ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี “หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าดินจะช่วย”

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

 

“ลูกเอ๋ย… ก่อนที่จะเที่ยวไปขอบารมีจากหลวงพ่อองค์ใด

เจ้าจะต้องมีทุนของตนเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน

เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีของคนอื่นมาช่วย

มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมเขามาจนล้นตัว

เมื่อทำบุญกุศลได้บารมีมา

ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว

แล้วเจ้าจะไม่มีอะไรไว้ในภพหน้า

หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง

จงจำไว้นะ…เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้

ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า…”

(พุทธสุภาษิตท่านสอนไว้ว่า..”อัตตาหิ อัตตโนนาโถ-ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”)

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

…ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้

…อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

…ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

 

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง

2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์

3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน

ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

 

ทางแห่งความหลุดพ้น

…เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

 

แต่งใจ

…ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ …ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?

 

กรรมลิขิต

…เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่

ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง

อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน

ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง

เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ

 

นักบุญ

…การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น

 

ละความตระหนี่มีสุข

…ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน

 

อย่าเอาเปรียบเทวดา

…ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย

 

บุญบริสุทธิ์

…การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน

 

สั่งสมบารมี

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน

 

เมตตาบารมี

…การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน

 

แผ่เมตตาจิต

…ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า

 

อานิสงส์การแผ่เมตตา

…ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

 

ประโยชน์จากการฝึกจิต

…ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มา… หนังสือสวดมนต์วัดระฆัง โฆสิตาราม,youtube.com,หนังสือคำสอนธรรมของ สมเด็จโต พรหมรังสี

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อเรื่องหวีหัก หวีหัก ลางบอกเหตุ แก้เคล็ดหวีหัก !!

ความเชื่อเรื่องหวีหัก หวีหัก ลางบอกเหตุ แก้เคล็ดหวีหัก !!

ความเชื่อเรื่องหวีหัก ความเชื่อ คติข้อห้าม รวมไปถึงการยึดถือปฏิบัติที่สืบต่อกันมาช้านาน โดยบางความเชื่อนั้นอยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ โดยคติความเชื่อในบางความเชื่อก็ล้วนแล้วแต่หาข้อสรุปไม่ค่อยได้นัก… คนสมัยโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวันมากมาย แม้กระทั่งการหวีผม หรือในขณะที่กำลังสางผม หากหวีเกิดหักคาผม คนโบราณท่านมีความเชื่อว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีตามมา ท่านแนะนำว่าให้นำหวีนั้นทิ้งไปเลย (ซื้อมาเป็นพันเป็นหมื่นก็อย่าเสียดาย) ไม่ให้เก็บไว้ใช้หรือนำไปซ่อมมาใช้ใหม่ เพราะหากยังฝืนนำมาใช้จะนำพาเรื่องร้ายๆ หรือเกิดเรื่องไม่มีขึ้นกับตัวคุณหรือคนในครอบครัว     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม. *** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน *** ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<   ขอบคุณข้อมูล : horoscope.thaiza.com บทความแนะนำ ความเชื่อเรื่องการรินเหล้าของคนเกาหลี ความเชื่อการใช้สิ่งของแตกร้าว ส่งผลให้ชีวิตร้าวฉาน ใส่ต่างหูเกือกม้าขับไล่ความโชคร้าย ความเชื่อเรื่องการกินบะหมี่ในวันเกิดของชาวเกาหลี

ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด ชื่อมงคลคนเกิดวันอาทิตย์

ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด ชื่อมงคลคนเกิดวันอาทิตย์

ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด ชื่อมงคลคนเกิดวันอาทิตย์   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ เกี่ยวกับ วิธีตั้งชื่อลูก มาฝากกัน สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังมองหา ชื่อมงคล หรือ หากใครกำลังคิดอยากจะเปลี่ยนชื่อ ก็สามารถเลือกชื่อที่ชอบ พร้อมความหมาย ไปใช้ได้เลย สำหรับการตั้งชื่อมงคล ตั้งชื่อลูก วิเคราะห์ชื่อ ตั้งชื่อตามวันเกิด วิธีตั้งชื่อตามวันเกิด ชื่อมงคลตามวันเกิด จะมีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่นั่นก็คือ บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี  และ ห้ามมี กาลกิณี ในชื่อเด็ดขาด     ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์ ตามตำราโบราณ การตั้งชื่อบุคคลนั้นจะต้องประกอบไปด้วยความหมายของทักษาที่ดี และยึดทักษาปกรณ์เป็นหลัก คือ ต้องใช้อักขระในวรรค บริวาร , อายุ , เดช , ศรี , มูละ , อุตสาหะ หรือ มนตรีเท่านั้น คนเกิดวันอาทิตย์ ห้าม อักขระวรรคกาลกิณี คือ ศ ษ ส […]

7 ความเชื่อเรื่องวันลอยกระทง จริงหรือมั่ว !!

7 ความเชื่อเรื่องวันลอยกระทง จริงหรือมั่ว !!

7 ความเชื่อเรื่องวันลอยกระทง จริงหรือมั่ว !!   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีที่หลายๆคนรู้จัก มาให้ได้อ่านกัน.. ประเพณีกับความเชื่อย่อมเป็นของคู่กันอยู่แล้ว สำหรับเมืองไทย เช่นเดียวกับวันลอยกระทง ที่ก็มีความเชื่อมากมายไม่ต่างจากเทศกาลอื่นๆ ซึ่งจะจริงหรือมั่วนั้นก็ขึ้นกับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล   1. กระทงคว่ำ ชีวิตถึงช่วงหายนะ เป็นความเชื่อที่ฟังดูรุนแรงไปสักหน่อย เพราะคนสมัยก่อนนั้นเชื่อกันว่า หากลอยกระทงไปแล้ว แล้วอยู่ดีๆกระทงเกิดคว่ำขึ้นมา ด้วยอุบัติเหตุหรือฝีมือใครก็ตาม นั่นเป็นลางไม่ดี ที่เตือนว่าชีวิตคุณกำลังจะเกิดหายนะ! ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ผิดหวังกับทุกสิ่ง หรือซวยซ้ำซวยซ้อน 2. ไปลอยกระทง แล้วจะได้แฟน อันนี้ก็ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันยังไง ซึ่งถ้ามองตามหลักความเป็นจริง อาจเป็นเพียงกุศโลบายที่สร้างขึ้น เพื่อหลอกให้วัยรุ่นหันมาสนใจประเพณีไทยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากใครเชื่อก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะสร้างกำลังใจให้คุณเจอรักที่สมหวัง 3. ใส่เหรียญในกระทง เป็นความเชื่อที่มีมานมนาน เพราะเชื่อกันว่าหากใส่เหรียญลงไปในกระทง จะช่วยเสริมดวงให้ชีวิตมีแต่ความมั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมาตลอดทั้งปี แต่ก่อนที่จะได้บุญ อาจจะต้องมีอารมณ์เสียกันบ้างกับพวกที่จ้องจะคว่ำกระทง เก็บเหรียญไปเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย 4. ตัดเล็บลงกระทง เชื่อกันว่า หากตัดเล็บหรือเศษผมลงกระทง ก็เปรียบเสมือนการลอยเคราะห์ร้ายหรือสิ่งไม่ดีให้ออกไปจากชีวิต ทำให้ชีวิตของเราสว่างไสว ดีขึ้นกว่าเดิม 5. ห้ามชวนแฟนไปลอยสถานที่แห่งนี้ เพราะจะเลิกกัน […]

คนโบราณว่า จะปลูกอะไรได้ผลดีต้องดูวันปลูก

คนโบราณว่า จะปลูกอะไรได้ผลดีต้องดูวันปลูก

คนโบราณว่า จะปลูกอะไรได้ผลดีต้องดูวันปลูก   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการปลูกพืชเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาตัวเองปลูกพืชผักหรือว่าพืชไร่ ไม้ผลแล้วได้ผลไม่ดี แต่ขณะที่เพื่อนหรือคนที่รู้จักกลับปลูกออกดอกผลดี ทั้งที่เป็นพืชชนิดเดียวกัน ดินไม่ต่างกันมาก การดูแลเอาใจใส่ดีเท่ากัน คติความเชื่อคนโบราณเชื่อว่าคนที่ปลูกพืชออกดอกผลดีเป็นคนมือเย็น แท้จริงคนโบราณมีความเชื่อการได้ผลจากเรื่องการปลูกพืชตามวันที่หลายคนยังไม่ทราบ เป็นอย่างไร ไปดูเลย..        -วันอาทิตย์ คนโบราณเชื่อว่าวันดี เหมาะกับการเริ่มต้น ใครที่จะปลูกพืชควรจะปลูกพืชชนิดที่กินหัว เป็นต้นว่าข่า ขิง ควรปลูกตอนเช้า การปลูกใกล้พื้นที่อยู่อาศัยเพราะเป็นผักสวนครัว เพราะพืชที่กินส่วนหัวอาจต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี      -วันจันทร์ วันที่มีความอ่อนไหว เพราะอิทธิพลจากดวงจันทร์ ควรปลูกพืชกินลำต้นเช่นอ้อย ปลูกเป็นพืชไร่จะสะดวกและคุ้มค่าแก่การลงทุน เพราะดูแลรักษาโรคพืชง่าย   -วันอังคาร ควรปลูกพืชกินใบ คือพืชผักที่คนโบราณใช้ใบเป็นอาหารอย่างเช่น ผักสวนครัว ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ควรพรวนดินรดน้ำใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยคอกตลอดไม่ควรใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ คนโบราณแนะนำว่าการตัดพืชใบแล้วนำไปประกอบอาหาร เมื่อใส่ปุ๋ยคอกจะส่งผลให้เวลานำมาประกอบอาหารบริเวณโคนก้านจะไม่แข็ง   -วันพุธ ควรปลูกพืชที่กินผล ได้แก่ผลไม้ทุกชนิด ปลูกจากเมล็ดไม้ผลจะมีรากแก้ว ต้นไม้จะไม่ล้มง่ายยามโดนลมพายุ   -วันพฤหัสบดี คติความเชื่อคนโบราณว่าคือวันครู ควรปลูกพืชดอก อย่าลืมใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อน […]