเป็นคนในตระกูลศากยราช เกิดในตระกูลของเจ้าก็จริง แต่ทว่าเป็นเจ้าที่มีความสวยและ งดงามเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งไม่มีหญิงใดในกรุงกบิลพัสดุ์มหานครจะสวยเท่าพระนางรูปนันทาไปได้ คำว่า รูปนันทา นั้นแปลว่า มีรูปเป็นเครื่องบันเทิง คือมีรูปเป็นเครื่องดีใจ โดยสมเด็จพระจอมไตรท่านได้ตรัสเอาไว้ว่า ในอดีตชาติก่อนหน้านั้น หรือเอาเป็นว่าทุกชาติที่ผ่านมานั้นเหมือนเป็นนิสัยนะ พระพุทธเจ้าบอกว่านิสัยนี้เองที่ละไม่ได้ คนจะละนิสัยได้มีคนเดียวก็คือพระพุทธเจ้า ถ้ายังไม่เป็นพระพุทธเจ้าเพียงใด ก็จะทรงนิสัยตามนั้น เมื่อได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็จะสามารถละนิสัยนั้นได้ มีองค์เดียว คนอื่นนอกจากพระพุทธเจ้าแม้แต่พระอรหันต์ทั้งหลายก็ละนิสัยเดิมไม่ได้ อย่างเช่น พระสารีบุตร ในอดีตเห็นเคยเกิดมาเป็นลิงหลายชาติมาก พอได้มาเป็นพระอัครสาวกขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็ดี แต่เมื่อเวลาท่านได้พบลำคลองต่างๆ พระองค์อื่นๆ จะ ค่อยๆ ข้ามไป หรือค่อยๆ ถกผ้าลุยน้ำผ่านไป แต่สำหรับพระสารีบุตรนั้น ท่านขัดเขมรแล้วก็โดดไป เป็นอันว่านิสัยนี้ทิ้งไม่ได้แม้ว่าจะเป็นพระอัครสาวก […]

ความเชื่อ ห้ามเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออก

ความเชื่อ ห้ามเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออก

ความเชื่อ ห้ามเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออก   คุณเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับใบพลู บ้างหรือเปล่า แน่นอนว่าความเชื่อเหล่านี้มักมีความเกี่ยวข้องกับคนที่เล่นของ หรือ ถือวิชาอาคมนั่นเอง โดยในสมัยโบราณนั้นมีข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องของ “พลู” ที่ว่า “ห้ามคนเล่นของเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออก” ด้วยเหตุใดจึงมีข้อห้ามเช่นนี้ นั่นอาจเป็นคำถามที่รอคำตอบเช่นกัน สาเหตุที่ห้ามคนเล่นของเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออกก็เพราะว่า ตำนานขุนหลวงวิรังคะเจ้าและพระนางจามเทวี  พ่อขุนหลวงวิรังคะ เป็นผู้ทรงพลังและชำนาญในการพุ่งเสน้า (เสน้า หมายถึง หอกด้ามยาวมีสองคม) ขุนหลวงพุ่งเสน้าครั้งแรกตกที่นอกกำแพงเมืองหริภุญไชยด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ปัจจุบันเรียกว่า.. ” หนองเสน้า ” พระนางจามเทวีเห็นว่าจะเป็นอันตรายยิ่ง ถ้าขุนหลวงวิรังคะพุ่งเสน้ามาตกในกำแพงเมืองตามสัญญา พระนางจึงใช้วิชาคุณไสย์กับองค์ขุนหลวงวิรังคะ โดยการนำเอาเศษพระภูษาของพระนางมาทำเป็นหมวกสำหรับผู้ชาย นำเอาใบพลูมาทำหมากสำหรับเคี้ยวโดยเอาปลายใบพลูมาจิ้มเลือดประจำเดือนของพระนาง แล้วให้ทูตนำของสองสิ่งนี้ไปถวายแด่องค์ขุนหลวง เมื่อองค์ขุนหลวงได้รับของฝากจากพระนางเป็นที่ปลาบปลื้มอย่างยิ่ง นำหมวกใบนั้นมาสวมลงบนศีรษะ และกินหมากที่พระนางทำมาถวาย ซึ่งของทั้งสองสิ่งนี้ชาวล้านนาถือว่าเป็นของต่ำ ทำให้อำนาจและพลังของขุนหลวงเสื่อมลง เมื่อพุ่งเสน้าอีกครั้งต่อมาแรงพุ่งลดลงเสน้ามาตกที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ชาวบ้านเรียกว่า ” หนองสะเหน้า ” เช่นเดียวกัน ขุนหลวงเมื่อเสื่อมวิทยาคุณเช่นนั้น ก็หนีออกจากบ้านเมืองไป….     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว […]

ใครมีบ้าง? ''ตาวิเศษ'' สัญลักษณบนหัวแม่มือ ที่บ่งบอกว่า คุณเป็นคนไม่ธรรมดา

ใครมีบ้าง? ”ตาวิเศษ” สัญลักษณบนหัวแม่มือ ที่บ่งบอกว่า คุณเป็นคนไม่ธรรมดา

สัญลักษณบนหัวแม่มือ ที่บ่งบอกว่า คุณเป็นคนไม่ธรรมดา ใครมีบ้าง? ”ตาวิเศษ” สัญลักษณบนหัวแม่มือ ที่บ่งบอกว่า คุณเป็นคนไม่ธรรมดา ใครที่มี “ตาวิเศษ” บนหัวแม่มือข้าวซ้าย รีบมาอ่านกันเลย วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีคำทำนายแม่นมาฝากเพื่อนๆ กันเช่นเคย โดยการเช็คง่ายๆจากลักษณะของนิ้วหัวแม่มือด้านซ้าย ซึ่งจะสามารถบอกได้ว่า เรามีความสามารถพิเศษด้านใดบ้าง ส่วนจะมีวิธีการสังเกตอย่างไร ตามไปดูกันเลย     ให้เพื่อนๆ สังเกตที่นิ้วหัวแม่มือที่ด้านซ้าย หากปรากฏเป็นเส้นคล้ายดวงตาลักษณะดังภาพด้านบน เขาว่ากันว่า จะเป็นคนที่มี พลังพิเศษ ที่ไม่ใช่แบบซุปเปอฮีโร่ แต่หมายความว่า คุณเป็นคนที่มีประสาทเฉียบคม หรือเรียกง่ายๆ ว่ามี สัมผัสที่ 6 นั่นเอง และยังเป็นคนที่ “ตรงไปตรงมา” นำมาซึ่งแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น ทำให้พวกเขาอยากที่จะอยู่ใกล้ชิดติดตามคุณ นอกจากนี้! คนที่มี “ตาวิเศษ” ยังเป็นคนที่มี “ความจำเป็นเลิศ” ใครที่ให้สัญญาอะไรกับเขาไว้ ไม่มีทางที่เขาจะลืมง่ายๆ แน่นอน และยังเป็นคนที่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย นั่นก็เพราะมือซ้ายถือว่าเป็นศูนย์แห่งความรู้สึกนึกคิด ทั้งนี้ หากใครมี “ตาวิเศษ” ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา แสดงว่า คุณเป็นคนที่มีซูเปอร์พลังวิเศษเลยแหละ (มีความสามารถดังกล่าวคูณ2)     *เรื่องของดวงชะตาเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน […]

คลายสงสัย จุดสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายอย่างไร

คลายสงสัย จุดสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายอย่างไร

จุดสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายอย่างไร   คลายสงสัย จุดสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว ในพิธีแต่งงานแบบคนไทย เคยสังเกตที่หน้าผากเจ้าบ่าว เจ้าสาวไหมว่าทำไมต้องมีจุดสามจุด จนเป็นสัญลักษณ์การแต่งงาน สัญลักษณ์ที่ว่ามีความหมายว่าอะไร ทำไมต้องมี และมีขั้นตอนและพิธีการเจิมอย่างไร บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบายให้ท่าน..   จุดทั้งสามจุดที่หน้าผากคู่บ่าวสาว มีความหมายคือ แก้วสามประการ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จุดประสงค์คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนคือเพื่อสร้างสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แทนการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่โดยญาติทั้งคู่บ่าวสาวจะเลือกใช้ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตคู่ที่ดี ประสบความสำเร็จเรื่องการงาน การครองเรือนที่น่ายกย่อง มีรักเดียวไม่เคยมีปากเสียงกัน มีบุตรธิดาที่เลี้ยงง่าย คือผู้เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาว การเจิมจะเริ่มจากจุดกลางหน้าผากก่อนแล้วค่อยเจิมจุดซ้ายขวา ก่อนที่ธรรมเนียมไทยคู่บ่าวสาวจะนั่งคู่กันแล้วพนมมือรับน้ำสังข์จากญาติผู้ใหญ่และแขกผู้มาร่วมพิธี เมื่อจบพิธีกรรม ความเชื่อคนโบราณจะให้ผู้ใหญ่ที่เจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาวปูผ้าปูเตียงในห้องหอ คือความเชื่อว่าจะครองคู่ไปตลอดกาล   ความเชื่อเรื่องการเจิมสามจุดแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน บางความเชื่อให้พระสงฆ์เจิมให้ฝ่ายชายก่อน แล้วให้พระจับมือฝ่ายชายเจิมให้ฝ่ายหญิงต่อ ส่วนประเพณีการเจิมหน้าผากคนโบราณจะใช้แป้งกระแจะ คือพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมนำเปลือกราก เนื้อไม้มาบดรวมกันกับแป้งร่ำ และเครื่องหอมบางชนิด เรียกรวมว่าแป้งกระแจะจันทร์ คุณสมบัติพิเศษคือมีกลิ่นหอม สาว ๆ โบราณชอบนำมาทาตัว จากนั้นคนโบราณจะนำแป้งกระแจะจันทร์ไปปลุกเสกโดยผสมน้ำมนต์ลงไปก่อนนำไปเจิมให้คู่บ่าวสาว การแต่งงานคือการที่ชายและหญิงตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน ร่วมกันทุกข์ร่วมสุขสร้างครอบครัว พิธีแต่งงานเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณทุกชาติพันธุ์ เพราะเป็นการสืบวงศ์ตระกูล ที่สำคัญจะตระหนักเรื่องไม่ชิงสุกก่อนห่าม ประพฤติตนอยู่ในประเพณีที่ดีงาม […]