7 ผลเสียจากการนอนไม่พอ รู้แล้วมานอนให้เร็วขึ้นกันเถอะ !! ผลเสียของการนอนดึก

7 ผลเสียจากการนอนไม่พอ

7 ผลเสียจากการนอนไม่พอ

 

รู้ไหมว่าการนอนน้อยเกินไป จนร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอจะก่อให้เกิดผลเสียได้มากมายเลยทีเดียว ซึ่งมีผลเสียอย่างไรบ้างนั้น เราก็ได้รวบรวมมาให้คุณได้ทำความเข้าใจกันแล้ว

 

1. สมองทำงานช้า

เมื่อคุณนอนน้อย สิ่งที่จะตามมาหลังจากตื่นนอน คือความมึน ความเบลอ เนื่องจากสมองทำงานช้านั่นเอง ซึ่งไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเชื่องช้าไปซะหมด แถมยังทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานด้อยลงอีกด้วย

2. ร่างกายอ่อนเพลีย

การนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ ซึ่งไม่ว่าจะทำอะไรก็รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีแรง ซึ่งไม่เป็นผลดีเอาซะเลย โดยเฉพาะในวันที่ต้องไปทำงานด้วยแล้ว ดังนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอจะดีกว่า

3. อารมณ์แปรปรวน

การที่นอนไม่พอก็ทำให้หงุดหงิดพออยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณต้องทำงานที่ต้องพบปะผู้คนเป็นส่วนมากอีกละก็ ไม่พ้นต้องมีการเหวี่ยงวีนแน่ๆ ซึ่งจากเป็นคนที่มีความอดทนมากๆ เมื่อนอนน้อยบ่อยๆ การควบคุมอารมณ์ก็จะลดน้อยลงไปด้วย แถมยังเสี่ยงเป็นไบโพร่าอีกด้วยนะ

4. สายตาแย่

การนอนน้อยเกินไป นอกจากจะส่งผลให้สมองทำงานช้าลงแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสายตาด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ดวงตาอ่อนล้า พร่ามัว และประสิทธิภาพในการมองเห็นแย่ลงได้ ยิ่งคนที่ทำงานหน้าคอมต้องจ้องมองหน้าจอตลอดเวลาด้วยแล้ว หากพักผ่อนน้อยก็จะทำให้ดวงตาเสื่อมไวได้เช่นกัน

 

7 ผลเสียจากการนอนไม่พอ

 

5. สิวขึ้น

เมื่อนอนน้อยร่างกายย่อมได้รับการซ่อมแซมน้อยลง ประกอบกับมีความเครียดสะสม ก็จะทำให้เป็นสิวบ่อยๆ ได้ ซึ่งคนที่นอนน้อยเป็นประจำจะสังเกตได้เลยว่ามีสิวขึ้นบ่อยมาก

6. น้ำหนักขึ้น

ระบบการเผาผลาญต้องใช้เวลาเพื่อการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ หากคุณนอนน้อยยังไม่พอ ยังมีปาร์ตี้จัดกันดึกๆ แบบนี้น้ำหนักจะไม่ขึ้นก็เป็นไปไม่ได้แล้วละ เพราะตามปกติคุณควรกินข้าวก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายย่อยอาหารเพื่อไปใช้กับร่างกายตอนคุณนอน หากแต่การกินเยอะๆ แล้วนอนทันทีทำให้ร่างกายเผาผลาญไม่ทัน ดังนั้นไขมันจึงไปสะสมต่างส่วนของร่างกายแทน

7. ความจำแย่ลง

เพราะสมองต้องการการพักผ่อนเพื่อการจดจำที่ดี แต่เมื่อคุณนอนน้อยมากๆ จะทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำทำงานแย่ลง และเกิดอาการหลงๆ ลืมๆ ได้บ่อย และเมื่ออายุมากขึ้นก็จะเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์สูงอีกด้วย

หากทราบแบบนี้แล้วคุณยังจะนอนน้อยอีกหรือไม่ ซึ่งทางที่ดีควรปรับเปลี่ยนการนอนในแต่ละวันให้มากขึ้น และต้องเข้านอนให้เร็วกว่าปกติด้วย เพื่อจะได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอนั่นเอง

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : sanook.com

ภาพสวยๆ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

7 ความเชื่อเรื่องวันลอยกระทง จริงหรือมั่ว !!

7 ความเชื่อเรื่องวันลอยกระทง จริงหรือมั่ว !!

7 ความเชื่อเรื่องวันลอยกระทง จริงหรือมั่ว !!   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีที่หลายๆคนรู้จัก มาให้ได้อ่านกัน.. ประเพณีกับความเชื่อย่อมเป็นของคู่กันอยู่แล้ว สำหรับเมืองไทย เช่นเดียวกับวันลอยกระทง ที่ก็มีความเชื่อมากมายไม่ต่างจากเทศกาลอื่นๆ ซึ่งจะจริงหรือมั่วนั้นก็ขึ้นกับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล   1. กระทงคว่ำ ชีวิตถึงช่วงหายนะ เป็นความเชื่อที่ฟังดูรุนแรงไปสักหน่อย เพราะคนสมัยก่อนนั้นเชื่อกันว่า หากลอยกระทงไปแล้ว แล้วอยู่ดีๆกระทงเกิดคว่ำขึ้นมา ด้วยอุบัติเหตุหรือฝีมือใครก็ตาม นั่นเป็นลางไม่ดี ที่เตือนว่าชีวิตคุณกำลังจะเกิดหายนะ! ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ผิดหวังกับทุกสิ่ง หรือซวยซ้ำซวยซ้อน 2. ไปลอยกระทง แล้วจะได้แฟน อันนี้ก็ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันยังไง ซึ่งถ้ามองตามหลักความเป็นจริง อาจเป็นเพียงกุศโลบายที่สร้างขึ้น เพื่อหลอกให้วัยรุ่นหันมาสนใจประเพณีไทยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากใครเชื่อก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะสร้างกำลังใจให้คุณเจอรักที่สมหวัง 3. ใส่เหรียญในกระทง เป็นความเชื่อที่มีมานมนาน เพราะเชื่อกันว่าหากใส่เหรียญลงไปในกระทง จะช่วยเสริมดวงให้ชีวิตมีแต่ความมั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมาตลอดทั้งปี แต่ก่อนที่จะได้บุญ อาจจะต้องมีอารมณ์เสียกันบ้างกับพวกที่จ้องจะคว่ำกระทง เก็บเหรียญไปเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย 4. ตัดเล็บลงกระทง เชื่อกันว่า หากตัดเล็บหรือเศษผมลงกระทง ก็เปรียบเสมือนการลอยเคราะห์ร้ายหรือสิ่งไม่ดีให้ออกไปจากชีวิต ทำให้ชีวิตของเราสว่างไสว ดีขึ้นกว่าเดิม 5. ห้ามชวนแฟนไปลอยสถานที่แห่งนี้ เพราะจะเลิกกัน […]

7 วิธี “สลัดความขี้เกียจ” สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง แรงจูงใจในการใช้ชีวิต !!

7 วิธี “สลัดความขี้เกียจ” สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง แรงจูงใจในการใช้ชีวิต !!

7 วิธี “สลัดความขี้เกียจ” สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง   ความรู้สึก “ขี้เกียจ” สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ถ้าปล่อยให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้ตลอดเวลา ก็จะทำให้ขาดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้ กลายเป็นคนที่ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะต้องล้มเลิกลงกลางคัน หากไม่อยากต้องกลายเป็นคนที่ล้มเหลว ทำอะไรไม่เคยสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน ก็จำเป็นต้องสลัดความขี้เกียจที่มีอยู่ในตัวออกไปให้ได้ และสร้างแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้กับตนเอง   ตั้งเป้าหมายที่สมเหตุสมผล บางครั้งการที่เราขี้เกียจอาจเป็นเพราะเป้าหมายที่ตั้งไว้ทำได้ยากเกินไป จึงเกิดความรู้สึกท้อจนไม่อยากจะทำอะไร สุดท้ายเลยพาลขี้เกียจไม่ทำไปเสียเลย ดังนั้น การลดเป้าหมายลงมาให้ดูสมเหตุสมผล และมีความเป็นไปได้มากขึ้น ก็จะช่วยให้เกิดแรงฮึดขึ้นมาได้ ทำอะไรให้ต่างไปจากเดิม การที่เราทำกิจวัตรประจำวันที่เหมือนเดิมในทุกวัน อาจจะส่งผลให้เกิดความรู้สึกขี้เกียจขึ้นมาได้ หากลองทำอะไรให้แตกต่างไปจากชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ ก็จะช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองได้ เช่น สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ในที่ทำงาน เพื่อให้รู้สึกเกิดความแปลกใหม่ขึ้นมาบ้าง ทำสิ่งเล็ก ๆ ให้สำเร็จ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้สำเร็จถือเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างแรงจูงใจได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเกิดความรู้สึกดี ๆ กับสิ่งที่ทำได้สำเร็จแล้ว ก็จะกลายเป็นพลังบวกที่ทำให้กล้าทำสิ่งอื่น ๆ ตามมา แม้ว่าบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่กลัวหรือไม่แน่ใจก็ตาม ใช้เทคนิค Pomodoro เทคนิค Pomodoro เป็นกลยุทธ์ในการบริหารจัดการเวลาที่จะช่วยให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการแบ่งเวลาสำหรับการทำงาน […]

3 ความเชื่อผิดๆ ของคนโบราณ ที่หมอว่า อย่าทำ..

3 ความเชื่อผิดๆ ของคนโบราณ ที่หมอว่า อย่าทำ..

3 ความเชื่อผิดๆ ของคนโบราณ ที่หมอว่า อย่าทำ..   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะนำเสนอให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับ “3 ความเชื่อผิดๆ ของคนโบราณ” อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยอาจทรุดหนักลง เพราะการปฐมพยาบาลรักษาแบบผิด ๆ ที่สอนต่อๆกันมา หลายคนใช้ ความคุ้นเคย ในการแก้ไขอาการต่างๆ แบบคนไทยคุ้นเคยกันมานานบางอย่างเข้าใจผิด และทำอย่างไร   ทายาสีฟันที่ผิวไฟไหม้ คนสมัยก่อนจะสอนลูกหลานว่าผิวหนังไฟไหม้ต้องทายาสีฟัน ความจริงอาการไฟไหม้ที่ผิวหนังความร้อนจะเข้าไปสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง การทายาสีฟันลงบนผิวหนังบริเวณนั้น จะทำให้ความร้อนระบายออกไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือประคบน้ำเย็น แล้วรีบไปพบแพทย์   ห่มผ้าลดไข้ เวลาลูกเล็กเริ่มอาการตัวร้อน คนสมัยก่อนจะใช้วิธีคลุมโปงจนมิดชิดให้เหงื่อออกเวลามีไข้ แล้วผิวหนังจะแสดงผื่นสีแดงออกมาคือพิษไข้ออก ความจริงอุณหภูมิร่างกายกำลังสูงอยู่ ไม่ควรห่มผ้าคลุมโปงจนมิดชิดให้เหงื่อออก เพราะจะยิ่งทำให้อุณหภูมิสูงยิ่งขึ้น ความจริงควรให้อากาศหมุนเวียน เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัด เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อสั่นเกร็ง   เชือกมัดเหนือแผลเลือดออก กรณีที่มีแผลเลือดออกมาก จะต้องใช้เชือกรัดเหนือแผลเพื่อห้ามเลือดได้ แต่ก็ใช้ได้กับแขนขาเท่านั้น และต้องอย่ารัดแน่นมากนานเกินไป เพราะปลายอวัยวะจะขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งอันตรายอาจสูญเสียอวัยวะนั้น แต่ควรรัดทับเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้เกิดแผลที่ผิวหนัง และอย่ารัดนานมาก ควรคลายสายรัดออกทุกๆ 30 นาทีเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ สรุป : วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือสิ่งสำคัญ แต่จะต้องศึกษาอย่างเข้าใจ และเชี่ยวชาญ […]

ความเชื่อคนจีนโบราณว่า เติมธาตุไฟ ช่วยไล่หวัด

ความเชื่อคนจีนโบราณว่า เติมธาตุไฟ ช่วยไล่หวัด

ความเชื่อคนจีนโบราณว่า เติมธาตุไฟ ช่วยไล่หวัด   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน ธรรมชาติไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่มียาที่ใช้รักษาโดยเฉพาะแพทย์จะรักษาไปตามอาการเท่านั้น และอาการที่ว่าส่วนใหญ่จะใช้ยาแก้ไข้ ยาลดน้ำมูก ทำไมไม่คิดป้องกันแบบหมอจีนโบราณที่ใช้ธาตุไฟเติมเข้าไปป้องกัน   เรื่องเจ็บป่วยสาเหตุหลักมิได้เกิดจากเพราะมีเชื้อโรคเท่านั้น แต่เป็นการเสียสมดุลธาตุในร่างกาย โดยแพทย์จีนและไทยแผนโบราณว่าร่างกายคนประกอบขึ้นจากการรวมกันธาตุดิน ตับไตอวัยวะ น้ำคือเลือด สารคัดหลั่ง ลมอากาศที่หายใจ ไฟอุณหภูมิความร้อน และในการเจ็บป่วย เกิดจากธาตุใดธาตุหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งธาตุ กำเริบ หย่อน หรือพิการ   จากอาการโรคหวัด ธาตุน้ำที่ล้นออกมาเป็นน้ำมูก ซึ่งความพิการธาตุลม คือ เกิดการอุดตันของทางเดินหายใจเกิดเป็นโรคหอบ หืด ไอ หลอดลมอักเสบ รวมทั้งลามไปสู่ธาตุไฟ คือ อาการอักเสบ บวม แดง เนื้อเยื่อทางเดินหายใจ ฉะนั้นเมื่อไวรัสหวัดเริ่มต้นจากธาตุน้ำ คนจีนโบราณว่าเติมธาตุไฟ ช่วยไล่หวัด การเพิ่มธาตุไฟนั้นมีได้หลากหลายวิธีคือ เลี่ยงที่เย็น อย่าอยู่แต่ในที่เย็น เพราะธาตุไฟต้องทำงานหนักในการรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายให้ปกติ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญประการหนึ่ง ที่จะช่วยรักษาธาตุไฟในร่างกายให้ปกติ สอดคล้องการอธิบายแบบวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยสร้างภูมิต้านทานได้ดี ลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจ   การเพิ่มธาตุไฟ […]