ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี “หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าดินจะช่วย”

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

 

“ลูกเอ๋ย… ก่อนที่จะเที่ยวไปขอบารมีจากหลวงพ่อองค์ใด

เจ้าจะต้องมีทุนของตนเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน

เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีของคนอื่นมาช่วย

มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมเขามาจนล้นตัว

เมื่อทำบุญกุศลได้บารมีมา

ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว

แล้วเจ้าจะไม่มีอะไรไว้ในภพหน้า

หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง

จงจำไว้นะ…เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้

ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า…”

(พุทธสุภาษิตท่านสอนไว้ว่า..”อัตตาหิ อัตตโนนาโถ-ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”)

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

…ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้

…อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

…ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

 

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง

2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์

3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน

ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

 

ทางแห่งความหลุดพ้น

…เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

 

แต่งใจ

…ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ …ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?

 

กรรมลิขิต

…เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่

ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง

อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน

ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง

เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ

 

นักบุญ

…การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น

 

ละความตระหนี่มีสุข

…ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน

 

อย่าเอาเปรียบเทวดา

…ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย

 

บุญบริสุทธิ์

…การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน

 

สั่งสมบารมี

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน

 

เมตตาบารมี

…การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน

 

แผ่เมตตาจิต

…ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า

 

อานิสงส์การแผ่เมตตา

…ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

 

ประโยชน์จากการฝึกจิต

…ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มา… หนังสือสวดมนต์วัดระฆัง โฆสิตาราม,youtube.com,หนังสือคำสอนธรรมของ สมเด็จโต พรหมรังสี

เรื่องน่าสนใจ

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นโชค เส้นวาสนา

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นโชค เส้นวาสนา

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นโชค เส้นวาสนา   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับ ทำนายโชคชะตา เส้นโชค เส้นวาสนา มาฝากกัน ไปดูกันเลย..   เส้นโชค (เส้นวาสนา) กำเนิดเส้นโชค(เส้นวาสนา) ส่วนใหญ่เส้นจะลากยาวไปยังตำแหน่งเนินเสาร์(โคนนิ้วกลาง) เส้นโชคบอกเกี่ยวกับงาน ลักษณะของงาน ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดว่าเกิดจากเนินใด และมีเส้นอิทธิพลใดเข้ามาเกี่ยวข้อง เส้นโชค รูปที่1 ตำแหน่งที่1 เส้นขาดโดยปลายเส้นยังซ้อนกันอยู่ หมายถึงเกิดการเปลี่ยนงานโดยจะทราบล่วงหน้า แต่ถ้าขาดจากกันชัดเจน จะตกงาน นานหรือไม่นั้น ต้องดูช่องว่างระหว่างเส้นโชคที่ขาด ถ้าห่างมาก แสดงว่าต้องว่างงานหลายปี ตำแหน่งที่2 มีเส้นวิ่งเข้าหาเส้นโชคตามรูป 2-2 ให้ทายว่าจะมีความรักเข้ามาในชีวิตในช่วงอายุประมาณ31ปี เข้ามาเกี่ยวพันในชีวิต จนได้แต่งงานกันในช่วงอายุ 37ปี แต่ถ้าปลายเส้นที่ตำแหน่งที่2 แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้เส้นโชคซีดจาก การแต่งงานมีผลต่อการงาน   เส้นโชค รูปที่2 ตำแหน่งที่1 ใกล้กับข้อมือ แสดงถึงอาชีพที่ทำอยู่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากทางบ้าน หรือรับช่วงกิจการต่อจากบิดามารดา เส้นโชคที่ยาวตรงตามรูปแสดงถึงความสำเร็จในอาชีพไปจนแก่เฒ่า     เส้นโชค รูปที่3 ตามรูปเส้นโชคเกิดที่ตำแหน่งกลางฝ่ามือ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของมือดิ้นรนหางานด้วยตนเอง     […]

นกฮูก หรือ นกเค้าแมว กับตำนานความเชื่อ

นกฮูก หรือ นกเค้าแมว กับตำนานความเชื่อ

นกฮูก หรือ นกเค้าแมว กับตำนานความเชื่อ   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับตำนานของ “นกฮูก หรือ นกเค้าแมว” มาให้ได้ทราบกัน นกฮูก คือสัตว์ในความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ความเชื่อเกี่ยวกับนกฮูกสามารถพบเห็นได้ในทุกๆชนชาติหรือหลายๆวัฒนธรรม ซึ่งความเชื่อเกี่ยวกับนกฮูกนั้นมีทั้งในด้านดีและด้านไม่ดี โดยบางชนชาติก็มักมองนกฮูกหรือนกเค้าแมวเป็นนกปีศาจเช่นเดียวกับแร้ง นำมาซึ่งความโชคร้ายและความตาย   ความเชื่อของคนไทย เกี่ยวกับนกฮูกหรือนกเค้าแมว คนไทยมีความเชื่อว่าหากนกเค้าแมวหรือนกแสกบินข้ามหลังคาบ้านใครหรือไปเกาะอยู่ใกล้ๆบ้านหลังไหน บ้านนั้นจะต้องมีผู้เสียชีวิต เพราะคนไทยมีความเชื่อว่านกเค้าแมวหรือนกแสกเป็นยมทูตส่งวิญญาณ ซึ่งคตินี้คล้ายคลึงกับคติความเชื่อ ของชาวโรมันและชาวโรมาเนีย   ความเชื่อของชาวญี่ปุ่น เกี่ยวกับนกฮูกหรือนกเค้าแมว คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า นกฮูก เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี โชคลาภและความมั่งมีศรีสุข เพราะถือว่า นกฮูกเป็นสัตว์ที่ขยัน ร่ำรวย และจะนำความสุขมาให้แก่สมาชิกทุกคนในบ้าน นกฮูกจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของเทพที่เด่นในการขอพรเรื่องการเรียนมากที่สุดอีกทั้งยังมีความเชื่อว่าถ้าพกนกฮูกติดตัวหรือมีนกฮูกตั้งอยู่ในบ้านจะช่วยให้ครอบครัวกินดีอยู่ดีไม่ลำบากและจะพบแต่ความโชคดี   ความเชื่อของชาวอินเดียแดง เกี่ยวกับนกฮูกหรือนกเค้าแมว ชาวอินเดียแดงมีความเชื่อว่า นกเค้าแมวเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์แห่งปีศาจ การมีขนนกฮูกไว้ในครอบครองแสดงถึงการเล่นเวทมนตร์คาถา สำหรับชาวแอสเทก ชาวมายา และชาวเมโสอเมริกาพื้นเมือง เชื่อว่า นกเค้าแมวเป็นสัญลักษณ์ของการทำลายล้างและความตาย   ความเชื่อของชาวฮินดู เกี่ยวกับนกฮูกหรือนกเค้าแมว ชาวฮินดูมีความเชื่อว่า นกเค้าแมวหมายถึง สติปัญญา […]

ฝันเห็นดอกไม้ ทำนายฝัน พร้อมความหมาย เลขมงคลรับทรัพย์

ฝันเห็นดอกไม้ ทำนายฝัน พร้อมความหมาย เลขมงคลรับทรัพย์

ฝันเห็นดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไร หรือมีสีสันแบบไหน ก็คงทำให้ชื่นใจอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะการได้เห็นสีสันต่าง ๆ ของดอกไม้ที่แต่งแต้มโดยธรรมชาติออกมาอย่างสวยงาม ก็พาให้รู้สึกสบายใจได้ แม้จะเห็นเพียงแค่รูปถ่าย หรือจะเห็นในความฝัน แต่การฝันเห็นดอกไม้ก็ยังมีความหมายมากกว่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่สร้างความรู้สึกดีให้เราเฉย ๆ วันนี้ทาง เลขเด็ดออนไลน์เปิดตำราทำนายฝันที่เกี่ยวกับดอกไม้มาให้สมาชิกทุกท่านได้อ่าน ว่าจะมีความหมายแบบไหน พร้อมกับเลขเด็ดรับทรัพย์งวดนี้ มาให้ด้วย ไปดูเลย. ความฝันบอกเหตุ ฝันแบบไหนที่เรียกว่าดี มีโชค จะเป็นเศรษฐี ฝันเห็นรถหรู ฝันว่าได้นั่งรถหรู ทำนายฝัน พร้อมตีเลขเด็ดรับทรัพย์ วิธีจุดธูปขอหวย จุดยังไงให้ได้ผล วิธีขอหวยให้ถูก เสริมดวงรับทรัพย์ ฝันเห็นดอกไม้ ทำนายฝัน พร้อมความหมาย เลขมงคลรับทรัพย์งวดนี้ ฝันเห็นดอกไม้สีขาว หมายความว่า การงานช่วงนี้มีเรื่องให้ต้องแก้ไขอีกเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะหากแก้ไขได้เรียบร้อย ก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี การเงินยังคงมีรายรับที่คงที่ ส่วนรายจ่ายก็ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นจนรับไม่ไหว ยังไงก็ยังใช้จ่ายได้สบายอยู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินมากไปนะ ความรักคนมีคู่ในรักครั้งนี้ยังมีแต่เรื่องดี ๆ ไม่มีอะไรให้รู้สึกปวดหัว เพราะมีแต่สิ่งดี ๆ ให้กัน ส่วนคนโสดจะได้เจอกับคนดี ๆ จากการแนะนำของคนใกล้ชิด เลขเด็ดนำโชคน่าซื้อ […]

บั้งไฟ ประเพณี ความเชื่อกับการขอฝนของชาวอีสาน

บั้งไฟ ประเพณี ความเชื่อกับการขอฝนของชาวอีสาน

บั้งไฟ ประเพณี ความเชื่อกับการขอฝนของชาวอีสาน   ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ส่วนมากต้องอาศัยฟ้าฝนในการทำการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาในภาคอีสาน ดังนั้นจึงมีประเพณีความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการขอฝน เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวอีสานที่ผูกพันกับความเชื่อในเรื่องการขอฝนด้วยการทำบั้งไฟจุดขึ้นไปบนฟ้าเพื่อขอฝนจากพญาแถน ตำนานเรื่องเล่า ตำนานของประเพณีบุญบั้งไฟ ผูกพันกับนิทานพื้นบ้านสองเรื่องคือเรื่องท้าวผาแดงนางไอ่ และเรื่องสงครามระหว่างพญาคันคากกับพญาแถน ซึ่งเป็นเรื่องที่กล่าวถึงที่มาของการยิงบั้งไฟเลยทีเดียว ตำนานเรื่องนี้เริ่มจากพระโพธิสัตว์เสวยชาติเป็นพญาคันคาก (คางคก) อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ครั้งนั้น พญาแถน เทพผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ผู้ดลบันดาลให้ฝนตก เกิดไม่พอใจชาวโลกจึงบันดาลให้ฝนไม่ตกเลยตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ชาวเมืองทนไม่ไหวจึงคิดทำสงครามกับพญาแถน แต่สู้พญาแถนกับกองทัพเทวดาไม่ได้ ถูกไล่ล่าหนีมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่พญาคันคากอาศัยอยู่ ในที่สุดพญาคันคากตกลงใจเป็นจอมทัพของชาวโลกต่อสู้กับพญาแถน พญาคันคากให้พญาปลวกก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงสวรรค์ ให้พญามอดไม้ไปทำลายด้ามอาวุธของทหารและอาวุธพญาแถน และให้พญาผึ้ง ต่อ แตนไปต่อยทหารและพญาแถนฝ่ายเทวดาพ่ายแพ้ พญาแถนจึงให้คำมั่น หากมนุษย์ยิงบั้งไฟขึ้นไปเตือนเมื่อไรจะรีบบันดาลให้ฝนตกลงมาให้ทันที และถ้ากบเขียดร้องก็ถือเป็นสัญญาณว่าฝนได้ตกลงถึงพื้นแล้ว และเมื่อใดที่ชาวเมืองเล่นว่าวก็เป็นสัญญาณแห่งการหมดสิ้นฤดูฝน พญาแถนก็บันดาลให้ฝนหยุดตก ประเพณีบุญบั้งไฟ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บุญเดือนหก จัดเป็นบุญประจำปีทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะลงมือทำนาโดยมีจุดประสงค์สำคัญ คือ การขอฝน ชาวบ้านในภาคอีสาน ถือว่าบุญบั้งไฟเป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าหากหมู่บ้านใดไม่จัดบุญบั้งไฟก็อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติ เช่น โรคภัยไข้เจ็บ หรือทุพภิกขภัยแก่ชุมชนได้ สำหรับการจัดงานและการละเล่นในประเพณีบุญบั้งไฟนั้น […]