ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี “หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าดินจะช่วย”

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

ธรรมคำ สอนสมเด็จโต พรหมรังสี

 

“ลูกเอ๋ย… ก่อนที่จะเที่ยวไปขอบารมีจากหลวงพ่อองค์ใด

เจ้าจะต้องมีทุนของตนเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน

เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีของคนอื่นมาช่วย

มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด

เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมเขามาจนล้นตัว

เมื่อทำบุญกุศลได้บารมีมา

ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว

แล้วเจ้าจะไม่มีอะไรไว้ในภพหน้า

หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง

จงจำไว้นะ…เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้

ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า…”

(พุทธสุภาษิตท่านสอนไว้ว่า..”อัตตาหิ อัตตโนนาโถ-ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”)

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

…ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้

…อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

…ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

 

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง

2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์

3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน

ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

 

ทางแห่งความหลุดพ้น

…เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

 

แต่งใจ

…ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ …ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?

 

กรรมลิขิต

…เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่

ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง

อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน

ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง

เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ

 

นักบุญ

…การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น

 

ละความตระหนี่มีสุข

…ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน

 

อย่าเอาเปรียบเทวดา

…ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย

 

บุญบริสุทธิ์

…การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน

 

สั่งสมบารมี

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน

 

เมตตาบารมี

…การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน

 

แผ่เมตตาจิต

…ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า

 

อานิสงส์การแผ่เมตตา

…ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

 

ประโยชน์จากการฝึกจิต

…ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

ที่มา… หนังสือสวดมนต์วัดระฆัง โฆสิตาราม,youtube.com,หนังสือคำสอนธรรมของ สมเด็จโต พรหมรังสี

เรื่องน่าสนใจ

“อสุจิ” คุณประโยชน์ขั้นเทพที่คุณไม่เคยรู้ มาดูคำตอบ ที่หลายๆคนยังสงสัย !!

“อสุจิ” คุณประโยชน์ขั้นเทพที่คุณไม่เคยรู้ มาดูคำตอบ ที่หลายๆคนยังสงสัย !!

อสุจิ คุณประโยชน์ขั้นเทพที่คุณไม่เคยรู้   “กินน้ำอสุจิแล้วดีต่อร่างกายจริงไหม” “กินแล้วผิวสวยใสจริงเปล่า” หรือแม้แต่ “เอามาทาหน้าแล้วหน้าจะเด้งใช่ไหม” เป็นคำถามที่แบบว่าถามกันมาหลายยุคเหลือเกิน จนจะเรียกได้ว่าเป็นคำถามยอดฮิตที่ไม่มีใครไม่ถามในทุกยุคที่คนในโลกนี้ยังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ แต่วันนี้มาดามไม่ได้มีคำตอบในทุกประเด็นมาบอกหรอกนะ เพียงแต่ขอรวบรวมประโยชน์พึงมีของน้ำอสุจิมาฝากกันดีกว่า   น้ำอสุจิเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ ถ้าคุณคิดว่าอสุจิมีส่วนประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายละก็ คุณคิดถูกนะ เพราะมีการวิจัยมาแล้วว่า ในน้ำอสุจินั้นมีส่วนประกอบเพียบ ตั้งแต่แคลเซียม, ไอออนคลอไรด์, กรดซิตริก, กลูโคส, กรดแลคติก, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม, โปรตีน, โซเดียม, ยูเรีย, สังกะสี ซึ่งแปลว่าการที่น้ำอสุจิหลั่งเข้ามาสู่ร่างกายสาวๆ ไม่ได้มีเพียงสเปิร์มเท่านั้นที่ลอยละล่องอยู่ในตัวสาวๆ แต่สาวๆ ยังดูดซึมประโยชน์จากสารอาหารเหล่านี้เข้าไปด้วยแบบเต็มๆ   กินน้ำอสุจิแล้วช่วยให้หลับลึก อันนี้มาดามได้ยินมาหลายทางเหลือเกิน บางคนบอกว่าในน้ำอสุจิจะมีสารที่ชื่อว่าเมลาโทนินที่ช่วยทำให้คุณนอนหลับและผ่อนคลาย แต่บางคนบอกว่าไม่เกี่ยวหรอก ที่คุณสาวๆ หลับสบายเป็นเพราะคุณเหนื่อยแสนเหนื่อยกับบทรักอันร้อนแรงที่เพิ่งผ่านไปต่างหาก เอ้า…อย่างนี้ก็แล้วแต่ละกัน แต่ที่มาดามขอเชื่อคือประเด็ฯหลังนะ ก็แหม…การมีเซ็กส์คือการออกกำลังที่ดีที่สุดนี่นา^^   น้ำอสุจิช่วยให้คลายความหดหู่ ตอนแรกมาดามคิดว่า ที่คลายความหดหู่เพราะจิตใจคุณแช่มชื่นกับการมีเพศสัมพันธ์ แต่ถ้าคิดกันจริงๆ บางทีสาวๆ ก็ไม่ถึงจุดสุดยอดเสมอไป อ้าว…แล้วแบบนี้จะคลายความหดหู่ได้ยังไง แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบจากผลการวิจัยหนึ่งจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ล้อไปกับประโยชน์ของน้ำอสุจิข้อเมื่อสักครู่ว่า น้ำอสุจิมีสารฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ช่วยเพิ่มอารมณ์รักและลดความเครียดได้ นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนไทโรโทรปิน รีลีสซิ่งช่วยลดอาการซึมเศร้า คู่กับสารเมลาโทนินที่ช่วยให้นอนหลับและยังผสานกับสารเซโรโทนิน […]

10 สิ่งห้ามทำเมื่อ ทะเลาะกับแฟน สติหลุดแค่ไหนต้องประคองให้อยู่

10 สิ่งห้ามทำเมื่อ ทะเลาะกับแฟน สติหลุดแค่ไหนต้องประคองให้อยู่

10 สิ่งห้ามทำเมื่อ ทะเลาะกับแฟน   เคยไหมที่เวลาสติหลุดสมองกระเจิงจากการ ทะเลาะกับแฟน ไม่ว่าจะเรื่องงี่เง่าหรือเป็นสาระ คุณทั้งคู่ก็จะมีอารมณ์อยากเอาชนะกันเสมอ คำถามคือ อยากเลิกหรืออยากคืนดี ถ้าคำตอบคือคืนดี อ่านเลยแล้วเตือนตัวเองว่า อย่าทำ !! 1. ทะเลาะกันอย่าเที่ยวโพส เคยได้ยินไหมว่าความในอย่านำออก ฉันใดก็ฉันนั้น ทะเลาะกันสองคนไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวโพสต์ให้โลกรู้ เพราะนอกจากอาจเจอผู้ไม่หวังดีแล้ว ยังเป็นการไม่ให้เกียรติคนรักอีกด้วยนะ  อ่อๆ ที่สำคัญ แมวขโมยที่จ้องจะกินปลาของคุณ อาจฉวยโอกาสนี้ย่องมากินก็ได้   2. คำหยาบภาษาพ่อขุน ส่วนหนึ่งของการทะเลาะที่รุนแรงทวีคือ ใครซักคนเริ่มพูดภาษาพ่อขุนขึ้นมา ทำให้จากที่มีปากเสียงอยู่แล้วยิ่งของขึ้นกันไปใหญ่ แถมจะทำให้ความดีที่คุณสั่งสมมาตั้งแต่ต้นดับสูญสลายไป ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครชอบคนที่พูดจาไม่เพราะหรอกนะ   3. ขุดเรื่องอดีตครั้งที่ล้าน ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเป็นนักโบราณคดีจอมขุดหรือยังไง ถึงได้ชอบเอาเรื่องเก่าผ่านไปเป็นล้านปีมาพูดซ้ำๆ ย้ำ ฉะนั้นอย่าได้พูดเด็ดขาด อะไรผ่านแล้วก็แล้วกันไป ยิ่งขุดยิ่งขุ้ยจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายเอือมระอาและ ความรักที่คุณเคยมีให้แก่กันก็มีแต่จะลดน้อยลงไปกว่าเดิม 4. เปรียบเทียบ เปรียบเปรย นี่ชีวิตคู่นะ ไม่ใช่ช้อปปิ้งออนไลน์จะมานั่งเปรียบเทียบของชิ้นนั้นชิ้นนี้ ยิ่งเปรียบเทียบแฟนเก่าแฟนใหม่นี่ไม่ควรเลยนะ เพราะตอนนี้เรื่องที่กำลังดำเนินคือเรื่องระหว่างคุณและเขา จะมาเทียบให้ช้ำใจกันไปอีกทำไม ที่สำคัญแต่ละคนก็ต่างกันไป ไม่มีใครเหมือนใคร แล้วคุณจะพูดเปรียบเทียบไปทำไม   5. […]

ทายนิสัยสาวๆ จากการเลือกอายแชโดว์ แม่นสุดๆไปเลย ไม่ควรพลาด !!

ทายนิสัยสาวๆ จากการเลือกอายแชโดว์ แม่นสุดๆไปเลย ไม่ควรพลาด !!

ทายนิสัยสาวๆ จากการเลือกอายแชโดว์ ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ นะคะว่าการแต่งหน้าเป็นวิธีหนึ่งที่จะเสริมให้สาว ๆ สวยน่ามอง แถมการแต่งหน้าแต่ละสไตล์ก็จะเปลี่ยนลุคสาว ๆ ไปได้ด้วย และส่วนหนึ่งของใบหน้าที่จะเปลี่ยนแปลงลุคของสาว ๆ ได้ดีก็คือดวงตานั่นเอง จะเปลี่ยนสวยหวาน คมดุ หรือ สดใส ก็ทำได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับการแต่งแต้มสีสันลงไปบนเปลือกตานั่นเอง วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำเอาแนวทางการแต่งดวงตาแบบต่าง ๆ มาฝากกัน ให้สาว ๆ เก็บไปใช้แต่งแต้มดวงตาได้อย่างที่ต้องการค่ะ   สีแดง    มักเป็นผู้หญิง จริงจัง ทำงานจริงใจ ซื่อสัตย์สุจริต แต่ต้องมีผลประโยชน์คุ้มค่าด้วยถึงจะทำ ไม่นิยมไปไหน-มาไหน โดยไม่มีประโยชน์ไร้สาระ   สีเหลือง  มักจะเป็นผู้หญิงที่รักความอ่อนโยน อ่อนหวาน สุภาพ นุ่มนวล รู้จักปรับตัวเพื่อการเข้าหาผู้อื่นเป็นอย่างดี มีวาทศิลป์ในการพูด พูดให้ผู้อื่นหลงเชื่อได้ไม่ยาก   สีชมพู    มักเป็นผู้หญิงที่รักความกล้าหาญ ชอบโชว์ความสามารถของตัวเอง กล้าแสดงออก ชอบคิด ชอบวางแผน และชอบลงมือปฏิบัติตามด้วย มักจะเป็นที่นิยมชมชอบของเพื่อนฝูง   สีเขียว   เป็นคนที่ใจเย็น สุขุม รอบคอบ วางแผนดีมีระเบียบ […]

ฝันว่า แต่งหน้า ทำผม ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันว่า แต่งหน้า ทำผม ทำนายฝันหมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด แม่นๆ ที่เกี่ยวกับความฝัน เช็กเลย!

ฝันว่า แต่งหน้า ทำผม ถือเป็นความฝันที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เป็นเหตุการณ์ร้ายที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นในชีวิตจริง อาจนำมาสู่ความหมายที่ซ่อนอยู่ วันนี้เว็บไซต์ เลขเด็ดออนไลน์ จะมาพาทุกคนไปหาความหมายด้วยกัน ทำนายฝันในด้านการเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ อย่างไรบ้าง พร้อมมองหาเลขเด็ดที่ควรเก็งเอาใว้ ซื้อหวย จากความฝันนี้กันค่ะ ฝันว่า แต่งหน้า ทำผม ดวงการเงิน การงาน ระวังการนำเงินไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจตัวเองหรือ กับผู้อื่น ผลที่ได้กลับมาอาจจะไม่ดีนัก คนรอบข้างหวังจะพึ่งพาบัตรเครดิตของคุณเพื่อรูดซื้อของชิ้นใหญ่ แล้วจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก การงานตกที่นั่งลำบาก ต้องคอยรับผิดชอบเรื่องที่ไม่ได้เป็นคนก่อ ความรัก หากคุณมีคู่รักคู่ครองแล้ว จะมีช่วงห่างกันมากขึ้น คุณต้องเติมช่องว่างให้เต็มอย่าให้ขาดนะ เดี๋ยวจะงานเข้าไม่รู้ตัว ช่วงนี้คุณต้องหนักแน่นให้มากๆ เพราะมือที่สามเขามาแรงจริงๆ คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณรักเขามากขนาดไหน ถ้าไม่ระวังตัว ระวังใจของตัวคุณเองให้ดีๆ จิตใจของคุณเองนั่นแหละที่จะทำให้คุณคิดเลยเถิดไปไกล ดวงสุขภาพ ระวังฟกช้ำดำเขียวอุบัติเหตุ โดยเฉพาะช่วงฝนตกคนที่ขับขี่รถต้องระวังเป็นพิเศษ มีดวงไปงานศพ หรือเยี่ยมคนเจ็บคนป่วย ให้ทำบุญใส่บาตรจะดีขึ้นเอง สำหรับความฝันว่า แต่งหน้า ทำผม ยังสามารถตีความหมายได้หลายแบบ พร้อมเลขเด็ดนำโชคเพื่อนำไปเก็งหวยให้มีโอกาสถูกรางวัลมากยิ่งขึ้น จะมีเลขเด็ดและคำทำนายฝันอะไรบ้างมาดูกันเลย เลขมงคล […]