ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี “หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าดินจะช่วย”

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

 

“ลูกเอ๋ย… ก่อนที่จะเที่ยวไปขอบารมีจากหลวงพ่อองค์ใด

เจ้าจะต้องมีทุนของตนเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน

เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีของคนอื่นมาช่วย

มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมเขามาจนล้นตัว

เมื่อทำบุญกุศลได้บารมีมา

ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว

แล้วเจ้าจะไม่มีอะไรไว้ในภพหน้า

หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง

จงจำไว้นะ…เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้

ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า…”

(พุทธสุภาษิตท่านสอนไว้ว่า..”อัตตาหิ อัตตโนนาโถ-ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”)

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

…ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้

…อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

…ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

 

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง

2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์

3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน

ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

 

ทางแห่งความหลุดพ้น

…เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

 

แต่งใจ

…ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ …ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?

 

กรรมลิขิต

…เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่

ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง

อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน

ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง

เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ

 

นักบุญ

…การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น

 

ละความตระหนี่มีสุข

…ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน

 

อย่าเอาเปรียบเทวดา

…ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย

 

บุญบริสุทธิ์

…การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน

 

สั่งสมบารมี

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน

 

เมตตาบารมี

…การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน

 

แผ่เมตตาจิต

…ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า

 

อานิสงส์การแผ่เมตตา

…ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

 

ประโยชน์จากการฝึกจิต

…ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มา… หนังสือสวดมนต์วัดระฆัง โฆสิตาราม,youtube.com,หนังสือคำสอนธรรมของ สมเด็จโต พรหมรังสี

เรื่องน่าสนใจ

ทำนายฝัน ฝันเห็นแฟนเก่า เลขเด็ดงวดนี้ 2565

ทำนายฝัน ฝันเห็นแฟนเก่า เลขเด็ดงวดนี้ 2565

  ฝันเห็นแฟนเก่า เลขเด็ด ใครเคยฝันถึงแฟนเก่า ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดก็ตาม อาจมีลางของการหมดเคราะห์จากเรื่องร้ายๆ และใกล้จะสำเร็จสมความปรารถนาในสิ่งที่ตั้งใจหวังไว้ ไม่ว่าจะเรื่องการงาน การเงิน ความรัก ทุกสิ่งล้วนกำลังพลิกกลับไปในทางที่ดีขึ้น หรืออาจจะเป็นลางบอกเหตุอย่างอื่น วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพาไปดูครับ..   ฝันเห็นแฟนเก่า เลขเด็ด งวดนี้ 2565 เลขเด็ดให้โชคเกี่ยวกับความฝัน ฝันเห็นแฟนเก่า หลายคน ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่องของอุบัติเหตุและสุขภาพ โดยเฉพาะอุบัติเหตุใหญ่ที่ไม่คาดคิด รวมทั้งระวังวาจาคำพูด คิดก่อนพูดเสมอ เพราะถ้าพลาดไปรับรองได้ว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นแน่นอน เป็นช่วงที่ค่อนข้างอับโชค อาจทำของรักหายหรือถูกขโมยของมีค่า การงานอาจได้รับผิดชอบงานหนักขึ้น ทำให้มีเรื่องเครียดมากกว่าเดิม แต่ถ้าหากรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี รับรองว่าผลลัพธ์ไม่ทรยศคุณแน่นอน เลขเด็ดงวดนี้ ที่น่าซื้อ เลขเด็ด ฝันเห็นแฟนเก่าหลายคน : ควรมีเลข 8 5 4 เลขเด็ด 2 ตัว : 97 87 33 เลขเด็ด 3 ตัว : 439 […]

ความเชื่อ ทำไมห้ามหญิงมีครรภ์ เข้าร่วมพิธีกินเจ

ความเชื่อ ทำไมห้ามหญิงมีครรภ์ เข้าร่วมพิธีกินเจ

ความเชื่อ ทำไมห้ามหญิงมีครรภ์ เข้าร่วมพิธีกินเจ   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ มาให้อ่านกันเช่นเคย ประเพณีกินเจคือประเพณีที่ชาวจีนตระหนักเรื่องกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพราะคนสมัยก่อนเชื่อว่าการกินเจคือพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ มีการห้ามมากมายโดยเฉพาะห้ามหญิงมีครรภ์เข้าร่วมพิธีกินเจ เพราะอะไรทำไมต้องห้าม   การกินเจนั้นมีข้อกำหนดว่างดเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์จำพวก เนย ไข่ นมซึ่งอาหารเหล่านี้มีประโยชน์แก่ทารกในครรภ์ที่พืชผักบางชนิดไม่มีหรือมีในน้อย โดยเฉพาะวิตามินบีสิบสองที่พบในเนื้อสัตว์เท่านั้น การกินเจเป็นอุปสรรคกับหญิงมีครรภ์เพราะจะต้องรับสารอาหารจากอาหารหลักห้าหมู่ให้ครบ อีกทั้งการประกอบพิธีในโรงเจจะต้องมีการลุก นั่ง และเดิน จะต้องร่วมพิธีในโรงเจ การเดินหรือการร่วมทำกิจกรรมต่อหน้าองค์เก๋าอ๊วงฮุกโจ้ว คือองค์ประธานเทพเจ้า ในพิธีกินเจ ฉะนั้น ชาวจีนโบราณกำหนดความเชื่อว่าหญิงมีครรภ์ไม่ควรร่วมพิธีกินเจ นอกจากหญิงมีครรภ์แล้วคนจีนโบราณยังห้ามหญิงขณะกำลังมีประจำเดือนร่วมพิธี เพราะคนจีนโบราณเชื่อว่าการมีประจำเดือนร่างกายไม่สะอาด ร่างกายจะขับเลือดเสียออกจากอวัยวะเพศหญิงจัดว่าสิ่งสกปรก ฉะนั้นหญิงมีครรภ์และขณะกำลังมีประจำเดือน ไม่ควรเข้าร่วมเนื่องจากการกินเจ หญิงมีครรภ์ที่ยังมีอายุครรภ์น้อย อยากจะกินเจควรกินเจอยู่ที่บ้านเท่านั้นควรหาวิตามินเสริม ควรปรึกษาสูติแพทย์ ไม่สวมเสื้อผ้าฉูดฉาด สวมชุดขาว เนื่องจากการสวมเสื้อผ้าเกิดผลทางจิตวิทยากับผู้กินเจ ผู้กินเจอาจไม่สำรวมเผลอไปกินอาหารต้องห้าม และการสวมชุดขาว ทางจิตวิทยาเรื่องสี สีขาวจะเสริมเรื่องการชำระจิตใจบริสุทธิ์ การร่วมเทศกาลกินเจ คือพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้กินเจไม่ควรทำเล่น ตระหนักเรื่องการห้าม จะส่งผลให้การกินเจได้ผลบุญสูงสุด         ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ […]

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว เพราะอะไร

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว เพราะอะไร

ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตายที่คนญี่ปุ่นกลัว   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับ ฮิกันบานะ มาให้อ่านกัน ดอกไม้แนวอนิเมะแฟนตาซีในญี่ปุ่น ดอกไม้แห่งความตาย ทำไมคนญี่ปุ่นถึงกลัวดอกไม้ชนิดนี้ และสาเหตุของการเป็นดอกไม้แห่งความตายเพราะอะไร ฮิกันบานะ ที่มาของชื่อ ดอกฮิกันบานะ เป็นดอกไม้สีแดงของประเทศญี่ปุ่น จัดเป็นไม้ยืนต้นตระกูลดอกลิลลี่ ดอกไม้ชนิดนี้คนไทยเรียกว่า พลับพลึงสีแดง หรือ พลับพลึงแม่งมุม และที่มาของชื่อ ฮิกันบานะ นั้นมาจากดอกไม้ชนิดนี้จะบานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต และ วันศารทวิษุวัต เป็นวันที่มีการเฉลิมฉลองวันหยุดยาวทางศาสนาพุทธของชาวญี่ปุ่นเป็นเวลา 7 วัน หรือที่เรียกกันว่า ฮิกัน นั่นเอง     นอกจากจะชื่อ ฮิกันบานะ แล้ว ดอกฮิกันบานะ ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มันจูชาเงะ ในศาสนาพุทธถือว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็น ดอกไม้แห่งสวรรค์ เพราะมี ความเชื่อกันว่าหากมีเรื่องที่น่ายินดีหรือเรื่องที่เป็นมงคลเกิดขึ้นดอกไม้สีแดงก็จะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามดอกไม้ชนิดนี้ในประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกที่น่ากลัวหรือสื่อไปในทางที่ไม่ดีอยู่เหมือนกันค่ะ เช่น ชิบิโตะบานะ (ดอกไม้คนตาย), จิโกคุบานะ (ดอกไม้นรก), ยูเรบานะ (ดอกไม้วิญญาณ), คิทสึเนะบานะ (ดอกไม้จิ้งจอก), สุเตโกะบานะ (ดอกไม้เด็กกำพร้า), คามิโซริบานะ (ดอกใบมีดโกน) เป็นต้น     ฮิกันบานะ ความหมายของสีดอกฮิกันบานะ สีแดง หมายถึง อิสรภาพ ความคลั่งไคล้ […]

มีดสาริกา หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน เมตตามหานิยม เสน่ห์ โชคลาภ การค้าขาย !!

มีดสาริกา หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน เมตตามหานิยม เสน่ห์ โชคลาภ การค้าขาย !!

มีดสาริกา หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน   มีดสาลิกา หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน  “มีด” เป็นอีกหนึ่งเครื่องรางที่มีการปลุกเสกและลงอักขระยันต์ ถูกใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อการป้องกัน ล้างอาถรรพ์สิ่งชั่วร้าย มนต์ดำและภูติผีปีศาจ เครื่องรางมีดที่มีชื่อเสียงอย่างมากนั่นคือ “มีดหมอ หลวงพ่อเดิม” วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ ซึ่งนับแต่หลวงพ่อเดิมได้มรณภาพไป ก็มีผู้สืบทอดวิทยาคมสายหลวงพ่อเดิมหลายท่าน หนึ่งในนั้น คือ “หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม” วัดห้วยด้วน จ.นครสวรรค์ ทำให้การสร้างและปลุกเสกมีดหมอของหลวงพ่อพัฒน์ มากไปด้วยความเข้มขลัง เกิดประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ มีดหมอหลวงพ่อพัฒน์ จึงมีการสร้างหลายรุ่น โดยหนึ่งในนั้น คือ “มีดสาลิกา” ที่สร้างขึ้นในปี 2563 ลักษณะมีขนาดเล็ก ประมาณ 1.5 นิ้ว ใบมีดสร้างจากเนื้อเงิน โดยเหตุในการสร้างเนื่องในวาระวางศิลาฤกษ์ศาลา100ปี มีการปลุกเสกอธิษฐานจิตอย่างเข้มขลัง ทำให้ “มีดสาลิกา” เปี่ยมไปด้วยอานุภาพด้านเมตตามหานิยม เสน่ห์ โชคลาภ การค้าขาย เจรจาเรื่องใดก็ประสบความสำเร็จ และอื่นๆอีกหลายประการ ด้วยขนาดของ “มีด สาลิกา” ที่มีขนาดเล็ก […]