ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี “หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าดินจะช่วย”

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

 

“ลูกเอ๋ย… ก่อนที่จะเที่ยวไปขอบารมีจากหลวงพ่อองค์ใด

เจ้าจะต้องมีทุนของตนเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน

เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีของคนอื่นมาช่วย

มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมเขามาจนล้นตัว

เมื่อทำบุญกุศลได้บารมีมา

ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว

แล้วเจ้าจะไม่มีอะไรไว้ในภพหน้า

หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง

จงจำไว้นะ…เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้

ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า…”

(พุทธสุภาษิตท่านสอนไว้ว่า..”อัตตาหิ อัตตโนนาโถ-ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”)

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

…ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้

…อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

…ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

 

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง

2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์

3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน

ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

 

ทางแห่งความหลุดพ้น

…เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

 

แต่งใจ

…ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ …ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?

 

กรรมลิขิต

…เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่

ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง

อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน

ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง

เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ

 

นักบุญ

…การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น

 

ละความตระหนี่มีสุข

…ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน

 

อย่าเอาเปรียบเทวดา

…ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย

 

บุญบริสุทธิ์

…การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน

 

สั่งสมบารมี

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน

 

เมตตาบารมี

…การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน

 

แผ่เมตตาจิต

…ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า

 

อานิสงส์การแผ่เมตตา

…ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

 

ประโยชน์จากการฝึกจิต

…ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มา… หนังสือสวดมนต์วัดระฆัง โฆสิตาราม,youtube.com,หนังสือคำสอนธรรมของ สมเด็จโต พรหมรังสี

เรื่องน่าสนใจ

ฝันว่าได้ใส่แหวนทอง เลขเด็ดให้โชค ทำนายฝัน หมายถึงอะไร

ฝันว่าได้ใส่แหวนทอง เลขเด็ดให้โชค ทำนายฝัน หมายถึงอะไร

ใครเคย ฝันว่าได้ใส่แหวนทอง บทความนี้ไม่ควรพลาด !! วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ จะมาพาทุกคนไปหาความหมายด้วยกันว่า หากฝันเห็นแหวนทอง ไม่ว่าจะเป็น ฝันว่าได้ใส่แหวนทอง 1 วง, 3 นิ้ว, หรือฝันว่าได้ใส่แหวนทอง นิ้วนางข้างซ้าย จะมีความหมายอย่างไรได้บ้าง นอกจากนี้ ยังจะพาไปดูเพิ่มเติมอีกว่า หากฝันว่าได้ใส่แหวนทอง จะต้องตี เลขเด็ด โชคลาภ เพื่อซื้อหวยในงวดนี้เป็นเลขอะไร การฝันว่าได้ใส่แหวนทอง ถือเป็นความฝันที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง อาจนำมาสู่ความหมายที่ซ่อนอยู่ โดยที่ใครหลายคนอาจคาดไม่ถึง แต่นอกจากนี้แล้ว เรายังจะชวนไปดูให้ลึกขึ้นกว่าเดิมด้วยกันว่า นอกจากแหวนที่เราเห็นแล้วนั้น รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในฝัน จะมีความหมายว่าอะไรกันอีกบ้าง ดังนั้นจึงไม่ควรรอช้า รีบหาความหมาย เพื่อไปวิเคราะห์เลขเด็ดหวยเด่นกัน รวมคาถา มนุษย์เงินเดือน การงานก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง เจ้านายเมตตา คาถาขอหวย สวดแล้วเฮง เพิ่มโชคลาภ ฝันเห็นเลขเด็ด ให้ได้ ให้โดน ฝันว่าเงินเดือนออกไม่ครบ เงินหาย หมายถึงอะไร ทำนายฝัน มีเลขเด็ดอะไรบ้าง ฝันว่าได้ใส่แหวนทอง […]

พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อพูล ใครท่องคาถานี้ได้ ขอให้มีแต่คนรัก ให้มีโชคลาภ ให้รวยๆ

พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อพูล ใครท่องคาถานี้ได้ ขอให้มีแต่คนรัก ให้มีโชคลาภ ให้รวยๆ

พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อพูล “หลวงพ่อพูล” ชื่อนี้ประจักษ์ในฐานะพระเกจิอาจารย์อันดับหนึ่งของประเทศไทยและนับเป็นสุดยอดพระผู้ยิ่งใหญ่ด้วยเมตตาบารมี เป็นเนื้อนาบุญอันไพศาล….. ที่ผ่านมาชีวิตของท่านอุทิศแล้วในพระพุทธศาสนา…..ด้วยแรงกายแรงใจช่วยเหลือผู้ยากไร้มิเคยขาด ที่สำคัญท่านพ้นวังวนของกิเลสและตัณหา มุ่งแผ่เมตตาธรรมโดยถ้วนหน้าแก่ทุกชีวิตที่เข้ามาพึ่งใบบุญโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ สายตาของท่านมองทุกคนด้วยความเท่าเทียม ทุกคนจึงได้รับจากการปฏิบัติจาก หลวงพ่อพูล อย่างดีมาโดยตลอด หลวงพ่อพูล เป็นพระที่มีเคร่งครัดพระธรรมวินัย ด้วยความสมถะท่านจะนิ่ง พูดน้อย จนได้รับสมญา “ของจริงต้องนิ่งใบ้” หลวงพ่อพูลท่านเกิดในสกุล “ปิ่นทอง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ พ.ย. ๒๔๕๕ ปีชวด (ร.ศ.๑๓๑) เป็นบุตรคนที่ ๖ ในจำนวนพี่น้อง ๑๐ คน บิดาชื่อ “นายจู ปิ่นทอง” มารดาชื่อ “นางสำเนียง ปิ่นทอง” ณ บ้านเลขที่ ๗๕ หมู่ ๓ ต.ดอนยายหอม นครปฐม จบการศึกษาประถม ๔ ที่โรงเรียนวัดห้วยจระเข้ นครปฐม ปีพ.ศ. ๒๔๗๑   พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อพูล […]

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไม้

คติความเชื่อ คนดิถีธาตุไม้   คนดิถีธาตุไม้ (ปีขาด (เสือ)  และ ปีเถาะ (กระต่าย) ) เป็นคนที่มีนิสัยมีความเมตตา ชอบทำความดี ใจบุญ ขี้สงสาร กระตือรือร้น ขยัน มุ่งมั่นไปข้างหน้า มีคุณธรรม ศีลธรรม มีศักดิ์ศรี กล้าหาญ สมาธิดี หนักแน่น อดทน ตั้งใจ ดื้อ แข็ง โกรธง่าย ขี้สงสัย เชื่อมั่นในตัวเองสูง มีเสน่ห์ อ่อนโยน มีเหตุผล รักสงบ อยู่ติดที่ ไม่แก่งแย่งชิงดี ไม่ชอบทะเลาะวิวาท ถ้าไม้มากเกินไป จะแข็งกระด้าง ดื้อด้าน ยอมหักไม่ยอมงอ เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ใจร้อน ไม่ยอมใคร ขาดเหตุผล ถ้าไม้น้อยเกินไป อ่อนแอ ขาดความแข็งแกร่ง ขี้อิจฉา ขาดเมตตาจิต ไร้น้ำใจ ขี้สงสัย เจ้าเล่ห์ คนธาตุไม้จะทำงานได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมซึ่งได้แสดงความเป็นอิสรเสรี และเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ […]

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ? กินเหล้า หน้าหนาว !!

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ? กินเหล้า หน้าหนาว !!

ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ?   เชื่อว่าหลายคนในที่นี้เคยได้ยินคำบอกเล่าต่อๆ กันว่าการดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นได้ แก้หนาวได้อย่างชะงัดนักและก็เชื่ออีกว่าบางคนเคยลองทำตามแล้วรู้สึกว่าร่างกายนั้นอบอุ่นขึ้นได้จริงเพียงไม่นานหลังจากที่แอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย แต่ความจริงแล้วร่างกายนั้นอุ่นขึ้นจริงหรือเป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้น วันนี้เรามาไขข้อสงสัยที่ว่า ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาวได้จริงหรือ? มาฝากทุกท่านกัน   ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว ความเชื่อสุดอันตราย ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าร่างกายของคนเรามีกลไกในการต่อสู่กับความหนาวเย็นอยู่ ซึ่งก็คือการที่เลือดจะไหลกลับจากผิวหนังเข้าไปสู่อวัยวะภายในเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอและป้องกันอวัยวะภายในถูกทำลาย นั่นเป็นเหตุที่เมื่อหนาวจัดริมฝีปากจึงเขียวซีดและสั่นกันงึกงัก เมื่อดื่มแอลกอฮอล์แล้ว กลไกนี้จะถูกขัดขวางลงอย่างสิ้นเชิง เพราะว่าหลังจากดื่มแม้เพียงเล็กน้อย ร่างกายจะสูบฉีดเลือดไปที่ผิวหนังมากขึ้น เส้นเลือดฝอยจะขยายตัว เหงื่อจะถูกขับออกมามากขึ้น ความร้อนจะถูกระบายออกไปทำให้ร่างกายอุณหภูมิเย็นลงโดยไม่รู้ตัว ที่จริงการดื่มแอลกอฮอล์นั้นช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นแค่ที่ “ผิวหนัง” เท่านั้น ไม่ได้ส่งความร้อนไปจนถึงภายในร่างกาย ถึงแม้ผู้ดื่มจะรู้สึกร้อนวูบวาบก็ตาม ความเชื่อนี้นอกจากจะหลอกลวงแล้วยังอันตรายต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง ดื่มแอลกอฮอล์หน้าหนาว อันตรายอย่างไร ภาวะตัวเย็นเกินไป (Hypothermia) โดยปกติภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่ในภูมิประเทศที่หนาวเย็นมากๆ แต่ในประเทศไทยช่วงอากาศหนาวจัด ตามภูเขาหรือยอดดอยก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนมากขึ้นจนอาจนำสู่ภาวะตัวเย็นเกินไป บางคนดื่มจนมึนเมา หลับไม่รู้สึกตัว ถ้ามีเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มไม่เพียงพอ นอนหลับตากอากาศเย็นจัดเป็นเวลานาน ก็อาจจะเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน วิธีแก้หนาวโดยไม่พึ่งแอลกอฮอล์ 1. สวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อรักษาสมดุลความร้อนในร่างกาย หากอากาศหนาวมากพยายามอย่าออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ถ้าต้องออกไปอย่าลืมใส่เสื้อกันหนาว ในเวลากลางคืนควรสวมถุงมือถุงเท้าด้วย จะช่วยให้รู้สึกอุ่นมากขึ้น 2. ดื่มน้ำอุ่น จะช่วยให้รู้สึกหนาวน้อยลง อาจจะเปลี่ยนเป็นชาสมุนไพรแก้หนาวหรือชาดอกไม้หอมๆ นอกจากเพิ่มความอบอุ่นแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยนะ   3. ผิงไฟ เป็นวิธีบ้านๆ ที่นิยมทำกันมากตามชนบท ลองก่อกองไฟเล็กแล้วนั่งอมรอบกองไฟกัน อาจจะมีการสนทนาพาทีกัน […]