12 สาเหตุการเป็นตะคริว และลักษณะผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นตะคริว !!

12 สาเหตุการเป็นตะคริว

12 สาเหตุการเป็นตะคริว

 

สาเหตุการเป็นตะคริว เกิดจากเอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มีการยืดตัวบ่อยๆ จึงทำให้มีการเกร็งกล้ามเนื้อ นอกจากนั้นยังเกิดจากเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติไป หรืออาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดี !!

 

12 สาเหตุการเป็นตะคริว

 

1. การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อขาดน้ำ เสียสมดุลของกระแสประสาทในร่างกาย ภาวะขาดน้ำจะส่งผลกระทบต่อเส้นประสาท สมองก็จะสั่งงานร่างกายปรกพร่อง

2. การนั่ง นอน หรือยืนในท่าเดิมนานๆทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งตัวมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายผลิตกรดแล็คทิคขึ้นมาช่วยคลายกล้ามเนื้อ แตายิ่งเกร็งมาก กรดชนิดนี้ก็ยิ่งเกิดขึ้นมาก ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อกระตุกคลายตัวอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นตะคริว

3. ภาวะเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล โดยเฉพาะโซเดียมและโพแทสเซียม ได้แก่ ท้องเดิน อาเจียน เสียเหงื่อมาก หรือรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล ซึ่งอาจทำให้เป็นตะคริวรุนแรง คือเกิดกับกล้ามเนื้อหลายส่วนของร่างกาย และมักจะเป็นอยู่นาน

4. หญิงตั้งครรภ์อาจเป็นตะคริวได้บ่อยขึ้น เนื่องจากระดับของแคลเซียมในเลือดต่ำ หรืออาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปที่ขาไม่สะดวก เพราะน้ำหนักของท้องจะไปกดทับหลอดเลือดขนาดใหญ่ในช่องท้อง

5. นักกีฬา ผู้ที่ชอบเล่นกีฬา หรือผู้ที่ทำงานในอาชีพที่ต้องใช้แรงงานและอยู่กลางแดด การได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ อาจเกิดจากการกระแทก ทำให้เกิดการฟกช้ำที่กล้ามเนื้อ

6. กล้ามเนื้อขาดการยืดหยุ่น กล้ามเนื้อที่ตึงจะเกิดตะคริวได้บ่อย

 

12 สาเหตุการเป็นตะคริว

 

7. กล้ามเนื้อขาดเลือด หากออกกำลังกายอย่างหนักโดยที่ไม่ได้วอร์มอัพ จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่พอ

8. ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง หรือหลอดเลือดตีบตัน เช่น ผู้สูงอายุอาจเป็นตะคริวขณะที่เดินนานๆ เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดไปที่ขาไม่ดี

9. การไหลเวียนของเลือดไปล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ เกิดจากคลอเลสเตอรอล และไขมันในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดอุดดัน หรือตีบลง จนเลือดไหลไปล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกายได้ไม่เพียงพอ

10. การดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์มีผลเพิ่มการขับน้ำทางปัสสาวะ ร่างกายจึงมักขาดน้ำรวมทั้งกล้ามเนื้อ

11. ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ,ยาลดไขมัน,ยาลดความดัน,ยาขยายหลอดลม,ยารักษาโรคกระเพาะ,เพนิซิลลามีน,ฟีโนไทอาซีน,ราโลซิฟีน,มอร์ฟีน,สเตียรอยด์ ฯลฯ

12. พบร่วมกับโรคเรื้อรัง เช่น โรคพาร์กินสัน,โรคโลหิตจาง,โรคเบาหวาน,ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ,โรคของต่อมไทรอยด์,โรคตับและโรคไต ตับแข็ง ไตวาย ฯลฯ

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอขอบคุณข้อมูล : gangbeauty.com

ภาพ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน

เคยสงสัยไหมว่า.. ยันต์จีนมาจากไหน ใครเขียนยันต์จีน   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อของคนจีน มาให้อ่านกัน แผ่นกระดาษลงตัวหนังสือจีนโบราณที่คนจีนโบราณเรียกว่าฮู้ คนไทยเรียกว่ากระดาษยันต์ที่มีไว้สำหรับประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้ามีที่มาอย่างไร ใครเขียน   ยันต์คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่าฮู้เริ่มมีใช้ตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล เริ่มคิดโดยนิมิตจากนักพรตลัทธิเต๋าเขียนไว้สำหรับจำลองปรากฏการณ์บนฟ้า คติความเชื่อคนจีนโบราณเชื่อว่าฮู้ คือสื่อที่เทพเจ้าส่งผ่านมาสู่คนบนโลก และสมัยต่อมาคนจีนเริ่มมีวิวัฒนาการเรื่องการพิมพ์ จึงนำฮู้ กระดาษยันต์จีนมาพิมพ์จากรุ่นสู่รุ่น     ผู้ที่ศึกษาและเขียนยันต์จีนจะต้องมีตบะบารมี มีศีลอย่างเคร่งครัดโดยต้องปฏิบัติตัวซื่อสัตย์ต่ออาชีพตน กตัญญูต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ เรียนวิชาเขียนฮู้ กระดาษยันต์จีนอย่างมีศีล กินเจและห้ามมีเพศสัมพันธ์ในวันที่หนึ่งและสิบห้าตามปฏิทินจันทรคติจีนใครที่มีสามีภรรยาต้องแยกห้องนอน หญิงที่เรียนวิชาการเขียนยันต์จีนต้องไม่ทำพิธีขณะมีประจำเดือน เพราะคนจีนโบราณเชื่อว่าระดูคือสิ่งสกปรกในร่างกายหญิงสาวที่จะขับออกมา คนที่ศึกษาต้องหมั่นสร้างกุศล ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ห้ามกินเนื้อสัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ เนื้อสัตว์ใหญ่ และเนื้อสุนัข   สมัยใหม่มีผู้ที่ศึกษาวิชาการเขียนฮู้ยันต์จีนมากขึ้น บางคนมีจุดประสงค์อยากจะสืบทอดวัฒนธรรมจีน แต่บางคนอยากจะอวดอ้างตนว่าวิเศษ คนจีนโบราณว่าจะเพราะเหตุใดไม่สำคัญ ผู้ศึกษาควรต้องมีจุดประสงค์หลักคือแก้ไขปัญหาให้เพื่อนมนุษย์เจอ อย่างผู้ที่มีอาการป่วยต้องเขียนให้นำไปเผาแล้วผสมยากิน นำไปผสมน้ำดื่ม อาบน้ำ ผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จทางธุรกิจ คุ้มครองปลอดภัย ขับไล่สิ่งอัปมงคล ผู้เขียนจะเขียนแล้วนำไปติดที่ประตูบ้าน ผู้ที่มีคนปองร้ายคนเขียนจะต้องเขียนให้นำไปพกติดตัวป้องกันภัย   การศึกษาวิชาการเขียนฮู้ยันต์จีนคือวิชาแขนงหนึ่งลัทธิเต๋า ฮู้มีลักษณะสัญลักษณ์ประดิษฐ์ บางชนิดมาจากศาลเจ้าประดิษฐ์จะพิมพ์แบบออกมาแล้วผ่านพิธีการปลุกเสกจากศาลเจ้า สมัยใหม่อาจมีลักษณะต่างกันออกไป ตามความเชื่อ […]

ระยะปลอดภัย...จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือเปล่า มีอะไร ก่อนเป็นประจำเดือน จะท้องไหม !!

ระยะปลอดภัย…จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือเปล่า มีอะไร ก่อนเป็นประจำเดือน จะท้องไหม !!

ระยะปลอดภัย…จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือเปล่า   “ปลอดภัยป่ะ” เจอคำถามนี้ทีไรเบรคอารมณ์ทุกที แต่มาดามก็เข้าใจได้นะกับความรู้สึกที่หนุ่มๆ อยากสัมผัสเนื้อสาวโดยไม่ใส่ถุง (จะดีหรา?) ซึ่งข้ออ้างการไม่ใส่ถุงมีสารพัด ไม่ต้องยกตัวอย่างคุณๆ ก็คงนึกออก เอาเป็นว่าถ้าจะไม่ใส่ถุงแล้วชัวร์ว่าปลอดโรค ทีนี้ก็เหลืออย่างเดียวว่า อยากปลอดลูกด้วยไหม แต่ถ้าไม่ใส่ถุงและสาวเจ้าไม่กินยาคุมก็คงต้องอาศัยนับวันในระยะปลอดภัยให้ดี แต่ทีนี้สูตรการนับระยะเนี่ย อาจใช้ไม่ได้กับทุกคน มาดูกันไหมว่าเขานับกันยังไง แล้วใครบ้างใช้การนับระยะปลอดภัยจะได้ผล   สูตรสำเร็จการนับวันปลอดภัยแบบที่คุ้นเคยคือ นับระยะหน้า 7 หลัง 7 โดยระยะหน้า 7 คือก่อนประจำเดือนมา 7 วัน ระยะหลัง 7 คือนับตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนมาไป 7 วัน ตัวอย่างเช่น เดือนล่าสุดประจำเดือนมาวันที่ 8 แปลว่าระยะปลอดภัยหน้า 7 คือ ตั้งแต่วันที่ 1-7 จากนั้นในวันที่ 8-14 คือระยะปลอดภัยหลัง 7 ซึ่งถ้าไม่มีการจัดเซ็กส์กันในวันที่ประจำเดือนมาก็แปลว่าจะมีวันที่มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยแค่ในระยะปลอดภัยหน้า 7 เท่านั้น แต่ถ้าประจำเดือนมา 4 วัน ก็แปลว่าจะมีวันปลอดภัยในระยะหลังเหลืออีก 3วัน […]

คำอธิษฐาน 10 ประการ เพื่อปีใหม่ที่ดีกว่าเดิม ให้คิดดีทำดีมีสติ มีความสุขความเจริญ

คำอธิษฐาน 10 ประการ เพื่อปีใหม่ที่ดีกว่าเดิม ให้คิดดีทำดีมีสติ มีความสุขความเจริญ

คำอธิษฐาน 10 ประการ เพื่อปีใหม่ที่ดีกว่าเดิม คำอธิษฐาน 10 ประการ เพื่อปีใหม่ที่ดีกว่าเดิม เนื่องในปีใหม่ข้าพเจ้ามีคำอธิษฐาน 10 ประการดังต่อไปนี้ 1. ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนคิดจะได้ดีอะไรอย่างลอยๆ นั่งนอนคอยแต่โชควาสนา โดยไม่ลงมือทำความดีหรือไม่เพียรพยายามสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตน ถ้าข้าพเจ้าจะได้ดีอะไรก็ขอให้ได้เพราะได้ทำความดีอย่างสมเหตุผลเถิด 2. ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนลืมตนดูหมิ่นเหยียดหยามใคร ๆ ซึ่งอาจ ด้อยกว่าในทางตำแหน่ง ฐานะการเงิน หรือในทางวิชาความรู้ ขอให้ข้าพเจ้ามีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ให้เกียรติแก่เขาตามความเหมาะสมในการติดต่อเกี่ยวข้องกันเถิด อย่าแสดงอาการข่มขู่เยาะเย้ยใคร ๆ ด้วประการใด ๆ เลย ก็ขอให้มีความอ่อนโยน นุ่มนวล สุภาพเรียบร้อยเถิด 3. ถ้าใครพลาดพลั้งลงในการครองชีวิตหรือต้องประสบความทุกข์ ความเดือดร้อนเพราะเหตุใด ๆ ก็ตาม ขออย่าให้ข้าพเจ้าเหยียบย่ำซ้ำเติมคนเหล่านั้น แต่จงมีความกรุณาหาทางช่วยเขาลุกขึ้น ช่วยผ่อนคลายความทุกข์ร้อนแก่เขาเท่าที่จะสามารถทำได้ 4. ใครก็ตามที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมาเท่าเทียมหรือเกือบเท่าเทียมข้าพเจ้า ก็ดี มีความรู้ความสามารถหรือมีผลงานอันปรากฏดีเด่น สูงส่งอย่างน่านิยมยกย่องยิ่งกว่าข้าพเจ้า ขออย่าให้ข้าพเจ้ารู้สึกริษยาหรือกังวลใจในความเจริญของผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย ขอให้ข้าพเจ้าพลอยยินดีในความดี ความรู้ความสามารถของบุคคลเหล่านั้นด้วยใจจริง ช่วยส่งเสริมสนับสนุนและให้กำลังใจแก่คนเหล่านั้น อันเข้าลักษณะการมีมุทิตาจิต ในพระพุทธศาสนา ซึ่งตรงกันข้ามกับความริษยา ขออย่าให้เป็นอย่างบางคน ที่เกรงนักหนาว่าคนอื่นจะดีเท่าเทียมหรือดียิ่งกว่าตน […]

12 สิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด ทั้งยังเป็นอันตราย !!!

12 สิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด ทั้งยังเป็นอันตราย !!!

12 สิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด   การรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจทำให้ใครหลายๆ คนเจอประสบการณ์ อาหารมีเสียงระเบิดในไมโครเวฟ กลิ่นควันไหม้ในไมโครเวฟ หรือไฟลุกไหม้ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จึงมาแนะนำสิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟกันค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายนะ     1.พริกเผ็ดร้อน ใครๆ ก็รู้ดีว่าพริกนั้นเผ็ดร้อนขนาดไหน หากนำไปอบในไมโครเวฟโดยตรงแล้วละก็ ตอนเปิดประตูไมโครเวฟไอร้อนก็จะพัดพาสารที่ให้ความเผ็ดร้อนในพริกกระจายออกมา และทำให้เกิดอาการแสบตา แสบคอ ถึงขั้นหายใจติดขัด หมดอารมณ์ทำกับข้าวต่อกันเลยทีเดียว   2.กล่องโฟมหรือกล่องพลาสติก ขอเตือนไว้เลยว่าไม่ควรนำเอากล่องโฟมหรือกล่องพลาสติกธรรมดาเข้าไปอบในไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะทั้งกล่องโฟมและกล่องพลาสติกต่างก็มีสารประกอบที่สามารถหลอมเหลวและติดไฟได้อย่างรวดเร็ว จนอาจจะเกิดระเบิดเปรี้ยงปร้างขณะอุ่นในไมโครเวฟและทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้นะคะ   3.ผักสดและผลไม้สด ความร้อนจากการปรุงอาหารด้วยวิธีการต่างๆ นั้นทำให้สารอาหารและคุณประโยชน์ในผักหรือผลไม้สดหดหายไปเกือบครึ่ง เช่นเดียวกันถ้าเรานำผักและผลไม้สดๆ เหล่านั้นไปปรุงในไมโครเวฟ เชื่อไหมว่าวิตามินและสารอาหารที่เราจะได้รับมาบำรุงร่างกายก็จะพลันสลายหายไป เหลือแค่กากของผักกับผลไม้ให้กินเท่านั้นแหละ     4.ละลายผลไม้แช่แข็งในไมโครเวฟ เข้าใจดีค่ะว่าการรอให้ผลไม้แช่แข็งละลายนั้น มันนานจนต้องพึ่งไมโครเวฟให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายมากทีเดียว เพราะเมื่อน้ำตาลในผลไม้ถูกรังสีความร้อนของไมโครเวฟ ก็จะไปทำปฏิกิริยาจนเกิดเป็นสารก่อมะเร็ง ที่ค่อยๆ เข้าไปสะสมและเกาะกินร่างกายของเราจนพัง   5.ละลายเนื้อสัตว์แช่แข็งในไมโครเวฟ เป็นอีกหนึ่งอาหารสดแช่แข็งที่ไม่ควรนำไปละลายในไมโครเวฟ เพราะนอกจากจะมีสารก่อมะเร็งที่ได้กลับมาแทนสารอาหารที่มีประโยชน์แล้วนั้น ยังจะสูญเสียวิตามินสำคัญในเนื้อสัตว์ไปอีกด้วย หากเป็นไปได้แนะนำให้เอาเนื้อสัตว์ใส่ภาชนะแล้วตั้งทิ้งไว้ให้ละลายก่อนทำอาหารหรือแช่น้ำเปล่าให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้นแทนก็ได้ค่ะ   6.เวฟไข่ไก่ทั้งฟอง แม้เมนูไข่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทุกคนแต่ก็ใช่ว่าจะนำไปเข้าไปเวฟได้ทั้งฟอง […]