ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี “หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าดินจะช่วย”

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

 

“ลูกเอ๋ย… ก่อนที่จะเที่ยวไปขอบารมีจากหลวงพ่อองค์ใด

เจ้าจะต้องมีทุนของตนเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน

เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีของคนอื่นมาช่วย

มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมเขามาจนล้นตัว

เมื่อทำบุญกุศลได้บารมีมา

ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว

แล้วเจ้าจะไม่มีอะไรไว้ในภพหน้า

หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง

จงจำไว้นะ…เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้

ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า…”

(พุทธสุภาษิตท่านสอนไว้ว่า..”อัตตาหิ อัตตโนนาโถ-ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”)

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

…ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้

…อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

…ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

 

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง

2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์

3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน

ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

 

ทางแห่งความหลุดพ้น

…เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

 

แต่งใจ

…ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ …ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?

 

กรรมลิขิต

…เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่

ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง

อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน

ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง

เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ

 

นักบุญ

…การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น

 

ละความตระหนี่มีสุข

…ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน

 

อย่าเอาเปรียบเทวดา

…ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย

 

บุญบริสุทธิ์

…การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน

 

สั่งสมบารมี

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน

 

เมตตาบารมี

…การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน

 

แผ่เมตตาจิต

…ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า

 

อานิสงส์การแผ่เมตตา

…ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

 

ประโยชน์จากการฝึกจิต

…ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มา… หนังสือสวดมนต์วัดระฆัง โฆสิตาราม,youtube.com,หนังสือคำสอนธรรมของ สมเด็จโต พรหมรังสี

เรื่องน่าสนใจ

อยากโชคดีมีโชคลาภ! สวด “คาถาขอลาภหลวงปู่หลิว” ตามด้วย “คาถาพญาเต่าเรือน” ทุกๆวัน รวย !!!

อยากโชคดีมีโชคลาภ! สวด “คาถาขอลาภหลวงปู่หลิว” ตามด้วย “คาถาพญาเต่าเรือน” ทุกๆวัน รวย !!!

อยากโชคดีมีโชคลาภ! สวด “คาถาขอลาภหลวงปู่หลิว”  “เทพเจ้าพญาเต่าเรือน” คือ ฉายาของ “หลวงปู่หลิว ปณณโก” วัดไร่แตงทอง จังหวัดนครปฐมพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงพุทธาคม  ผู้สร้างและปลุกเสกพญาเต่าเรือน เครื่องรางที่มีอานุภาพแรง ให้ผลด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม ค้าขาย ด้วยประสบการณ์ของผู้บูชาจึงทำให้พญาเต่าเรือนได้รับความนิยมอย่างมากมาจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันหลวงปู่หลิว ท่านยังเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีความเมตตาต่อญาติโยม อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้ยพุทธาคมอันแก่กล้า จึงไม่แปลกว่าในปัจจุบัน มีผู้ศรัทธานิยมบูชาหลวงปู่หลิว ตลอดจนเครื่องรางพญาเต่าเรือนของท่านอย่างกว้างขวาง เพราะเชื่อว่าบารมีของหลวงปู่หลิวและพญาเต่าเรือนจะบันดาลโชคลาภ และความปรารถนา ให้กับผู้ศรัทธา จึงมีคาถา “ขอลาภหลวงปู่หลิว” ให้ผู้ศรัทธาได้สวดบูชา เพื่อขอพึ่งบารมีหลวงปู่หลิวดังต่อไปนี้ อยากโชคดีมีโชคลาภ! สวด “คาถาขอลาภหลวงปู่หลิว” ตามด้วย “คาถาพญาเต่าเรือน” รับรองเห็นผลทันตา คาถาขอลาภหลวงปู่หลิว ( ตั้งนะโม 3 จบ ) ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยและคุณบารมีของหลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง แล้วสวดว่า   “จะขอลาภหลวงปู่หลิวจะมะหาเถรา สุวรรณณะมามา ระชะมามา เพชรชะมามา อาหาระมามา ขาทะนียะมามา โภชะนียะมามา สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพพะบูชา ภะวันตุเม นะชาลีติ อาคัจฉัยยะ อาคัจฉาหิ” (ท่อง […]

5 ผลไม้มงคล ไหว้แล้วชีวิตเฮง

5 ผลไม้มงคล ไหว้แล้วชีวิตเฮง

5 ผลไม้มงคล ไหว้แล้วชีวิตเฮง   วันนี้ ทาง เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ที่สืบทอดกันตั้งแต่โบราณ มาฝากกัน ผลไม้ 5 ชนิดใกล้ตัวที่คนจีนว่า เป็นผลไม้มงคล เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง หากนำมาไหว้เจ้าแล้ว จะพาชีวิตดี เฮงๆ รวยๆ เงินไม่ขาดมือแน่นอน   1.กล้วยหอมทอง ตัวแทนแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย ชาวจีนเชื่อกันว่า ด้วยลักษณะของกล้วยหอมที่ออกผลเป็นเครือ มีจำนวนลูกมาก จึงแทนความหมายได้ว่า จะทำให้ครอบครัวมีลูกหลานมากมายเอาไว้สืบสกุล นอกจากนี้ด้วยลักษณะของกล้วยที่เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย โตไว ทนทาน เป็นตัวแทนของการขยายครอบครัวออกไปเรื่อยๆ ส่วนสีเหลืองหรือสีทองของกล้วยหมายถึงความร่ำรวย มั่งคั่งไปด้วยเงินทองทรัพย์สมบัติ   2. แก้วมังกร ผลไม้แห่งโชคลาภ หากได้ไหว้เทพเจ้าด้วยสับปะรดแล้ว จะเหมือนเป็นการเรียกความโชคดีมาสู่ผู้ไหว้ เนื่องจาก ในภาษาจีนแต้จิ๋วนั้น คำว่าสับปะรด จะหมายถึง การเรียกโชคลาภเข้ามาหาตัวเรา   3.ส้ม สีเหลืองของผลส้มเป็นสีแห่งความมงคล ชาวจีนจึงเลือกส้มมาเป็นผลไม้มงคลในการไหว้เทพเจ้า โดยเฉพาะส้มที่มีเปลือกหรือผิวเป็นสีทองก็จะยิ่งเป็นมงคลมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ยกเว้นส้มที่เปลือกสีเขียวจะนำมากราบไหว้   4.สับปะรด ผลไม้แห่งโชคลาภ หากได้ไหว้เทพเจ้าด้วยสับปะรดแล้ว จะเหมือนเป็นการเรียกความโชคดีมาสู่ผู้ไหว้ เนื่องจาก ในภาษาจีนแต้จิ๋วนั้น […]

วิธีหาทิศมงคลตามวันเกิด ให้โชคดีมีชัย

วิธีหาทิศมงคลตามวันเกิด ให้โชคดีมีชัย

วิธีหาทิศมงคลตามวันเกิด ให้โชคดีมีชัย   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คนโบราณสอนลูกหลานเรื่องวิธีหาทิศมงคลในแต่ละวัน ไว้สำหรับจะทำการมงคลโดยไม่ต้องไปหาโหรเพื่อขอเวลา และวันที่เหมาะสม อย่างอยู่ดี ๆ คิดอยากจะไหว้เทวดาประจำตัว เดินทางไปเสี่ยงโชค เจรจาการค้า แม้กระทั่งว่าจะนัดเดทกับคู่รัก วันไหนเลือกทิศไหน เดินทางไปโชคดีมีชัย        วันอาทิตย์ คติความเชื่อคนโบราณว่าวันดีที่เหมาะสำหรับจะเริ่มต้น ขนย้ายเอกสารเข้าที่ทำงานใหม่ คนที่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งการงานควรเลือกวันอาทิตย์เลือกทิศใต้ เริ่มเดินทางไปแล้วไหว้พระภูมิเจ้าที่ก่อนเข้าที่ทำงาน ควรเลี่ยงทิศเหนือ คือทิศร้าย      วันจันทร์ สำหรับคนที่มีคู่รักแล้วอยากจะออกเดทไปหาอะไรกิน นั่งฟังเพลง เดินเที่ยวเกี่ยวก้อยริมแม่น้ำควรเลือกวันจันทร์เพราะจะได้รับอิทธิพลดวงดีด้านความรัก ความโรแมนติก ควรเลือกทิศตะวันออกเดินทางไป ควรเลี่ยงทิศตะวันตกเฉียงใต้ เชื่อว่าความรักจะสมหวัง เอาละซิ ! ใครโสดจะได้คู่เสียที    วันอังคาร ใครทำธุรกิจอยากจะเจรจาต่อรองการค้า การซื้อขาย เช่าที่ เสี่ยงโชคเล่นการพนัน และเจรจาผลประโยชน์ทางธุรกิจ ควรเลือกวันอังคาร อย่าลืมเลือกทิศตะวันออกเดินทางออกจากบ้าน เลี่ยงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คติความเชื่อคนโบราณว่าวันอังคารมีดวงเด่นเรื่องการแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ต่อสู้เอาชนะ แต่อย่าใช้ความรุนแรงเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาท      วันพุธ คนที่จะเริ่มทำธุรกิจใหม่ ๆ […]

โฮย่า ต้นไม้รูปหัวใจ ไม้ประดับสวย ๆ ตัวแทนแห่งความรัก

โฮย่า ต้นไม้รูปหัวใจ ไม้ประดับสวย ๆ ตัวแทนแห่งความรัก

โฮย่า ต้นไม้รูปหัวใจ ไม้ประดับสวย ๆ ตัวแทนแห่งความรัก   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพามาทำความรู้จักกับ โฮย่าหัวใจ นับว่าเป็นหนึ่งในไม้กาฝาก ที่เราสามารถพบได้ในป่า เช่นเดียวกับกล้วยไม้ป่าหลาย ๆ ชนิด ซึ่งไม้ชนิดนี้ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และค่อนข้างที่จะหาซื้อได้ง่าย อีกทั้งยังมีราคาที่ไม่สูงมากนัก โดยโฮย่าหัวใจนับว่าเป็นต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง     ทำความรู้จักกับ โฮย่าหัวใจ และวิธีดูแล ที่ง่ายจนมือใหม่ไม่ต้องกังวล โฮย่าหัวใจหรือ หัวใจทศกัณฐ์ จัดว่าเป็นไม้เลื้อย ที่โตได้ง่าย ซึ่งความพิเศษและจัดว่าเป็นเอกลักษณ์ของไม้ชนิดนี้คือ ใบ ที่มีลักษณะคลายรูปหัวใจ และมีความแข็ง จนร้านขายก็มันจะดึงเอาเอกลักษณ์ และจุดเด่นของไม้ชนิดนี้ มาใช้เป็นจุดขายที่บางครั้งก็จะมีการเขียนข้อความ หรือวาดภาพสวย ๆ ลงไปบนใบของมัน ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้เป็นอย่างดี     วิธีดูแล ไม้ชนิดนี้เป็นไม้ที่เหมาะกับการปลูกในร่ม หรือในบ้านก็ได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่แล้ว สามารถวางประดับไว้ที่โต๊ะรับแขกของบ้าน หรือโต๊ะทำงานก็ได้เช่นกัน และรดน้ำเพียงวันละครั้งเท่านั้น และควรเลือกดินที่ปลูกเป็นดินร่วมผสมกาบมะพร้าวจะดีที่สุด และหากต้องการ การปักชำโฮย่า หัวใจ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ   วิธีที่ 1 เพียงเลือกใบที่เราต้องการชำ และนำมาปักบนดินที่ทำการคลุกเคล้ากับกาบมะพร้าวละเอียด […]