ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี “หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าดินจะช่วย”

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

 

“ลูกเอ๋ย… ก่อนที่จะเที่ยวไปขอบารมีจากหลวงพ่อองค์ใด

เจ้าจะต้องมีทุนของตนเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน

เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีของคนอื่นมาช่วย

มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมเขามาจนล้นตัว

เมื่อทำบุญกุศลได้บารมีมา

ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว

แล้วเจ้าจะไม่มีอะไรไว้ในภพหน้า

หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง

จงจำไว้นะ…เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้

ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า…”

(พุทธสุภาษิตท่านสอนไว้ว่า..”อัตตาหิ อัตตโนนาโถ-ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”)

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

…ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้

…อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

…ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

 

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง

2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์

3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน

ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

 

ทางแห่งความหลุดพ้น

…เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

 

แต่งใจ

…ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ …ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?

 

กรรมลิขิต

…เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่

ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง

อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน

ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง

เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ

 

นักบุญ

…การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น

 

ละความตระหนี่มีสุข

…ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน

 

อย่าเอาเปรียบเทวดา

…ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย

 

บุญบริสุทธิ์

…การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน

 

สั่งสมบารมี

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน

 

เมตตาบารมี

…การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน

 

แผ่เมตตาจิต

…ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า

 

อานิสงส์การแผ่เมตตา

…ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

 

ประโยชน์จากการฝึกจิต

…ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มา… หนังสือสวดมนต์วัดระฆัง โฆสิตาราม,youtube.com,หนังสือคำสอนธรรมของ สมเด็จโต พรหมรังสี

เรื่องน่าสนใจ

3 สิ่งที่ควรมีไว้ในบ้าน โบราณว่า จะเสริมดวงให้เฮง

3 สิ่งที่ควรมีไว้ในบ้าน โบราณว่า จะเสริมดวงให้เฮง

3 สิ่งที่ควรมีไว้ในบ้าน โบราณว่า จะเสริมดวงให้เฮง   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คนจีนโบราณชอบสั่งสอนลูกหลานไว้หลายอย่าง หนึ่งในสิ่งที่สอนคือความเชื่อเรื่องการเสริมดวงอย่างการเก็บบางสิ่งไว้ในบ้าน ไว้เสริมดวงมงคลกับลูกหลานคนรุ่นใหม่ มีอะไรบ้าง เก็บอย่างไร ไปดูกันเลย..   รูปบรรพบุรุษ คนรุ่นใหม่ที่มีเชื้อจีนเคยสังเกต ไหมว่าผนังบ้านที่ตัวเองอยู่อาศัยจะพบรูปบรรพบุรุษ ญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้วติดอยู่ เพราะคนจีนสมัยก่อนเชื่อว่าจะคุ้มภัยลูกหลาน และญาติที่ใกล้ชิดเมื่อตายไปจะมีการกราบไหว้ยามเทศกาลสำคัญเสมอ อาจคืออุบายแฝงอย่างหนึ่งคืออยากให้ลูกหลานกตัญญูรำลึก และการกราบไหว้คือการรวมพี่น้องที่อยู่ไกล ๆ กลับมาเจอกันบ้างมิให้ห่างเหิน ป้องกันไม่ให้ลูกหลานลืมบรรพชน การติดไว้จะต้องหันไปทางทิศตะวันออก   ศาลเจ้าที่จีน คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่า ตี่จู๋เอี๊ย เปรียบกับคนไทยคือศาลพระภูมิเจ้าที่ แต่คนจีนจะต้องตั้งไว้ในบ้านโดยเลือกที่มีพนักพิงไว้ หันไปทางประตูทางออกร้านค้า ที่อยู่อาศัยเพราะจะคุ้มครองป้องกันภัยให้ผู้อาศัย จะต้องกราบไว้ในวันที่หนึ่งและสิบห้าปฏิทินจันทรคติจีน รวมทั้งเทศกาลสำคัญตามประเพณีจีน จะคุ้มครองเสริมดวงมงคลคนอาศัย   เหรียญโบราณ คนจีนโบราณมีความเชื่อว่าเหรียญยิ่งเก่ายิ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เพราะผ่านมือจากรุ่นสู่รุ่น จริงอยู่อาจมีเชื้อโรคปนมา แต่คนจีนที่ค้าขายเชื่อว่าเหรียญยิ่งนานยิ่งมีอำนาจลึกลับเรื่องการเสริมดวงการค้า ควรเก็บไว้ในลิ้นชักเก็บเงิน และเหรียญเก่ายังแก้ปราณซี่พิฆาต ขับไล่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้าย สำหรับเหรียญที่มีคุณสมบัติที่ว่าคือเหรียญหนึ่งสตางค์สมัยก่อนใช้เรียงร้อยไว้ที่ประตูทางเข้าร้านค้า ที่อยู่อาศัย ในทางความรักเหรียญยังจะปกป้องผู้ครอบครองจากปัญหาเรื่องคนรักคบชู้ ส่งผลความรักยืนยาว ควรพกไว้ในช่องเก็บธนบัตรในกระเป๋าสตางค์     สรุป : คนโบราณไม่ว่าจะชาติใดย่อมมีความเชื่อเรื่องการเสริมดวงอยู่เสมอ คนรุ่นใหม่อย่าลืมใส่ใจ ปฏิบัติตาม […]

สูตรคำนวณของลับ ตำรับโยนีศาสตร์ ตำราดู สตรี ลักษณะอวัยเพศหญิงบอกนิสัย

สูตรคำนวณของลับ ตำรับโยนีศาสตร์ ตำราดู สตรี ลักษณะอวัยเพศหญิงบอกนิสัย

สูตรคำนวณของลับ ตำรับโยนีศาสตร์ สูตรคำนวณของลับ ตำรับโยนีศาสตร์ ตำราดู สตรี ลักษณะอวัยเพศหญิงบอกนิสัย สูตรคำนวณของลับ ตำรับโยนีศาสตร์ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ขอมาเปิดเผยสูตรคำนวณของลับ (ตำรับโยนีศาสตร์ )ของคุณสาวๆกันให้ได้รู้กัน ไม่ได้จะมาทะลึ่งหรือลามกอะไรนะคะ แต่ทว่าของลับของผู้หญิงเราเนี่ยสามารถนำมาทำนายดวงชะตาได้ค่ะ เริ่มอยากรู้กันแล้วล่ะซิ๊ว่ามีวิธีสูตรคำนวณอย่างไร ตามมาเลยจ้า สิทธิการิยะ เกจิอาจารย์ ว่า หากจะดูของลับหญิง ว่ารูปพรรณสัณฐานดีชั่วอย่างไร ให้นำเอาวัน-เดือน-ปี เกิดของหญิงที่อยากรู้นั้นบวกรวมเข้าด้วยกัน เอา 3 คูณ 8 หาร หากได้เศษเท่าใด พึงดูคำทำนายตามเศษ ดังนี้ สำหรับวิธีตั้งทำนายนั้น ท่านให้เอา วัน เดือน ปี บวกเข้าด้วยกัน โดยกำหนดนับปีชวดเป็นปีแรกและกำหนดนับเดือนธันวาเป็นเดือนที่ 1 และนับวันอาทิตย์เป็นวันแรกไปจนถึงวัน-เดือน-ปี เกิดของผู้นั้น     เศษ 1 ตำราว่ามี รูปโยนีเท่าใบพลูไม่สู้ใหญ่ หนทางเข้านั้นขยับจะคับไป ขนก็ไม่รกปรกแคมรู พิเคราะห์ดูสินทรัพย์อาภัพมาก แต่ขันหมากไม่จนมีคนสู้ ชะตาแรงหนักหนาตำราครู จะมีคู่เลือกเอาเองไม่เกรงใคร เศษ 2 ท่านขยายทำนายว่า โตเท่าฝ่ามือกางอย่างใหญ่ ทั้งขนดำนั้นรกดกกระไร เนื่องขึ้นไปจนบนหนอกดูออกดำ […]

"หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก"เครื่องรางแห่งโชคลาภ สร้างด้วยโลหะ..แต่ไม่จมน้ำ ดุจดั่งมีชีวิต

“หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก”เครื่องรางแห่งโชคลาภ สร้างด้วยโลหะ..แต่ไม่จมน้ำ ดุจดั่งมีชีวิต

“หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก” เครื่องรางแห่งโชคลาภ  สร้างด้วยโลหะ..แต่ไม่จมน้ำ ดุจดั่งมีชีวิต ปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง “หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก”เครื่องรางแห่งโชคลาภ ค้าขายกำไรดี.. เครื่องรางปลาตะเพียน ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากหลายสำนักหลายพระเกจิอาจารย์ด้วยกัน และที่นิยมมากที่สุด คือ ปลาตะเพียน หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องรางปลาตะเพียนในตำนานที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน โดยตำนานการสร้างปลาตะเพียนหลวงพ่อจงนั้น ท่านได้สร้างเมื่อ ราวปี พ.ศ. ๒๔๙๐ สร้างเป็นปลาตะเพียนคู่ คือ ปลาตะเพียนเงินและปลาตะเพียนทอง มีตัวผู้กับตัวเมีย ปลาตะเพียนเงิน เป็นตัวผู้ ส่วนปลาตะเพียนทอง เป็นตัวเมีย มีอานุภาพโดดเด่นด้านเมตตา โชคลาภ เห็นได้จากชื่อของปลาตะเพียนคือเงินและทองซึ่งมีความหมายถึงเรื่องเงินทอง ทรัพย์สินโชคลาภ     “หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก”เครื่องรางแห่งโชคลาภ ปลาตะเพียนเงิน-ทอง เครื่องรางแห่งโชคลาภ ค้าขายกำไรดี ส่วนการปลุกเสกปลาตะเพียนของหลวงพ่อจงนั้น สมัยก่อนกล่าวว่า ท่านจะทำการปลุกเสกแล้วให้ลูกศิษย์นำปลาตะเพียนไปปล่อยที่ท่าน้ำดูว่าปลาตะเพียนจะลอยหรือจม ซึ่งปลาตะเพียนที่ปลุกเสกโดยสร้างจากโลหะนั้นแม้จะมีน้ำหนักมากแต่ปรากฏว่าไม่จมน้ำ จึงเป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างมาก ใครที่ได้บูชาไปก็บังเกิดโชคลาภ เมตตามหานิยม ค้าขายดีมีกำไร     ปลาตะเพียน หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก […]

5 เทคนิคพัฒนาสมอง จำแม่นได้ในไม่กี่วัน !! เทคนิคช่วยจำ

5 เทคนิคพัฒนาสมอง จำแม่นได้ในไม่กี่วัน !! เทคนิคช่วยจำ

5 เทคนิคพัฒนาสมอง จำแม่นได้ในไม่กี่วัน !!   เดินสวนกับคนรู้จัก เห็นหน้าเขาแล้วรู้สึกคุ้นๆ แต่นึกชื่อไม่ออก ต้องทำเป็นเนียนๆ ส่งยิ้มให้ พลางคิดในใจว่า “คนคนนี้ชื่ออะไรนะ?” หรือ นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นชั่วโมงๆ คิดแล้วคิดอีก แต่ก็คิดงานไม่ออกสักที เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าใครก็อยากมีความจำที่ดี เพราะการมีความจำที่ดี และ มีสมองที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจะช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาดูเทคนิคการพัฒนาสมอง เพิ่มความจำ ให้กับตัวเรากันเถอะ   1. ทบทวนความทรงจำ การพัฒนาสมองของเรา เริ่มต้นจากการฝึกฝน เราสามารถฝึกฝนสมองของเราได้ด้วยการฝึกทบทวนความทรงจำในชีวิตประจำวันของเราในทุกๆ วัน เช่น ลองนึกย้อนกลับไปว่าวันนี้ตลอดทั้งวัน เราทำอะไรบ้าง มีอะไรที่เราทำแล้วดี หรือไม่ดีอย่างไร ลองนึกถึงรายละเอียดปลีกย่อย เช่น มื้อก่อนหน้านี้ เรารับประทานอะไร แล้วนึกย้อนไปไกลกว่านั้นอีกว่า มื้อก่อนๆ หน้านี้ เรารับประทานอะไร นึกย้อนไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการทดสอบความจำของเรา   2.เล่นเกมเสริมความจำ นอกจากการฝึกทบทวนความทรงจำแล้ว เรายังสามารถทดสอบความจำ และเพิ่มความสนุกด้วยการเล่นเกมเสริมความจำต่างๆ เช่น เกมเปิดไพ่ เลือกไพ่ที่มีลายตรงกันภายในระยะเวลาที่กำหนด […]